แผนการท่องเที่ยว

จำนวนคอลเลคชั่น: 0

แผนที่สร้างแล้ว: 0

พระราชวังจันทรเกษม

พระราชวังจันทรเกษม

ชมสถาปัตยกรรมวังหน้าและพิพิธภัณฑ์

ปัจจุบันพระราชวังจันทรเกษมเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบในอยุธยา พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นวังหน้าในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระราชวังจันทรเกษมเป็นที่ประทับของพระมหาอุปราช คือองค์รัชทายาทที่จะขึ้นครองบัลลังก์ในลำดับต่อไป หรือเทียบได้กับตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอสาธิราชในปัจจุบัน

นอกจากวังหน้าแล้วในสมัยกรุงศรีอยุธยายังมีวังอีกสองแห่งคือ พระราชวังหลวง เป็นที่ประทับของกษัตริย์ และวังหลัง เป็นที่ประทับของเจ้านายชั้นรองไปจากพระมหาอุปราช

ที่ตั้ง

ถ.อู่ทอง ใกล้กับตลาดหัวรอ จ.อยุธยา

ประวัติ ในปีพ.ศ. 2120 สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังนี้ขึ้น เพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งทรงดำรงพระยศเป็นพระมหาอุปราช ต่อมาใช้เป็นที่ประทับของพระมหาอุปราชซึ่งได้ขึ้นครองราชย์อีกหลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นต้น เมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 วังหน้าได้ถูกทำลายจนหมดสิ้น และถูกทิ้งร้างไป จนถึงสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพลับพลาจัตุรมุขและพระที่นั่งพิมาณรัตนยาในพระราชวังแห่งนี้ขึ้นใหม่ เพื่อใช้เป็นที่ประทับเมื่อเสด็จประพาศกรุงเก่าและพระราชทานนามว่า พระราชวังจันทรเกษม เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2396 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์

สิ่งน่าสนใจ

พระที่นั่งพลับพลาจัตุรมุข สร้างบนรากฐานเดิมซึ่งเป็นแนวอิฐสอปูน เป็นอาคารทรงจัตุรมุข ครึ่งตึกครึ่งไม้ คือฐานเป็นคอนกรีต ตัวอาคารและพื้นเป็นไม้สัก เครื่องบนหลังคาประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์แบบไทย มุงด้วยกระเบื้องลอนหรือกระเบื้องกาบูแบบจีน

ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆ เช่น พระพุทธรูปต่างๆ เครื่องใช้ส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เช่น แท่นบรรทม พระราชอาสน์พร้อมเศวตฉัตร นอกจากนี้ยังมีอาวุธโบราณ เช่น หอก ดาบ ฯลฯ

กลุ่มอาคารพระที่นั่งพิมานรัตยา พระที่นั่งองค์นี้เป็นหมู่ตึกสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก หลังคาจั่วไม่มีช่อฟ้า ใบระกา ประกอบด้วยอาคารสี่หลังหันหน้าเข้าหากัน ปล่อยพื้นที่ตรงกลางเป็นลานโล่ง ในปี พ.ศ. 2442 รัชกาลที่ 5 พระราชทานเป็นที่ว่าการมณฑลกรุงเก่า

ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุประเภทงานเครื่องไม้แกะสลัก ฝืมือช่างสมัยอยุธยาตอนปลายและกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เช่น หน้าบัน โต๊ะหมู่ พระแท่นที่ประทับ เป็นต้น

หอพิสัยศัลลักษณ์ เป็นหอสูงสี่ชั้น สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ทรุดโทรมไป ต่อมารัชการที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะขึ้นอีกครั้ง เพื่อทรงใช้เป็นที่ส่องกล้องทอดพระเนตรดาว

อาคารมหาดไทยหรือตึกที่ทำการภาค สร้างขึ้นในสมัยพระยาโบราณราชธานินทร์ สมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า เพื่อใช้เป็นที่ทำการภาคหรือที่ว่าการมณฑลกรุงเก่า ซึ่งย้ายมาจากพระที่นั่งพิมานรัตยา เป็นอาคารไม้สักชั้นเดียว มีลักษณะยาวเข้ามุมกับแนวกำแพงด้านทิศตะวันตกต่อทิศใต้ ภายในแบ่งเป็นหลายห้องคล้ายอาคารเรียน ใช้เป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุจำพวกเครื่องถ้วยชามสังคโลกและเครื่องเบญจรงค์