ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร

พระนครศรีอยุธยา นับเป็นยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดครั้งหนึ่งของชนชาติไทย เป็นช่วงที่อารยธรรมต่างๆ ได้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะงานทางด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรมต่างๆ จนกลายมาเป็นมรดกให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาชื่นชม อ่านต่อ

ชมที่คล้องช้างป่าที่เพนียดคล้องช้าง โดยนักท่องเที่ยวจะได้เห็นเพนียดคล้องช้าง หรือที่คัดเลือกช้างลักษณะดีไว้ใช้ในยามสงครามในสมัยโบราณแล้ว ปัจจุบันบริเวณเพนียดยังเป็นปางช้าง หรือที่พักช้างจำนวนหลายสิบเชือกที่มากจากจังหวัดต่างๆ เช่น จ.สุรินทร์ ชัยภูมิ เมื่อเสร็จจากการบริการนักท่องเที่ยวบริเวณวัดมงคลบพิตรในเกาะมืองอยุธยาแล้ว ควาญช้างก็จะนำช้างมากพักอยู่บริเวณเพนียดตั้งอยู่ที่ ต.สวนพริก จ.อยุธยา อ่านต่อ

ถ้ำเจ้ารามมีความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์คือ เป็นสถานที่ที่พบศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และพระพุทธรูปศิลาซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม และทางธรรมชาติคือในยามเย็นจะมีค้างคาวนับล้านตัวบินออกจากถ้าไปหากิน ถ้ำเจ้ารามอยู่ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม แต่ด้วยความหลากหลายและความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์และสัตว์ป่าปัจจุบันจึงได้เตรียมจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าขึ้นในอนาคตซึ่งอาจมีผลให้ไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวทั่วไปจำนวนมากได้ แต่อาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ดีแห่งหนึ่ง อ่านต่อ

ชมสถาปัตยกรรมวังหน้าและพิพิธภัณฑ์ ปัจจุบันพระราชวังจันทรเกษมเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบในอยุธยา พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นวังหน้าในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระราชวังจันทรเกษมเป็นที่ประทับของพระมหาอุปราช คือองค์รัชทายาทที่จะขึ้นครองบัลลังก์ในลำดับต่อไป หรือเทียบได้กับตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอสาธิราชในปัจจุบัน ตั้งอยู่บน ถ.อู่ทอง ใกล้กับตลาดหัวรอ จ.อยุธยา อ่านต่อ

ภายในพระราชวังบางปะอินมีโบราณสถานที่สวยงามและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มาก เริ่มตั้งแต่ พระที่นั่งไอศวรรค์ทิพย์อาศน์ หอเหมมณเฑียรเทวราช หรือ ศาลพระเจ้าปราสาททอง พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร หอวิฑูรทัศนา นอกจากสถานที่ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดแล้วยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีกมากมาย อ่านต่อ

จังหวัดอยุธยาได้ชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออกของไทยอย่างแท้จริง มีแม่น้ำลำคลองครอบคลุมพื้นที่ดุจใยแมงมุม เรือจึงเกี่ยวโยงกับคนอยุธยาตั้งแต่ชนชั้นกษัตริย์ที่ใช้ประกอบพระราชพิธีต่างๆ และเสด็จโดยกระบวนเรือ จนถึงสามัญชนที่ใช้เป็นพาหนะในการสัญจรไปมา ปัจจุบันเรือบางชนิดได้หายไปจากท้องน้ำแล้ว แต่ที่พิพิธภัณฑ์เรือไทยแห่งนี้ได้จำลองเรือชนิดต่างๆไว้ เพื่อสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับท้องน้ำของคนอยุธยายุคก่อน พิพิธภัณฑ์เรือไทย ตั้งอยู่บน 12 หมู่ 1 ซอยขาวมาลา ถ.บางเอียน ต.ประตูชัย จ.อยุธยา อ่านต่อ

ชมเครื่องทองอันทรงค่าของกษัตริย์อยุธยาได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุที่พบภายในอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติล้วนแสดงแต่เป็นวัตถุที่มีคุณค่ายิ่งในการศึกษาภูมิหลังของราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาอย่างเป็นรูปธรรม เช่น กรุสมบัติเครื่องทองต่างๆ จากวัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ และเจดีย์ศรีสุริโยทัย โดยจัดห้องแสดงอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาได้ขยายอาคารจัดแสดงเพิ่มขึ้นอีกสองอาคาร ตั้งอยู่บน ถ.โรจนะ จ.อยุธยา มีสิ่งที่น่าสนใจที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนอย่างรวดเร็วของสังคมชนบทอยุธยา อ่านต่อ

เดิมชื่อ วัดเสื่อ โดยเป็นวัดประจำ วังหน้า หรือพระราชวังบวรสถานมงคลมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะขึ้นและถวายนามใหม่ว่า วัดเสนาสนาราม เป็นวัดหลวงที่สะท้อนรูปแบบศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ 4 อย่างชัดเจน คือ ความเคร่งครัดสง่างามตามแบบธรรมยุติกนิกาย อ่านต่อ

วัดใหญ่ชัยมงคลมีเจดีย์สูงใหญ่ที่สุดในอยุธยา สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวกันอย่างเนืองแน่นโดยเฉพาะวันหยุด ปัจจุบันได้รับการบูรณะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ด้านหลังวัดจัดสร้างตำหนักสมเด็จพระนเรศวรให้ผู้นับถือศรัทธาเข้ากราบไหว้ได้ อ่านต่อ

วัดท่าสุทธาวาสเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ในเส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องด้วยชัยภูมิที่ลำน้ำบริเวณนี้ตื้นเขินมาก จนสามารถเดินข้ามได้สะดวกทุกฤดูกาล อ่านต่อ

วิหารหลวงซึ่งเรียงรายด้วยเสากลมขนาดมหึมา หนึ่งในวิหารหลวงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงศรีอยุธยา แม้จะชำรุดไปมากแล้วแต่ยังหลงเหลือร่องรอยความอลังการ เดิมเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อธรรมิกราช อ่านต่อ

วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง และเป็นวัดประจำตระกูล พนมยงค์ ซึ่งนายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษ คนสำคัญเคยมีนิวาสสถานอยู่บริเวณนี้ โดยเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาแต่ถูกทิ้งร้างไปจนได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในวัดมีพระอุโบสถทรงเรือสำเภาขนาดกระทัดรัดทรวดทรงงดงามตามแบบสมัยอยุธยาตอนปลายส่วนด้านหลังวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์งาม อ่านต่อ

วัดพระมาหาธาตุวรมหาวิหารเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด เพราะนอกจากเป็นที่ตั้งของพระบรมธาตุเจดีย์ ยังเป็นที่ประดิษฐานของท้าวขัตตุคามและท้าวรามเทพอันเป็นที่เคารพศรัทธา ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของการบูชาองค์จตุคามรามเทพที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน อ่านต่อ

วัดพุทไธศวรรย์เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา สร้างโดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง ในบริเวณที่เคยเป็นนิวาสสถานของพระองค์ และเป็น 1 ใน 5 พระมหาธาตุที่เป็นหลักกรุง มาตั้งแต่โบราณ อ่านต่อ

วัดมหาธาตุเสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของพระนคร มักสร้างไว้กลางใจเมือง มีองค์ปรางค์สูงเด่นตระหง่านมองเห็นได้ทุกทิศทาง วัดมหาธาตุเป็นโบราณสถานที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจ ด้วยเป็นวัดใหญ่และสำคัญ อ่านต่อ

แวะชมปรางค์ที่บรรจุเครื่องทองที่วัดราชบูรณะนี้มีแผนผังการตั้งวัดเหมือนกับวัดมหาธาตุที่อยู่ใกล้กัน แต่มีสภาพสมบูรณ์กว่า ภายในกรุปรางค์ของวัดราชบูรณะนี้จะพบกับเครื่องราชูปโภคทำด้วยทองคำจำนวนมากซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดมหาธาตุ เมื่อชมวัดมหาธาตุแล้วเพียงเดินข้าม ถ.นเรศวรมาฝั่งตรงกันข้าม ก็จะถึงวัดราชบูรณะ อ่านต่อ

ขอพรองค์พระนอนให้สมดังปรารถนา ชื่อเสียงอันโด่งดังขององค์พระนอน ซึ่งใครได้มากราบนมัสการมักสมปรารถนาตามสิ่งที่ฝันที่วัดสะตือ เสียงครื้นเครงของแตรวง จากผู้มาบนบานศาลกล่าวขอพรจากวัดสะตือ มักดังกึกก้องอยู่สม่ำเสมอ นั่นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระ ที่ชาวบ้านนิยมมาขอพรเพื่อความสุขสมหวังในชีวิต อาจไม่ค่อยคุ้นชื่อกันนักสำหรับ วัดสะตือ อำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะวัดนี้แทบไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในแผนที่ท่องเที่ยว แต่สำหรับชาวบ้านเมืองกรุงเก่าแล้วเชื่อว่าทุกคนรู้จักวัดนี้เป็นอย่างดีเพราะชื่อเสียงอันโด่งดังขององค์พระนอน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ หรือ พระนอนใหญ่ ใครได้มากราบนมัสการมักสมปรารถนาตามสิ่งที่ฝัน อ่านต่อ

วัดหน้าพระเมรุตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของคลองคูเมืองเดิม ตรงข้ามกับพระราชวังโบราณ ที่นี่มีประวัติความเป็นมาว่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2047 ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 มีชื่อเดิมว่าวัดพระเมรุราชิการาม สันนิษฐานว่าสร้างบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่ง รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯให้บูรณปฎิสังขรณ์วัดทั้งพระอาราม อ่านต่อ

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรมีพื้นที่กว้างใหญ่นับพันไร่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นักท่องเที่ยวสามารถชมการสาธิตการผลิตสินค้าของศูนย์ศิลปาชีพ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร รวมทั้งยังมีสถานที่น่าสนใจ เช่น วังปลาน้ำจืด สวนนก เป็นต้น ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ทางศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จัดงานลอยกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นงานใหญ่ประจำทุกปี ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วไป อ่านต่อ

ซื้อผลิตภัณฑ์ศิลป์ไทย ชมวังปลาน้ำจืด

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรมีพื้นที่กว้างใหญ่นับพันไร่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นักท่องเที่ยวสามารถชมการสาธิตการผลิตสินค้าของศูนย์ศิลปาชีพ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร รวมทั้งยังมีสถานที่น่าสนใจ เช่น วังปลาน้ำจืด สวนนก เป็นต้น ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ทางศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จัดงานลอยกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นงานใหญ่ประจำทุกปี ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วไป

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชินีนาถ โปรดเดล้าให้จัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพบางไทรแห่งนี้ขึ้นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร ในเขตที่ดินปฎิรูปเพื่อการเกษตรกรรม พื้นที่กว่า 1,000 ไร่ มุ่งฝึกงานช่างฝีมือแบบศิลปะไทยโบราณให้แก่เกษตรกรที่สนใจฝึกอาชีพเป็นรายได้พิเศษจากช่วงที่ว่างจากงานเกษตร โดยทางศูนย์ศิลปาชีพบางไทร มีผู้ชำนาญงานช่างแขนงต่างๆ มาฝึกสอน เมื่อสามารถผลิตงานได้แล้ว ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จะรับซื้อผลงานไปจำหน่าย ปัจจุบันมีกว่า 20 แผนก เช่น แผนกตัดเย็บเสื้อผ้า แผนกทอผ้าลายตีนจก แผนเครื่องเรือนไม้ เป็นต้น อบรมปีละสองรุ่น รุ่นละ 500 คน ใช้เวลาอบรม 6 เดือน โดยให้ที่พัก อาหาร สวัสดิการ และเบี้ยเลี้ยง ผลงานที่ผลิตได้นอกจากจะจำหน่ายที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรแล้ว ยังส่งไปจำหน่ายที่ร้านจิตรลดาซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ และส่งออกต่างประเทศด้วย

หมู่บ้านศิลปาชีพ

มีพื้นที่กว้างขวางหลายสิบไร่ ภายในแบ่งเป็นหมู่บ้านไทยของแต่ละภาค โดยมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางพื้นที่ นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมงามศิลปหัตถกรรมของแต่ละภาคแล้ว ยังสามารถชมความงามของสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยของแต่ละท้องถิ่นด้วย

สวนนก

เป็นกรงนกขนาดใหญ่สองกรง ภายในมีนกหายากกว่า 30 ชนิด เช่น นกชาปีไหน นกกาฮัง นกเงือกกรามช้าง นกสาลิกาลิ้นเขียว นกยูงไทย เป็นต้น ภายในกรงจัดสภาพแวดล้อมให้คล้ายคลึงธรรมชาติ เช่น สภาพป่า น้ำตก ธารน้ำ เป็นต้น มีระบบไฟล่อแมลง ซึ่งเป็นอาหารของนก ในวันที่ร้อนจัดมีระบบฝนเทียมให้ความชุ่มชื้นดำเนินการโดยมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยในพระบรมราชชินูปถัมภ์

วังปลา

มีตู้แสดงพันธุ์ปลาสองตู้ ตู้ใหญ่ขนาดความจุ 1,400 ตัน อีกตู้เป็นตู้ทรงกลมขนาด 600 ตัน มีปลาน้ำจืดหลากหลายชนิด ทั้งปลาพื้นเมืองใกล้สูญพันธุ์ และปลาที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น กระเบนราหู ปลาตะเพียนทอง ปลาเสือพ่นน้ำ ปลาบึก ปลากดดำ เป็นต้น ภายในอาคารยังมีภาพเขียนปลาไทยพร้อมคำบรรยาย

ชมขั้นตอนการผลิตงาน

นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมขั้นตอนการผลิตงานที่อาคารฝึกอบรมศิลปาชีพ ซึ่งประกอบด้วยแผนกต่างๆ แต่ห้ามส่งเสียงรบกวนสมาธิการทำงาน หรือจับต้องผลิตภัณฑ์

ซื้อผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร มีจำหน่ายที่ศาลาพระมิ่งขวัญ ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ทรงไทยประยุกต์

วันจันทร์เป็นวันที่อาคารหลายแห่งของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรปิดจึงควรเลือกมาวันอื่นๆ เพื่อจะได้ชมได้ทั่ว