แผนการท่องเที่ยว

จำนวนคอลเลคชั่น: 0

แผนที่สร้างแล้ว: 0

จันทบุรี

จันทบุรี

จันทบุรีเป็นเมืองที่สงบร่มเย็น เช่นเดียวกับเมื่ออยู่ใต้แสงจันทร์ มาเยือนจังหวัดจันทบุรีที่อยู่ทางชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกกันบ้าง เมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าดงดิบ ป่าชายเลน เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวนิเวศที่ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติในรูปของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต (Living Museum) รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย ทางด้านชายฝั่งมีทำการประมง ผู้มาเยือนสามารถดื่มด่ำ และสัมผัสวิถีชีวิตริมทะเล และพักผ่อนริมชายหาดงาม ด้วยชีวิตที่สงบสบาย นอกจากนี้จันทบุรียังเป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านอัญมณีที่มีชื่อเสียงแพร่หลายไปทั่วโลก เป็นแหล่งรวมช่างฝีมือในการเจียระไนอัญมณีและทำเครื่องประดับต่างๆ

มาถึงจันทบุรีแล้วเริ่มจากการไปไหว้ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และศาลหลักเมือง แต่ละวันจะมีประชาชนมาสักการบูชาเป็นจำนวนมากและในวันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระองค์ จะจัดให้มีการทำบุญตักบาตรและถวายเครื่องราชสักการะ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงกอบกู้เอกราชให้แผ่นดินไทย วัดไผ่ล้อม (พระอารามหลวง) เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามมากแห่งหนึ่ง ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาสน์ ปูชนียวัตถุที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ยาว 9 วา 9 นิ้ว มีพุทธลักษณะเป็นศิลปะแบบสุโขทัย สร้างโดยความดำริของหลวงพ่อพระเทพสิทธิมุนี เจ้าอาวาส นอกจากนี้ จันทบุรียังมีศาสนสถานศาสนาอื่นอีกคือ โบสถ์คาทอลิกจันทบุรี(วัดแม่ พระปฎิสนธินิรมล) ตั้งอยู่ที่ตำบลจันทนิมิต สถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค และได้รับการยกย่องว่างดงามและทรงคุณค่าที่สุดในประเทศไทยและเป็นศูนย์รวมของชาวมอญผู้นับถือศาสนานิกายโรมันคาทอลิก ยอดเขาพระบาท ประดิษฐานอยู่บนเขาคิชฌกูฎ ซึ่งมี “รอยพระพุทธบาทหลวง” เป็นรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธ์แห่งภาคตะวันออก จุดเริ่มต้นเดินทางขึ้นไปนมัสการอยู่ที่วัดกระทิงและวัดพลวง ชาวเมืองจันท์และผู้คนทั่วไป รวมถึงชาวต่างชาตินิยมขึ้นไปนมัสการในช่วงตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ ของทุกปีหรือช่วงตรุษจีน และวันมาฆบูชา อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อยู่บนเทือกเขาสระบาป ซึ่งคำว่า “พลิ้ว” กล่าวกันว่ามาจากภาษาขอม แปลว่า ทรายหรือหาดทราย หรืออาจได้ชื่อมากจากต้นไม้ที่เป็นไม้เถามีดอกผลขนาดเล็กสีเหลืองอมแดง ขึ้นทั่วไปในแถบนี้ ตัวน้ำตกมีความสวยงาม น้ำตกตลอดปี เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป ซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดจันทบุรีประมาณ 14 กิโลเมตร ถนนลาดยางตลอดสายทำให้สะดวกสบายในการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ป่าชายเลน อ่าวคุ้งกระเบน ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่างคุ้งกระเบน อันเนื่องมากจากพระราชดำริ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี มีพื้นที่ประมาณ 1,100 ไร่ เป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคุ้งกระเบนและป่าอ่าวแขมหนู ในปัจจุบันจัดว่าเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี มีพันธุ์ไม้ป่าชายเลนจำนวนทั้งสิ้นประมาณ ไม้ป่าชายเลนจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 30 ชนิด ขึ้นกระจายปกคลุมรอบอ่าว เป็นแนวกว้างโดยเฉลี่ย 30-200 เมตร และโค้งยาวไปตามขอบอ่าวเป็นระยะทางถึง 5 กิโลเมตร ป่ายชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน จัดว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมากจากพระราชดำริ ป่ายชายเลนแห่งนี้ เริ่มต้นซุ้มประตูศาลทางเข้าอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของอ่าวคุ้งกระเบน ห่างจากสำนักงานอาคารศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ฝั่งตรงข้ามถนนเพียง 200 เมตร เส้นทางเดินของสะพานจะผ่านบริเวณสังคมพืชไม้เบิกนำจำพวกไม้แสม ไม้ลำพู แปลงเพาะชำ กล้าไม้ แปลงปลูกป่าไม้โกงกาง แปลงศึกษาวิจัยข้ามสะพานแขวนไปสู่ป่าธรรมชาติ ที่มีไม้โกงกางขนาดใหญ่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นสมบูรณ์ จากนั้นสะพานจะวกกลับผ่านแปลงทดลองการปลูกป่าชายเลนผสมผสานกับการเลี้ยงปลา ผ่านบ่อปลาทดลองการเลี้ยงกุ้งทะเล ที่มีการรักษาสภาพแวดล้อมโดยระบบชลประทานน้ำเค็ม และไปสิ้นสุดที่ศาลาเชิงทรงซึ่งอธิบายลักษณะของพื้นที่และพันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ระหว่างรอยต่อป่าชายเลนและป่าบก

บริเวณสะพานทางเดินได้จัดสร้างศาลาสื่อความหมายธรรมชาติ (Nature Interpretation) และระเบียงจุดพักชมธรรมชาติเป็นระยะๆ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ศึกษาหาความรู้เรื่องราวของป่าชายเลน แลยังมีกิจกรรมการพายเรือคายัคในบริเวณอ่าวคุ้งกระเบนซึ่งมีเรือคายัคไว้บริการจำนวน 20 ลำ (ที่นั่งเดียว 10 ลำ ที่นั่งคู่ 10 ลำ) งานป่าไม้ ได้จัดเส้นทางไว้ให้นักท่องเที่ยวได้พายลัดเลาะเข้าไปในป่าชายเลนธรรมชาติที่มีความคดเคี้ยว ร่มรื่นและสวยงาม ท่านจะได้สัมผัสกับป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ได้เห็นสัตว์น้ำชนิดต่างๆ อาทิ ปลา ปู กุ้ง หอย ฯลฯ ที่อาศัยในป่าชายเลน รวมทั้งฝูงนกชนิดต่างๆ ที่ใช้ป่าชายเลนเป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งหาอาหาร บินนำเรือของท่านไปเรื่อยๆ โดยไม่มีอาการตื่นตกใจเหมือนเวลาที่นั่งเรือติดเครื่องยนต์เสียงดัง นับว่าเป็นการเที่ยวชมป่าชายเลนที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นมลพิษจากกลิ่น ควันของเครื่องยนต์ หรือมลพิษทางเสียง จะมีเพียงเสียงของพายที่กระทบกับผิวน้ำเป็นจังหวะเท่านั้น ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สะพานแหลมสิงห์ที่สวยมากๆ จนต้องไปเก็บภาพ

เที่ยวจนเหนื่อยกันแล้วมาเติมพลังด้วยอาหารพื้นเมืองของจันทบุรีกัน “แกงหมูชะมวง” ต้องมาร้านจันทรโภชนา ซึ่งเป็นร้านอาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังเมนูอาหารพื้นเมืองที่เป็นที่นิยม ตั้งอยู่บนถนนเบญจมราชูทิศ ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักนัวเมือง เมนูเด็ดของร้านที่มาถึงต้องสั่งเลย คือ แกงหมูชะมวง แกงเผ็ดเป็ดย่าง แกงมัสมั่นไก่ ส้มตำ ทุเรียน ยำผลไม้ต่างๆ อาหารประเภทแกงป่า ผัดเผ็ด และถ้าเป็นหน้าผลไม้ก็จะทำเป็นเมนูอาหารผสมผลไม้ในหลายชนิด ก่อนกลับ ที่นี่ยังมีแกงหมูชะมวงในกระป๋องและเป็นแบบแพ็ค แกงมัสมั่นไก่แบบแพ็ค น้ำพริกผัดเส้นจัน์ในขวดแก้วอันนี้นำไปผัดได้ไม่ต้องปรุงอย่างอื่นเพิ่ม นำไปเป็นของฝากได้เป็นอย่างดี เมนูถัดมา ผัดไทยเส้นจันท์ เจ๊องุ่น ตรงตลาดโต้รุ่งจันทบุรี ถ้าคนชอบทานก๋วยเตี๋ยว แนะนำ ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงและเนื้อเลียง มีหลายร้านในตัวเมือง สามารถเลือกได้ตามอารมณ์เลย รสชาติของน้ำก๋วยเตี๋ยวต่างจากก๋วยเตี๋ยวอื่นๆ คือ มีรสหวานและเปรี้ยว เพราะต้มด้วยเครื่องเทศหลายชนิดทำมีกลิ่นหอมของเร่วหอม เวลารับประทานจะปรุงด้วยน้ำตาลอ้อย และน้ำส้มพริกขี้หนูสด และดับกระหายด้วยน้ำสำรอง สามารถนำมารับประทานได้โดยเพิ่มน้ำตาล ถ้าต้องการมีรสชาติมากขึ้นใส่น้ำแข็งหรือนำเข้าตู้เย็น สรรพคุณเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ทำให้รู้สึกชุ่มชื่น ถ้าจะหารสเด็ดต้องร้านส้มตำเจ๊เก๋อ อยู่แถวถนนโนนโพธิ์ที่ชาวจันทบุรีได้หลงใหลในรสแซ่บและหลากหลายถ้ากลับไปเยือนบ้านครั้งใดต้องแวะรับประทาน