My Dock   Close
 
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxx  
เว็บไซต์ข้อมูลท่องเที่ยวภาษาไทย - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย..   Change font size  
หน้าแรก
Back to First Page
ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร
Tourism Authority of Thailand
ติดต่อสอบถาม
For More Information
แผนผังเว็บไซต์
Website Structure
ENGLISH   ไทย
Other Language / Official Site
    + ขอเชิญร่วมโครงการประกวดภาพถ่าย มหัศจรรย์เมืองไทยในภาพถ่าย ครั้งที่ 2   + ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมส่งบทความท่องเที่ยวเมืองไทยเพื่อชิงรางวัลจากเว็บไซต์ ททท.   + การขอรับข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยว สามารถติดต่อได้ที่ สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา      
 
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
 
[ สมัครสมาชิกเว็บไซต์ ]
 
คำที่ใช้ในการค้นหา

 
พยากรณ์อากาศ
กรุงเทพฯ 22 - 33 C
อัตราแลกเปลี่ยน
1 USD = 32.9191 Baht

 
กรุณากรอกอีเมล์ของคุณ :

บทความที่น่าสนใจ

หน้าแรก > บทความที่น่าสนใจ
3 อลังการในวันเดียว

 

คุณเชื่อ..ผมนะ 
200 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯกับเงินในกระเป๋าไม่เกิน 1000 บาท รถเล็ก ๆ ของเราหนึ่งคันกับค่าน้ำมันหาร 2 เราก็สามารถไปพบกับสิ่งดี ๆ ที่สวยงามและยิ่งใหญ่ถึง 3 แห่งในวันเดียว  คุณเชื่อผมนะ แล้วชีวิตของเราจะดีขึ้น  กิฟฟารี เอ๊ย กาญจนบุรี คือที่ที่ผมกำลังจะพาคุณไป หากพร้อมแล้วเราก็เริ่มเดินทางไปกันเลย...


อลังการแห่งอาราม
ออกเดินทางกันจากกรุงเทพฯ ตอนสาย ๆ ขับรถเพียง 1 ชั่วโมง ก็จะถึงอำเภอท่าม่วง ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวเมืองกาญจน์ ราว 10 กิโลเมตร คุณจะตื่นตากับเสาโคมไฟรูปช้างเรียงรายเป็นกิโลบนเกาะกลางถนน แต่นี่เป็นแค่น้ำจิ้มของอำเภอท่าม่วงเท่านั้นนะ เพราะความอลังการที่แท้จริงอยู่ห่างไปอีกแค่ 5 กิโลเมตร 
เมื่อนำรถเข้าเทียบที่เชิงเขาของวัดถ้ำเสือ เราต่างแหงนคอตั้งบ่าและร้องโอ้โฮ ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นกับความอลังการเพียงอย่างเดียว แต่เบื้องหน้านั่นคือ บันได และบันได ทอดขึ้นไปจนสุดสายตา แต่ด้วยความตั้งใจที่จะอธิษฐานให้ชีวิตของเราดีขี้น เราต้องเอาชนะอุปสรรคให้ได้ แม้รถเคเบิ้ลจะมีบริการ แต่เราก็ไม่ยอมใช้ เราตั้งใจจะพิสูจน์ศรัทธาอันยิ่งใหญ่ด้วยการเดินเท้า แม้จะสวนทางกับแรงขาที่มีน้อยก็ตาม เราเดินเดินพักพักไปสี่ห้ายก ก็มาหมดแรงบนยอดเขาพอดี ณ ที่นี้ เราก็ต้องแหงนคอตั้งบ่าเป็นครั้งที่สอง องค์พระพุทธรูปเบื้องหน้าเราช่างใหญ่โตและงดงามยิ่งนัก  เรานั่งมองพระพักตร์ท่านและและนั่งอธิษฐานอยู่อยู่เนิ่นนาน ความเหนื่อยกลับหายไปอย่างประหลาด เราจึงมีแรงเดินชมวัดชมวิวจนทั่ว นอกจากองค์พระประดับโมเสกสีทองอร่ามแล้ว อุโบสถ และเจดีย์พุทธคยา ก็ล้วนแต่อลังการงานสร้าง นึกถึงความพยายามของผู้ที่สร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ขึ้นมาได้ ต้องใช้แรงงาน แรงศรัทธา และทุนทรัพย์มากมายสักเพียงไร และลำบากยากยิ่งขึ้นไปอีกเพราะมาสร้างบนยอดเขา จึงนับเป็นสถานที่รวมแรงศรัทธามหาศาลมาอยู่ในที่เดี่ยว เป็นบุญของเราอย่างยิ่งที่ได้มาเยี่ยมชมกัน 

อลังการแห่งเมืองมายา
จากวัดถ้ำเสือ เราเลือกไปทานก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาระหว่างทาง และขับรถเลยเมืองกาญจน์ตามทางไปเขื่อนศรีนครินทร์ ประมาณ 20 กิโลเมตร  ก็ถึงสี่แยกลาดหญ้า จากนั้นเลี้ยวตามป้ายไปเรื่อย ๆ  พักเดียวก็ถึงจุดหมาย
อลังการแห่งที่สองก็คืออาณาจักรหงสาที่เนรมิตขึ้นมาในค่ายทหาร เป็นกองถ่ายหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรนั่นเอง   หลังจากตีตั๋วเข้ามา ก็เสมือนกับหลุดเข้ามาในอาณาจักรโบราณ ตรงหน้าเรา คือรูปปั้นสิงห์คู่สีขาวขนาดมหึมาคอยต้อนรับเราเข้าไปในเมือง จากนั้น กำแพงประตูเมือง วัดพม่า เจดีย์มอญ วังของบุเรงนอง และอื่น ๆ อีกมากมาย  ก็ทยอยมาปรากฏแก่สายตา แม้จะอ่อนแรงจากวัดถ้ำเสือเมื่อเช้า แต่เราก็เต็มใจเดินอย่างเพลินใจ แวะโน่น ชมนี่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้คุ้มค่ากับค่าเข้าชม 100 บาท และกะว่าจะถ่ายรูปไปอวดเพื่อนว่าเราไปเที่ยวประเทศพม่ามา  เพราะเหมือนกับเมืองพม่าไม่ผิดเพี้ยน วัสดุแกะสลักตกแต่งที่เป็นโฟมไฟเบอร์ก็งามหยดย้อยเหมือนไม้เหมือนจริง ๆ  จนอดจะเอามือไปแตะ ๆ จับ ๆ พิสูจน์ไม่ได้ แม้รู้ว่านั่นเป็นแค่ของปลอมก็ตาม  ที่นี่ยังมีชุดกษัตริย์ ชุดทหาร แม่ทัพนายกองให้เราแต่งตัวถ่ายรูปตามแต่ใจชอบ  และเรายังโชคดีที่มาได้ถูกเวลา เพราะได้พบท่านมุ้ยกำลังถ่ายทำหนังภาคที่สามอยู่พอดี เป็นการถ่ายทำกองทหารขี่ม้าลาดตระเวณเสียด้วย เสียดายอยู่นิดนึงที่ไม่เจอผู้พันเบิร์ดที่แสดงเป็นสมเด็จพระนเรศวร  หลังจากมาที่นี่แล้ว ก็ทำให้เราอยากไปดูหนังภาคสุดท้ายขึ้นมาทันที  เราแวะโน่นชมนี่ รวมทั้งฟังเจ้าหน้าที่บรรยายตามจุดต่าง ๆ จนแว่บเดียวก็ผ่านไป 2 ชั่วโมง  ยังแปลกใจอยู่ว่าเดินมาได้ยังไงไกลเพียงนี้  แม้จะเป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ แต่ยังไม่หมดกำลังใจที่จะเดินทางต่อไปยังอลังการแห่งที่สามตามที่ได้ตั้งใจไว้

อลังการแห่งผืนน้ำและขุนเขา
จากกองถ่ายฯ เราขับรถเพียงอีดใจแค่ 20 นาที ก็เข้าเขตการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เรานำรถไต่เส้นทางขึ้นเขาเพื่อไปยังสันเขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อชมความความยิ่งใหญ่อลังการที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์ผสมกัน ก่อให้เกิดเขื่อนและทะเลสาบที่สวยงาม อำนวยประโยชน์ทั้งผลิตไฟฟ้าและหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้านที่อยู่ท้ายเขื่อนออกไป เราหยุดอยู่ตรงถนนบนสันเขื่อนที่มีบรรยากาศเย็นสบายในยามเย็น เบื้องขวาคือผืนน้ำกว้างใหญ่ไพศาล ส่วนด้านซ้ายมือเป็นขุนเขาสลับซับซ้อน มองเห็นสายธารเล็ก ๆ ออกจากตัวเขื่อนคดเคี้ยวไปสุดสายตา  แล้วก็สำนึกได้ว่าเราเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ในโลกนี้  เรานั่งมองผืนน้ำที่เรียบนิ่งสงบเงียบ จินตนาการตัวเองเป็นพี่เบิร์ดธงไชย ฮัมเพลง มีแต่คิดถึง เหมือนในเอ็มวี  แต่ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เหลียวมองรอบตัว ก็รู้สึกเย็น ๆ หวิว ๆ เราจะไม่อยู่เพื่อมองดาวกับพี่เบิร์ดที่นี่แน่นอน 


คืนนั้นเรายังอยู่ที่ตัวเมืองกาญจน์  ชดเชยแรงที่หายไปด้วยเบียร์สดและต้มยำตีนไก่ซุปเปอร์ ซึ่งเพื่อนแนะนำมา เรารับประทานไปหลายเท้าด้วยกัน รสชาติดีถูกใจเรามาก แต่บรรยายไปก็คงไม่อิ่ม เป็นอันว่าต้องไปลองหาทานกันเองแล้วกันนะ  จากนั้นก็กลับมามานอนอย่างเป็นสุข ณ เรือนแพริมน้ำแม่กลอง ในตัวเมือง  เห็นมั้ย..ความสุขนั้นหาได้ แค่ใกล้ ๆ กรุงเทพฯนี่เอง คุณเชื่อ..ผมนะ


หน้า ( 1 / 1 )  
 
   ส่งหน้านี้ให้เพื่อน   สั่งพิมพ์หน้านี้   ติดต่อผู้ดูแลระบบ กลับขึ้นด้านบน
ข่าวประชาสัมพันธ์ ททท.
Next
เชิญเที่ยวงาน เจียไต๋  แฟร์ 2009  มหัศจรรย์แห่งเมล็ดพันธุ์
เชิญเที่ยวงาน เจียไต๋ แฟร์ 2009 มหัศจร...
ขอเชิญเที่ยวงานเจียไต๋ แฟร์ มหัศจรรย์แห่งเมล็ดพันธุ์ 2009 ระหว่างวันที...
ทะยานสู่ฟ้ากว้างชมความงดงามเขาใหญ่กับเทศกาลบอลลูนนานชาติครั้งที่ 2
ทะยานสู่ฟ้ากว้างชมความงดงามเขาใหญ่กับเทศ...
เทศกาลบอลลูนนานาชาติ Thailand International Balloon Festival 2008 ซึ่ง...

More Information


Thailand Live Streaming  Video / Audio
Thailand E-Magazine


Valid CSS! การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่)
1600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ : 0 2250 5500 ต่อ 2832-2838, โทรสาร : 0 2253 7400
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2546 – 2550 : เงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ : ติดต่อสอบถาม : แผนผังเว็บไซต์
RSS Feed     ใช้เวลาโหลด 2.55  วินาที ปรับปรุงข้อมูลทุกๆ 30 นาที