คุ้มขุนแผน

ป่าสน อุทยานแห่งชาติพุเตย ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยหินคำ ตำบลวังยาง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี อุทยานแห่งชาติพุเตย นับเป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวในจังหวัดสุพรรณบุรี อ่านต่อ

ตลาดเก้าห้อง ตลาดเรือนไม้สองชั้นเก่าแก่ที่ผู้คนในชุมชนชาวตลาดยังคงดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิมอย่างเรียบง่ายเหมือนเมื่อสมัยก่อน แม้จะไม่คึกคักเหมือนเมื่อ 70 ปีที่ผ่านมา แต่ที่นี่ยังคงมีกลิ่นอายเก่าๆ ที่ทำให้คุณหลงใหลได้ เริ่มจากแวะหยิบแผ่นพับประวัติของตลาดเก้าห้องและแผนผังสถานที่น่าแวะชมของตลาดเก้าห้องจากพิพิธภัณฑ์ติดตัวไป อ่านต่อ

ชมเรือนไทยโบราณ คุ้มขุนแผนเป็นเรือนไทยหมู่แบบที่คนอยุธยาที่มีฐานะนิยมปลูกกัน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นประโยชน์ใช้สอยของเรือนไทยที่ปลูกได้อย่างเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศเมืองร้อน อ่านต่อ

ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจในตลาดโบราณที่มีอายุมากกว่าร้อยปีในอำเภอสามชุกที่นี่ยังเปี่ยมไปด้วยวิถีไทย ที่ยังคงเป็นมาดังเช่นกาลก่อนและรอคอยให้คุณมาสัมผัสจริง ในวันนี้ตลาดสามชุกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวและเชื่อมโยงอดีตของสุพรรณบุรีมาสู่คนรุ่นปัจจุบันได้อย่างมีมิติ ร้านกาแฟโบราณในห้องแถวไม้มุมตลาดสามชุกยังคงเป็นสถานที่พบปะของผู้คนในชุมชนเก่าแก่แห่งนี้เช่นที่เคยเป็นมาในอดีต ในวันนี้ตลาดสามชุกมีแขกผู้มาเยือนเข้าออกกันอย่างขวักไขว่เพราะถูกจัดอันดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของสุพรรณบุรี อ่านต่อ

มังกรทองขนาดใหญ่ ภายในถูกจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัย จะถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ไทย – จีนอันแนบแน่น และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานให้ได้รับรู้อย่างสนุกและเพลิดเพลิน อ่านต่อ

บทตอนอันสนุกสนานจากวรรณคดีขุนช้างขุนแผน ได้สร้างชื่อให้ วัดป่าเลไลยก์ กลายเป็นวัดที่หลายต่อหลายคนรู้จัก ในฐานะวัดคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณบุรี วัดนี้จึงมีความสำคัญไม่น้อย แม้เวลาล่วงผ่านกี่ยุคกี่สมัย ใครที่ได้แวะเวียนไปเที่ยวสุพรรณฯ ก็มักจะต้องไปกราบนมัสการหลวงพ่อโตแห่งวัดป่าเลไลย์ก์อยู่เสมอๆ อ่านต่อ

ชมเรือนไทยโบราณ คุ้มขุนแผนเป็นเรือนไทยหมู่แบบที่คนอยุธยาที่มีฐานะนิยมปลูกกัน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นประโยชน์ใช้สอยของเรือนไทยที่ปลูกได้อย่างเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศเมืองร้อน

ที่ตั้งและการเดินทาง

ถ.ศรีสรรเพชญ์ หากมาตาม ถ.โรจนะ ผ่านศาลหลักเมือง คุ้มขุนแผนจะตั้งอยู่ฝั่งซ้ายมือ ก่อนถึงวิหารพระมงคลบพิตร

ประวัติ

เจ้าของเรือนไทยหลังนี้คือ พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ อดีตสมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2437 เดิมตั้งอยู่บริเวณเกาะลอย ใกล้สะพานเกลือและหัวรอ ต่อมาในปี พ.ศ. 2483 นายปรีดี พนมยงค์ ได้ย้ายเรือนมาปรุงใหม่ในที่ปัจจุบัน แล้วให้ชื่อว่า คุ้มขุนแผน ตามวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน เพื่อให้พ้องกับความเชื่อที่ว่า ขุนแผนมีคุ้มเรือนไทยอยู่จริงในกรุงเก่า ในปี พ.ศ. 2534 กรมศิลปากรร่วมกับ ททท.บูรณะขึ้นใหม่ เช่น เปลี่ยนจากหลังคามุงจากเป็นกระเบื้อง จากเสาไม้เป็นเสาคอนกรีต ฯลฯ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมนับแต่นั้นมา

สิ่งน่าสนใจ

เรือนไทยโบราณ

คุ้มขุนแผนมีหลังคาเป็นจั่วยอดแหลม สูงลาดชันขึ้นไปช่วยระบายความร้อน เหมาะสำหรับรองเก็บน้ำฝนที่ตกชุกเป็นเวลาหลายเดือน ยกพื้นใต้ถุนสูง เนื่องจากตั้งอยู่ในที่ลุ่มน้ำ เมื่อน้ำมาก็สามารถหนีน้ำได้ เมื่อน้ำแห้งก็เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ใช้เป็นที่พักผ่อน และเก็บเครื่องมือทางการเกษตร

คุ้มขุนแผนประกอบด้วยเรือนหลายหลัง มีชานเชื่อมเรือนแต่ละหลัง ซึ่งเรียกว่า หอ โดยมีหอกลางเป็นประธานอยู่ตรงกลางโอบล้อมด้วยหอนั่ง หอซ้าย หอขวา และหอใหญ่ แต่ละหอมีบทบาทหน้าที่ต่างกันไป นับแต่ก้าวขึ้นบันไดมาก็จะถึงหอนั่งก่อน แขกที่ไปมาหาสู่มักนั่งรอเจ้าของบ้านที่นี่ แต่ถ้าคุ้นเคยกันก็อาจใช้หาอกลางเป็นที่ตั้งวงสนทนา หอกลางเป็นหอเปิดโล่งทุกด้านมีหลังคาคุ้มแดด คุ้มฝน ใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนอิริยาบถ พูดคุยกันระหว่างบุตรหลาน หอซ้ายและหอขวาเป็นห้องนอนของบุตรธิดา ส่วนหอใหญ่นั้นเป็นห้องของเจ้าของบ้าน และบางทีก็มีหอพระด้วย

สำหรับครัวนั้นจะตั้งไว้ใต้ลมด้วยสมัยก่อนมักใช้ฟืนในการหุงต้ม เมื่อติดไฟจึงเกิดควัน ที่อาจสร้างความรำคาญให้คนในบ้านได้แต่ไม่มีห้องสุขา เพราะคนไทยถือเป็นสิ่งอัปมงคล ไม่นิยมเอาของเสียไว้ใต้ชายคาบ้าน ภูมิปัญญาไทยเกี่ยวกับเรือนไทยยังมีอีกมาก เช่น ลักษณะฝาเรือน การปรุงเรือนไทย เป็นต้น นักท่องเที่ยวอาจศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมได้ตามความสนใจของตน