สัตหีบ

วิหารเซียนเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่ราวกับยกเมืองจีนมาไว้โดยอาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติ ตัววิหารสร้างขึ้นด้วยศิลปะจีนแท้ๆ ภายในประดิษฐานเทพเจ้าและเซียนต่างๆ ตามขนบลัทธิเต๋า และพุทธศาสนามหายาน โดยเป็นรูปสลักหินขนาดใหญ่เรียงรายเกือบเต็มพื้นที่ สถานที่ตั้ง ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชมท่านละ 50 บาท โทร. 038 238 367 อ่านต่อ

วัดในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2519 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ สมเด็จพระสังฆราชทรงแนะนำว่า ควรเป็นวัดสำหรับไปปฎิบัติธรรมเพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯดี ทั้งสง่างามด้ยพื้นที่กว้างขวางถึง 366 ไร่และสงบร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด อ่านต่อ

อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงแค่ 120 กว่ากิโลเมตร เราเริ่มทำความรู้จักกับทะเลสัตหีบที่หาดนางรำ ซึ่งอยู่ห่างตัวเมืองสัตหีบประมาณ 14 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายก่อนถึงท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ดฐานทัพเรือสัตหีบ ตรงไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางชัดเจนจ่ายค่าบำรุงสถานที่ตรงด่านทางเข้าหาด จุดแรกแวะสักการะศาลพระรูป พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บิดาแห่งทหารเรือไทย เอาฤกษ์เอาชัยกันเสียก่อน หาดนางรำ น้ำทะเลไล่โทนสีฟ้าใสไปจนฟ้าครามสุดลูกหูลูกตา มองเห็นเส้นขอบฟ้าที่กั้นผืนฟ้ากับแผ่นน้ำไว้บางๆ เกาะที่เห็นตรงหน้าคือ เกาะนางรำ เล่าต่อกันว่าเมื่อครั้งอดีตได้ยินเสียงมโหรีคล้ายดนตรีประกอบการร่ายรำดังขึ้นจากเกาะแห่งนี้บ่อยครั้ง ทั้งๆที่ไม่มีคนอาศัยอยู่บนเกาะ ชาวบ้านจึงเรียกเกาะที่เราเห็นตรงหน้าว่าเกาะนางรำ นักท่องเที่ยวสามารถเช่าคายักพายไปชมรอบเกาะนางรำได้หากแต่มีกฎอยู่บ้างคือให้พายในรัศมีห่างจากเกาะ 30 เมตร ไม่อนุญาตให้ขึ้นเกาะ เนื่องจากเป็นแนวอนุรักษ์ปะการัง และอุดมไปด้วยหอยเม่นที่อาจเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว กิจกรรมริมหาดใต้ทิวสนก็ไม่น้อยหน้า ลองมองหาซุ้มนวดแผนโบราณที่เลื่องลือว่าหมอนวดที่นี่ฝีมือฉมังนักแล นอกจากนี้ตลอดชายหาดยังมีกิจกรรมวาดภาพระบายสี เพนต์ผ้าบาติก สปาพิช ให้ทุกวัยสนุกสนานครบครัน ขาดไม่ได้ลองแวะรับประทานอาหารสดๆ จานอร่อยที่สโมสรหาดนางรำ เคล้าบรรยากาศชายทะเล ยื่นหน้าปะทะลมโชยเย็นๆ ถึงจะเรียกว่าครบรส หากเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ถัดจากหาดนางรำเข้าไปจะเป็นหาดนางรอง ที่ปลายแหลมที่มีรูปปั้นพระอภัยมณี นางเงือก ผีเสื้อสมุทร สินสมุทร สุดสาคร ชีเปลือย และม้านิลมังกรครบทีม เป็นเขตแดนกั้นระหว่างหาดรางรำและหาดนางรอง รูปปั้นตัวไหนโด่งดังและคิวทองที่สุดต้องลองไปสัมผัสเอง เกล็ดแก้ว ทรายแก้ว ชาวบ้านคุ้นเคยเกาะนี้ในชื่อเกาะลิง มีศาลเจ้าแม่อบเชยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเกาะ เปิดให้นักท่องเที่ยวชมเฉพาะบริเวณส่วนหน้าของเกาะ เพราะต้องการอนุรักษ์พื้นที่ป่าโดยรอบ รอบๆเกาะมีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ทั้งปะการังเขากวาง ปะการังผักกาด ปะการังสมอง และกัลปังหาสีแดง แต่ยังไม่เปิดให้ลงไปดำน้ำ หากสนใจชมปะการังจะมีบริการเรือท้องกระจกนำเที่ยว ติดต่อได้ที่บริเวณหาดทรายแก้ว การเดินทางไปสัตหีบ สะดวกที่สุดใช้ทางหลวงหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา – ตราด) เข้าสู่พัทยา มุ่งหน้าไปทางอำเภอสัตหีบ ตามเส้นทางสุขุมวิท หาดทรายแก้วและศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ให้เลี้ยวขวาประมาณกิโลเมตรที่ 167 เข้าทางโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ หาดเตยงาม เมื่อถึงสามแยกไประยอง ก่อนถึงตัวเมืองสัตหีบจะเห็นหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินอยู่ทางขวามือ เลี้ยวเข้าไปแจ้งความจำนงกับเจ้าหน้าที่ที่ด่าน หาดนางรำ นางรอง อยู่ใกล้ท่าเรือจุกเสม็ด หาดเทียนทะเล หาดดงตาล และศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลตรงไปตามทางไปช่องแสมสาร สังเกตป้ายทางเข้าหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งของกองทัพเรือด้านขวามือ ข้ามทางรถไฟเข้ามา ชุมชนแสมสารและเพอคูล่าฟาร์ม เมื่อถึงแยกไปอำเภอสัตหีบ ใช้ทางหลวงหมายเลข 331 มาท่าเรือจุกเสม็ด ถึงค่ายมหาเจษฎาราชเจ้า เลี้ยวไปทางวัดช่องแสมสาร อ่านต่อ

เกาะล้านตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งพัทยา จังหวัดชลบุรี ราว 7.5 กิโลเมตร ไปเที่ยวได้ง่ายแสนง่าย มากมายทะเลและชายหาดสวยๆ น้ำใสและมีโทนสีออกฟ้าเข้มราวทะเลฝั่งอันดามัน อย่างหาดตาแหวน หาดแสม หาดเทียน หาดนวล และหาดตายาย อ่านต่อ

สถานที่แรกที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาท่องเที่ยวที่สีชัง คือ การเดินทางไปสักการะศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ศาลเจ้าที่ชาวสีชังเคารพนับถือ ก่อนพาเราลงจอดยังพระจุฑาธุชราชฐาน สถานที่ประทับตากอากาศฤดูร้อนสมัยรัชกาลที่ 5 หนึ่งในไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวต้องมา เพราะหากแวะเวียนมาสีชังแล้วยังไม่ได้เก็บภาพศาลาท่าเรือทรงโคโลเนียลสีขาวที่ทอดตัวอยู่กลางทะเล คงเหมือนมาไม่ถึงเกาะ ภูมิทัศนืที่สีชังถูกตกแต่งด้วยสวนดอกไม้ สระ ธารน้ำ น้ำพุ และหน้าผา ตามลักษณะอุทยานในพระราชวังของประเทศตะวันตก ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงอาคารอาไศรยสฐาน 3 หลัง และพระตำหนักไม่กี่หลัง รวมทั้งฐานพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ ที่รื้อถอนแล้วนำไปสร้างพระที่นั่งวิมานเมฆในพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ในปัจจุบันนี้อาคารอาไศรยสฐาน 3 หลัง อันได้แก่ เรือนผ่องศรี เรือนวัฒนา และเรือนอภิรมย์ เรือนที่ประทับตั้งชื่อตามพระชายาในรัชกาลที่ 5 ถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวเขตพระราชฐานและเกาะสีชังให้แก่ผู้มาเยือน นอกจากนี้ก็ยังมีพระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางค์นิมิตร พระอุโบสถสีขาวหนึ่งเดียวในเขตพระราชฐาน สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ครอบด้วยเจดีย์แบบลังกาวงศ์ ยังคงรอคอยให้ผู้ศรัทธามาสักการะ บนเกาะสีชังมีไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง คือ หาดท่าวัง เรือนไม้สีเขียวริมทะเล ที่ถูกเปลี่ยนเป็นคาเฟ่น่ารักๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมานั่งพักผ่อนหย่อนกาย ชื่นชมกับทรายหน้าหาดสีขาวนวล ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจและน่าเก็บภาพเป็นที่สุด มาเกาะสีชังแล้วต้องการให้ครบทุกรสชาติต้องไม่พลาดการชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวช่องเขาขาด ซึ่งอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมวิวของรัชกาลที่ 5 กินพื้นที่กว้างและทอดยาวไปตามทางเดินริมผา มีจุดพักเป็นระยะๆ ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปอย่างจุใจ นอกจากจะเป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวและคู่รักแล้ว นักตกปลาหลากวัยก็มาใช้เวลายามเย็นแถวนี้เช่นกัน อ่านต่อ

หากเดินทางมาพักผ่อนในย่านบางแสน หลายคนมักเดินทางมาสักการะศาลเจ้าแม่สามมุขที่สถิตย์อยู่ริมเชิงผา ของตำบลอ่างศิลาอันเป็นที่นับถือของชาวบ้านในจังหวัดชลบุรี เพื่อยืนยันคำมั่นสัญญาว่าจุอุทิศชีวิตให้ หากรักนั้นไม่สมหวัง และเมื่อความรักของคนทั้งสองถูกกีดกัน สาวมุก สาวผู้ยากจนหลานสาวยายเฒ่า กับหนุ่มแสน ลูกชายกำนันผู้ร่ำรวย ทั้งสองจึงพลีชีพด้วยการกระโดดหน้าผาและตายตกไปตามกัน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อหน้าผาว่า สามมุข และตั้งชื่อชายหาดริมทะเลที่อยู่เบื้องล่างว่า บางแสน เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งรักแท้ของคนทั้งสอง และได้มีการสร้างศาล เจ้าแม่สามมุข ขึ้นที่บริเวณเชิงผา เจ้าแม่สามมุข นอกจากจะเป็นที่เคารพนับถือของชาวประมง ที่จะมาจุดประทัดถวายทุกครั้งก่อนออกเรือ เพื่อขอให้เดินทางปลอดภัย และจับปลาได้เป็นจำนวนมากแล้ว ด้วยตำนานรักที่เป็นอมตะ จึงเกิดเป็นความเชื่อของหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันที่ว่า หากใครนำว่าวที่เขียนชื่อตนเองกับคนรักมาถวาย เจ้าแม่จะอวยพรให้รักนั้นสมหวัง สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงให้ผ่านไปได้ในที่สุด ต่อมาได้มีการถวายศาลหลังใหม่ทรงจีนไม่ไกลจากที่เดิม ภายในศาลเจ้าแม่มีหลายชั้น เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางต่างๆ หลายองค์ ทั้งพระโพธิสัตว์ องค์อรหันต์จี้กง และพระสังกัจจายน์ ชั้นบนสุดมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ สวยงามมาก ผู้ที่เดินทางมานมัสการเจ้าแม่สามมุข มักนิยมซื้อสร้อยมุขหน้าศาลเจ้า ที่วางไว้ให้บริจาค เพื่อถวายแด่เจ้าแม่ อ่านต่อ

ชมปราสาทไม้ริมทะเลที่สลักเลาขึ้นงดงามดังเทวโลก ปราสาทสัจธรรมได้ประกาศก้องถึงฝีมืออันแสนประณีตและภูมิปัญญาแห่งช่างไทย ที่สร้างปราสาทไม้ที่ยิ่งใหญ่นี้ขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งตะปูแม้แต่ตัวเดียว อลังการงานสร้างที่สุดแสนตระการตากับ ปราสาทสัจธรรม อันยิ่งใหญ่ที่สูงกว่าหนึ่งร้อยเมตรบนแหลมราชเวช ริมทะเล จังหวัดชลบุรี ปราสาทไม้หลังนี้เริ่มต้นสร้างขึ้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 โดยแนวคิดของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณที่ต้องการสืบทอดและฟื้นฟูภูมิปัญญาในการสร้างสรรค์งานไม้ที่ยิ่งใหญ่ของช่างไทยโบราณที่น่าภาคภูมิ และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ ปราสาทสัจธรรม ขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นด้วยไม้ทั้งหลังนั้น ไม่มีการใช้น็อตหรือตะปูในการก่อสร้างเลย หากได้ใช้ภูมิปัญญาแห่งการเข้าเดือยและการใช้สลักไม้แบบไทย นอกจากนี้ภายนอกและภายในองค์ปราสาท รวมทั้งเรือนยอด ได้รับการสลักเสลาขึ้นอย่างบรรจงด้วยฝีมือช่างแกะสลักไทย ที่ฝากฝีมือไว้อย่างงามวิจิตรเกินคำบรรยายราวกับเนรมิตเทวโลกมาไว้ให้ได้ชมเพียงเบื้องหน้า อ่านต่อ

พระจุฑาธุปราชฐาน ได้ชื่อว่าเป็นพระราชวังตากอากาศ เพราะตั้งอยู่บนเกาะสีชังที่มีอากาศดี และอยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์เสด็จมาอภิบาลพระราชโอรสอยู่เป็นแรมปี โดยระยะแรกทรงสร้างตึกขึ้นสามหลัง ในปี พ.ศ.2431 นามว่า “ตึกวัฒนา” “ตึกผ่องศรี” และ “ตึกอภิรมย์” เพื่อใช้เป็นที่พักฟื้นผู้ป่วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2435 ทรงสร้าง “พระจุฑาธุปราชฐาน” ตามพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก พระราชโอรสซึ่งประสูติที่เกาะนี้ แต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ก็เกิดเหตุการณ์ ร.ศ. 112 ฝรั่งเศสนำเรือรบมาปิดน่าน้ำไทย จึงไม่โปรดที่จะมาประทับแรมบนเกาะอีก ในปี พ.ศ. 2442 โปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์มาสร้างเป็นพระที่นั่งวิมาณเมฆในพระราชวังดุสิ พระจุฑาธุปราชฐานตั้งอยู่กลางโอบล้อมของต้นลั่นทมที่ออกดอกส่งกลิ่นหอมเย็น อาคารต่างๆ ตั้งอยู่ตามเชิงเขาลดหลั่นกันอย่างงดงาม เช่นตึกเชียวหรือเรือนมรกตสุทธิ์ อาคารปูนตึกวัฒนา ตึกอภิรมย์ ที่อยู่ชายทะเลเป็นจุดที่คนนิยมมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ด้านหน้าพระราชฐานยังมีหาดท่าวังให้ลงเล่นน้ำทะเลอีกด้วย อ่านต่อ

บนเส้นทางน้ำ ฟ้า และราชนาวีไทย

อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงแค่ 120 กว่ากิโลเมตรกับข่าวคราวล่าสุดที่ฉันรับรู้ คือปริศนาตู้คอนเทนเนอร์ที่ช่องแสมสาร นอกจากนั้นขอสารภาพตามตรงว่าฉันยังนึกภาพทะเลสัตหีบไม่ออก เราเริ่มทำความรู้จักกับทะเลสัตหีบที่หาดนางรำ ซึ่งอยู่ห่างตัวเมืองสัตหีบประมาณ 14 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายก่อนถึงท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ดฐานทัพเรือสัตหีบ ตรงไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางชัดเจนจ่ายค่าบำรุงสถานที่ตรงด่านทางเข้าหาด จุดแรกแวะสักการะศาลพระรูป พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บิดาแห่งทหารเรือไทย เอาฤกษ์เอาชัยกันเสียก่อน

หาดนางรำ

น้ำทะเลไล่โทนสีฟ้าใสไปจนฟ้าครามสุดลูกหูลูกตา มองเห็นเส้นขอบฟ้าที่กั้นผืนฟ้ากับแผ่นน้ำไว้บางๆ เกาะที่เห็นตรงหน้าคือ เกาะนางรำ เล่าต่อกันว่าเมื่อครั้งอดีตได้ยินเสียงมโหรีคล้ายดนตรีประกอบการร่ายรำดังขึ้นจากเกาะแห่งนี้บ่อยครั้ง ทั้งๆที่ไม่มีคนอาศัยอยู่บนเกาะ ชาวบ้านจึงเรียกเกาะที่เราเห็นตรงหน้าว่าเกาะนางรำ และเรียกหาดที่เรากำลังยืนอยู่ตรงนี้ว่าหาดนางรำในที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถเช่าคายักพายไปชมรอบเกาะนางรำได้หากแต่มีกฎอยู่บ้างคือให้พายในรัศมีห่างจากเกาะ 30 เมตร ไม่อนุญาตให้ขึ้นเกาะ เนื่องจากเป็นแนวอนุรักษ์ปะการัง และอุดมไปด้วยหอยเม่นที่อาจเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว กิจกรรมริมหาดใต้ทิวสนก็ไม่น้อยหน้า ลองมองหาซุ้มนวดแผนโบราณที่เลื่องลือว่าหมอนวดที่นี่ฝีมือฉมังนักแล นอกจากนี้ตลอดชายหาดยังมีกิจกรรมวาดภาพระบายสี เพนต์ผ้าบาติก สปาพิช ให้ทุกวัยสนุกสนานครบครัน ขาดไม่ได้ลองแวะรับประทานอาหารสดๆ จานอร่อยที่สโมสรหาดนางรำ เคล้าบรรยากาศชายทะเล ยื่นหน้าปะทะลมโชยเย็นๆ ถึงจะเรียกว่าครบรส หากเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ถัดจากหาดนางรำเข้าไปจะเป็นหาดนางรอง ที่ปลายแหลมที่มีรูปปั้นพระอภัยมณี นางเงือก ผีเสื้อสมุทร สินสมุทร สุดสาคร ชีเปลือย และม้านิลมังกรครบทีม เป็นเขตแดนกั้นระหว่างหาดรางรำและหาดนางรอง รูปปั้นตัวไหนโด่งดังและคิวทองที่สุดต้องลองไปสัมผัสเอง

เทียนทะเล ดงตาล

บ้านพัก 1 ใน 6 หลังของหาดเทียนทะเล กว้างขวาง สะอาดและแสนสงบ หลบอยู่ใต้หลืบเขาปลายสุดของชายหาดเทียนทะเล เชื่อว่าถ้าไม่ตั้งใจมาที่นี่โดยเฉพาะจะไม่เจอ โค้งหาดยาว 900 เมตร เต็มไปด้วยหินน้อยใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำได้ แต่ต้องสงวนท่าทีอยู่พอสมควร เนื่องจากมีโขดหินเป็นระยะๆ และอยู่ในบริเวณหน่วยบัญชาการทหารต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (รอ./รฝ.) ที่นี่ยังไม่เปิดให้ชาวต่างชาติเข้าพัก คนไทยอย่างเราเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ พุ่มเทียนทะเลริมหาดยังพอมีให้เห็นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปของชื่อหาดแห่งนี้ได้ แม้เราจะมาพักในวันธรรมดา แต่ก็มีเพื่อนบ้านเข้าพักเต็มทุกหลัง บรรยากาศยังคงเป็นการเที่ยวฉบับครอบครัว ลูกเล่นทราย ว่ายน้ำ พ่อกับแม่นั่งเผ้าดูอยู่บนโขดหิน คอยระวังภัย แต่ไม่ให้ขัดความสุขของลูก ปู่ย่าจับจองหินอีกโขดนั่งหัวเราะคิกคักชมความน่ารักของหลานๆ บริเวณหาดเทียนทะเลไม่อนุญาตให้ใช้ไฟประกอบอาหาร แต่ถ้าอยากรับประทานอาหารอร่อยๆ ที่ร้านโพธิทะเลมีไว้คอยบริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.และรับจัดเลี้ยงงานต่างๆ บรรยากาศสบายๆ มีซุ้มติดริมทะเลนี่แหละ “กินลม ชมทะเล” ของจริง เยื้อร้านโพธิทะเลมีเนินดินสามารถขึ้นไปชมวิวพระอาทิตย์ตกดินได้โดยรอบ หรือถ้าอยากชมพระอาทิตย์ตกแบบสุดลูกหูลูกตาและสวยที่สุด ลองติดต่อเจ้าหน้าที่ขอขึ้นไปที่จุดชมวิว ตรงสุดถนนเลียบหลังบ้านพัก ถ้าบรรยากาศเป็นใจ ช่วงเวลาฟ้าเปลี่ยนสีที่นี่งดงามและดูน่าเกรงขามไม่แพ้ที่ใด เทียนเล่มไหนจะสว่างไสวเทียบเทียนบนฟ้า แสงจันทร์ข้างขึ้นกำลังอาบทะเลตรงหน้าเป็นสีทอง แม้ระลอกคลื่นหน้าบ้านพักจะพลิ้วไหวในจังหวะปกติ แต่ก็โรแมนติกสุดจะบรรยาย ถัดจากหาดเทียนทะเลคือหาดดงตาล ในวันหยุดเป็นสถานที่พักผ่อนที่คลาดคล่ำด้วยผู้คน และกิจกรรมยอดนิยมของที่นี่คือการเล่นเรือใบใครที่ไม่มีพื้นฐานการเล่น อายุ 8 ปีขึ้นไป และอยากเล่นแบบจริงจังลองสอบถามหลักสูตรอบรมได้ที่สมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ รับรองว่าได้เก่งเรือใบในราคามิตรภาพแบบสุดๆ

เกล็ดแก้ว ทรายแก้ว

เรือท้องกระจกของลุงพงษ์นำเราจากโรงเรียนชุมพลทหารเรือมุ่งหน้าไปยังเกาะเกล็ดแก้ว เพื่อเปิดฉากวันใหม่ที่นั่น ทันทีที่เรือเทียบท่าฝูงลิงนับร้อยจากทั้งหมดกว่า 800 ตัว มารอต้อนรับแบบสุภาพ เฝ้ามองอยู่ข้างๆ และมีระยะห่างแบบไม่ต้องระแวง ชาวบ้านจึงคุ้นเคยเกาะนี้ในชื่อเกาะลิง มีศาลเจ้าแม่อบเชยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเกาะ แม้จะมีพื้นที่กว่า 162 ไร่ แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวชมเฉพาะบริเวณส่วนหน้าของเกาะ เพราะต้องการอนุรักษ์พื้นที่ป่าโดยรอบ รอบๆเกาะมีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ทั้งปะการังเขากวาง ปะการังผักกาด ปะการังสมอง และกัลปังหาสีแดง แต่ยังไม่เปิดให้ลงไปดำน้ำ หากสนใจชมปะการังจะมีบริการเรือท้องกระจกนำเที่ยว ติดต่อได้ที่บริเวณหาดทรายแก้ว

หาดทรายแก้วอยู่ในพื้นที่ดูแลของโรงเรียนชุมพลทหารเรือ นาวโทหญิง ประพรรณ คำบุรี หรือครูแมว ไกด์สาวอดีตนักกรีฑาทีมชาตินำเรานั่งเรือจากเกาะเกล็ดแก้วมายังหาดทรายแก้ว ทรายละเอียด ขาวระยิบระยับสมชื่อ น้ำใสแจ๋ว โอบล้อมด้วยป่าละเมาะที่สมบูรณ์ ที่นี่มีนโยบายอนุรักษ์ธรรมชาติ เมื่อจะสร้างสิ่งปลูกสร้างก็ต้องเคารพธรรมชาติและสร้างให้กลมกลืนกับธรรมชาติเดิมมากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีบริการบ้านพัก เต็นท์ ร้านอาหาร และกิจกรรมทางทะเล เช่น บานานาโบต คายัก เรือนำชมปะการังตามเกาะต่างๆ เป็นต้น มีไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟให้ใช้ตั้งแต่เวลา 8.00 – 18.00 น.เท่านั้น และมีข้อห้ามคือ ห้ามก่อไฟ ห้ามประกอบอาหาร ห้ามเล่นการพนัน ห้ามส่งเสียงดัง ห้านำสุนัขขึ้นหาด ห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า และไม่อนุญาตให้เข้าออกหลังเวลา 22.00 น. เพราะกฎระเบียบเหล่านี้แหละ ที่รักษาความงามของหาดทรายแก้วไว้ในปัจจุบัน

จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกจุดคือ ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ในศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ หากเราคุ้นเคยกับคำว่า “ทฤษฎีใหม่” หรือตัวเลขอัตราส่วน 30:30:30:10 แต่ถอดรหัสคำนี้ออกมาเป็นรูปธรรมไม่ได้ ที่นี่คือตัวอย่างที่ทำให้มองเห็นภาพตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการจัดการดินและแหล่งน้ำ เพื่อการเกษตรรูปแบบใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก ครอบครัวละ 0-15 ไร่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เตยงาม

จริงดั่งว่าเมื่อตาเห็น จ่าเอกสรรเพชร กลิ่นขจร ทำหน้าที่ไกด์กิตติมศักดิ์ของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินนำเราชมแหล่งท่องเที่ยวจุดต่างๆ รอบอ่าวเตยงามที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ เริ่มที่สักการะอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บริเวณหลังกองรักษาการณ์ หน้ากรมรักษาความปลอดภัย เดินทางต่อไปชมอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน ที่สร้างเป็นเกียรติแด่ทหารนาวิกโยธินที่สละเลือดเนื้อป้องกันประเทศ ติดกันเป็นพิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน ภายในแบ่งเป็นห้องจัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของทหารนาวิกโยธิน เช่น ห้องบรรยายรวม ฉายวีดิทัศน์ประวัติของทหารนาวิกโยธิน ห้องพระราชวงศ์เกี่ยวข้องกับทหารนาวิกโยธิน ห้องแสดงเครื่องแบบ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ใช้ในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ใครหลงรักคนในเครื่องแบบไม่ควรพลาดห้องนี้ ห้องแสดงอาวุธ อาวุธต่างๆ ที่เคยได้ยินในข่าวหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง ห้องนี้มีคำตอบ ห้องฉากจำลองยุทธภูมิ จำลองยุทธภูมิที่ทหารนาวิกโยธินเคยเข้าปฏิการณ์ยุทธ์ หลังจากรับความรู้เสร็จ เราไต่ระดับความสูงมุ่งหน้าขึ้นเขาแหลมปุ่เจ้า ระหว่างทางมีจุดชมวิวแหลมเทียน ให้แวะเก็บภาพวิวท้องทะเลสัตหีบ บนเขาแหลลมปู่เจ้ามีศาลพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และหอชมวิวที่สามารถมองทะเลสัตหีบได้ 360 องศา เห็นเกาะท้องทะเลครบทั้ง 7 เกาะ ได้แก่ เกาะพระ เกาะยอ เกาะหมู เกาะเตาหม้อ เกาะเณร เกาะสันฉลาม และเกาะเลา แต่บนหอชมิวิวนี้ไม่อนุญาตให้ใช้กล้องถ่ายรูปและกล้องส่องทางไกล เพื่อความปลอดภัยของทางราชการ ผาวชิราลงกรณ์ สถานที่ฝึกไต่ผาของทหารนาวิกโยธินเป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 8.00 -18.30 น. โดยสามารถนั่งรถของกิจการท่องเที่ยวชมทัศนียภาพ ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำบริเวณนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่อันตราย ถัดไปจนสุดทางเป็นมารีนรีสอร์ท บ้านพักบรรยากาศชายทะเลอารมณ์ประหนึ่งบ้านพักในละครเรื่องวณิดา เงียบ สงบ และปลอดภัย เพราะเป็นพี้นที่หวงห้ามให้เข้าเฉพาะนักท่องเที่ยวที่จองห้องพักและผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

การเดินทาง

สะดวกที่สุดใช้ทางหลวงหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา – ตราด) เข้าสู่พัทยา มุ่งหน้าไปทางอำเภอสัตหีบ ตามเส้นทางสุขุมวิท หาดทรายแก้วและศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ให้เลี้ยวขวาประมาณกิโลเมตรที่ 167 เข้าทางโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ หาดเตยงาม เมื่อถึงสามแยกไประยอง ก่อนถึงตัวเมืองสัตหีบจะเห็นหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินอยู่ทางขวามือ เลี้ยวเข้าไปแจ้งความจำนงกับเจ้าหน้าที่ที่ด่าน หาดนางรำ นางรอง อยู่ใกล้ท่าเรือจุกเสม็ด หาดเทียนทะเล หาดดงตาล และศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลตรงไปตามทางไปช่องแสมสาร สังเกตป้ายทางเข้าหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งของกองทัพเรือด้านขวามือ ข้ามทางรถไฟเข้ามา ชุมชนแสมสารและเพอคูล่าฟาร์ม เมื่อถึงแยกไปอำเภอสัตหีบ ใช้ทางหลวงหมายเลข 331 มาท่าเรือจุกเสม็ด ถึงค่ายมหาเจษฎาราชเจ้า เลี้ยวไปทางวัดช่องแสมสาร

ข้อควรทราบก่อนเที่ยวทะเลในเขตทหารเรือ

  • เตรียมบัตรประจำตัวทุกชนิดที่มีรูปถ่าย เช่น บัตรประชาชน ใบขับขี่ เพราะต้องใช้ในการแลกบัตรเข้าออกเกือบทุกสถานที่ เพื่อรักษาความปลอดภัย
  • ปฏิบัติตามกฎระเบียบของแต่ละที่อย่างเคร่งครัด ตรวจสอบวันเวลา เปิด – ปิดของแต่ละสถานที่ ช่วงเวลาที่อนุญาตให้เข้า – ออก รวมถึงตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง แม้โดยส่วนใหญ่ทะเลแถบนี้จะเที่ยวได้ทั้งปี
  • เมื่อเข้าเขตทหารใช้ความเร็วในการขับขี่ไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดเข็มขัดนิรภัย ผู้ขับขี่จักรยานยนต์และผู้ซ้อนท้ายต้องสวมหมวกนิรภัย
  • การติดต่อจองห้องพักควรดำเนินการก่อนเดินทางอย่างน้อย 3 -4 อาทิตย์ เนื่องจากมีห้องพักแต่ละที่จำนวนไม่มาก และการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมควรติดต่อในวันและเวลาราชการ