|
โคเทา
โดย เทียนกี้แซยี่ ฮ่อปิ๊ดแซเหลียง
"ไปเกาะเต่ามั้ย" เพื่อนถาม
"ไปสิ" เราตอบแบบไม่ต้องคิด
สามสัปดาห์ต่อมา...
20.00 น.
|

เรือของลมพระยาที่พาเรามาเกาะเต่า
|
เรามาถึงบริเวณถนนที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติและแหล่งบันเทิงอีกแห่งหนี่งในกรุงเทพนั้นคือ ถนนข้าวสาร เพื่อเตรียมตัวขึ้นรถบัสของบริษัทลมพระยาเวลา 21.00 น. ซึ่งจะพาเราไปยังท่าเรือของบริษัทลมพระยาในจังหวัดชุมพร
|

บรรยากาศยามเย็นที่เกาะเต่า
|
เกาะเต่าตั้งอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่การเดินทางจริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะส่วนใหญ่จะลงเรือ (ลงเรือเป็นคำโบราณที่ใช้กับกิริยาของคนสมัยก่อนที่เดินทางไปไหนมาไหนโดยเรือพาย ซึ่งจะต้องก้าวลงจากฝั่ง ในกรณีนี้ขอใช้ว่าลงเรือตามภาษาเดิม เพราะจริงๆแล้วเรือที่เราไปลำใหญ่มาก ถ้าน้ำขึ้นมากๆ นี่ถึงกับต้องปีนขึ้นกันเลย) กันที่ชุมพรเป็นส่วนใหญ่ ถ้ามากจากเมืองหลวง แต่ถ้าอยู่ใกล้สุราษฎร์กันอยู่แล้วก็ไปจากสุราษฎร์ได้
เกาะเต่ามีพื้นที่ 12,936 ไร่ จากหัวเกาะถึงท้ายเกาะยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร และกว้าง 4.5 กิโลเมตร ห่างจากเกาะพงันไปทางเหนือประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นแหล่งดำน้ำลึกที่ใหญ่เป็นอันดับสองโลกรองจาก ออสเตรเลีย และมีร้านอุปกรณ์ดำน้ำมากที่สุดในประเทศไทย ราคาก็ไม่แพง แทบเรียกได้ว่ามาซื้ออุปกรณ์ที่นี่ยังคุ้มค่าเรือเลย เราเดินทางมาถึงท่าเรือเวลา 05.00 น. โดยประมาณ ต้องนั่งรออยู่ที่ท่าเรือประมาณสองชั่วโมง เพราะเรือออกเวลา 07.00 น.เรือของลมพระยาเป็นแบบคาตามารัน (Catamaran) หรือว่าเรือสองท้องใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมงในทะเล เบ็ดเสร็จเราก็มาถึงท่าเรือแม่หาด ที่เก่าเต่าในเวลาเกือบๆสิบโมง พวกเราวางแผนไว้ว่าจะอยู่ที่เกาะเต่าสองคืน โดยเปลี่ยนที่พักทั้งสองคืน เพื่อให้เจอกับบรรยากาศที่แตกต่างที่พักแห่งแรกของเราอยู่ใกล้ๆกับหาดทรายรี ซึ่งค่อนข้างคึกคัก (หาดทรายรีมีทั้งที่เกาะเต่าและก็ที่ชุมพร ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องตั้งชื่อเหมือนกัน เวลาจะนัดใครต้องนัดให้ดีว่าจะเจอที่หาดทรายรีไหน ไม่งั้นคงไม่ได้เจอกันแน่ๆ)

ทิวทัศน์จากนางยวนเทอเรส มองเห็นเกาะนางยวนชัดเจน

เกาะนางยวนเมื่อมองจากจุดชมวิวเกาะนางยวน
|

พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5
|
เราให้รถรับจ้างพาเราไปที่ที่พัก เพราะสัมภาระค่อนข้างเยอะ พอถึงที่พัก อาบน้ำแต่งตัวกัน ก็พร้อมลุย เราเช่ารถจักรยานยนต์ ในอัตราวันละ 200 บาท จุดแรกเราขี่ไปที่ไกลสุดก่อน คือไปที่ทางเหนือของเกาะ เพื่อไปดูทิวทัศน์เกาะนางยวน เราขี่ไปจนถึง นางยวนเทอเรส ซึ่งเป็นรีสอร์ทและร้านอาหารที่เป็นจุดที่เห็นเกาะนางยวน เรานั่งดื่มเครื่องดื่มชมทิวทัศน์คลายร้อนซักพักก็กลับออกมาที่หาดทรายรี แวะสักการะพระบรมรูป และหินแกะสลักพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 จากนั้นก็เดินเล่นชมบรรยากาศบริเวณหาดทรายรี ซึ่งส่วนมากก็มีแต่นักท่องเที่ยวต่างชาตินอนอาบแดด
|

สีสันของหาดทรายรียามค่ำคืน
|
น้ำทะเลที่เกาะเต่าใสสะอาด สวยงาม รอบๆเกาะก็เป็นแนวประการังทั้งเกาะ มีทั้งจุดดำน้ำลึกน้ำตื้นมากมาย เดินเล่นถ่ายรูปกันพอสมควร ก็เช่าเรือ kayak มาพายเล่น ตอนแรกกะจะพายไปเกาะนางยวน แต่ก็ไกลพอสมควรเมื่อพายไปได้ซักพักใหญ่ๆ ก็หมดแรง หมดเวลาซะก่อน เลยพายกลับ เมื่อนำเรือไปคืนเรียบร้อยก็กลับเข้าที่พักพักผ่อน พอตกกลางคืนก็ออกมาหาอะไรกินที่หาดทรายรี ที่หาดทรายรียามค่ำคืนเต็มไปด้วยร้านอาหารในบรรยากาศชายหาด เราเลือกร้านที่ดูบรรยากาศดี แล้วก็ลงนั่งรับประทานอาหาร เช้าวันต่อมา เราก็เตรียมตัวที่จะไปดำผิวน้ำดูปะการัง และสัตว์ทะเลต่างๆแต่เช้า นัดเรือไว้ และก็ออกเดินทางเวลาประมาณ 09.00 น.
เราเริ่มจุดแรกกันที่อ่าวหินวง อ่าวนี้น้ำทะเลค่อนข้างสงบ เพราะว่าเป็นอ่าวที่มีแหลมงุ้มออกมาโอบไว้ จากนั้นก็ไปอ่าวม่วง ดำน้ำ และแวะรับประทานอาหารกลางวันที่อ่าวม่วงรีสอร์ท บรรยากาศดีมาก จากนั้นเราก็แวะขึ้นเกาะนางยวน เดินเท้าขึ้นจุดชมวิว ถ่ายรูปกับมุมมหาชน ที่ใครๆที่ขึ้นมาก็ต้องมาถ่ายที่มุมนี้ แวะดำน้ำอีกจุด แล้วก็กลับที่พัก เรารับประทานอาหารเย็นกันที่ที่พักของเรา New Heaven Bungalow อาหารอร่อยมาก

อ่าวม่วง เมื่อมองจากอ่าวม่วงรีสอร์ท
|

อาหารเช้าที่ New Heaven
|
วันสุดท้ายที่เป็นวันที่เราต้องเดินทางกลับ เราก็ยังทานอาหารเช้ากันที่นี่อีก เพราะติดใจรสชาติอาหารเมื่อคืน แล้วก็ไม่ผิดหวัง อาหารเช้าที่นี่อร่อยมากๆ เมื่อเราทานกันเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมเก็บข้าวของกลับ เราเช็คเอาท์ แล้วให้รถของรีสอร์ทมาส่งให้ที่ท่าเรือ เนื่องจากเรือจะออกเวลา 14.45 น. ทำให้เรามีเวลาเหลือเฟือที่จะจับจ่ายซื้อของกันที่ตลาดแม่หาด ซึ่งมีร้านค้าเยอะมาก เราเดินรอเวลาไปเรื่อย พอใกล้เวลากก็กลับไปที่ท่าเรือ และออกเดินทาง กลับถึงกรุงเทพฯเวลาประมาณ 01.00 น. เกาะเต่ามีจุดดำน้ำมากมาย เวลาเพียงสองวันไม่เพียงพอแน่ ดังนั้น ถ้ามีโอกาสเราจะกลับมาอีกแน่
หมายเหตุ คำว่าโคเทา คือเลียนเสียงมากจากที่ชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ใช้แรงงานชาวพม่าใช้เรียกเกาะเต่า แค่สองกลุ่มคนนี้ก็เป็นประชากรร้อยละ 90 ของประชากรบนเกาะเต่าแล้ว อันเป็นที่มาของชื่อเรื่อง |