บ้านเชียง

แหล่งอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์นี้อยู่ห่างจากจังหวัดอุดรธานีไปทางตะวันออก 50 กิโลเมตร ณ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของประเทศไทยที่วัดโพธิ์ศรีใน กรมศิลปากรยังคงรักษาร่องรอยการขุดค้นโบราณวัตถุไว้ในสภาพเดิม เครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้ถูกฝังพร้อมกับข้าวของอื่นๆซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งในพิธีศพตามอารยธรรมโบราณ อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเชียงใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงและเนินเขา มีหน้าผาสูงชันดันเกิดจากการแยกตัวของผิวโลกมีสภาพทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง อ่านต่อ

บนผืนป่าต้นน้ำของลำน้ำมูล อันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก ในเขตอำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ที่อุดมไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด อ่านต่อ

สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองไทย ที่ความงามของแก่งหินขนาดใหญ่ในลำน้ำโขง และวิถีชีวิตริมคลองสองฝั่งโขงนั้นงดงาม และน่ามหัศจรรย์เช่นกัน ไม่แพ้แกรนด์แคนยอน ที่รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา อ่านต่อ

โขงเจียมดินแดนตะวันออกสุดของประเทศไทย ริมมหานทีที่ยิ่งใหญ่อย่างแม่น้ำโขง มีความมหัศจรรย์ของขุนเขาและสายน้ำซ่อนอยู่ ใครที่ชื่นชอบแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้า ที่นี่คือสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสแสงแรกของตะวันก่อนใคร อ่านต่อ

บนปลายฟ้าเมืองอุบลราชธานี ณ วัดพระธาตุหนองบัว จะพบเจดีย์สีทองทรงสี่เหลี่ยมมโหฬารที่วัดพระธาตุหนองบัวนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองที่สะท้อนถึงความศรัทธาของชาวเมือง โดยมี “พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์” จำลองแบบมาจากทรง “ศิขระ” ของพุทคยาในแคว้นพิหาร ประเทศอินเดีย อ่านต่อ

วัดศรีอุบลรัตนารามเป็นวัดเก่าแก่ที่เดิมชื่อ “วัดศรีทอง” ภายในวัดร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ จุดเด่นอยู่ที่พระอุโบสถซึ่งจำลองแบบมาจากโบสถ์จัตุรมุข วัดเบญจมบพิตรที่กรุงเทพฯ ภายในประดิษฐานพระแก้วบุษราคัมและพระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องขนาดเล็ก สร้างจากแก้วสีเหลือง หรือ “บุษราคัม” งามจับตา นับเป็นของคู่บ้านคู่เมืองมายาวนาน ตามประวัติกล่าวว่า เจ้าพระวอและบรรพบุรุษผู้ร่วมก่อตั้งเมืองได้อัญเชิญมาจากกรุงเวียงจันท์ คาดเดาว่าเคยประดิษฐานอยู่บ้านดอนมดแดง วัดศรีอุบลรัตนารามตั้งอยู่ที่ทางทิศใต้ของศาลากลางจังหวัด ถ.อุปราช อ่านต่อ

วัดสุปัฎนารามวรวิหารเป็นวัดริมแม่น้ำมูลบนตลิ่งสูง ชัยภูมิเหมาะแก่การเดินทางในสมัยโบราณ และเป็นวัด “ธรรมยุติกนิกาย” แห่งแรกของจังหวัด โดยมีศิลปกรรมควรชมหลายอย่าง อาทิ พระอุโบสถขนาดใหญ่ที่ผสมผสานศิลปะไทย ตะวันตกและเขมร วัดสุปัฎนารามวรวิหารตั้งอยู่ที่ ถ.สุปัฏน์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี อ่านต่อ

เบิ่งตะวันที่ผาชะนะได อัศจรรย์แกรนด์แคนยอนเมืองไทย แสงแรกสีทองของดวงอาทิตย์ค่อยๆโผล่พ้นขอบฟ้า เป็นภาพที่ใครได้เห็นด้วยตาตัวเองคงลืมไม่ลง ยิ่งมาเที่ยวอุบลราชธานีด้วยแล้วรับรองได้เลยว่าต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนกับยามเช้าของวันใหม่ที่ผาชะนะได ผาชะนะไดมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 440 เมตร ทิวทัศน์เบื้องล่างเป็นแม่น้ำโขงที่แบ่งกั้นเขตแดน ไทย – ลาว เบื้องหน้าเป็นภูเขาแดนลาวที่สลับซับซ้อน ดูสวยแปลกตาไปอีกแบบ หากได้มาเยือนในข่วงฤดูหนาวจะได้ชมทะเลหมอกกลางลำน้ำโขง ซึ่งเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่ง อ่านต่อ

บ้านเชียง : ยุคก่อนประวัติศาสตร์สุดอัศจรรย์

เป็นที่ประจักษ์ชัดไปทั่วโลกว่าเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงของไทยนั้น มีความสำคัญเป็นลำดับสามต่อวัฒนธรรมโลก มีภาชนะดินเผาจำนวนมากถูกขุดค้นพบทั้งที่บ้านเชียงและละแวกใกล้เคียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเพื่อนำไปไปจัดแสดงทั่วโลก ความน่าทึ่งไม่ได้จำกัดอยู่ที่บรรดาสิ่งเหล่านี้ที่สะท้อนให้เห็นการพัฒนาทางศิลปะขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังอาจนับเป็นการออกแบบเครื่องปั้นดินเผาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย แหล่งอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์นี้อยู่ห่างจากจังหวัดอุดรธานีไปทางตะวันออก 50 กิโลเมตร ณ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของประเทศไทยที่วัดโพธิ์ศรีใน กรมศิลปากรยังคงรักษาร่องรอยการขุดค้นโบราณวัตถุไว้ในสภาพเดิม เครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้ถูกฝังพร้อมกับข้าวของอื่นๆซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งในพิธีศพตามอารยธรรมโบราณ ทว่าเมื่อพิจารณาถึงความละลานตา ใช่จะพบแต่ภาชนะหุงต้มจำนวนมากเท่านั้น แต่พวกมันยังมีรูปทรงและการตกแต่งที่หลากหลายอีกด้วย แม้ว่ารูปแบบการแต่งเติมทั่วไปของบ้านเชียงจะเป็นเส้นหนาสีแดงบนพื้นหลังสีเหลืองอมน้ำตาลก็จริง แต่การที่จะเห็นค่าของความคิดสร้างสรรค์อันน่าทึ่งของช่างศิลป์สมัยก่อนได้นั้น เราจะต้องตระหนักเสียก่อนว่าภาชนะแต่ละใบล้วนแตกต่างกัน

ในแง่หนึ่ง อารยธรรมได้ก่อให้เกิดสิ่งประดิษฐ์อันมีเอกลักษณ์นับพันๆชิ้น ที่การออกแบบบางรูปแบบเผยให้เห็นถึงความคิดริเริ่มขั้นสูงทางศิลปะ อาทิเช่น ปลาซึ่งปกติจะอยู่ตามระลอกน้ำ ยกเว้นกรณีที่ระลอกน้ำนั้นเป็นเหลี่ยมมุมหรือเป็นขั้น ปลาก็จะอยู่ในน้ำอย่างไรก็ดี ที่นี่จัดแสดงเพียงเครื่องปั้นดินเผาให้ชม แต่หากท่านลงเขาแล้วเลี้ยวซ้ายไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ที่นั่นมีการนำเสนอบ้านเชียงในแบบก่อนประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว ด้วยการวางแผนผังชั้นเยี่ยม จึงช่วยให้ท่านสัมผัสกับสถานที่ได้เป็นอย่างดี เปิดทำการวันพุธถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 9 โมงเช้าไปจนถึง 4 โมงเย็น โดยเสียค่าเข้าชมเพียง 20 บาทเท่านั้น ณ ที่แห่งนี้ ท่านจะได้ชมอย่างอื่นนอกเหนือจากภาชนะดินเผาด้วยอย่างแน่นอน มีการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆที่อยู่คู่วัฒนธรรมบ้านเชียง รวมไปถึงเครื่องมือหินและภาพวาดฝีมือมนุษย์ลิงในอดีต ซึ่งเก่าแก่ถึงช่วงต้นยุคก่อนประวัติศาสตร์ให้ได้ชมกันอีกด้วย