|
ถ้ำค้างคาวร้อยล้าน
หากได้มีโอกาสแวะมาเที่ยวเมืองโอ่งมังกร จังหวัดราชบุรี อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักเดินทางก็เห็นจะเป็นถ้ำค้างคาวร้อยล้านนี่ล่ะ ใครที่ได้ยินชื่อก็ต้องสงสัยแน่ๆ ว่าทำไมนะที่นี่ถึงเรียกว่าถ้ำค้างคาวร้อยล้าน เอาเป็นเดี๋ยวเฉลยกันตอนจบ วันนี้เราไปลุยถ้ำค้าวคาวแห่งนี้กันดีกว่า
ถ้ำค้างคาวร้อยล้าน อยู่ที่วัดเขาช่องพราน (Wat Khao Chong Pran) ซึ่งพระยาเทพอรชุน (ปั้น ปันยารชุม) และพระอาจารย์ศาล เจ้าอาวาส พร้อมด้วยครอบครัวชาวมอญร่วมกันสร้างวัดเขาช่องพรานขึ้นในปี 2457 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงเคยนำกองเสือป่าไปซ้อมรบ และประทับแรมในบริเวณวัดนี้ด้วย ซึ่งวัดแห่งนี้มีจุดเด่นคือ "ถ้ำค้างคาว" ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวหนูจำนวนมาก ในเวลาประมาณ 18.00 น. จะมีค้างคาวออกมาจากถ้ำไปหาอาหารทุกวัน
จุดประสงค์หลักของการเดินทางมาวันนี้ของเราคือ ถ้ำค้างคาว ดังนั้นมุ่งหน้าไปยังทางขึ้นถ้ำค้างคาวแห่งนี้กันดีกว่า แค่ทางขึ้นเห็นแล้วท้อกันเลยทีเดียว เพราะทางขึ้นชันพอสมควรเชียวล่ะ ดังนั้นการขึ้นไปด้านบนนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุเท่าใดนัก แต่สำหรับวัยรุ่นอย่างพวกเราทางชันแค่นี้เล็กน้อย ตามพวกเราขึ้นด้านบนกันดีกว่า เห็นปากถ้ำอยู่ตรงหน้าแล้ว นั่นล่ะคือจุดหมายแรกของเรา ว่าแต่ทำไมไม่มีคนเข้าไปเลยนะ ทำไมใครๆ ก็เดินผ่านปากทางถ้ำแห่งนี้นะ พอขึ้นมาถึงก็จึงรู้คำตอบ กลิ่นมูลค้างคาวใช้ได้ทีเดียว แรงมาก ประมาณว่าแอมโมเนียเรียกพี่กันเลยทีเดียว แต่ไหนๆ ก็มาแล้วกลั้นใจเดินสำรวจภายในถ้ำนี้กันหน่อยก็แล้วกัน
จากปากถ้ำเดินเข้ามาด้านในจะพบว่ามีพระพุทธรูปเรียงรายกันเป็นแถวเลย พวกเราเดินเข้าไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางภายในถ้ำ ซึ่งก็เริ่มมืดลงมืดลงทุกที มีเพียงแสงไฟจากนีออนเพียงจุดเดียวเท่านั้น แต่กระนั้นพวกเราก็มิได้หยุดเดิน ยังคงมุ่งหน้าเดินเข้าไปกันต่อ แต่แล้วก็ต้องหยุด เพราะมองไปด้านหน้าดูทางแคบและลึกน่ากลัวใช้ได้เลยล่ะ หนึ่งในพวกเราเดินเข้าไปสำรวจภายใน แต่ปรากฏว่าได้ยินเสียงกรี๊ดดังสนั่น พร้อมกับเสียงดังโวกเวก "ปีเตอร์เต็มเลย" เท่านั้นล่ะที่เหลือก็กรี๊ดตามกันเลย แต่พอตั้งสติได้ก็เงียบ และลองเดินเข้าไปดูด้านใน แล้วก็พบกับฝูงปีเตอร์อันมหาศาล เรียกว่าเดินกันเต็มพื้นช่วงนั้นเต็มไปหมด เลยต้องรีบก้าวเพื่อให้ผ่านเจ้าปีเตอร์พวกนี้ไปให้ได้ เพราะอยากรู้ว่าด้านในจะมีอะไรอีกต่อไป
ด้านในสุดของถ้ำมีลักษณะเหมือนห้องหนึ่งห้อง แต่อับมากเพราะอากาศน้อยเหลือเกิน ผนวกกับกลิ่นที่เหม็นเอาเรื่อง แต่สิ่งที่เห็นด้านในคือหินงอกหินย้อยพอสมควร แต่ก็ไม่มีอะไรแล้ว และไม่ควรอยู่ในนี้นาน เพราะบรรยากาศรอบข้างดูน่ากลัวบอกไม่ถูก พวกเราเลยรีบเดินออกมาตามเส้นทางเดิม ในส่วนของใกล้ปากทางของถ้ำแห่งนี้ มีแสงลอดลงมาจากด้านบน ทำให้ภายในถ้ำดูสว่างพอที่จะเห็นค้างคาวห้อยหัวกันเต็มไปหมด ยิ่งสร้างบรรยากาศให้ในถ้ำเหมือนมีใครมองอยู่ตลอดเวลา ไม่นานนักพวกเราก็เดินออกมานอกถ้ำ เลี้ยวซ้ายเพื่อเดินขึ้นไปยังพระธาตุบนยอดเขา ซึ่งจากจุดนี้ขึ้นไปทางชันและสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ทำให้ทุกคนที่เดินขึ้นมาหมดสภาพไปตามๆ กัน แต่เพื่อจุดหมายอันสูงสุดของพวกเรา ก็ต้องกลั้นใจเดินกันต่อไป หนทางข้างหน้ายังยาวไกลหลายร้อยเมตรเลยทีเดียว แต่ยิ่งสูงก็มักจะยิ่งหนาว อากาศด้านบนดีที่เดียว และมองลงมาก็จะเห็นบรรยากาศโดยรอบของวัดแห่งนี้
จุดหมายต่อไปของพวกเราคือพระธาตุด้านบน ซึ่งจากจุดนี้ก็ยังเดินไปอีกไกลพอสมควร ซึ่งก็ต้องผ่านช่วงหนึ่งคิดว่าน่าจะเป็นปากถ้ำอีกจุดด้านบน เพราะกลิ่นมูลค้างคาวแรงเหลือเกิน จนต้องวิ่งผ่านโดยเร็วไม่งั้นละเป็นลมแน่ๆ แต่สุดท้ายก็มาถึงจุดบนสุดหรือสถานที่ตั้งของพระธาตุบวรวิสุทธิ์เจดีย์ ถ้ามองไกลๆ จะเห็นพระธาตุตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสวยเชียวล่ะ เดินทางขึ้นมาเหนื่อยขนาดนี้ขอยืนกินลมชมวิวกันหน่อย แต่พอหันมาดูนาฬิกา นี่ก็ใกล้เวลาค้างคาวบินออกมาเต็มทีแล้วล่ะ พวกเรารีบเดินลงกันดีกว่าเดี๋ยวอดดูก็เลยรีบวิ่งกันสุดฤทธิ์ แต่พอมาถึงช่วงกลางๆ ของเขาลูนี้ก็สังเกตุเห็นคนยืนรออะไรกันนะแถวนี้ ถามคนแถวนั้นเค้าก็บอกว่ามายืนรอดูค้างคาว พวกเราจึงหยุดอยู่ตรงตำแหน่งนี้เช่นกัน ซึ่งไม่นานนักสิ่งที่เรารอคอยก็ปรากฏขึ้น นั่นก็คือฝูงค้างคาวจำนวนมหาศาลทยอยบินออกจากถ้ำ บินกันเป็นสายสีดำช่างน่ามหัศจรรย์เชียวล่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าถ้ำแห่งนี้จะเป็นที่อยู่ของค้างคาวจำนวนมากมายขนาดนี้ ซึ่งว่ากันว่าค้างคาวที่ถ้ำแห่งนี้จะออกหากินช่วงหกโมงเย็น ซึ่งกว่าจะบินออกจนหมดก็ใช้เวลาราวๆ เกือบหนึ่งชั่วโมง ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย แต่สิ่งหนึ่งที่ฝากไว้สำหรับนักท่องเที่ยวก็คือ จุดดูค้างคาวเค้าจะปักป้ายห้ามลงไปเพราะอันตราย ยังไงก็อย่าฝ่าฝืนกันเลย เพราะมันสูงมากคงไม่มีใครช่วยได้ทัน นอกจากปาฏิหาร์ยนั่นล่ะ เนื่องจากวันนี้เป็นวัดปิดทองของทางวัด จึงได้มีการประดับประดาไฟกันอย่างสวยงาม นี่ก็ใกล้หนึ่งทุ่มแล้ว แหงนหน้ามองบนฟ้า จะพบกับความประหลาดใจที่ท้องฟ้าแห่งนี้เต็มไปด้วยค้างคาวเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเเห็นเป็นจุดสีดำเล็กๆ เต็มไปหมด ไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ยถ้าไม่มาดูกับตาตัวเองว่า ค้างคาวจะมากมายมหาศาลขนาดนี้ และด้วยเหตุนี้เองจึงเรียกถ้ำแห่งนี้ว่า "ถ้ำค้างคาวร้อยล้าน" แต่สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ยังไงหากผ่านมาแถวนี้ ก็ลองมาแวะดูความหัศจรรย์ ณ ถ้ำแห่งนี้กันดูนะคะ นี่ขนาดจะทุ่มหนึ่งแล้วค้างคาวยังบินออกมาจากถ้ำไม่หมดเลย
Patthanid C. |