เกาะสีชัง

วิหารเซียนเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่ราวกับยกเมืองจีนมาไว้โดยอาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติ ตัววิหารสร้างขึ้นด้วยศิลปะจีนแท้ๆ ภายในประดิษฐานเทพเจ้าและเซียนต่างๆ ตามขนบลัทธิเต๋า และพุทธศาสนามหายาน โดยเป็นรูปสลักหินขนาดใหญ่เรียงรายเกือบเต็มพื้นที่ สถานที่ตั้ง ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชมท่านละ 50 บาท โทร. 038 238 367 อ่านต่อ

วัดในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2519 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ สมเด็จพระสังฆราชทรงแนะนำว่า ควรเป็นวัดสำหรับไปปฎิบัติธรรมเพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯดี ทั้งสง่างามด้ยพื้นที่กว้างขวางถึง 366 ไร่และสงบร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด อ่านต่อ

อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงแค่ 120 กว่ากิโลเมตร เราเริ่มทำความรู้จักกับทะเลสัตหีบที่หาดนางรำ ซึ่งอยู่ห่างตัวเมืองสัตหีบประมาณ 14 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายก่อนถึงท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ดฐานทัพเรือสัตหีบ ตรงไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางชัดเจนจ่ายค่าบำรุงสถานที่ตรงด่านทางเข้าหาด จุดแรกแวะสักการะศาลพระรูป พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บิดาแห่งทหารเรือไทย เอาฤกษ์เอาชัยกันเสียก่อน หาดนางรำ น้ำทะเลไล่โทนสีฟ้าใสไปจนฟ้าครามสุดลูกหูลูกตา มองเห็นเส้นขอบฟ้าที่กั้นผืนฟ้ากับแผ่นน้ำไว้บางๆ เกาะที่เห็นตรงหน้าคือ เกาะนางรำ เล่าต่อกันว่าเมื่อครั้งอดีตได้ยินเสียงมโหรีคล้ายดนตรีประกอบการร่ายรำดังขึ้นจากเกาะแห่งนี้บ่อยครั้ง ทั้งๆที่ไม่มีคนอาศัยอยู่บนเกาะ ชาวบ้านจึงเรียกเกาะที่เราเห็นตรงหน้าว่าเกาะนางรำ นักท่องเที่ยวสามารถเช่าคายักพายไปชมรอบเกาะนางรำได้หากแต่มีกฎอยู่บ้างคือให้พายในรัศมีห่างจากเกาะ 30 เมตร ไม่อนุญาตให้ขึ้นเกาะ เนื่องจากเป็นแนวอนุรักษ์ปะการัง และอุดมไปด้วยหอยเม่นที่อาจเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว กิจกรรมริมหาดใต้ทิวสนก็ไม่น้อยหน้า ลองมองหาซุ้มนวดแผนโบราณที่เลื่องลือว่าหมอนวดที่นี่ฝีมือฉมังนักแล นอกจากนี้ตลอดชายหาดยังมีกิจกรรมวาดภาพระบายสี เพนต์ผ้าบาติก สปาพิช ให้ทุกวัยสนุกสนานครบครัน ขาดไม่ได้ลองแวะรับประทานอาหารสดๆ จานอร่อยที่สโมสรหาดนางรำ เคล้าบรรยากาศชายทะเล ยื่นหน้าปะทะลมโชยเย็นๆ ถึงจะเรียกว่าครบรส หากเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ถัดจากหาดนางรำเข้าไปจะเป็นหาดนางรอง ที่ปลายแหลมที่มีรูปปั้นพระอภัยมณี นางเงือก ผีเสื้อสมุทร สินสมุทร สุดสาคร ชีเปลือย และม้านิลมังกรครบทีม เป็นเขตแดนกั้นระหว่างหาดรางรำและหาดนางรอง รูปปั้นตัวไหนโด่งดังและคิวทองที่สุดต้องลองไปสัมผัสเอง เกล็ดแก้ว ทรายแก้ว ชาวบ้านคุ้นเคยเกาะนี้ในชื่อเกาะลิง มีศาลเจ้าแม่อบเชยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเกาะ เปิดให้นักท่องเที่ยวชมเฉพาะบริเวณส่วนหน้าของเกาะ เพราะต้องการอนุรักษ์พื้นที่ป่าโดยรอบ รอบๆเกาะมีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ทั้งปะการังเขากวาง ปะการังผักกาด ปะการังสมอง และกัลปังหาสีแดง แต่ยังไม่เปิดให้ลงไปดำน้ำ หากสนใจชมปะการังจะมีบริการเรือท้องกระจกนำเที่ยว ติดต่อได้ที่บริเวณหาดทรายแก้ว การเดินทางไปสัตหีบ สะดวกที่สุดใช้ทางหลวงหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา – ตราด) เข้าสู่พัทยา มุ่งหน้าไปทางอำเภอสัตหีบ ตามเส้นทางสุขุมวิท หาดทรายแก้วและศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ให้เลี้ยวขวาประมาณกิโลเมตรที่ 167 เข้าทางโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ หาดเตยงาม เมื่อถึงสามแยกไประยอง ก่อนถึงตัวเมืองสัตหีบจะเห็นหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินอยู่ทางขวามือ เลี้ยวเข้าไปแจ้งความจำนงกับเจ้าหน้าที่ที่ด่าน หาดนางรำ นางรอง อยู่ใกล้ท่าเรือจุกเสม็ด หาดเทียนทะเล หาดดงตาล และศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลตรงไปตามทางไปช่องแสมสาร สังเกตป้ายทางเข้าหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งของกองทัพเรือด้านขวามือ ข้ามทางรถไฟเข้ามา ชุมชนแสมสารและเพอคูล่าฟาร์ม เมื่อถึงแยกไปอำเภอสัตหีบ ใช้ทางหลวงหมายเลข 331 มาท่าเรือจุกเสม็ด ถึงค่ายมหาเจษฎาราชเจ้า เลี้ยวไปทางวัดช่องแสมสาร อ่านต่อ

เกาะล้านตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งพัทยา จังหวัดชลบุรี ราว 7.5 กิโลเมตร ไปเที่ยวได้ง่ายแสนง่าย มากมายทะเลและชายหาดสวยๆ น้ำใสและมีโทนสีออกฟ้าเข้มราวทะเลฝั่งอันดามัน อย่างหาดตาแหวน หาดแสม หาดเทียน หาดนวล และหาดตายาย อ่านต่อ

สถานที่แรกที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาท่องเที่ยวที่สีชัง คือ การเดินทางไปสักการะศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ศาลเจ้าที่ชาวสีชังเคารพนับถือ ก่อนพาเราลงจอดยังพระจุฑาธุชราชฐาน สถานที่ประทับตากอากาศฤดูร้อนสมัยรัชกาลที่ 5 หนึ่งในไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวต้องมา เพราะหากแวะเวียนมาสีชังแล้วยังไม่ได้เก็บภาพศาลาท่าเรือทรงโคโลเนียลสีขาวที่ทอดตัวอยู่กลางทะเล คงเหมือนมาไม่ถึงเกาะ ภูมิทัศนืที่สีชังถูกตกแต่งด้วยสวนดอกไม้ สระ ธารน้ำ น้ำพุ และหน้าผา ตามลักษณะอุทยานในพระราชวังของประเทศตะวันตก ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงอาคารอาไศรยสฐาน 3 หลัง และพระตำหนักไม่กี่หลัง รวมทั้งฐานพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ ที่รื้อถอนแล้วนำไปสร้างพระที่นั่งวิมานเมฆในพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ในปัจจุบันนี้อาคารอาไศรยสฐาน 3 หลัง อันได้แก่ เรือนผ่องศรี เรือนวัฒนา และเรือนอภิรมย์ เรือนที่ประทับตั้งชื่อตามพระชายาในรัชกาลที่ 5 ถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวเขตพระราชฐานและเกาะสีชังให้แก่ผู้มาเยือน นอกจากนี้ก็ยังมีพระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางค์นิมิตร พระอุโบสถสีขาวหนึ่งเดียวในเขตพระราชฐาน สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ครอบด้วยเจดีย์แบบลังกาวงศ์ ยังคงรอคอยให้ผู้ศรัทธามาสักการะ บนเกาะสีชังมีไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง คือ หาดท่าวัง เรือนไม้สีเขียวริมทะเล ที่ถูกเปลี่ยนเป็นคาเฟ่น่ารักๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมานั่งพักผ่อนหย่อนกาย ชื่นชมกับทรายหน้าหาดสีขาวนวล ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจและน่าเก็บภาพเป็นที่สุด มาเกาะสีชังแล้วต้องการให้ครบทุกรสชาติต้องไม่พลาดการชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวช่องเขาขาด ซึ่งอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมวิวของรัชกาลที่ 5 กินพื้นที่กว้างและทอดยาวไปตามทางเดินริมผา มีจุดพักเป็นระยะๆ ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปอย่างจุใจ นอกจากจะเป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวและคู่รักแล้ว นักตกปลาหลากวัยก็มาใช้เวลายามเย็นแถวนี้เช่นกัน อ่านต่อ

หากเดินทางมาพักผ่อนในย่านบางแสน หลายคนมักเดินทางมาสักการะศาลเจ้าแม่สามมุขที่สถิตย์อยู่ริมเชิงผา ของตำบลอ่างศิลาอันเป็นที่นับถือของชาวบ้านในจังหวัดชลบุรี เพื่อยืนยันคำมั่นสัญญาว่าจุอุทิศชีวิตให้ หากรักนั้นไม่สมหวัง และเมื่อความรักของคนทั้งสองถูกกีดกัน สาวมุก สาวผู้ยากจนหลานสาวยายเฒ่า กับหนุ่มแสน ลูกชายกำนันผู้ร่ำรวย ทั้งสองจึงพลีชีพด้วยการกระโดดหน้าผาและตายตกไปตามกัน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อหน้าผาว่า สามมุข และตั้งชื่อชายหาดริมทะเลที่อยู่เบื้องล่างว่า บางแสน เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งรักแท้ของคนทั้งสอง และได้มีการสร้างศาล เจ้าแม่สามมุข ขึ้นที่บริเวณเชิงผา เจ้าแม่สามมุข นอกจากจะเป็นที่เคารพนับถือของชาวประมง ที่จะมาจุดประทัดถวายทุกครั้งก่อนออกเรือ เพื่อขอให้เดินทางปลอดภัย และจับปลาได้เป็นจำนวนมากแล้ว ด้วยตำนานรักที่เป็นอมตะ จึงเกิดเป็นความเชื่อของหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันที่ว่า หากใครนำว่าวที่เขียนชื่อตนเองกับคนรักมาถวาย เจ้าแม่จะอวยพรให้รักนั้นสมหวัง สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงให้ผ่านไปได้ในที่สุด ต่อมาได้มีการถวายศาลหลังใหม่ทรงจีนไม่ไกลจากที่เดิม ภายในศาลเจ้าแม่มีหลายชั้น เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางต่างๆ หลายองค์ ทั้งพระโพธิสัตว์ องค์อรหันต์จี้กง และพระสังกัจจายน์ ชั้นบนสุดมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ สวยงามมาก ผู้ที่เดินทางมานมัสการเจ้าแม่สามมุข มักนิยมซื้อสร้อยมุขหน้าศาลเจ้า ที่วางไว้ให้บริจาค เพื่อถวายแด่เจ้าแม่ อ่านต่อ

ชมปราสาทไม้ริมทะเลที่สลักเลาขึ้นงดงามดังเทวโลก ปราสาทสัจธรรมได้ประกาศก้องถึงฝีมืออันแสนประณีตและภูมิปัญญาแห่งช่างไทย ที่สร้างปราสาทไม้ที่ยิ่งใหญ่นี้ขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งตะปูแม้แต่ตัวเดียว อลังการงานสร้างที่สุดแสนตระการตากับ ปราสาทสัจธรรม อันยิ่งใหญ่ที่สูงกว่าหนึ่งร้อยเมตรบนแหลมราชเวช ริมทะเล จังหวัดชลบุรี ปราสาทไม้หลังนี้เริ่มต้นสร้างขึ้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 โดยแนวคิดของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณที่ต้องการสืบทอดและฟื้นฟูภูมิปัญญาในการสร้างสรรค์งานไม้ที่ยิ่งใหญ่ของช่างไทยโบราณที่น่าภาคภูมิ และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ ปราสาทสัจธรรม ขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นด้วยไม้ทั้งหลังนั้น ไม่มีการใช้น็อตหรือตะปูในการก่อสร้างเลย หากได้ใช้ภูมิปัญญาแห่งการเข้าเดือยและการใช้สลักไม้แบบไทย นอกจากนี้ภายนอกและภายในองค์ปราสาท รวมทั้งเรือนยอด ได้รับการสลักเสลาขึ้นอย่างบรรจงด้วยฝีมือช่างแกะสลักไทย ที่ฝากฝีมือไว้อย่างงามวิจิตรเกินคำบรรยายราวกับเนรมิตเทวโลกมาไว้ให้ได้ชมเพียงเบื้องหน้า อ่านต่อ

พระจุฑาธุปราชฐาน ได้ชื่อว่าเป็นพระราชวังตากอากาศ เพราะตั้งอยู่บนเกาะสีชังที่มีอากาศดี และอยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์เสด็จมาอภิบาลพระราชโอรสอยู่เป็นแรมปี โดยระยะแรกทรงสร้างตึกขึ้นสามหลัง ในปี พ.ศ.2431 นามว่า “ตึกวัฒนา” “ตึกผ่องศรี” และ “ตึกอภิรมย์” เพื่อใช้เป็นที่พักฟื้นผู้ป่วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2435 ทรงสร้าง “พระจุฑาธุปราชฐาน” ตามพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก พระราชโอรสซึ่งประสูติที่เกาะนี้ แต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ก็เกิดเหตุการณ์ ร.ศ. 112 ฝรั่งเศสนำเรือรบมาปิดน่าน้ำไทย จึงไม่โปรดที่จะมาประทับแรมบนเกาะอีก ในปี พ.ศ. 2442 โปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์มาสร้างเป็นพระที่นั่งวิมาณเมฆในพระราชวังดุสิ พระจุฑาธุปราชฐานตั้งอยู่กลางโอบล้อมของต้นลั่นทมที่ออกดอกส่งกลิ่นหอมเย็น อาคารต่างๆ ตั้งอยู่ตามเชิงเขาลดหลั่นกันอย่างงดงาม เช่นตึกเชียวหรือเรือนมรกตสุทธิ์ อาคารปูนตึกวัฒนา ตึกอภิรมย์ ที่อยู่ชายทะเลเป็นจุดที่คนนิยมมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ด้านหน้าพระราชฐานยังมีหาดท่าวังให้ลงเล่นน้ำทะเลอีกด้วย อ่านต่อ

ในอดีตเชื่อว่าเกาะสีชังนั้นเป็นเกาะที่มีอากาศดีไม่เป็นสองรองจากสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใดของประเทศไทยจวบจนวันนี้ สีชังก็ได้กลายมาเป็นแหล่งตากอากาศใกล้กรุงฯ ที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องหลงรักยามเมื่อได้เยือน

ครึ่งชั่วโมงจากเกาะลอยสู่บรรยากาศคึกคักของท่าเรือเทววงศ์ ที่มองไปทางใดก็เห็นแต่ภาพรถโดยสารสารพัดชนิด หากมาสีชังแล้วชั่งใจไม่ได้ว่าจะใช้พาหนะใดโดยสาร ขอแนะนำให้เลือกใช้บริการสกายแล็บเป็นพาหนะคู่กาย เพราะนอกจากราคาจะสมเหตุสมผลแล้ว คุณยังได้ทั้งสารถีรับ-ส่ง พ่วงด้วยตำแหน่งไกด์กิตติมศักดิ์

สกายแล็บที่เกาะสีชัง มองผิวเผินดูละม้ายคล้ายรถตุ๊กๆ สามล้อเครื่องที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารตามเกาะรัตนโกสินทร์ หากแต่รูปร่างใหญ่กว่า ตัวเครื่องทำจากมอเตอร์ไบค์คันใหญ่แลดูขึงขัง แถมที่นั่งด้านหลังยังกว้างขวาง ไม่แออัดยัดเยียดเหมือนสามล้อเล็กที่เราคุ้นเคย

สถานที่แรกที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาท่องเที่ยวที่สีชัง คือ การเดินทางไปสักการะศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ศาลเจ้าที่ชาวสีชังเคารพนับถือ ก่อนพาเราลงจอดยังพระจุฑาธุชราชฐาน สถานที่ประทับตากอากาศฤดูร้อนสมัยรัชกาลที่ 5 หนึ่งในไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวต้องมา เพราะหากแวะเวียนมาสีชังแล้วยังไม่ได้เก็บภาพศาลาท่าเรือทรงโคโลเนียลสีขาวที่ทอดตัวอยู่กลางทะเล คงเหมือนมาไม่ถึงเกาะ

ภูมิทัศนืที่สีชังถูกตกแต่งด้วยสวนดอกไม้ สระ ธารน้ำ น้ำพุ และหน้าผา ตามลักษณะอุทยานในพระราชวังของประเทศตะวันตก ประกอบด้วยพระที่นั่ง 4 องค์ พระตำหนัก 14 หลัง ศาลา 1 หลัง ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงอาคารอาไศรยสฐาน 3 หลัง และพระตำหนักไม่กี่หลัง รวมทั้งฐานพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ ที่รื้อถอนแล้วนำไปสร้างพระที่นั่งวิมานเมฆในพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร

ในปัจจุบันนี้อาคารอาไศรยสฐาน 3 หลัง อันได้แก่ เรือนผ่องศรี เรือนวัฒนา และเรือนอภิรมย์ เรือนที่ประทับตั้งชื่อตามพระชายาในรัชกาลที่ 5 ถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวเขตพระราชฐานและเกาะสีชังให้แก่ผู้มาเยือน นอกจากนี้ก็ยังมีพระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางค์นิมิตร พระอุโบสถสีขาวหนึ่งเดียวในเขตพระราชฐาน สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ครอบด้วยเจดีย์แบบลังกาวงศ์ ยังคงรอคอยให้ผู้ศรัทธามาสักการะ

บนเกาะสีชังมีไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง คือ หาดท่าวัง เรือนไม้สีเขียวริมทะเล ที่ถูกเปลี่ยนเป็นคาเฟ่น่ารักๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมานั่งพักผ่อนหย่อนกาย จะเลือกสั่งลาเต้เย็นๆ ดื่มคลายร้อนระหว่างนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรด หรือหากต้องการนั่งพักสายตา ทอดอารมณ์มองเกลียวคลื่นซัดเข้าฝั่ง ชื่นชมกับทรายหน้าหาดสีขาวนวล ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจและน่าเก็บภาพเป็นที่สุด

มาเกาะสีชังแล้วต้องการให้ครบทุกรสชาติต้องไม่พลาดการชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวช่องเขาขาด ซึ่งอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมวิวของรัชกาลที่ 5 กินพื้นที่กว้างและทอดยาวไปตามทางเดินริมผา มีจุดพักเป็นระยะๆ ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปอย่างจุใจ นอกจากจะเป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวและคู่รักแล้ว นักตกปลาหลากวัยก็มาใช้เวลายามเย็นแถวนี้เช่นกัน