|
ประวัติ / ความเป็นมา
พระพุทธโสธร หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “หลวงพ่อโสธร” ประดิษฐานอยู่หน้าพระประธานในพระอุโบสถวัดโสธร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
พระพุทธโสธรนั้นมาประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้เมื่อใดไม่มีใครทราบ แต่คงได้มาสมัยเดียวกันกับหลวงพ่อวัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อต้นกรุงธนบุรี โดยมีตำนานเล่ากันว่า มีพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ 3 องค์ ลอยมาตามลำน้ำผ่านเมืองปราจีนบุรีมา แล้วผุดขึ้นที่ตำบลสัมปทาน เมืองฉะเชิงเทรา ชาวบ้านจึงเอาเชือกมนิลามัดพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ แล้วช่วยกันฉุดลากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถนำขึ้นจากน้ำได้ พระพุทธรูปองค์ใหญ่จึงลอยไปตามกระแสน้ำ แล้วไปผุดขึ้นที่บ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม ชาวบ้านจึงช่วยกันฉุดขึ้นมาประดิษฐานที่วัดบ้านแหลม ส่วนองค์เล็กผุดขึ้นที่คลองใกล้วัดบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ชาวบ้านจึงอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัดบางพลี ส่วนหลวงพ่อโสธรซึ่งเป็นองค์กลางนั้นผุดขึ้นที่หน้าวัดโสธร ประชาชนช่วยกันฉุดแต่ไม่ขึ้น จนอาจารย์คนหนึ่งมาทำพิธีบวงสรวงแล้วนำสายสิญจน์คล้องกับพระหัตถ์จึงฉุดขึ้นมาสำเร็จ และนำมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถวัดโสธร (นำเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา และอักขรานุกรมภูมิศาสตร์จังหวัดฉะเชิงเทรา, 2496 :11)
พระพุทธโสธรเป็นพระพุทธรูปทรงสมาธิลงรักปิดทอง เป็นพระพุทธรูปฝีมือช่างแบบ ล้านช้างหรือที่เรียกกันว่า “พระลาว” มีหน้าตักกว้าง 3 ศอก 5 นิ้ว พระพุทธรูปแบบนี้นิยมสร้างกันมากที่เมืองหลวงพระบาง ในอินโดจีน และภาคอีสานของไทย แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน สร้างด้วยไม้หรือ ศิลานั้นยังไม่ทราบแน่ชัด
มีพระบรมราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อเสด็จประพาสฉะเชิงเทราใน พ.ศ.2451 กล่าวถึงพระพุทธโสธรว่า
“..กลับมาแวะวัดโสธร ซึ่งกรมหลวงดำรงจะแปลว่า ยโสธร จะเห็นเกี่ยวข้องแก่การที่ได้สร้างเมื่อเสด็จกลับจากไปตีเขมร แผ่นดินพระบรมไตรโลกนาถ หรือเมื่อใดนั้น แต่เป็นที่สงสัยด้วยเห็นไม่ถนัด พระพุทธรูปทำด้วยศิลาแลงทั้งนั้น องค์ที่สำคัญว่าเป็นหมอดีนั้น คือ องค์ที่อยู่กลาง ดูรูปตักและเอวงามเป็นทำนองเดียวกับพระพุทธรูปเทวปฏิมากร แต่ตอนบนกลายไปเป็นด้วยฝีมือผู้ที่ไปปั้น ว่าลอยน้ำก็เป็นความจริง เพราะเป็นศิลาแลงคงจะไม่ได้ทำในที่นี้…” (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันไทยคดีศึกษา, 2527 : 194)
พระพุทธโสธรนั้นถือได้ว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียงนับถือมาก โดยมาสักการะบูชากันเป็นประจำตลอดปี
กำหนดงาน
จัดขึ้นปีละ 3 ครั้ง คือ
1. วันขึ้น 14 ค่ำ – วันแรม 1 ค่ำ เดือน 5 (3 วัน 3 คืน) (เป็นวันที่อาราธนาหลวงพ่อโสธรขึ้นมาจากแม่น้ำมาประดิษฐานในพระอุโบสถ)
2. วันขึ้น 12 ค่ำ – วันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 (5 วัน 5 คืน)
3. เทศกาลตรุษจีน เริ่มตั้งแต่วัน ชิวอิด ชิวหยี ชิวซา ชิวสี่ ชัวโหงว (5 วัน 5 คืน)
สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ www.tat.or.th/festival
กิจกรรม / พิธี
งานนมัสการหลวงพ่อโสธรครั้งแรกนั้นตามตำนานว่า เมื่อประชาชนพากันอาราธนาหลวงพ่อโสธรขึ้นจากน้ำแล้วก็อัญเชิญมาประดิษฐานในพระอุโบสถ จัดงานสมโภชถวาย ตั้งแต่นั้นมาก็จัดสมโภชขึ้น ทุกปี และถือเป็นวันเกิดของหลวงพ่อโสธร มีมหรสพแสดงตลอดงาน 3 วัน 3 คืน
งานนมัสการหลวงพ่อโสธรกลางเดือน 12 นั้น เป็นวันทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์และปลุกเสกพระเครื่องของหลวงพ่อ และเครื่องรางของขลัง เสร็จแล้วทำพิธีเปิดงานในวันรุ่งขึ้น มีการจัดขบวนแห่หลวงพ่อโสธรจำลองทั้งทางบกและทางน้ำ จัดงานเป็นเวลา 5 วัน 5 คืน
ส่วนงานนมัสการหลวงพ่อโสธรครั้งที่ 3 นั้น มีขึ้นในเทศกาลตรุษจีน รวม 5 วัน 5 คืน
การจัดงานดังกล่าวนี้ มีผู้คนหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ ทั้งพุทธศาสนิกชนชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีนที่ให้ความเคารพนับถือ |