|
คุณเชื่อ..ผมนะ
200 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯกับเงินในกระเป๋าไม่เกิน 1000 บาท รถเล็ก ๆ ของเราหนึ่งคันกับค่าน้ำมันหาร 2 เราก็สามารถไปพบกับสิ่งดี ๆ ที่สวยงามและยิ่งใหญ่ถึง 3 แห่งในวันเดียว คุณเชื่อผมนะ แล้วชีวิตของเราจะดีขึ้น กิฟฟารี เอ๊ย กาญจนบุรี คือที่ที่ผมกำลังจะพาคุณไป หากพร้อมแล้วเราก็เริ่มเดินทางไปกันเลย...

อลังการแห่งอาราม
ออกเดินทางกันจากกรุงเทพฯ ตอนสาย ๆ ขับรถเพียง 1 ชั่วโมง ก็จะถึงอำเภอท่าม่วง ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวเมืองกาญจน์ ราว 10 กิโลเมตร คุณจะตื่นตากับเสาโคมไฟรูปช้างเรียงรายเป็นกิโลบนเกาะกลางถนน แต่นี่เป็นแค่น้ำจิ้มของอำเภอท่าม่วงเท่านั้นนะ เพราะความอลังการที่แท้จริงอยู่ห่างไปอีกแค่ 5 กิโลเมตร
เมื่อนำรถเข้าเทียบที่เชิงเขาของวัดถ้ำเสือ เราต่างแหงนคอตั้งบ่าและร้องโอ้โฮ ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นกับความอลังการเพียงอย่างเดียว แต่เบื้องหน้านั่นคือ บันได และบันได ทอดขึ้นไปจนสุดสายตา แต่ด้วยความตั้งใจที่จะอธิษฐานให้ชีวิตของเราดีขี้น เราต้องเอาชนะอุปสรรคให้ได้ แม้รถเคเบิ้ลจะมีบริการ แต่เราก็ไม่ยอมใช้ เราตั้งใจจะพิสูจน์ศรัทธาอันยิ่งใหญ่ด้วยการเดินเท้า แม้จะสวนทางกับแรงขาที่มีน้อยก็ตาม เราเดินเดินพักพักไปสี่ห้ายก ก็มาหมดแรงบนยอดเขาพอดี ณ ที่นี้ เราก็ต้องแหงนคอตั้งบ่าเป็นครั้งที่สอง องค์พระพุทธรูปเบื้องหน้าเราช่างใหญ่โตและงดงามยิ่งนัก เรานั่งมองพระพักตร์ท่านและและนั่งอธิษฐานอยู่อยู่เนิ่นนาน ความเหนื่อยกลับหายไปอย่างประหลาด เราจึงมีแรงเดินชมวัดชมวิวจนทั่ว นอกจากองค์พระประดับโมเสกสีทองอร่ามแล้ว อุโบสถ และเจดีย์พุทธคยา ก็ล้วนแต่อลังการงานสร้าง นึกถึงความพยายามของผู้ที่สร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ขึ้นมาได้ ต้องใช้แรงงาน แรงศรัทธา และทุนทรัพย์มากมายสักเพียงไร และลำบากยากยิ่งขึ้นไปอีกเพราะมาสร้างบนยอดเขา จึงนับเป็นสถานที่รวมแรงศรัทธามหาศาลมาอยู่ในที่เดี่ยว เป็นบุญของเราอย่างยิ่งที่ได้มาเยี่ยมชมกัน

อลังการแห่งเมืองมายา
จากวัดถ้ำเสือ เราเลือกไปทานก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาระหว่างทาง และขับรถเลยเมืองกาญจน์ตามทางไปเขื่อนศรีนครินทร์ ประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถึงสี่แยกลาดหญ้า จากนั้นเลี้ยวตามป้ายไปเรื่อย ๆ พักเดียวก็ถึงจุดหมาย
อลังการแห่งที่สองก็คืออาณาจักรหงสาที่เนรมิตขึ้นมาในค่ายทหาร เป็นกองถ่ายหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรนั่นเอง หลังจากตีตั๋วเข้ามา ก็เสมือนกับหลุดเข้ามาในอาณาจักรโบราณ ตรงหน้าเรา คือรูปปั้นสิงห์คู่สีขาวขนาดมหึมาคอยต้อนรับเราเข้าไปในเมือง จากนั้น กำแพงประตูเมือง วัดพม่า เจดีย์มอญ วังของบุเรงนอง และอื่น ๆ อีกมากมาย ก็ทยอยมาปรากฏแก่สายตา แม้จะอ่อนแรงจากวัดถ้ำเสือเมื่อเช้า แต่เราก็เต็มใจเดินอย่างเพลินใจ แวะโน่น ชมนี่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้คุ้มค่ากับค่าเข้าชม 100 บาท และกะว่าจะถ่ายรูปไปอวดเพื่อนว่าเราไปเที่ยวประเทศพม่ามา เพราะเหมือนกับเมืองพม่าไม่ผิดเพี้ยน วัสดุแกะสลักตกแต่งที่เป็นโฟมไฟเบอร์ก็งามหยดย้อยเหมือนไม้เหมือนจริง ๆ จนอดจะเอามือไปแตะ ๆ จับ ๆ พิสูจน์ไม่ได้ แม้รู้ว่านั่นเป็นแค่ของปลอมก็ตาม ที่นี่ยังมีชุดกษัตริย์ ชุดทหาร แม่ทัพนายกองให้เราแต่งตัวถ่ายรูปตามแต่ใจชอบ และเรายังโชคดีที่มาได้ถูกเวลา เพราะได้พบท่านมุ้ยกำลังถ่ายทำหนังภาคที่สามอยู่พอดี เป็นการถ่ายทำกองทหารขี่ม้าลาดตระเวณเสียด้วย เสียดายอยู่นิดนึงที่ไม่เจอผู้พันเบิร์ดที่แสดงเป็นสมเด็จพระนเรศวร หลังจากมาที่นี่แล้ว ก็ทำให้เราอยากไปดูหนังภาคสุดท้ายขึ้นมาทันที เราแวะโน่นชมนี่ รวมทั้งฟังเจ้าหน้าที่บรรยายตามจุดต่าง ๆ จนแว่บเดียวก็ผ่านไป 2 ชั่วโมง ยังแปลกใจอยู่ว่าเดินมาได้ยังไงไกลเพียงนี้ แม้จะเป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ แต่ยังไม่หมดกำลังใจที่จะเดินทางต่อไปยังอลังการแห่งที่สามตามที่ได้ตั้งใจไว้
อลังการแห่งผืนน้ำและขุนเขา
จากกองถ่ายฯ เราขับรถเพียงอีดใจแค่ 20 นาที ก็เข้าเขตการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เรานำรถไต่เส้นทางขึ้นเขาเพื่อไปยังสันเขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อชมความความยิ่งใหญ่อลังการที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์ผสมกัน ก่อให้เกิดเขื่อนและทะเลสาบที่สวยงาม อำนวยประโยชน์ทั้งผลิตไฟฟ้าและหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้านที่อยู่ท้ายเขื่อนออกไป เราหยุดอยู่ตรงถนนบนสันเขื่อนที่มีบรรยากาศเย็นสบายในยามเย็น เบื้องขวาคือผืนน้ำกว้างใหญ่ไพศาล ส่วนด้านซ้ายมือเป็นขุนเขาสลับซับซ้อน มองเห็นสายธารเล็ก ๆ ออกจากตัวเขื่อนคดเคี้ยวไปสุดสายตา แล้วก็สำนึกได้ว่าเราเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ในโลกนี้ เรานั่งมองผืนน้ำที่เรียบนิ่งสงบเงียบ จินตนาการตัวเองเป็นพี่เบิร์ดธงไชย ฮัมเพลง มีแต่คิดถึง เหมือนในเอ็มวี แต่ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เหลียวมองรอบตัว ก็รู้สึกเย็น ๆ หวิว ๆ เราจะไม่อยู่เพื่อมองดาวกับพี่เบิร์ดที่นี่แน่นอน

คืนนั้นเรายังอยู่ที่ตัวเมืองกาญจน์ ชดเชยแรงที่หายไปด้วยเบียร์สดและต้มยำตีนไก่ซุปเปอร์ ซึ่งเพื่อนแนะนำมา เรารับประทานไปหลายเท้าด้วยกัน รสชาติดีถูกใจเรามาก แต่บรรยายไปก็คงไม่อิ่ม เป็นอันว่าต้องไปลองหาทานกันเองแล้วกันนะ จากนั้นก็กลับมามานอนอย่างเป็นสุข ณ เรือนแพริมน้ำแม่กลอง ในตัวเมือง เห็นมั้ย..ความสุขนั้นหาได้ แค่ใกล้ ๆ กรุงเทพฯนี่เอง คุณเชื่อ..ผมนะ
|