เสาดินนาน้อย

ภูแว เป็นยอดเขาหนึ่งของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอปัว อำเภอเชียงกลาง อำเภอทุ่งช้าง อำเภอแม่จริมอำเภอท่าวังผา และกิ่งอำเภอสันติสุข ป่าดอยภูคามีสภาพสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำลำธารชั้นหนึ่งและดอยภูคายังถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองน่านอีกแห่งหนึ่งด้วย อ่านต่อ

ความพิเศษของเสาดินนาน้อย มีลักษณะเป็นหุบผาและแท่งดินผสมหินลูกรัง สีแดงปนส้ม รูปทรงต่าง ๆ กันไป บ้างเป็นแท่งแหลม บ้างเป็นแท่งกลมมน บ้างก็ดูคล้ายกับกลีบผ้าม่านห้อยลงมา กระจายอยู่ในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ โดยมีป่าเต็งรังขึ้นอยู่โดยรอบ ในช่วงฤดูหนาวป่าเต็งรังบริเวณรอบ ๆ จะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง แดง ส้ม น้ำตาล ตัดกับสีน้ำเงินเข้มของท้องฟ้า เป็นประติมากรรมที่มีสีสันสวยงาม อ่านต่อ

เมื่อลมหนาวมาเยือน ดอกสีชมพูที่แซมอยู่ตามต้น ผลัดกันผลิบานท่ามกลางไอหมอกแต่งแต้มยอดเขาภูคาให้กลายเป็นดอยสีชมพู อ่านต่อ

จะมีที่ไหนในภาคเหนือที่ลานกางเต็นท์อยู่ในโอบล้อมของแปลงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวอันสวยงาม และเมื่อตื่นนอนยามเช้า ออกจากเต็นท์สามารถชมพระอาทิตย์สีส้มแดงขึ้นจากขอบฟ้า รวมถึงสายหมอกหนาเป็นผืนแผ่นลอยระอยู่ตามไหล่เขาสลับซับซ้อน ได้เท่ากับดอยวาว อ่านต่อ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน พบกับเรือนไม้ขนาดใหญ่ที่รวบรวมศิลปวัตถุโบราณที่พบในเมืองน่าน เดิมเคยเป็นหอคำของเจ้าหลวงเมืองน่าน และศาลากลางจังหวัดน่านแห่งแรกมาก่อน นอกจากนี้ยังมีบรรยากาศสวยงามในยามเย็นซึ่งหนุ่มสาวมักจะเช่าจักรยาปั่นไปรอบเมือง แวะสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง อ่านต่อ

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เสมือนเป็น “มหาธาตุ” หรือหลักเมือง เดิมเรียก “วัดหลวงกลางเวียง” สร้างในสมัยพญาภูเข่ง มีอายุกว่า 600 ปี ภายในวัดยังเก็บรักษาพระพุทธรุปสุโขทัยปางลีลาล้ำค่าอายุเกือบ 600 ปี และมีทองคำเป็นส่วนผสม ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน อ่านต่อ

เมืองน้อยกลางหุบเขาที่เคยเป็นอาณาจักรอิสระแห่งหนึ่งในดินแดนล้านนา งดงามด้วยภาพทิวเขาสลับซับซ้อนเสมือนกำแพงที่หยุดเวลาไว้ไม่ให้ถูกยุคโลกาภิวัฒน์กล้ำกรายมาเกินไป อ่านต่อ

เสาดินนาน้อย

การกัดเซาะหน้าดินจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ประติมากรรมธรรมชาติในประเทศไทยนั้นมีอยู่หลายแห่ง เช่น ที่ละลุ ในจังหวัดสระแก้ว แพะเมืองผีในจังหวัดแพร่ ฝั่งต้าในพะเยา หรือผาช่อและกิ่วเสือเต้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ และอีกแห่งหนึ่งที่เพิ่งค้นพบใหม่คือเสาดินนาน้อย ในอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เสาดินนาน้อย หรือที่เรียกกันในภาษาท้องถิ่นว่า “ฮ่อมจ๊อม” เกิดจาการกัดกร่อนของลมและฝนเป็นเวลานาน มีลักษณะคล้ายกับ “แพะเมืองผี” มีการสันนิษฐานว่าเสาดินนาน้อยมีอายุประมาณ 10,000-30,000 ปี และเคยเป็นก้นทะเลมาก่อน นอกจากนี้ยังค้นพบกำไลหินและขวานโบราณที่นี่ ปัจจุบันได้ถูกย้ายไปเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้อาจเคยเป็นแหล่งอาศัยของมนุษย์ในยุคหินเก่ามาก่อน

ความพิเศษของเสาดินนาน้อย มีลักษณะเป็นหุบผาและแท่งดินผสมหินลูกรัง สีแดงปนส้ม รูปทรงต่าง ๆ กันไป บ้างเป็นแท่งแหลม บ้างเป็นแท่งกลมมน บ้างก็ดูคล้ายกับกลีบผ้าม่านห้อยลงมา กระจายอยู่ในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ โดยมีป่าเต็งรังขึ้นอยู่โดยรอบ ในช่วงฤดูหนาวป่าเต็งรังบริเวณรอบ ๆ จะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง แดง ส้ม น้ำตาล ตัดกับสีน้ำเงินเข้มของท้องฟ้า เป็นประติมากรรมที่มีสีสันสวยงาม สามารถเดินเที่ยวได้สะดวกเนื่องจากทางอุทยานฯ ได้สร้างทางเดินธรรมชาติเอาไว้อย่างดี เสาดินนาน้อย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ห่างกันเพียง 24 กิโลเมตรเท่านั้น หากคุณเดินทางมาเที่ยวในอุทยานแห่งชาติศรีน่านแล้ว แวะมาเที่ยวเสาดินนาน้อย ชมประติมากรรมธรรมชาติที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 20 ไร่ ก็นับว่าเป็นอีกทริปหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย แม้ว่าบริเวณเสาดินนาน้อยจะไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เสาดินนาน้อยสามารถเที่ยวชมได้ตลอดปี แต่ที่น่าเดินเที่ยวมากที่สุดคือฤดูหนาว เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย เดินไม่เหนื่อยมาก ออกจากเสาดินนาน้อยแล้วยังมีที่เที่ยวต่อเนื่องให้เลือกอีกหลายเส้นทาง หากขึ้นเหนือก็ไปเที่ยวผาชู้ นอนดูดาวที่ดอยเสมอดาวในอุทยานแห่งชาติศรีน่านได้ หากลงใต้ก็ไปเที่ยวที่บ้านปากนาย ชมวิวเขื่อนสิริกิติ์ หรือจะไปเที่ยวแพะเมืองผี และไหว้พระธาตุช่อแฮที่จังหวัดแพร่

การเดินทาง

จากตัวเมืองน่านขับรถลงไปทางทิศใต้ตามทางหลวงหมายเลข 101 ทางไปอำเภอเวียงสา ตามด้วยทางหลวง 1026 ไปยังอำเภอนาน้อย ถึงอำเภอนาน้อยแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1083 ขับมาราว 2 กิโลเมตร จะพบป้านบอกทางเข้าไปเสาดินนาน้อยอยู่ขวามือ จากนั้นเลี้ยวขวาเข้ามาทางไปบ้านหนอห้า ผ่านบ้านแต จนถึงบ้านห้วยแต ระยะทางอีก 5 กิโลเมตร ก็จะถึงเสาดินนาน้อย รวมระยะทางจากตัวเมืองน่านประมาณ 60 กิโลเมตร ส่วนใครที่เดินทางมาจากจังหวัดแพร่ใช้เส้นทางไปอำเภอร้องกวาง ตามทางหลวง 101 ระยะทางราว 24 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1217 และ 1216 ไปอำเภอนาน้อยอีก 56 กิโลเมตร ถึงอำเภอนาน้อยแล้วใช้เส้นทางเดียวกับทางแรกก็มาเที่ยวที่นี่ได้เช่นกัน