My Dock   Close
 
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxx  
เว็บไซต์ข้อมูลท่องเที่ยวภาษาไทย - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย..   Change font size  
หน้าแรก
Back to First Page
ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร
Tourism Authority of Thailand
ติดต่อสอบถาม
For More Information
แผนผังเว็บไซต์
Website Structure
ENGLISH   ไทย
Other Language / Official Site
    TAT Amazing Fun Golf เลื่อนการจัดแข่งขันสนามที่ 6 สันติบุรี เชียงราย เป็นวันที่ 30 พฤศจิกายน 2551   สอบถามข้อมูลท่องเที่ยว ฟรี ผ่านระบบ web phone ทุกวันระหว่างเวลา 16.00-20.00 น.   เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ Bangkok International Film Festival 23 - 30 กันยายน 2551      
 
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
 
[ สมัครสมาชิกเว็บไซต์ ]
 
คำที่ใช้ในการค้นหา

 
พยากรณ์อากาศ
กรุงเทพฯ 25 - 35 C
อัตราแลกเปลี่ยน
1 USD = 34.0558 Baht

 
กรุณากรอกอีเมล์ของคุณ :

 
คุณพอใจในความครบถ้วนและถูกต้อง
ของข้อมูลท่องเที่ยวในเว็บไซต์ ททท. ระดับใด
Email:


 

คุณพอใจในความครบถ้วนและถูกต้องของข้
อมูลท่องเที่ยวในเว็บไซต์ ททท. ระดับใด




1 . -
2 . -
   


บทความที่น่าสนใจ

หน้าแรก > บทความที่น่าสนใจ
“ปาย” ความหมายที่อยากหาคำตอบ

“ปาย” ความหมายที่อยากหาคำตอบ เมืองเล็กๆ ที่มีคนล่ำลือว่าสวย สงบ เปรียบดังเมืองในฝันที่น่าแวะเข้าไปยิ่งนัก... นี่คือ เวลาที่ผมจะเข้าไปหาคำตอบสำหรับตัวผมเองว่า ปาย คืออะไร ความสวยของมันอยู่ตรงไหน แม้ว่าจะเป็นการเดินทางโดยลำพังแต่ก็เหมือนมีความหมายที่เดินทางไปกับเราด้วยเพื่อให้เราหาคำตอบของมัน 

ที่ขนส่งอาเขต เชียงใหม่มีรถมินิบัสสีแดงส้มของบริษัทเปรมประชาที่จะพาผมไปปาย วันนั้นผมได้รถรอบเที่ยงครึ่งซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของวันนั้น รอบแรกมีตอน 8 โมงเช้า ตื่นเต้นเหมือนกันกับการเดินทางคนเดียว กับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า รถเริ่มไหลออกจากขนส่งช้า ๆ ตามเวลา ขนทั้งคนไทย คนฝรั่ง ญี่ปุ่น และสัมภาระต่างๆ ไปตามทางหลวง วันนี้อากาศร้อนลมก็โชยเข้ามาพาให้วูบหลับไปตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่บนถนนที่เส้นเล็กลง เริ่มเห็นความเป็นชนบท เริ่มเห็นทางที่ชันขึ้น สีเขียวที่มากขึ้นและบ่อยขึ้น แต่หันไปดูข้างๆ เป็นผู้หญิงไทย น่าจะเป็นชาวดอยแล้วก็อุ้มลูกอายุประมาณ 2 ขวบกว่าๆ หน้าตาเจ้าหนูน้อยคนนี้มันเกินวัย หน้าตาน่ารักน่าชัง แต่ออกไปทางน่าชังกึ่งๆ น่ากลัวมากกว่า โดยเฉพาะเวลาเจ้าเด็กน้อยนอนหลับแล้วเผลอเอาลิ้นออกมาจุกปากยิ่งส่งเสริมความตลกและความน่ากลัวเข้าไปอีก นี่ยังมีเรื่องน่ารักๆ ของเจ้าตัวเล็กนี่อีก.. 

รถวิ่งไปได้ประมาณครึ่งทางคือ 2 ชั่วโมงพอดี ถึงจุดจอดพักเข้าห้องน้ำ ทานข้าวสัก 15 นาที มีของขายพอสมควร แต่ว่ามีร้านน้ำชาอยู่ด้วย คนขายให้ทานฟรีไม่ยอมเอาตังค์ถ้าเราถูกใจค่อยซื้อชาของเธอติดไม้ติดมือกลับไป บังเอิญผมเอาข้าวแต๋นติดไปด้วยก็เลยกินกับน้ำชาจีน อร่อยและทำให้สดชื่นมากๆ สักพักคนขับรถก็บีบแตรเรียกให้ขึ้น อย่างที่บอกว่านี่เป็นจุดแวะพักซื้อน้ำ ซื้อขนม แม่ของเจ้าเด็กน้อยที่นั่งข้างๆ กันก็ซื้อลูกชิ้น ขนม แล้วก็เป๊ปซี่ใส่น้ำแข็งขึ้นไปกินบนรถ ผมก็นึกในใจถุงเป๊ปซี่ใหญ่ขนาดนั้นจะมีปัญหาอะไรกลางทางกับกระเพาะปัสสาวะหรือเปล่าเนี่ย คงไม่มีมั๊ง หวังเช่นนั้น

ช่วงนี้รถเริ่ม ไต่ขึ้นลงไปรอบๆ เขาอากาศเริ่มเย็น เสียงคนไอคอกๆ มากขึ้น ผ่านปากทางเข้าอุทยานห้วยน้ำดัง ผ่านหน้าผามองไปข้างๆ เห็นหุบเขา ภูเขา พื้นราบ สวยจริงๆ แล้วเสียงคนคุยกันก็ยังดังอยู่เพราะเพิ่งได้พักกันมา เลยมีแรงคุยกันเรื่อยๆ เจ้าเด็กน้อยข้างๆ ผมก็กินลูกชิ้น แหนมปิ้ง เป๊ปซี่อย่างเอร็ดอร่อย เสียงจ้อแจ้ กับแม่เขาก็มีอยู่ไม่ขาด รู้สึกว่าเสียงมันจะดังขึ้น ดังขั้นเรื่อยๆ แต่ผมก็ไม่ได้สังเกตอะไร เพราะตอนนั้นวิวข้างทางสวยอยู่มากๆ เลย แล้วมันก็ลัดเลาะอยู่บนเขา..สักพักแม่ของเด็กน้อยหันมามองหน้าผม พลางบอกว่าลูกของเธอปวดฉี่ เธอก็พูดลอยๆ ว่ารถมันจะจอดให้ได้ไหมหนา ก็ตอนนี้รถมันวนอยู่บนเขาแล้วก็ไม่มีไหล่ทางให้จอดเลย เธอเลยเปลี่ยนกลับไปเล่นกับเจ้าเด็กน้อยสักพักหนึ่ง มันก็ยังร้องๆๆ อยู่จนเธอต้องเอ็ดด้วยภาษาชาวดอย เจ้าหนูน้อยก็เงียบไปพักนึง รถแล่นไปเรื่อยๆ พร้อมกับใจลุ้นๆ ของแม่เจ้าหนูน้อยกับผมว่าเมื่อใดจะถึงทางราบ มันจะแตกกลางทางหรือเปล่าเนี่ย ก็ตลกดีนะแม่เขาพยายามกางถุงพลาสติกที่ใส่ขนมให้เจ้าเด็กน้อยฉี่ แต่เหมือนกับน้องมันจะไม่ยอมอาจเพราะไม่คุ้นเคยกับโถฉี่แบบฉุกเฉิน จนลงทางราบแม่เขาก็พูดลอยๆ ขึ้นมาว่าน่าจะมีออด อ๋อ..ผมเริ่มจับทางแกถูกแล้ว จะให้ผมช่วยใช่ไหมล่ะ แน่นอนอยู่แล้วต้องช่วยแน่ๆ ไม่งั้นเดี๋ยวเปียกกันทั่วหน้าแน่ๆ ก็เลยหันไปบอกคนท้ายรถว่าน้องมันปวดฉี่ หาที่จอดหน่อย คนขับก็รีบจอดข้างทาง เจ้าเด็กน้อยทำหน้าตาแสนดีใจแล้วแม่เขาก็พาลงไปปลดทุกข์ข้างทาง แล้วขึ้นมาอย่างมีความสุข แฮบปี้เอ็นดิ้ง อืม เหมือนกับผมลงไปปลดทุกข์เองเลยนะเนี่ย.. นี่ก็ใกล้ปายเข้าไปเรื่อยๆ แล้วพอลงทางราบแบบนี้รถก็เลยแล่นสบายฉิวหน่อย 

ถึงปายประมาณบ่ายสี่กว่าๆ รถเลี้ยวเข้าไปจอดในเวิ้งเล็กๆ สำหรับจอดรถ ขอย้ำว่าเล็กกว่าสถานีใดในจินตนาการ ขนาดน่าจะเท่ากับที่จอดรถหน้าตึกเล็กๆ สักตึกหนึ่ง การเดินทางสี่ชั่วโมงกว่าๆ หรือประมาณหนึ่งร้อยกว่ากิโลก็มาถึงอำเภอปายสักที พลางมองหาอะไรหนอคือความหมายของปาย.. กระเป๋าเดินทางผมใหญ่มากใหญ่จนต้องลากแบกบนหลังไม่ไหว มองซ้ายมองขวาพักที่ไหนดีω ปกติภาพที่เราคิดไว้ตอนแรกเลยคือตอนลงรถจะมีคนมาเดินถามว่าพี่จะไปพักที่โน่นที่นี่ไหม แต่ผิดเลยไม่มีครับ มีแต่แจกใบปลิวมอเตอร์ไซต์เช่า เอ่..แปลกๆ ก็เลยตัดสินใจลากกระเป๋าไปตามทาง เดินไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็หาที่พักเองได้..เดินๆ ไป ก็ไปเจอร้านขายโปสการ์ด หนังสือ เป็นร้านน่ารักๆ เหมือนกับที่เคยเห็นในรายการทีวีนำเที่ยวปายเลย ท่าทางเราจะคอเดียวกัน ฮั่นแน่โชคเข้าข้างเราแล้วเดินเข้าไปขอคำปรึกษาพี่แกดีกว่า ‘พี่ ผมหาที่พักอยู่ พี่มีที่แนะนำไหม’ พี่แกก็ตอบว่า ‘อืม ที่ไหนดีล่ะ’ อ่าวไหงแกตอบอย่างนั้น แกก็เดินไปหยิบแผนที่มาแล้วก็มากางให้ดูเพื่อแนะนำที่พักให้ แกก็บอกว่าในตัวเมืองก็มี กระท่อมปายฮัท มี abodaya ส่วนถ้าขี่รถเครื่องไปข้างนอกทางด้านทิศตะวันออก (ในแผนที่) ก็จะมีบ้านพักที่น่าพักอยู่ไม่น้อย แกแนะนำหลายที่แต่ผมจำไม่ได้แล้ว จำเป็นเพียงข้อมูลว่าแถวนั้นก็มีที่พักที่น่าสนใจ สรุปก็คือ ลองเดินหาต่อไปก่อน 

ผมก็เลยลากกระเป๋าใบหนักๆ เดินออกมานึกภาพตัวเองแล้วเป็นคนเดียวในปายที่ลากกระเป๋านะเนี่ย นึกว่าอยู่สนามบิน ลองแวะลงไปกระท่อมปายฮัท (อาจจำชื่อผิดได้) ไปเจอรีเซพชั่นหนุ่ม ตอนแรกนึกว่าแกเป็นศิลปินวาดรูปซะอีกผมยาวเซอๆ แต่ดูใจดี แกบอกว่าที่พักเต็มหมดแล้วผมก็เลยคิดว่าเอางัยดีว้า แกเห็นผมเงอะๆ อยู่แกก็เลยบอกว่าอืมพี่มีกระท่อมว่างอยู่นะแต่มันอยู่ข้างล่าง โดนน้ำท่วมเมื่อครั้งที่แล้วไปดูห้องก่อนไหม ส่วนห้องอาบน้ำเดินไปทางโน้นแกก็ชี้ห้องน้ำที่ห่างออกไปราวๆ สัก 30 เมตรได้ พอเปิดห้องเข้าไปดูอืมใช้ได้เหมือนกันเตียงเป็นเตียงไม้ไผ่ แต่ห้องน้ำไกลมากๆ แล้วความปลอดภัยก็น่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกันก็เลยบอกพี่ว่า พี่ครับผมขอเดินหาที่พักรอบๆ ก่อน ถ้าไม่มีที่พักยังงัยผมขออาศัยพี่นอนคืนนี้นะครับ พูดไว้ก่อนเดี๋ยวถ้าไม่มีที่พักจะได้กลับมาหาพี่แกได้ ว่าแล้วก็ออกเดินหาที่พักต่อ 

เดินออกมาสักพักก็ถึงถนนในเมืองเจอร้านเนื้อปิ้งที่เล็งๆ ไว้ตั้งแต่ตอนลงจากรถแล้ว ท่าทางอร่อยก็เลยเดินเข้าไปหาคนขายแล้วก็บอกขอเนื้อผมชิ้นนึงนะครับ พี่คนขายเขาก็ถามว่าได้ที่พักหรือยัง แล้วแกก็ชี้ว่าลองไปดูฝั่งตรงข้าม ผมจำชื่อไม่ได้แล้วไม่รู้ว่าใช่ สำราญๆ อะไรทำนองนั้นหรือเปล่าแต่ชื่อไทย ซึ่งที่นี่ผมเดินเข้าไปแล้วดีมากเลยห้องสงบ อยู่ริมปาย แต่เสียอย่างเดียว..เต็ม ส่วนอีกที่ที่แกแนะนำก็คือบลูเฮ้าส์อยู่ข้างๆ ร้านแก ผมก็เลยเดินเข้าไปที่บลูเฮ้าส์ รูปร่างของมันเหมือนบ้านเช่าเรือนแถวในกทม.แต่จะทาเป็นสีฟ้าดูๆ ไปไม่น่าสนใจ แต่ยังงัยถ้ามีที่พักก็พักไปก่อนดีกว่าเพราะเย็นแล้ว ก็เลยไปตามรีเซพชั่นซึ่งคราวนี้เป็นน้องผู้หญิงเขาบอกว่าเต็มแล้ว แต่..ไม่รู้เป็นงัยนะเกสท์เฮ้าส์แต่ละที่มักมีห้องว่างที่แอบซ่อนไว้อยู่เสมอแม้ว่าที่พักจะเต็มเหมือนกับโรงเตี๊ยมในหนังจีนกำลังภายในเลย น้องเขาบอกว่ามีอยู่ห้องนึงว่างอยู่แต่ที่รองนั่งมันหักก็เลยไม่ได้เปิดให้เช่า พี่จะเข้าไปดูก่อนไหม ผมก็เลยลองเข้าไปดู อืมใช้ได้นะมีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย ตอนแรกผมเรียกไอ้เครื่องนี้ว่าเครื่องทำน้ำร้อนแต่ดูเหมือนชาวบ้านจะไม่ยอมรับเพราะว่าร้อนไม่เหมือนกับอุ่น ตอนหลังผมก็เลยเรียกตามๆ เขาไปว่าเครื่องทำน้ำอุ่น ตกลงก็เลยได้พักที่นี่ห้องหมายเลขหนึ่ง จ่ายค่าที่พักไปสองร้อยบาท แล้วก็รีบเอาของไปเก็บกางเตียงนอนไม้หน้าระเบียง นอนเหยียดขายาวๆ มองท้องฟ้า หลับตา อิ่มลม อืม นี่คือ ความสุขส่วนหนึ่งของการเดินทางเลยทีเดียว.. ผมก็เลยนั่งๆ นอนดูแผนที่ปายอยู่ในห้องเพื่อรอให้แบตกล้องและมือถือชารจ์เสร็จ กะว่าจะออกไปเดินสำรวจรอบๆ เมืองสักหน่อยตอนหกโมงครึ่ง พอได้เวลาก็ออกจากห้องพร้อมกล้อง กระเป๋าตังค์ แผนที่ แต่ไม่ลืมแวะร้านเนื้อปิ้งก่อน เพราะเล็งๆ ไว้ตั้งแต่ตอนลงจากรถแล้ว เนื้อที่นี่หวานและอร่อยมากๆ เดินไปกินไป เพลินจนเดินผ่านไปเกือบครึ่งถนน ถนนที่นี่ไม่กว้าง มีรถมอเตอร์ไซต์หรือรถเครื่องเยอะอยู่ ตอนนี้ก็เริ่มมืดแล้วสองข้างทางเริ่มมีของมาวางขาย อืม..ลืมไปเราต้องหาความหมายของคำว่า ‘ปาย’ ให้เจอนี่หน่า คิดว่าคงเป็นเมืองศิลปินอยู่กันเยอะๆ เดินไปต้องเจอศิลปินบ้างสิน่า ก็เลยเดินไปมองซ้าย มองขวา มองหมา มองคน มองเกสท์เฮ้าส์ มองเรื่อยเปื่อยเลย ตรงสี่แยกเลี้ยวซ้ายทางด้านซ้ายมือก็พบร้านอาหารที่น้องที่บลูเฮาส์แนะนำไว้คือบ้านปายเรสโตรอง สไตล์น่านั่งดีลองดูราคาอาหารแล้วก็ต้องบอกว่า ร้านดีๆ แต่อาหารไม่แพงเลย ราคาเฉลี่ยน่าจะอยู่สักหกสิบบาทเป็นอย่างนี้เกือบทุกร้านเลย รืออันนี้จะเป็นหนึ่งความหมายของปาย ถูกประหยัดราคายุติธรรม ไม่ใช่ ผมก็เดินไปเรื่อยๆ ครับเรื่อยๆ กะจะเดินไปถึงร้าน B-BOP ซึ่งเป็นร้านดังที่น้องบลูเฮ้าส์แนะนำมา พอเลยสถานีตำรวจไปสักพักนึงเริ่มรู้สึกว่าทางมันเริ่มมืด จะมีคนดักตีหัวหรือเปล่าว้าเนี่ย ลองเดินดูอีกสักพักอาจจะมืดช่วงสั้นๆ เดินไปสักพักเริ่มรู้สึกว่าไม่ค่อยมีอนาคตสว่างรออยู่ข้างหน้าเลย ถอยก่อนดีกว่าเดี๋ยวค่อยมาใหม่ก็เลยเดินกลับไปทางเดิมไปแวะกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อลูกชิ้นแชมป์แฟรนไชส์ที่มาไกลถึงที่นี่ อืมมื้อแรกที่ปายนะเนี่ยเส้นหมี่ลูกชิ้นเนื้อเปื่อย พริกน้ำตาลเครื่องปรุงรสที่นี่ดูสดและสะอาดมากๆ ผิดกับที่กทม.ที่ทั้งไม่สดแล้วพริกนี่อาจเปียกๆ ด้วย นั่งไปคิดไปเอ่..วันนี้จะเจอความหมายของปายไหมเนี่ย ชักจะเริ่มอิ่มแล้วเดินจะไม่ไหวแต่ก็เดินต่ออีก ฉับพลันคิดได้ว่าทางไป B-BOP เมื่อกี้มันเปลี่ยว งั้นไปอีกทางดีกว่าตรงแยกไปทางตลาดเช้าน่าจะสว่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนถึงร้าน ก็เลยเดินกลับทางเก่าแต่พอถึงแยกก็เดินเลี้ยวไปทางด้านซ้ายแทน อืม..อาจจะโอเค แต่เดินสักพักก็เริ่มเจอกับความมืดอีกครั้งนึง พร้อมกับคนอีกสองสามคนกำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่ในแสงสลัวๆ ฝั่งตรงข้ามทางด้านขวา เอางัยดีหว่า.. ลองเดินผ่านไปดูแล้วกัน ต๊อก ต๊อก ชะแวบสายตาไปทางกลุ่มคนกลุ่มนั้น อืมไม่มีอะไรผ่านไปอย่างเรียบร้อย แต่มันก็ยังมืดอยู่อีกก็เลยต้องหันหลังกลับ กลับไปเดินทางเก่า อืมคืนนี้กลับไปเดินสำรวจรอบๆ ที่พักก่อนก็ได้ไว้พรุ่งนี้เช้าๆ ค่อยมาเดินช่วงนี้ อาจมีของกินอร่อยๆ ตอนเช้า 

พอถึงแยกแทนที่จะเลี้ยวขวา เข้าไปด้านที่พักก็เลยลองไปทางด้านซ้ายเดินไปเรื่อยๆ ก่อนก็ไปเจอร้านขายโปสการ์ดของที่ระลึกเหมือนในทีวีเลยสักสองร้านแต่ก็ไม่ได้เข้าไป เดินไปเรื่อยๆ จนเจอร้านน้องเบียร์อยู่ด้านซ้ายซึ่งเป็นร้านที่มีพวกตราแม่ช้อยหรือหมึกดำเอ้ยหมึกแดงด้วย โดยอาหารอร่อยก็คือ ข้าวซอย กับหมูสะเต๊ะ ด้วยความที่อิ่มแบบปริ่มๆ แต่ยังมีกำลังใจในการกินที่ดีอยู่ก็เลยแวะเข้าไปนั่งในร้านสั่งข้าวซอยเนื้อ กับกาแฟเย็นมากิน ข้าวซอยของร้านนี้น่าประทับตรงเนื้อนี่แหละชิ้นใหญ่แล้วก็คล้ายๆ กับเนื้อเปื่อยแบบตุ๋นที่เคยกินที่บ้านก็เลยกินอย่างเอร็ดอร่อย กาแฟก็ใช้ได้ดีเลยหอมมันไม่หวานจนเกินไป จะลุกเดินต่อไหวไหมเนี่ยเรา.. เมื่ออิ่มท้องก็จ่ายตังค์แล้วออกเดินต่อไป แต่คราวนี้ตรงดิ่งกลับไปทางที่พักด้วยอาการรู้สึกปวดท้องอยากหาที่ระบาย..ลม 

หลังจากที่คลื่นลมปั่นป่วนสงบลงก็เลยไปแวะร้านนั่งดื่มเล็กๆ ชื่อ LUX (ถ้าจำไม่ผิด) พี่ผมขอไฮนาเก้นขวดหลังจากดื่มไปสักพักคลื่นลมเริ่มปั่นป่วนจนต้องขอตัวไปหลังร้านก่อน ห้องน้ำที่นี่ที่ใส่กระดาษชำระเท่มากใช้เชือกสีน้ำตาลหนึ่งเส้นห้อยลงมารอดผ่านไส้กลางของกระดาษชำระ แต่ห้องน้ำเขาสะอาดมาก.. จากนั้นก็กลับไปที่โต๊ะแล้วก็ไปนั่งคุยกับพี่เจ้าของร้านเพื่อคุยกันหาความหมายของปายต่อ ก็เลยถามพี่เขาว่าคนส่วนใหญ่มาปายกันมาทำอะไร ไปเที่ยวไหนกันบ้าง พี่เขาก็เอาแผนที่ออกมากางให้ดูแล้วก็บอกว่าส่วนใหญ่ก็มีน้ำพุร้อน กองแลนหรือปายแคนยอน น้ำตก พระธาตุ ประมาณนั้น แล้วแกก็เล่าว่าแกเคยมาปายเมื่อสี่ห้าปีก่อนจะสวยมากๆ แต่ตอนนี้หลังน้ำท่วมครั้งล่าสุด ปายเลยลดความสวยไปมาก เราก็คุยกันว่าอีกสักสามถึงห้าปีน่าจะกลับคืนสภาพเดิม แกก็บอกว่าแต่ก่อนที่คนมากันก็มาอยู่ริมปายมานั่งมานอนกัน นั่นแหละคือสิ่งที่ผมว่ามันคือ ความหมายของปาย แต่เอ๊ อย่างงั้นตอนนี้สิ่งเหล่านั้นความหมายของปายที่คนพูดถึง ฝันถึงก็หายไปพร้อมกับน้ำท่วมสิ สงสัยต้องรออีกสักสามปีถึงค่อยกลับมาพบกับความหมายนั้นอีกที พี่เขาก็แนะว่าให้เช่ามอเตอร์ไซต์แล้วก็ออกไปตระเวนแต่เช้าเลยสักหกเจ็ดโมงเช้า เนื่องจากว่าร้านเช่าที่นี่เปิดสายคือ เก้าโมงผมเลยคิดว่าต้องไปเช่าตั้งแต่คืนนี้แล้วล่ะ พี่เขาก็เล่าให้ฟังว่าแกจบการเงินทำงานได้สักปีกว่าๆ แล้วก็ย้ายไปทำงานที่เกาะช้างอยู่สักเจ็ดแปดปีมั๊ง ความที่แกเบื่อความแออัดในเมืองหลวง หรืออาจจะเบื่อคนด้วยซ้ำไปแกก็เลยเลือกที่จะมาอยู่แบบนี้ นี่แกก็เพิ่งย้ายมาที่ปายได้ราวๆ สักสองเดือน อืม..คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะโบยบินได้ เป็นอิสระจากพันธนาการทางสังคมได้ 

แล้วก็เลยไปร้านเช่ามอเตอร์ไซต์ต่อร้านชื่อ A-YA มั๊งถ้าจำไม่ผิด คนรับเรื่องเป็นเหมือนคนจีนแต่ดูคล่องแคล่ว เขาก็ถามว่าจะเอาประกันไหม อย่างเดียว สองอย่าง หรือสามอย่างก็ได้ ทั้งประกันรถชน รถหาย แล้วก็อื่นๆ คิดๆ ดูสักพักก็เลยเลือกเอามันหมดทุกประกันเลย โดยเฉพาะรถหายนี่ จะได้ไม่ต้องกังวลเวลาไปแวะตรงไหน ก็สามร้อยกว่าบาทสำหรับรถเครื่องสตาร์ทมือแบบผู้หญิง เข้าใจว่าหนึ่งร้อยยี่สิบห้าซีซี ผมไม่ได้ขับมานานเกือบเจ็ดแปดปีแล้วมั๊งล่าสุดเมื่อตอนอยู่มอปลาย นานมากๆ แล้วจำได้ลางๆ แค่ว่านั่งซ้อนแล้วให้เพื่อนมันลองขับแต่มันบิดซะแรงจนเราเกือบตกลงจากรถเลย นึกแล้วก็ขำดี กลับมาต่อ..เจ้าคนปล่อยรถให้ก็เติมน้ำมันให้แต่เติมแค่ขีดสองขีดเอง ไม่น่าจะพอ ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปเติมต่อ เอาแล้วครับเริ่มขึ้นไปบนมอเตอร์ไซต์สตาร์ทเครื่องแล้วก็ปื้นๆ ออกตัวไปช้าๆ อืมฝรั่งรีบหลบไปไกลๆ นะ คิดอย่างงั้นในใจ ขับไปสักพักก็เริ่มชำนาญแล้ว คราวนี้แหละ B-BOP อยู่ไม่ไกลแล้ว ไม่กลัวความมืดแล้วมีรถเครื่องแล้วนี่ 

รถเครื่องวิ่งหน้าสู่ร้าน B-BOP โดยไม่สนใจความมืดใดๆ ทั้งนั้น อากาศก็ชักเริ่มเย็นๆ แล้วเหมือนกัน พอไปถึงหน้าร้านแล้วก็เห็นคนเดินออกมามีรถเครื่องจอดอยู่หนึ่งคัน บรรยากาศในร้านวังเวงมากๆ มันจะเจ๊งหรือยังว้าเนี่ย หรือเรามาช่วงที่ร้านนี้เริ่มหมดแรงศรัทธาจากมหาชน เดินเข้าไปในร้านก็ยังดีพบคนอยู่โต๊ะนึง อืมยังดีดูเวลาก็สามทุ่มกว่าๆ ไปสั่งเบียร์น้องที่เคาน์เตอร์ไว้ น้องเขาก็ตะโกนว่าจ่ายตังค์ที่เคาน์เตอร์ค่ะ อืมก็เลยไปจ่ายตังค์แล้วก็นั่งที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์แทน แล้วก็เริ่มหาความหมายของปายต่อ ถามน้องเขาว่าคนมาปายเขาไปเที่ยวไหนกันบ้าง น้องเขาก็บอกเหมือนกับพี่ที่ร้านที่แล้วคือ กองแลน พระธาตุแม่เย็น น้ำตก น้ำพุร้อน แล้วเขาก็อธิบายทางว่าเมืองปายมันจะเป็นวงกลมนะวิ่งออกไป ยังงัยก็จะกลับมาที่เดิม โดยที่น้องเขาแนะนำว่าตอนเช้าให้ขับรถไปที่ปายแคนยอนก่อนจะเห็นวิวเมืองเพราะมันอยู่สูง จากนั้นค่อยวนเป็นวงกลมไปแวะน้ำพุร้อน พระธาตุแม่เย็น แล้วก็กลับไปน้ำตกก็ได้ อืม..ด้วยความกลัวจะหลง ขับไปๆ มาๆ อีกทีอาจถึงเชียงใหม่ก็เลยขอเบอร์โทรศัพท์ไว้เผื่อฉุกเฉินโทรหา น้องเขาก็ใจดีแถมหนังสือแนะนำที่ท่องเที่ยวมาให้อีกหนึ่งเล่มเห็นบอกว่าเขาจะส่งไปให้เพื่อนเขาเสมอๆ ..สักพักคนเริ่มทะยอยเข้ามามากขึ้นมากขึ้น ก็เลยรู้จากน้องเขาว่ามีวงเล่นสองวงตอนสี่ทุ่มเป็นวงบลู ส่วนตอนเที่ยงคืนเป็นของรอคเกอร์ พวกฝรั่งจะชอบมาดูวงที่สองมากกว่า.. จิบเบียร์ยังไม่หมด แต่ตัดสินใจกลับก่อนดีกว่า เพราะชักเริ่มเฝือๆ ดื่มไม่ค่อยลง ตอนออกมาจากร้านนี่คนหลายกลุ่มเริ่มเข้ามาในร้าน มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ก็เพิ่มเป็นห้าหกคัน คันไหนของเรานะเนี่ย อ๋อคันนั้นเองมีหมวกกันน็อคสีน้ำเงินเก่าๆ อยู่ตรงตะกร้าคนขับ แล้วก็ขับไปบลูเฮ้าส์ที่พักสำหรับคืนนี้.. 

ด้วยความที่นอนคนเดียว แล้วก็ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่บ้างในห้องก็เลยเปิดไฟไว้เป็นเพื่อน ตอนโน้นที่ไปนอนริมแพที่กาญจนบุรีก็เปิดไฟอย่างนี้แหละแต่ตอนนั้นตกดึกมีเสียงดังตุบ บานมุ้งลวดหน้าต่างห้องน้ำตกลงมาก็เดินไปดูพยายามหาสาเหตุเข้าข้างว่าการตกของหน้าต่างเกิดจากลมล่ะมั๊ง แต่แล้วก็ไม่สามารถสรุปได้ก็เลยไปเข้านอนต่อพร้อมทั้งคิดว่าพรุ่งนี้ย้ายห้องดีกว่า ฮ่าฮ่า.. ก็ตั้งมือถือให้ปลุกสักตีห้าสี่สิบห้าเพื่อที่จะได้ตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่กองแลน สวดมนต์แล้วก็เริ่มนอน คืนนี้เป็นคืนที่หลับสบายมากไม่น่าเชื่อว่าเตียงที่นี่จะให้ความรู้สึกเหมือนนอนอยู่ที่บ้านเลย ไม่น่าเชื่อจริงๆ หรือว่าω นี่คืออีกหนึ่งความหมายของปาย ความสงบ เสียงธรรมชาติ เวลาพักผ่อน 

ตื่นตอนที่มือถือปลุกแต่ก็ยังกลิ้งไปมาจนหกโมงต้นๆ ก็เลยรีบเข้าห้องน้ำเตรียมตัวออกเดินทางยามเช้า จะทันดูพระอาทิตย์ขึ้นไหมเนี่ยเรา สวมหมวกกันน็อคแล้วก็ขี่มอเตอร์ไซต์ออกจากที่พักผ่านไปทางเส้นเมื่อคืนเพื่อมุ่งสู่เส้นออกไปทางเชียงใหม่ ผ่านพระสงฆ์ ร้านโจ๊ก แล้วก็เจอร้านหมูปิ้ง ฉับพลันเกิดความคิดว่าซื้อหมูปิ้งไปกินแล้วก็ใส่บาตรด้วยดีกว่าก็เลยลงจอดข้างทางแล้วสั่งหมูปิ้งสี่ไม้ขาวเหนียวหนึ่งห่อสองชุด แล้วก็ใส่บาตร พระที่ปายสวดให้พรไม่เหมือนที่กทม.แต่ก็มีคำสวดคล้ายๆ กันอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ที่รู้สึกคือท่านสวดอย่างตั้งใจให้พรเราจริงๆ 

ตอนเช้านี้อากาศเย็น หมอกก็ลง แล้วหมอกที่นี่ยังมีละอองฝนปนอยู่ด้วย คล้ายๆ กับฝนตกปรอยๆ ลมที่ตีเข้ามาตอนขี่รถก็เย็น แต่การขี่รถบนบรรยากาศแบบนี้นี่รู้สึกสดชื่นจริงๆ เลย ถนนก็มีรถน้อยมากส่วนใหญ่จะเป็นรถเครื่อง กับรถกระบะ นี่แหละถนนหมายเลข 1095 ของขวัญที่แสนโรแมนติกยามเช้าของปาย ขับไปสักราวๆ 7 กิโลเมตรก็เหลือบไปเห็นป้ายที่บอกทางเข้าปายแคนยอนฝั่งตรงกันข้าม (ป้ายไม่ใหญ่เลย) ก็เลยวนรถกลับมาแล้วก็ขี่เข้าไปในทาง ปากทางเข้าไม่ใหญ่เลยแล้วก็ค่อนข้างชัน มีหินก้อนเล็กๆ มองขึ้นไปแล้วสงสัยรถฮอนด้าจะขึ้นไม่ไหวนะเนี่ย จอดไว้ข้างล่างแล้วเดินขึ้นไปลุยดีกว่า ไม่ต้องกลัวหายด้วย ทำประกันไว้แล้วนี่หน่า 

เดินขึ้นไปไม่นานก็ปรากฏปายแคนยอนอยู่บนสายตา โอ้โหสวยจังเลยเป็นแคนยอนขนาดเล็กๆ ย่อมๆ ดูไปอีกทีก็คล้ายกับกำแพงเมืองจีน อยากให้ใครสักคนมาเห็นด้วยจังเลยสวยซะขนาดนี้ ถ้าสังเกตุดีๆ หน้าผายาวๆ เป็นทางเดินที่บางทางเดินต่อไปได้ บางทางก็ตัน ต้องดูดีๆ ว่าเดินไปได้ไหมแล้วบางช่วงทางมันก็จะแคบกว้างขนาดเมตรหนึ่งได้ซึ่งสองข้างเป็นหุบลงไปราวๆ สักยี่สิบสามสิบเมตรได้สามารถทำให้เกิดอาการกลัวความสูงได้ ต้องอาศัยใจกับความระมัดระวังเหมือนกัน ผมก็เริ่มมองเห็นแล้วว่าจะเดินไปตรงไหนได้บ้างแต่ทางตรงนั้นมันแคบมากๆ ก็เลยคิดดูอยู่พลางคิดว่า อืม ขอนั่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งให้อิ่มท้องก่อน ชมวิวตรงนี้ก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยเดินไปตรงที่มันแคบๆ ดีกว่า ไม่งั้นอาจพลาดตกตุ๊บลงไปได้เพราะตาลายด้วยความหิว ก็เลยนั่งเปิบข้าวเหนียวหมูปิ้งตรงนี้เลย บรรยากาศดีมากๆ หมูปิ้งคำ ข้าวเหนียวคำ ข้าวเหนียวอีกก้อน น้ำเปล่าสักอึก หมูปิ้งอีกสักชิ้น วิวอีกสักหน่อย บิดขี้เกียจอีกนิด กินหมูปิ้งอีกคำ อืม อืม ช่างเพลิดเพลินจริงๆ เมนูจานเด็ดของปายที่นักท่องเที่ยวไม่น่าพลาด “ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ห่อด้วยบรรยากาศยามเช้าที่ปายแคนยอน” หรือถ้าใครถนัดพวกส้มตำ ลาบเป็ด ลาบไก่ ก็ไม่เลวเหมือนกัน 

จำได้ว่าน้องที่ร้าน B-BOP บอกว่าขึ้นมาบนนี้มาดูพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็จะมองเห็นเมืองปายอยู่ข้างล่างเลย แต่วันนี้พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลยเพราะหมอกสีขาวเทาๆ บังไว้หมดเลยอาจต้องรออีกสักหน่อยถึงจะเห็นพระอาทิตย์ ตอนนี้หมูปิ้งก็หมดแล้วพร้อมที่จะออกเดินไปไอ้ตรงช่องแคบวัดใจ ที่ถ้าเป็นคนไม่คิดอะไรมากก็คงสบายแต่ถ้าเป็นคนคิดมากสองข้างทางเป็นหุบลงไปก็คงลำบากใจหัวหนักอึ้งหรือมึนตึ้บอยู่ไม่น้อยว่าจะไปดีหรือเปล่า 

ผมเก็บไม้หมูปิ้ง ขยะ ใส่ถุงพลาสติกแล้วฝากไว้ตรงนี้ก่อนดีกว่าไว้ผมเดินกลับมาค่อยเอาไปทิ้ง (ถ้าได้กลับมา) คราวนี้ไม่ค่อยกลัวตายแล้วเดินผ่านไปได้เฉยๆ คิดว่าถ้าตกก็ตกก็เลยเดินไปได้สบายมาก ก็เดินๆ ไปจนสุดทางตรงระดับนั้น แต่มันก็มีทางต่อไปแต่เป็นทางเดินอีกระดับหนึ่ง ซึ่งยังมองไม่เห็นทางที่จะเชื่อมไปตรงนั้นก็เลยต้องหยุดเดินแล้วก็มองไปรอบๆ ว่าจะไปอย่างไรดี กระโดดข้ามไปเลยเหมือนในหนังฮีโร่ หรือจะเดินกลับไปอย่างต้องมาเสียดายว่าไปไม่สุด มองอยู่สักพักก็เริ่มเห็นทางมันต้องไต่ไปตามช่องในแง่งหินข้างล่างแล้วก็จะไปเชื่อมตรงนั้นได้ อืม..ไปเลยดีกว่า ก็ค่อยๆ หย่อนตัวผ่านช่องว่างระหว่างหิน แล้วก็ขยับตัวลงๆๆ ไปจนผ่านช่องหินไปเป็นทางเดิน จากตรงนี้ก็เดินต่อไปเรื่อยๆ ได้จนสุดเลยเป็นลานเล็กๆ มองเห็นเมืองหลังคาบ้านอยู่ไกลๆ แต่หมอกยังบังฟ้าอยู่ก็เลยมองเห็นได้ไม่ชัด มีต้นสนอยู่สองสามต้น อืมสุดทางแล้วที่กองแลนปายแคนยอนตอนนี้มีให้ตัดสินใจคือ จะอยู่ตรงนี้รอพระอาทิตย์ขึ้น หรือจะไปต่อดี.. 

ผมเลือกที่จะไปต่อ เพราะยังมีสถานที่ให้ไปอีกหลายที่สำหรับวันนี้ แล้วก็ขับรถเช้าๆ แบบนี้สบายกว่ารอให้พระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งแดดน่าจะร้อน ว่าแล้วก็เดินกลับไปทางเดิน ถุงขยะพลาสติกก็ยังอยู่เก็บมันขึ้นแล้วก็ระหว่างทางก็เก็บพวกก้นบุหรี่ที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้ด้วยตามรายทาง อืมคิดถึงตอนเรียนที่เตรียมฯ เคยเข้าชมรมบำเพ็ญประโยชน์ใครรู้ว่าเราอยู่ชมรมนี้แล้วก็โอ้โหเองเนี่ยนะ ฮ่าฮ่า จำได้ว่าชั่วโมงแรกจะต้องไปเก็บพวกเศษขยะแบบนี้แหละ รู้สึกภูมิใจมากๆ พอไปถึงข้างล่างก็มั่นใจว่ามอเตอร์ไซต์ไม่หายไปไหนเพราะเราทำประกันรถหายไว้ด้วย ฮ่าฮ่า ไม่เกี่ยวกันเลยทำไม่ทำก็มีสิทธิ์หายได้เหมือนกัน เพียงแต่ทำให้เราสบายใจขึ้นหายไปก็ไม่ต้องหนักใจ เจ้ามอเตอร์ไซค์สีแดงยังอยู่หลบอยู่ริมๆ พร้อมที่จะพาผมเดินทางต่อไป 

จากปายแคนยอนเลี้ยวขวาไปตามเส้น 1095 ต่ออีกราวๆ สักสองกิโลเมตรก็จะถึงสะพานประวัติศาสตร์ ตามแผนที่ที่บอกไว้ ขับไปก็เหลือบๆ มองเลขไมล์ของรถเครื่องอยู่เรื่อยๆ สักพักก็เห็นสะพานอยู่ทางด้านซ้ายขับผ่านไปก่อนจนถึงต้นสะพานอีกฝั่งก็พบที่จอดรถทางด้านซ้ายเมื่อจอดรถเครื่องเรียบร้อยก็เดินไปที่สะพานทันที สะพานนี้เป็นสะพานเหล็ก พื้นเป็นไม้ขวางไว้บนคานเหล็กซึ่งอยู่ข้างใต้ ผมจะพยายามเดินไปบนแนวที่มีคานเหล็กรับอยู่เพราะไม่แน่ใจว่าไม้มีความแข็งแรงเพียงใด ป้ายเขียนไว้ว่าสะพานประวัติศาสตร์ (ท่าปาย) พ.ศ.2485 เป็นสะพานสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่สะพานนี้วิวด้านข้างสวยดีครับเห็นแม่น้ำปายในมุมที่สูงขึ้น เราจะเห็นคันดินซึ่งเหมือนเอาดินมาถมข้างๆ แม่น้ำปาย คันดินนั้นไม่มีต้นไม้ขึ้นเลยผมเดาเอาว่า น่าจะเป็นดินที่มาจากตอนที่ปายถูกน้ำท่วมไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ลำน้ำปายที่เห็นตอนนี้จึงเหมือนลำน้ำเล็กๆ บางตอนของสายน้ำก็จะถูกบีบเป็นทางแคบๆ

เดินไปได้ถึงครึ่งสะพานก็เดินต่อไม่ได้เพราะมีไม้กั้นไว้ และพื้นสะพานฝั่งโน้นพื้นไม้ก็ค่อนข้างชำรุดแล้ว คงถึงเวลาที่จะไปต่อได้แล้ว จุดหมายที่ต่อไปคือ น้ำพุร้อน ซึ่งตอนนี้ต้องดูทางให้ดี เพราะว่าถ้าเลยไปไม่เลี้ยวซ้ายเข้าแยกที่ถูกมีหวังวิ่งรถไปถึง อุทยานห้วยน้ำดัง แน่ๆ เลย สิ่งที่ผมใช้คือ ประมาณกิโลเมตรคร่าวๆ จากข้อมูลที่มีอยู่บนแผนที่ แล้วก็เทคนิคที่สำคัญคือ ใช้สถานที่สำคัญพวกโรงแรม guest house เป็นตัวนำทาง เพราะปากทางเข้าส่วนใหญ่จะมีป้ายบอกชื่อ guest house เสมอ และบนแผนที่ก็จะมีตำแหน่ง guest house อยู่เช่นกัน แปลกดีนะที่อื่นใช้วัดนำทาง แต่ที่ปายนี่ควรใช้ที่พักเป็นที่นำทาง ขับไปสักพักก็เจอทางแยกซ้ายที่บอกทางไปน้ำพุร้อน ถนนนี้ไม่ใหญ่นะครับ แต่ก็พอให้รถสวนกันได้เป็นถนนที่แยกจาก 1095 เมื่อเลี้ยวเข้ามาจะให้ความรู้สึกถึงถนนรพช.อะไรแบบนั้น 

ถนนเส้นนี้เป็นเส้นที่ขับ แล้วเพลิดเพลินกับธรรมชาติสองข้างทางมากๆ มีทั้งบ้านคน รีสอร์ท ท้องทุ่ง ท้องนา ท้องฟ้า ภูเขา หมอก แล้วก็บางครั้งอาจจะเจอหมาตัวใหญ่ๆ น่ากลัวมากๆ ผมขับเข้าไปจะไปไหว้พระที่สำนักสงฆ์ใกล้ๆ กับรีสอร์ทแห่งหนึ่ง เห็นป้ายบอกว่าสุนัขดุ Dog ๆ fierce ๆ อะไรแบบนั้น แต่ในใจก็นึกว่าคงเขียนหลอกไว้แน่ๆ แล้วก็เราจะเข้าไปไหว้พระนี่หว่าไม่น่าเป็นไร ศรัทธาแรงกล้า ว่าแล้วก็ขับเข้าไปแบบช้าๆ ครับ ช้าๆ จริงหรือหลอก ..โฮ่งๆ แฮ่ แฮ่ แว่ก แย่กๆ เรื่องจริงครับ มันวิ่งมาพร้อมกันประมาณสี่ถึงห้าตัว ตัวนึงสีดำตัวใหญ่มากๆ ไม่เคยเห็นหมาตัวใหญ่ขนาดนี้ ตัวเท่าๆ เสือเลยว่ะ (นึกในใจ) ตายแน่ๆ แล้วเรา โดนมันกัดยับแน่ๆ เลย ว่าแล้วก็เลยเบรกรถอย่างกระทันหัน รถมันก็เลยเอียงๆ เอางัยดีวะเนี่ย จะวิ่งหรือสู้กับมันดีเนี่ย...สติแตกเลยเรา.. บังเอิญเสียงสวรรค์จากพระรูปหนึ่งเรียกพวกหมาๆไว้ แล้วท่านก็บอกว่านิ่งๆ ค่อยๆ ขับเข้าไปมันไม่กัดหรอก ผมก็เลยค่อยๆ ขับไปจนถึงศาลาเล็กๆ ที่มีพระพุทธรูปอยู่ก็จอดรถแล้วลงไปไหว้พระ เสร็จแล้วพระอีกรูปก็คุยทักทายกันเล็กน้อยก่อนจะรู้ว่ามีพระจำอยู่ที่นี่สองรูป แล้วผมก็ลาท่านซึ่งท่านเฉลยว่าหมามันไม่กัดหรอกมันชอบแกล้งชนคนให้ล้มที่ท่านเขียนป้ายไว้ก็เพื่อไม่อยากให้มันเห่า เสียงมันดัง ตอนออกมาพวกมันกำลังกินข้าวกันอยู่ ก็ดีไม่ต้องออกมาส่งผมหรอกกินๆ กันไปเถอะผมกลับเองได้ ฮ่าฮ่า 

ผมเล่าข้ามไปก่อนที่จะไปเจอหมาตัวใหญ่ๆ นั้นจะถึงน้ำพุร้อนบ้านท่าปายก่อน จะมีทางแยกขวาเข้าไปมีป้ายบอก ข้างหน้าปากทางมีควายของชาวบ้านกำลังกินหญ้ากันอย่างสบายใจ ขับไปสักพักก็จะเจออุทยานมีที่จอดรถอย่างดี แล้วก็เดินเข้าไปทางเดินๆ ไปสบายๆ ผ่านบ่อเล็กๆ ที่มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและฝรั่งถอดผ้ากันลงไปแช่น้ำ โอ้โหใจกล้าจริงๆ สาวญี่ปุ่นเนี่ย แต่ไม่กล้าถ่ายรูปมาฝากเสียมารยาท ฮ่าฮ่า เอาเป็นว่าแบบที่เขาบอกว่าเก็บไว้เป็นเพียงความทรงจำดีกว่า ฮ่าฮ่า เดินไปเจอไกด์คนไทยเขาก็บอกว่าลงมาอาบกันสิพวกฝรั่งมันยังถอดผ้าได้เลยทำไมเราจะทำไม่ได้ ฮ่าฮ่า ตามสบายครับพี่ผมก็เดินไปรอบๆ ดีกว่า ตอนผมลงมาอีกครั้งก็เจอพี่ไกด์ แกก็ลงไปอาบจริงๆ แต่แกไม่ได้ถอดหมดยังไว้ลายคนไทย แกบอกว่าพาแขกรัสเซียมาเที่ยวเดี๋ยวแกจะพาไปถ้ำลอดต่อ ถ้ำลอดนี่เป็น UNSEEN ที่หนึ่งของแม่ฮ่องสอนเลย น้ำพุร้อนนี่เดินวนไปก็จะกลับมาที่เดิมครับ ตรงทางขึ้นน้ำพุ ในนั้นบอกว่าบ่อที่ร้อนจริงๆ มีสองบ่อความร้อนประมาณแปดสิบองศา บ่อนั้นคงไม่มีใครกล้าลงแน่ๆ ซึ่งเมื่อผมไปที่บ่อนั้นก็พบว่ามันน่าจะร้อนจริงๆ นะเนี่ย ควันเต็มไปหมด กลิ่นกำมะถันอยู่จางๆ เหมือนกัน ซัลเฟอร์แต่ไม่รู้ไดออกไซค์เหมือนตอนสมัยเรียนหรือเปล่าถ้าใช่ก็ต้องวิ่งก่อนเลย พอผ่านบ่อนี้ไปก็เป็นอีกบ่อหนึ่งแล้วก็มีทางเดินชมธรรมชาติ ซึ่งก็จะย้อนกลับไปตรงปากทางที่เราเดินเข้ามา จริงๆ ถ้าจะมาอาบน้ำพุร้อนต้องมาเช้าๆ แบบนี้แหละสักแปดโมงไม่งั้นถ้าสายๆ นักท่องเที่ยวน่าจะเยอะกว่านี้ จนบ่ออาจจะเต็มจนไม่มีที่ลง 

ขับรถออกจากน้ำพุร้อน กลุ่มควายหน้าปากทางเข้าเดินหลบไปที่อื่นแล้ว เลยอดถ่ายรูปเลย เหมือนกับตอนเดินซื้อของที่เขาบอกว่าถ้าเจอก็ซื้อเลยถ้ารอกลับมาดูอีกทีอาจไม่เจอก็ได้ ดังนั้นนักท่องเที่ยวทั้งหลายจำไว้ว่าเจออะไรแล้วรีบกดชัตเตอร์ซะ ไม่งั้นเดี๋ยวไม่มีรอบที่สองให้เก็บซ่อม วิวสองข้างทางสวยมากอย่างที่บอก ถนนเส้นนี้ยังเป็นถนนที่คงไว้ซึ่งความสงบ บริสุทธิ์ เรียบง่ายจริงๆ นี่คงเป็นอีกความหมายของปายที่ผมขอเขียนลงในกระดาษคำตอบของผม ขับไปเรื่อยทางด้านซ้ายผมไปเจอเนินดินสูงๆ ปลูกดอกไม้ต้นไม้จัดสวนอยู่ แต่ข้างล่างเหมือนมีที่รีสอร์ทที่พักอยู่ผมก็เลยขี่รถลงไปดู ที่นี่น่ารักดีเห็นบ้านบนต้นไม้ด้วย ขอเขาขึ้นไปดูแล้วชอบจังเลย ห้องจะว่างอีกทีก็ตอนบ่ายๆ เขายังมีบ้านพักที่อยู่ติดริมปายเลย ดีจังเลยบรรยากาศเหมือนกับบ้านเล็กในป่าใหญ่เลย เป็นบ้านริมน้ำถ้าได้มาพักคงดีไม่น้อยเลย.. ที่นี่ก็ได้คุยกับผู้หญิงสองคนที่มาพักที่นี่เขาก็เล่าว่าเมื่อวานเขาก็ตระเวนหาที่พักกันอยู่ขับรถมอเตอร์ไซต์นี่แหละ เขาบอกว่าขึ้นไปอีกก็มีที่พักเยอะแยะเลย ลองไปดูสิ นี่คือมิตรภาพที่เรามักจะพบพาได้เสมอในกลุ่มของนักเดินทาง แล้วก็กล่าวคำลาพร้อมกับขี่มอเตอร์ไซต์เพื่อเดินทางต่อไป… 

ยังไม่จบนะครับ แต่ยังไม่ได้เขียนต่อเลย ผ่านมาเกือบสองปีแล้ว แต่ความรู้สึกดีๆ กับปาย ยังมีอยู่เสมอ เมื่อไรที่คนพูดว่าจะไปปาย ผมจะนึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เสมอ พร้อมกับภาพของน้ำปาย ผู้คน การขี่มอเตอร์ไซต์ไปกองแลน … แล้วยิ้มในใจ ดีใจด้วยครับที่คุณกำลังได้ไปปาย

7 พ.ย.2550


หน้า ( 1 / 1 )  
 
   ส่งหน้านี้ให้เพื่อน   สั่งพิมพ์หน้านี้   ติดต่อผู้ดูแลระบบ กลับขึ้นด้านบน

ข่าวประชาสัมพันธ์ ททท.
Next
ผลงานโปสเตอร์ ของ ททท. รับ 2 รางวัล “พาต้า โกลด์ อวอร์ด 2008”  ที่อินเดีย
ผลงานโปสเตอร์ ของ ททท. รับ 2 รางวัล “พาต...
5 ก.ย. 2551
ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป...
ททท. เร่งสื่อสารการตลาด ทำความเข้าใจลดวิกฤตท่องเที่ยว
ททท. เร่งสื่อสารการตลาด ทำความเข้าใจลดวิ...
5 ก.ย. 2551
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านสื่อสารกา...

More Information


Thailand Live Streaming  Video / Audio
Thailand E-Magazine


Valid CSS! การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่)
1600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ : 0 2250 5500  ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 1672
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2546 – 2550 : เงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ : ติดต่อสอบถาม : แผนผังเว็บไซต์
RSS Feed  XML Feed     ใช้เวลาโหลด 0.31  วินาที