แผนการท่องเที่ยว

จำนวนคอลเลคชั่น: 0

แผนที่สร้างแล้ว: 0

พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ

พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ

พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินกลับจากการเสด็จประพาสยุโรปในปี พ.ศ. 2440 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ซื้อสวนผลไม้และนาข้าวระหว่างคลองผดุงกรุงเกษมและคลองสามเสนด้วยทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อสร้างอุทยานสถาน และพระองค์ท่านพระราชทานนามว่า "สวนดุสิต”

พระที่นั่งวิมานเมฆเป็นพระที่นั่งถาวรองค์แรกในสวนดุสิต สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2443 ตามพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ 5 ที่โปรดให้รื้อถอน พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ จากพระจุฑาธุชราชฐาน ที่เกาะสีชังและมาสร้างใหม่ที่สวนดุสิตภายใต้การดูแลของพระเจ้าบรมวงค์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ครั้นแล้วเสร็จ จึงได้มีการเฉลิมฉลองในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2444 จากนั้นพระองค์ท่านจึงเสด็จแปรพระราชฐานจากพระบรมมหาราชวังมาประทับถาวรที่พระตำหนักวิมานเมฆนี้ 5 ปี กระทั่งในปี พ.ศ. 2449 การก่อสร้างพระที่นั่งอัมพรสถานจึงแล้วเสร็จ รัชกาลที่ 5 จึงเสด็จฯกลับไปประทับที่นั่นจวบจนเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2453 หลังจากนั้นพระตำหนักวิมานเมฆก็ปิดฉากลง บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์จึงเสด็จกลับมาประทับยังพระบรมมหาราชวัง

ช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯพระราชทานอนุญาตให้สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจีพระวรราชชายาเสด็จมาประทับที่พระตำหนักดังกล่าว หลังการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าฯทรงไปประทับยังพระตำหนักในสวนหงษ์ ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของพระตำหนักวิมานเมฆ ทำให้พระตำหนักวิมานเมฆร้างไป

ในสมัย พ.ศ.2525 อันเป็นปีมหามงคลสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพบว่าพระตำหนักทีี่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอันวิจิตรนี้ มิได้เสื่อมสภาพไปแต่อย่างใดจึงทรงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรับปรุงพระตำหนักให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมฉลองรัชกาลที่ 5 แทน โดยมีการจัดเแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ต่างๆ บรรดาศิลปะและงานฝีมือส่วนพระองค์ นอกจากนั้นยังให้พระตำหนักเปรียบเสมือนตู้จัดแสดงมรดกของชาติให้เยาวชนรุ่นหลังได้ชมอีกด้วย

พระตำหนักวิมานเมฆเป็นพระตำหนักไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก รูปแบบสถาปัตยกรรมอันประณีตสะท้อนอิทธิพลจากตะวันตก ตึกเป็นรูปตัวแอล แต่ละปีกยาว 60 เมตร สูง 20 เมตร มี 3 ชั้น ยกเว้นที่ประทับของรัชกาลที่ 5 เป็นแบบแปดเหลี่ยม มี 4 ชั้น แม้ว่าชั้นล่างสร้างจากอิฐและปูน แต่ชั้นบนๆสร้างจากไม้สักทองอันงดงาม โดยรวมแล้ว มีห้องจัดแสดงนิทรรศการ 31 ห้อง หมายรวมถึงเหล่าห้องบรรทม ท้องพระโรง และห้องสรงน้ำ ซึ่งยังคงมีกลิ่นอายความเป็นไทยในอดีตอยู่ ห้องนิทรรศการบางห้องยังจัดแสดงศิลปะของไทย เช่น เครื่องเงิน เครื่องเคลือบ เครื่องแก้วเจียระไน และงาช้าง

พระตำหนักนี้เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 9.30 น. - 15.15 น. ส่วนท้องพระโรงอภิเษกดุสิตเปิดตั้งแต่ 10.00 น. - 16.00 น. มีค่าเข้าชม 50 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 20 บาทสำหรับเด็ก แต่หากได้เข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วแล้ว เพียงแค่เก็บบัตรเข้าชมไว้ ก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าเข้าชมใดๆ เนื่องจากสถานที่นี้เป็นทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จึงนักท่องเที่ยวห้ามใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อไม่มีแขนเด็ดขาด