แผนการท่องเที่ยว

จำนวนคอลเลคชั่น: 0

แผนที่สร้างแล้ว: 0

บึงกาฬ

บึงกาฬ

จังหวัดใหม่ล่าสุดของประเทศไทยตอนนี้ก็คือ ตำนานประเพณีต่างๆ ของคนแถบลุ่มแม่น้ำโขงจะเกี่ยวข้องกับพญานาค ชาวไทยริมฝั่งแม่น้ำโขงพากันเชื่อว่าใต้ล้ำน้ำโขงในช่วงนี้เป็นเมืองบาดาล เป็นเมืองของพญานาค โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่สะดือแม่น้ำโขง จุดที่ลึกที่สุดบริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาส ในจังหวัดบึงกาฬ และบั้งไฟพญานาคนั้นเกิดจากพญานาคจุดบั้งไฟเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากสวรรค์หลังไปโปรดพุทธมารดาครบ 1 พรรษาในวันออกพรรษานั่นเอง ก่อนที่จะพาผมมุ่งหน้าไปยังบึงกาฬบนเส้นทางแห่งความเชื่อ เส้นทางบั้งไฟพญานาคแวะที่วัดหลวงพิสัยเจติยาราม ก่อนถึงอำเภอโพนพิสัย เป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคจุดหนึ่ง วัดแห่งนี้มีรูปปั้นพญานาคประดับอยู่มากมาย ตั้งแต่ซุ้มประตู หลังคาโบสถ์ นอกจากนั้นในวัดแห่งนี้ยังมีหลวงพ่อพระสุก ซึ่งเป็นองค์จำลอง องค์จริงนั้นเชื่อกันว่าจมอยู่ในแม่น้ำโขง ตามเรื่องที่เล่ากันมาว่า พระธิดาสามพี่น้องของกษัตริย์ล้านช้างองค์หนึ่งร่วมกันสร้างพระพุทธรูปประจำพระองค์ขึ้น 3 องค์ แล้วขนานนามพระพุทธรูปตามพระนามของพระองค์ว่าพระเสริม พระสุก และพระใส ประดิษฐานไว้ ณ เมืองเวียงจันทน์ กองทัพไทยในสมัยรัชกาลที่ 3 คราวไปตีเมืองเวียงจันทน์ได้อัญเชิญข้ามโขงมาฝั่งไทย ระหว่างล่องแพข้ามฝั่งมา พระสุกได้พลัดตกจมน้ำไปว่ากันว่าทำอย่างไรก็ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ และยังมีเรื่องราวปาฎิหาริย์ พญานาคนำหยดน้ำศักดิ์สิทธิ์จากใต้บาดาลมาบูชาพระสุกอีกด้วย

เข้าไปในเมืองโพนพิสัย เขาว่ากันว่าเป็นจุดที่พบบั้งไฟพญานาคมากที่สุด เพราะเป็นทางออกสู่เมืองมนุษย์ของพญานาค ขับตระเวนชมวัดต่างๆ ในเมืองทั้งริมน้ำโขงและริมห้วยหลวงที่ไหลออกสู่ลำน้ำโขง วัดในบริเวณนี้จะมีรูปปั้นพญานาคประดับอยู่มากกว่าวัดทั่วๆไปที่ผมเคยได้เห็นมา ทั้งวัดไทย วัดจุมพล วัดจอมนาง หรือวัดโพธิ์ชัย ถึงแม้พญานาคจะมีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาอยู่แล้วก็ตาม กลับออกมาบนทางหลวงหมายเลข 212 ในระหว่างที่ขับรถจะพบป้ายบอก “จุดชมบั้งไฟพญานาค” บอกไว้ในจุดสำคัญๆ อย่างเช่น ที่บ้านท่าม่วง อำเภอรัตนวารี เมื่อขับรถเข้าไปจนถึงแม่น้ำโขง จะพบป้ายพญานาคขนาดใหญ่ที่กรมโยธาธิการทำไว้ เช่นเดียวกับที่พบในอำเภอโพนพิสัย

จุดสุดท้ายในการชมบั้งไฟพญานาค วัดอาฮงศิลาวาส แม่น้ำโขงหน้าวัดอาฮงฯ ว่ากันว่าเป็นจุดที่ลึกที่สุด เป็นสะดือแม่น้ำโขง ในบริเวณแก่งอาฮงเป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีปากถ้ำลอดภูเขาไปทะลุที่เขางู ตรงข้ามกับแก่งอาฮงในฝั่งลาว และบั้งไฟฯ ที่พุ่งขึ้นบริเวณนี้จะมีสีเขียวแตกต่างจากที่อื่น ในวัดมีก้อนหินขนาดใหญ่มากมาย ลักษณะคล้ายกับก้อนหินในแก่งอาฮง รวมไปถึงก้อนหินในวัดเวินธาตุในฝั่งลาว น่าจะเป็นแนวเทือกเขาเดียวกัน ว่ากันว่าเคยมีบั้งไฟพญานาคขนาดใหญ่มาก สีเขียวสว่างไสวเกิดขึ้น จึงเชื่อกันว่าบริเวณนี้เป็นเมืองหลวงของบาดาล บริเวณวัดมีการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีภูมิทัศน์ที่สวยงามทั้งบริเวณก้อนหินใหญ่และในลำน้ำโขง แถมยังสามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก

ดินแดนอีสานในแถบลำน้ำโขงมีเรื่องราวของความเชื่อมากมายเกี่ยวกับพญานาค ส่วนพญานาคจะมีจริงหรือไม่ ผมว่าไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องมาพิสูจน์อะไรให้มากมาย การมีความเชื่อแบบนี้ทำให้ชาวบ้านยังคงสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาและศรัทธาในการทำความดี นั่นละดีที่สุดแล้ว