My Dock   Close
 
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxx  
เว็บไซต์ข้อมูลท่องเที่ยวภาษาไทย - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย..   Change font size  
หน้าแรก
Back to First Page
ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร
Tourism Authority of Thailand
ติดต่อสอบถาม
For More Information
แผนผังเว็บไซต์
Website Structure
ENGLISH   ไทย
Other Language / Official Site
    + ขอเชิญร่วมโครงการประกวดภาพถ่าย มหัศจรรย์เมืองไทยในภาพถ่าย ครั้งที่ 2   + ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมส่งบทความท่องเที่ยวเมืองไทยเพื่อชิงรางวัลจากเว็บไซต์ ททท.   + การขอรับข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยว สามารถติดต่อได้ที่ สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา      
 
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
 
[ สมัครสมาชิกเว็บไซต์ ]
 
คำที่ใช้ในการค้นหา

 
พยากรณ์อากาศ
กรุงเทพฯ 22 - 33 C
อัตราแลกเปลี่ยน
1 USD = 32.9191 Baht

 
กรุณากรอกอีเมล์ของคุณ :

บทความที่น่าสนใจ

หน้าแรก > บทความที่น่าสนใจ
เกาะกูด สงกรานต์หรรษา ทริป

เกาะกูด สงกรานต์หรรษา ทริป

วันที่ 13 – 15 เมษายน 2551

 

โดย : ทา-เหล๋ - ทา-ไหล

วันที่ 13 เม.ษ. 51

ตีสี่แล้วน้องสาว

4:00 น. นัดรวมพลตั้งแต่ไก่ยังไม่ตื่น (เพราะตื่นก่อนไก่...เอ้า!ฮิ้ววววว) ไม่อยากจะบอก...ว่าจัดของเสร็จก็ปาเกือบ 5 ทุ่มแล้ว โชชวนโก้มานอนค้างที่บ้านเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา อ้วน กะ กุ๊ก บึ่งอี-ซู-ซุ คันงาม มาเกยหน้าบ้าน เอาละ...ความสนุกกำลังจะเริ่มขึ้นแว้ว

ไปยังไงล่ะทีนี้ ω!

เข้ามอเตอร์เวย์แล้วนะ ไม่เคยไปมาก่อนเส้นทางนี้ หมายถึง ไปจ.ตราด นะ ต้องลุยกันซักตั้ง อ้วน...ขับไปตามแผนที่ ที่พอหาได้จากทางเน็ต เขาคงเห็นเราเก่งมั่ง วาดจากกรุงเทพฯเลี้ยวสองทีถึงตัวเมืองตราด (ว่าแย่จัง...งมทางไปเองก็ด้าย) แต่ด้วยความมืดที่เป็นอุปสรรค ต้องเสียวกันต่อปาย

แหม! พลาดกันจนได้...

นัดเจอกันที่ปั๊มน้ำมันเชลล์ในตัวเมือง มาถึงแต่ก็ไม่ยักกะเห็นรถของทางรีสอร์ท โทรถามได้ความว่ารถเขาเพิ่งรับลูกค้าไปเมื่อสักครู่เอง แหม ! เสียดายพลาดกันนิดเดียว เลยต้องรอรถรอบต่อไป...

อีรุงตุงนัง

ในที่สุด เวลาที่รอคอยมาถึง มาถึงออฟฟิตพร้อมลงเรือ กุ๊ก , โช และ โก้ ขนของเต็มไม้เต็มมือ นอกจากมือที่ใช้ถือกระเป๋าสัมภาระแล้ว นิ้วที่เหลืออีกสี่นิ้ว ก็เกี่ยวขนม นม เนย ยาลม ยาดม ยาหม่อง พร้อมเกมส์บิงโกและโดมิโน กันไป จนนึกว่าไปติดเกาะสักเดือน (แบบว่า...กลัวไม่มีอะไรกินอ่ะ) ^ U ^ มิน่าล่ะ นักท่องเที่ยวคนอื่นมองกันแปลกๆ (ไม่เคยเห็นของแปลกล่ะซี่) มีแต่อ้วน...แหละที่ดูเป็นผู้เป็นคนหน่อย (รอดนะเรา...น่ะ)

แว๊บแรก...ก็ประทับใจ

ถึงซะที จุดหมายปลายทาง อีก 2- 3 นาที เรือก็จะเทียบท่า สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันช่างวิเศษซะนี่กระไร!!! มองรอบๆข้างก็จะเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกต หาดทรายเนื้อละเอียด วิวของทิวมะพร้าวที่เอนไหวไปตามแรงลม บ้านพัก (HUT) เป็นหลังๆ สลับในทิวมะพร้าวเหล่านั้น แถมมีปลาเล็กปลาน้อยที่ว่าย...วน ราวกับมาต้อนรับพวกเรา แค่นี้ก็ทำให้พวกเราประทับใจสุดๆแล้ว ทั้งสามเรายืนมองตาค้างกับความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น และเดี๋ยวอีกแป็ป!ก็จะเป็นลิง เอ๊ย...นางเงือกน้อย ลิลเติ้ลเมอเมท

บอกได้คำเดียว ว่าชอบ

ทางรีสอร์ทต้อนรับ นักท่องเที่ยวด้วยน้ำมะพร้าวเกล็ดน้ำแข็ง หวาน หอม เย็น ชื่นใจ (รู้สึกอย่างนั้นจริงๆว่าชื่นใจ กะว่าจะขออีกซักแก้วดีไหมน้อ ω ) พวกเราก็เดินตัวเปล่า เอ๊ย...ไม่ได้โป๊นะ หมายถึง กระเป๋าสัมภาระเดี๋ยวเขาจะขนไปไว้หน้าห้องให้ (อ๋อ...นึกว่าจะได้เห็นผีทะเลซะแว้ว) อ้วน กะ กุ๊ก พักห้องเดียวกัน ส่วนโช กะ โก้ ก็พักห้องถัดมา แต่ความโชคดีของพวกเราอยู่ตรงที่ได้ห้องที่เหมาะ ห้องพักไม่หนาแน่นเกินไป มองออกทะเลก็ไม่มีวิวห้องไหนมาบัง (นอกจากต้นไม้ แหะ...แหะ อนุโลมให้) ห้องพักทำจากใบจาก ใบลาน ธรรมชาติสุดๆ ภายในห้องกะทัดรัดมีที่นอน มุ้งสีขาว พัดลมติดผนัง กระจก น้ำ+แก้ว ราวตากผ้า และเก้าอี้ 2 ตัว แต่มันกับทำให้ชอบอย่างบอกไม่ถูก ความจริงสิ่งของฟุ่มเฟือย ที.วี. , ตู้เย็น , ตู้เสื้อผ้า , เครื่องเสียง , แอร์ , เครื่องทำน้ำอุ่น สิ่งเหล่านี้อาจไม่จำป็นเลย ถ้าเรารู้จักคำว่า “พอ” ในทุกๆสิ่ง แหม!ชอบซะขนาดนี้ ต้องแชะภาพไว้เป็นที่ระลึก หน่อยแล้ว หนึ่ง...สอง...ซั่ม

มาถึง ก็กินซะแล้ว

ยังชื่นชมห้องพักกับบรรยากาศรอบๆไม่ทันอิ่มหน่ำ (ไม่สนใจจัดข้าวของสัมภาระด้วยนะ...วางแหม๊บตรงนั้นแหละ) ใกล้เวลาเที่ยงแล้ว คงต้องจรลีไปที่ร้านอาหารของทางรีสอร์ท (เรื่องปากท้องเรื่องหญ่ายยยย) ทางรีสอร์ทจัดเตรียมโต๊ะอาหารเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้กินแบบบุฟเฟ่ต์ที่ใครมาก่อนกินก่อน ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าจะกินไม่ทันเพื่อน (นอกจากเพื่อนก๊วนที่ไปด้วยกันน่ะแหละ...ที่ต้องระวังมันหน่อย) เมนูอาหารกลางวัน วันนี้ประกอบด้วย ปลาหมึกอวบๆผัดต้นหอม , ลูกชิ้นปลาลวก + น้ำจิ้มรสเด็ด , ปลาอินทรีย์ทอดชิ้นโต , ปูผัดผงกะหรี่ , กุ้งนึ่ง ว้าว!!!น้ำยายไยล...แว้ว นั่งกัน 4 คน แต่เขาเตรียมอาหารประมาณ 7-8 คนกิน เอาวะ...สู้โว้ย ซัดซะอิ่มแปล้ ต้องเก็บแรงไว้เดินไปป่าน้ำตกคลองเจ้าต่อไป

ไปน้ำตกคลองเจ้ากันดีกว่า

ทางรีสอร์ทจะพาพวกเราขึ้นรถไปส่งตรงทางขึ้นน้ำตก หลังจากนั้นเราก็ต้องพึ่งขาอันเล็กๆ (เล็กกว่าท่อนซุงหน่อย) ย่างก้าวไปอีก 750 ม. ก่อนจะเจอน้ำตก อ้วนขอบาย นอนอยู่รีสอร์ตดีกว่า งั้นเราปล่อยเขาไป เพราะเข้าใจว่าต้องการมาพักผ่อน กินแล้วก็นอน (จ้าพ่อ...ตามสบาย) บ่ายๆแดดแรงๆ นั่งรถไปจนถึงทางเข้าน้ำตก เขาก็ถีบลง...เอ๊ย!!! เชิญลง (ดูดีมะ) เดินผ่านป่าเย็นๆ แต่เดินนานแล้วนะ ยังไม่ถึงอีกรึω เอ...หรือระยะทาง 2 กิโลฝ่าๆ กันแน่ เริ่มได้ยินเสียงน้ำตก แสดงว่าจะได้ลงเล่นน้ำกันแล้ว หลังจากเดินผ่านป่าก็เดินๆปีนๆไต่หิน สักพักน้ำตกที่เรารอคอยก็อยู่ตรงหน้า “ระวังจมน้ำน่ะ” กุ๊กพูด ภาพที่เห็น...น้ำตกยังกับเยี่ยวน้องดาด้า (หมารัก) น้อยซะเหลือเกิน ทำใจไว้ว่าน้ำหน้าแล้งจะน้อย แต่ไม่คิดว่าจะน้อยขนาดนี้ จะมีน้ำก็ตรงแอ่งน้ำด้านล่างของน้ำตกน่ะแหละ ลึกพอจมได้อยู่เหมือนกัน มีเด็กโตกระโดดเชือกโรยตัวลงน้ำกันสนุกสนาน ไม่อยากจะบอก....น้องไกด์ที่นั่งรถมาคันเดียวกัน เขาเดินมาบอกว่า “พี่ครับ ! ถ้าพวกพี่จะกลับเมื่อไร บอกผมน่ะครับ” เออ....น้องไกด์นี้ฝากความหวังได้ โอ.เค. อย่างน้อยเราไม่ถูกทิ้ง (เป็นหมาวัดแน่นนอน) แต่เวลาผ่านไปซักพัก โน่น!ไอ้น้องคนที่พูด ไปกระโดดเชือกเล่นน้ำกับเพื่อนอยู่ที่โขดหินโน้น!!! แห้ม...ทิ้งพี่เป็นหมาวัดเลยนะน้อง (พี่มีหลักฐาน ถ่าย VDO. ไว้นะ) ไม่โกรธนะ เข้าใจว่าน้องกำลังมันส์ พอพวกเราเบื่อ เลยเดินออกมา คิดว่ามาตายเอาดาบหน้าดีกว่า คิดว่ายังไงต้องมีนักท่องเที่ยวที่มาด้วยกันกับพวกเราคงรอรถกลับอยู่บ้างแหละน่า การเดินทางไปน้ำตกจึงจบลงด้วยประการล่ะฉะนี้

“อาหารว่าง” แต่น่าจะเปลี่ยนเป็น “อาหารหนัก” มากกว่า

กลับถึงรีสอร์ตประมาณบ่าย 3 กว่าๆ มีอาหารว่างให้กินด้วยล่ะ อ้วนหลังจากนอนเอาแรงก็ลุกขึ้นมากินต่อ (ไม่ต้องปลุก มาตามกลิ่นธูปเองได้) อาหารว่างชื่อสวยหรูว่า “มรกตในม่านเมฆ” มันคือ...ถั่วเขียวต้มน้ำตาล แต่ในม่านเมฆตรงที่ ท๊อปปิ้งด้วยน้ำกะทิ น้าน...เก๋ซ่า สำหรับสามสาวแล้วหวานพอสมควรสำหรับอาหารว่างมื้อนี้ กุ๊ก กับ โช ไม่สามารถ แน่นอนต้องมีการหยิบยื่นความหวังดีให้คนรอบข้าง ผู้โชคดีเลยตกเป็นของ อ้วน กะ โก้ ซูเปอร์วูเม่น ของเรานั่นเอง เขาบอกว่าเป็นอาหารว่างมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็มิได้นำพา ถั่วเขียวมันเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรท อยู่แล้วใช่ปะω แค่เนี้ยก็อิ่มจะแย่ ยัง...ยังไม่พอ มะ..มา จะ...จาก ไหน (ร้องให้เป็นเพลงแร็พเล็กน้อย) ผัดซีอิ๊วซีฟู้ด มาเสริฟ์อีกจานเปลเบ้อเรอ โอ้! พระเจ้า ....ไม่มีในโปรแกรม มาก่อน ตั้งหน้าตั้งตากินกันต่อไป หมดความพยายามแล้ว...กระเพาะรับต่อไปไม่ไหว ไม่ต้องใช้สแตนอิน ไม่ต้องมีตัวช่วย มื้อนี้เขาต้องเรียก “อาหารหนัก”

เล่นน้ำ ถ่ายรูป พายเรือคายัค ลา..ลัน..ล่า

แดดร่มลมตกกับพุงกางๆ 3 พุง ส่วน อ้วนน่ะเหรอ เหอะ...เหอะ กลับไปนอนเอาแรง (เอาแรงไปทำอะไรมะรุ) 3สาว มีแอ็คซัสซารี่ (อุปกรณ์ประกอบฉาก) หมวก , แว่นกันแดด , กล้องดิจิตอล , กล้องถ่าย วี.ดี.โอ และขาตั้งกล้อง เหล่านี้ครบมือ เริ่มปฏิบัติการโหด เชื่อมะ! ออกเดินทางจากห้องพักตั้งแต่ประมาณ 4 โมงเย็นกว่าๆ กะว่าจะไปถ่ายรูปตรงชิงช้าที่อยู่ริมสุดของอีกฝั่งนึงซะหน่อย ถึงเอาโน้น 5 โมงเย็นกว่าๆ 2 ชั่วโมงคิดดู ทั้งที่มันก็พื้นที่รีสอร์ทเดียวกันแท้ๆ เจอป้ายแรกเลย ป้ายต้อนรับของรีสอร์ท หยุดถ่าย , เจอก้อนหินแบล็คกราวน์สวย ถ่ายก่อน , ต้นมะพร้าวไม่มีใบ ถ่าย , เจอทรายเนื้อละเอียด ถ่ายอีก , เจอเรือเก่าจอดเก่ยตื้นอยู่ ก็ถ่าย อันเนี้ย...เด็ด !!! ตั้งกล้องถ่าย เป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถมั่ก...มั่ก จัดแจงตั้งกล้องหันหน้าออกทะเล มุมเห็นหาดทราย , บ้านพัก , ทิวมะพร้าว , ก้อนหิน และ ทะเล องค์ประกอบครบเซ็ท คนถ่ายก็ 3 สาวไง แล้วท่าทางที่จะถ่ายก็นะ....ช่างคิดจิงๆ คือ กระโดดให้ได้จังหวะ เย้!!! พอดี จังหวะแรกกล้องแชะก่อน ยังไม่ทันกระโดด เอาใหม่...เย้...กันใหม่ ครั้งที่ 2 กำลังย่อ ครั้งที่3 เริ่มจับจังหวะได้แล้ว แต่กระโดดสูงไปหน่อย หัวขาด....ในภาพเห็นแต่คอ แป๋ว ววววว ว เอาล่ะครั้งที่ 4 ต้องพอดีแน่ๆ แชะ... พลาดไปอีก เริ่มเจ็บคอ พอกระโดดแต่ละครั้ง แหกปากดัง จนคนแถวนั้น คิดว่ามันเป็นอะไรกัน (วะ) ได้ภาพที่สมใจนึกบางลำภู ก็ปาไปครั้งที่ 6 แหละ ไม่ใช่ว่าจะสวยเลิศเลออะไรหรอกนะ แต่มันได้ความสะจ๋าย พอแหละ...บ้าแค่นี้ เปลี่ยนทิศ ตั้งใจและมุ่งมั่น ชิงช้าคือจุดหมายปลายทาง ตรงไปทางซ้าย ชะอุ๋ย!!! มีเตียงไม้อาบแดดอยู่ทางผ่าน 2-3 ตัว เอาแล้ว ถ่าย....ถ่ายทันที วิญญาณซอนย่าเข้าสิง แอ็คแต่ละท่า เอ็กซ์ เซ็กซ์แตก สยิวกิ๋ว กันน่าดู ดูแล้วเหมือนซอนทวดมากกว่าซอนย่า (ฮ่า) โชจัดแจงยุ ท่านี้เลยน้องกระแต ท่านี้เลยน้องลูกตาล กุ๊ก กะ โก้ ยุขึ้นซะด้วยซิ 3 สาว ถ่ายออกมา ยังกับปลาพยูรเกยตื้นก็ไม่ปาน หน่ำใจแล้ว เดินต่อ... เจอพุ่มไม้สีเขียวใบแปลก ถ่ายซะหน่อย อ้าว ! กล้องเกิดแอ็คซิเด้นท์ ถ่ายไปซ่อมไป (ไม่ได้ชิมไปบ่นไปนะเจ่อะ) ขณะนี้เป็นเวลา 5 โมงครึ่ง ถึงแล้วชิงช้าของเรา เล่นๆแกว่งๆถ่ายๆสักพัก เจอของเล่นใหม่เข้าอีกแล้ววววว “เรือคายัค” น่าสนุกจัง ไปหามาพายมั่งดีก่า.....แด้ด แด๊ด แด๋ด (เป็นอาการกุลีกุจออย่างแรง) แยกย้ายกันไปปฎิบัติภารกิจ กุ๊กกับโชไปเอาเรือมา แล้วพยายามจ้ำปึดมายังจุดชี้เป้า ป้าแถวนั้นเขาขู่ว่า “ไม้พายอันละ 2,400 ช่วยกันเก็บด้วย หายน่ะปรับ 2,000 บาท นะจะบอกให้” จ้า!พวกหนูจะจำใจสมองน้อยๆแต่มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามเอาไว้ แถม...โชยังต้องแบกเสื้อชูชีพมาเผื่อโก้ ที่ยืนเฝ้าสมบัติอยู่แถวชิงช้าโน้น (ภารกิจหนักนะนั้นน่ะ) ยัง...ยังไม่พอ โชต้องพายเรือทวนน้ำน้อยๆที่ติดกับพื้นทรายอีก เหนื่อยโคตรๆ คงสงสัยล่ะสิว่ากุ๊กทำอะไรω เธอได้รับภาระกิจใหญ่หลวงนัก (เสียงดนตรีประกอบ แท่น...แทน...แท๊น ยิ่งใหญ่อลังการ) ไม่รู้จะหาคำบรรยายใดๆมาเปรียบเปรย นั่นคือ ออ ออออออ นั่งมันอยู่หัวเรือ เป็นแม่ย่านางน่ะแหละ คิดดูพายแทบตายนั่งแป๋วแหว๋ว ประมาณมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ เปล่าๆเปลี่ยๆ ฤทธิ์แม่ย่านางจะออกมาเมื่อโลกต้องการเท่านั้น เช่น กรณีกระดืบ (เข็น) ไม่ไป เป็นต้น โชพยายามพายแล้วแต่ติดเนินทราย น่ะแหละแม่ย่านางจะทำหน้าที่ทันที ลุกพรวดเหมือนองค์ลง จับเชือกด้านหน้าแล้วออกแรงลาก (ไม่รู้ไปเอาแรงมาจากไหนซิน่า) เรือปลิวตุเล่งตุเล่ง เสร็จ... นั่งประทับด้านหน้า ปล่อยให้มือพายจัดการต่อไป (โชระบายความในใจ : รู้ไหมว่ากูหนัก และเหนื่อยด้วยไหนจะต้องพาย ไหนต้องแบกเสื้อชูชีพไปให้ยายโก้ แล้วไหนจะดูแลไม้พาย 2,400 ยิ่งชีวิต โอ๊ย!!!พระเจ้าช่วยกล้วยทอดดด) (กุ๊กฝากบอก : กูก็เหนื่อยไม่แพ้มึงเหมือนกัน นั่งตูดแช่อยู่ในเรือน่ะแหละ มีมะที่คิดจะลุกขึ้นมาช่วยกันเข็ญ แม่ง!ไม่เลย หนักนะโว้ยเข็ญทั้งเรือเข็ญทั้งหมู ฉุนมาก) (โก้ขอแจม : เถียงกันอยู่ได้ กูจะปลิวไปตามลมอยู่แล้ว มาช้ากูเปรี้ยว เดี๋ยวไม่เฝ้าของให้แล้วจะรู้สึก ) มาถึงแล้ว...ด้วยความลำข็ญ โธ่!นึกว่าจะพายซักแค่ไหน ตั้งกล้องถ่ายวี.ดี.โอ ไว้ ก็พายไม่เกินรัศมีกล้องหรอก ความลึกก็ไม่เกินหน้าอก ไปไกลกว่านั้นเสียววววว แต่มันส์ตรงที่พยายามพายน่ะแหละ ปึด..จ้ำ..ปึด เอวัง จบลงด้วยประการล่ะฉะนี้

อาหารเย็นที่รอคอย

อาบน้ำอาบท่า สดชื่น พร้อมรับประทานอาหารเย็นที่รอคอย วันนี้เมนูเด่น ได้แก่ ปูนึ่งก้ามโต , ปลาหมึกขาวอวบทอดกระเทียม , น้ำพริกปู และ กับอีก 2-3 อย่าง แน่นนอน!จัดประมาณ 7-8 คน เหมือนเดิม โชเสียดายมาก ไม่รู้ว่าจุกน้ำทะเลหรือสำลักความสุขก็ไม่รุ ยัดไม่ลงทั้งที่อยากกินทุกอย่างเย้ย คนอื่นเขากินกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะ อ้วน ตามคอนเซ็ปเป๊ะ ! ตื่นขึ้นกิน กินแล้วก็นอน โก้กินอย่างกับปอบสิง กิน กิน กิน เข้าไป หายใจเข้าก็ปู หายใจออกก็ปู โชได้แต่นั่งแกะปูตาปริๆ ส่งขาปูซ้ายให้ ตามด้วยขาขวา ตัวแล้วตัวเล่า โก้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะอิ่ม ส่วนอ้วนกับกุ๊ก กินแบบชิล...ชิล สังเกต : อ้วน... จะตาเป็นประกายวิบวับมากเวลาดู ที.วี. มารู้ทีหลังจากการบอกเล่าของกุ๊กว่า ติด ที.วี. ยิ่งกว่าติดญิงอีก ถ้าไม่ได้ดูวันไหนจะมีอาการลงแดงที่หัวแม่โป้งด้านซ้าย อ๋อ! อันนี้ก็ต้องปล่อยเขาไป ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงทุกอย่างเกลี้ยงจาน แต่ลงกระเพาะโชคิดเป็นเปอร์เซนต์ประมาณ 20% ได้มั่ง กระเพาะโก้ 75 % (มันแ_กหรือยัดวะ)

มีปล่อยโคมด้วยล่ะ

ยามค่ำคืน เขามีให้ปล่อยโคมลอย หลังจากพุงกาง ก็นำร่างอันอวบอิ่ม ลงมายังท่าเรือ มาพร้อมกับโคม แก็งละ 1 อัน (ไม่รุว่าคนที่เขามาเยอะๆเขาจะให้ 2 อันอ่ะเปล่าω) (สงสัยทำไมเนี่ย!ω...) มีนักท่องเที่ยวคนอื่นที่เขาอิ่มก่อน มาปล่อยไปแล้ว บางอันก็ขึ้นเห็นลิบๆ บางอันก็เพิ่งลอยขึ้น สำหรับแก็งเราน่ะเหรอ ฮึ...ฮึ ไม่มีอะไรสักอย่าง นอกจากโคม เอาว่ะ หน้าด้านเท่านั้น ที่ครองหาดเวลาเยี่ยงนี้ ขอคะ....ขอยืมหน่อยค่า ยืมไฟแช็คหน่อยนะคะ อ๋อ! จุดยังไงกันเอ่ย อ้อ!รอสักครู่....ยังใช้ไม่เสร็จ คนอื่นรอแป๊ปนึงนะคะ (ขนาดยืมเขา ยังหวงไว้อีก แห๊นะ) รอจนไฟร้อนมันจะทำปฏิกิริยาดันอากาศภายในโคม ในที่สุดมันก็ลอยขึ้น โอ๊ะ...โอ้ มันขึ้นกะท่อนกะแท่นจัง ลอยแล้วเจ้าค่ะ แต่ลอยลิบหรี่ๆ ลิบ แล้ว ลิบ จะจมไหมเนี่ย มันลอยระดับกลางถึงต่ำ เหมือนรถใกล้หมดน้ำมัน คนยืนลุ้นก็เกร็งสุดฤทธิ์ อยากจะจับโคมติดมอเตอร์ซะดีมะ จูลุด...จู้ลุด ไชโย!!!!มันลอยละลิ่วปลิวละล่อง ขึ้นฟ้ามืดๆไปแล้ว ดูเหมือนดวงดาวเลย แล้วหลายคนปล่อยเวลาไล่เลี่ยกัน.....ดาวเลยเต็มท้องฟ้ากลางเกาะ สวย (^ U ^) เฮ้ย!!! ลืมอธิฐาน ว้า...แย่จัง

วันที่ 14 เม.ษ. 51

เอิก..อี้...เอก รับอรุณกับทะเลสีคราม

รับวันใหม่กับการนอนบนเกาะ แปลกจัง! ทั้งที่ก่อนจะนอนก็ได้ยินเสียงทะเลอยู่หลัดๆ เผลอแป๊ปเดี๋ยว... ตื่นมาอีกทีเช้า เสียงคลื่นมันหายไปไหนฟะ ω สงสัยตอนหลับมีคนมาปิดเสียงคลื่น (เหมือนปิดวิทยุอย่างไงอย่างนั้น หุ...หุ) พอตื่นมา เอาแหละ...เปิดซาวด์เสียงคลื่นประกอบอีก ประมาณ 6 โมงเช้า สองสาว โช กับ โก้ ก็นำร่างอันสโหล-สเหล่ พร้อมอุปกรณ์คู่ใจ นั่นก็คือออออ อ “กล้องจ้า... กล้อง” เดินไปทาง หินโสโครก (หินสะอาดเราไม่ไปนะ ขยะแขยง) เพื่อมุ่งหน้าสู่แสงแรกของตะวัน สองสาวค่อยๆเดินไปตามโขดหินมุ่งหน้าไปประชิดติดน้ำทะเลสีครามยามเช้า ทางดูรกๆแต่ไม่เจอสิ่งแปลกปลอม (แบบว่า..งู , ขวด , ขยะ , สัตว์มีพิษหน้าตาเหมือนเพื่อนเรา) หันมาที่สองสาว มีความสุขกับการส่องกล้อง.....ดูน้องปลา (อย่าคิดลึก) ดูหนูปู (มีนะจะบอกให้) ซึ่งเสี่ยงต่อการลื่นล้มหัวฟาดพื้นเป็นเอ๋ออย่างยิ่ง ท้าทายความสามารถมั่ก...มาก ตั้งกล้องค่า แล้ววิ่งมายังจุดนัดหมาย ถ้ามันเป็นพื้นปกติไม่เป็นไรแน่ แต่เนี่ยหินโสโครก ขอเน้นว่าหินโสโครก ลื่นแบบสเก็ตเรียกพี่...เท้าจิกหินสุดฤทธิ์ ได้ความสะจ๋าย!!! ถ่ายแต่ปลาที่เหมือนปลาหมอ มาคิดได้...ทำไมไม่ถ่ายปลาสีสวยเหมือนใบไม้น้า... จบข่าว

รอไปดำน้ำ แป๊ปเดี๋ยว...กลายเป็นลิง

หลังจากรับประทานอาหารเช้า เป็นข้าวต้มปลาหมึก-กุ้ง เรียบร้อยแล้ว ทางรีสอร์ทเขาแจ้งว่าจะพาไปดำน้ำช่วงบ่ายหลังจากกินข้าวเที่ยงไปแล้ว แจ้งอย่างนี้ไม่เป็นตามโปรแกรมที่ลงไว้ แต่ไม่เป็นไร เราไปทำอย่างอื่นรอ ไม่มีตัณหา เอ๊ย!!!ปัญหา ขอบอกชุดที่ใส่มากะจะไปดำน้ำเลยน่ะเนี่ย กะว่าถ่ายชุดเนี้ย...กลางทะเล ว้าว! แล่มเหยยย ยย ย สามสาวตกลงกันจะไปเดินเล่นถ่ายรูปกันตรงท่าเรือ เห็นว่าน้ำขึ้น จะไปดูปลาหน้าหาดตัวเป็นๆซะหน่อย ส่วนอ้วนคงคอนเซ็ปเดิมแป๊ป! มาพักผ่อน นิ่งเป็นหลับขยับเป็น แ_ก กล้องวี.ดี.โอก็อยู่ กล้องถ่ายรูปก็มี แอ็คแซทซารี่ก็พร้อม จะช้าอยู่ไย เล็ทโก สนุกจังเย้ย คิ-ออก-แหละ ถ่ายวี.ดี.โอ จากต้นท่าเดินพูดไปจนถึงปลายท่า โชเป็นคนพูด โก้เป็นคนถ่าย แต่เคยเห็นภาพถ่ายรีเพลย์มะ นั่นแหละ...โก้มันไม่ยอมเป็นคนเดินถอยหลังอ่ะ กลัวตก โชต้องอาสาเป็นคนเดินเอง เฮ้อ! คนอะไรเสียสละซะจริงๆ (โก้พูด :ความจริงมันอยากถ่าย กูถ่ายให้ก็บุญแล้ว) ถอยไป พูดไป เสียวไป เหมือนผีกองก๋อย เดินหยองแหย่ง เหมือนที่เขาเข้าทรงเดินลุยไฟที่ภูเก็ตเลย ถึงแล้วสุดท่ากับสาวกางเกงสีฟ้า โชทำเนียน ขอถ่ายรูปบนเรือหน่อยจิ ลงไปในเรือ ส่วนคนอื่นที่เขากำลังขนสัมภาระไม่สน ทำประหนึ่งเป็นเรือของเรา (หน้าด้าน) มีพี่ที่เขาเป็นสต๊าฟของทางรีสอร์ท เขาโยนขนมปังให้ปลากิน ปลาออกมากินเพียบเลย ฝูงใหญ่เชียว กะว่าได้รูปสวยๆไปอวด แต่มีนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มโดดน้ำทำให้ปลาตกใจ มันเลยหลบ เข้าใจว่าเขาคงสนุกของเขาแต่เราสิอดได้ภาพสวยไปฝากเลย ซอรี่ ซออู้ ซอด้วง นะจ๊ะ (^ u ^) น้ำทะเลสีครามใสแจ๋ว ดูอาการของกุ๊กแล้ว ตาขวาง น้ำลายไหลยืดออกมาไร้การควบคุม ขนแขนสแตนด์อัพ ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า องค์เธอลงอีกแล้ว แม่ย่านางจากเมื่อวานนี้ คราวนี้น่าจะเป็นแม่พยูรเข้าสิงนะ คิดว่า... (ทำท่าคิด) กุ๊กชวนโชลงน้ำ โชกลัวน้ำขึ้นมาซะงั้น ชวนหลายที จนคิดว่าไม่ไหวลงก็ลง แต่คงไม่โดดเหมือนไอ้อ้วนน้านหรอก (ยังเคืองอยู่) จึงเกิดภารกิจเก็บกิ๊ฟขึ้น (อันเนี้ยต้องดู วี.ดี.โอ ประกอบ) โชถูกชวนแต่ลงน้ำก่อน ส่วนคนชวนยังอยู่บนท่าอยู่เลย ส่วนโก้เอามันมาเป็นตากล้องส่วนตัวเท่านั้น (มันรู้ มันจะด่าไหมเนี่ย... แซวเล่นเฉยๆ แหะ แหะ) พอกุ๊กลงน้ำเท่านั้นแหละ คึกจนจับไว้ไม่อยู่ (เพราะว่าปกติก็ไม่ค่อยอาบ เอ๊ย!โดนน้ำเท่าไร) อาการนะ โดนน้ำแรกร้องเสียงหลง ว้าก..จ๊าก...กรี๊ด เหมือนโดนน้ำมนต์ (ของเขาแรงจริงๆ) ขนาดเป็นเพื่อนยังรับไม่ได้ สังเกตจะไม่มีใครกลุ่มไหนอยู่ใกล้แถวนั้น เราดูอาการของเพื่อนคงไม่ไหวแน่ถ้าไม่เนียนไปด้วย เขาจะต้องหาว่าเราพาคนบ้ามาเที่ยวทะเลเป็นแน่แท้ เอาก็เอาวะ...คึกกับมันไปด้วย สนุกเลยซิทีนี้ คนแถวนั้นเลยเข้าใจว่าพาคนบ้ามาเที่ยว 2 คน เราอ่ะสนุกแต่คนอื่นต้องเข้าใจว่าบ้า...บ้าแน่ๆ ไม่ได้ไม่ยอม เข้าไปปะล่อโก้ “ลงมาเล่นน้ำด้วยเถอะ” ยังไม่ยอมใจอ่อน งั้นไปเล่นน้ำกับกุ๊กต่อ (อันเนี้ยต้องอ้างอิงกับวี.ดี.โอ ครูสอนว่ายน้ำมืออาชีพ) หันไปชวนโก้อีกที ในที่สุดก็ยอมลงมาจนได้ น้ำทะเลขึ้น ลงไปแล้วอยู่ประมาณหน้าอก เหมาะกับนักว่ายน้ำทีมชาติอย่างพวกเราสามคน น้ำใสราวกับกระจกยืนมองลงไปเห็นพื้นทราย แสงแดดส่องเป็นประกาย มีปลาว่ายอยู่ไกลๆรอบนอกตรงที่ไม่ค่อยมีคน สามสาวเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า “บ้าคลั่ง” ว่ายน้ำก็ไม่เป็นกับเขาหรอกนะ แต่ทำท่า โอ้โห้! ถ้าใครไม่สังเกตดีๆล่ะก็ นึกว่าฉลามนุกมาเอง เอ้า...ใครไม่เคยเห็นลิงว่ายน้ำก็มาดู (ซนมาก) ว่ายเล่นกันซักพัก มาเจอของเล่นชิ้นใหม่ คือ การกระโดดจากบันไดลิงลงน้ำ(เหมือนไอ้อ้วนที่ทำให้ปลาแตกตื่น...มีแขวะ) ดันตูดกันขึ้น คิดดู ! บันไดขั้นแรก โน้น...เกือบถึงคอ เอ้า!!!อึ้บ....แต่เดี๋ยวอะไรอยู่ในกระเป๋าของโก้ โชดันจับไปเจออะไรเข้าให้แล้ว “มึงเอาอะไรพกมาวะω!” เป็นคำสรรพนามแทนตัวโก้ คำถามฉงนปนสงสัยเคล้าความใส่ใจลงไปอีกนิดส์ ยังไม่ทันให้โก้ตอบ โชก็จัดการลวงออกมายลโฉมกัน มันคือ “กุญแจห้อง!!!” โก้เอากุณแจห้องมาเล่นน้ำด้วย โธ่....เพื่อนเรา โก้กะว่ากลับไปไขที น้ำทะเลที่ติดอยู่ที่กุญแจปะกับแม่กุญแจ คงจะเกิดปฎิกิริยา “รีซอล์ทเดอะคีย์เฟคชั่น” หรือ กุญแจขี้เกลือจับ ฮาแตกเลยทีนี้ พอเล่นน้ำเบื่อแล้วเราก็แห่กันไปพายเรือคายัคอีกรอบ (เหมือนเมื่อวาน) เริ่มเหนื่อย กลับห้องดีก่า จะไปทดลองวิทยาศาสตร์ ปฎิกิริยา “รีซอล์ทเดอะคีย์เฟคชั่น”

และแล้ว...เวลาที่รอคอยก็มาถึง

แตน...แต่น...แต้น เลดี้แอนด์เจนเทอร์เม่น แอมเพรสเซ่น....สนอคเคิ้ล สวิมมิ่ง ไดรฟ์เวอร์ เออ เออ ออ (เสียงแอ็คโค้) ได้ไปดำน้ำแล้วโว้ย หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ อิ่มแปล้ เตรียมตัวจ๋ายปายดำน้ำ กิ๊ว...ก้าว ตอนแรกก่อนจะถึงมื้อกลางวัน อาบน้ำเสร็จ เตรียมตัวคลานขึ้นเตียงด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเล่นน้ำทะเล เหมือนน้ำทะเลมันนวดไปทั้งตัว แต่แล้วฝันสลาย กุ๊กมาเรียกไปกินข้าวกลางวัน แต่หลังจากอิ่มความตื่นเต้นเข้ามาแทน ทางรีสอร์ทให้ไปรวมตัวกันตรงหน้าหาดใกล้ท่าเรือ สต๊าฟขนหน้ากากสน็อคเกิ้ลกับเสื้อชูชีพมาให้เลือกสรร ตามไซส์ตามขนาด เลือกกันไป ถูกใจกันแล้ว สต๊าฟแนะนำวิธีการใช้และเทคนิคการใส่ แน่นอนครั้งแรก ทางสต๊าฟเขาถามว่ามีใครใส่ไม่เป็นมั่งω ไม่มีเสียงตอบจากหมายเลขที่ท่านเรียก แต่โชไม่ ยกมือค่า ว่าไม่เป็น ตื่นเต้นด้วย ทางสต๊าฟถามอีกใครว่ายน้ำไม่เป็นมั่งω โชนำเสนอ...ยกมือตรงเหยียด (ทั้งที่ว่ายน้ำพอได้...แต่มันตื่นเต้น อยากรู้ว่าเขาจะแนะนำว่าอะไร และเผื่อคนอื่นที่ไม่กล้า-ยกมือด้วย) เอาล่ะ...ได้เวลาลงเรือแว้ว ววว ว ทางรีสอร์ทแบ่งลงเรือ 2 ลำ สต๊าฟเรือละสองคน ลูกเรืออีกหนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีถึงที่หมาย เพิ่งรู้ตัวว่ามาช่วงเทศกาลก็ตอนนี้แหละ เพราะมีทางรีสอร์ทอื่นเขาพาลูกทัวร์มาดำน้ำ ซึ่งถ้าใครมาเที่ยวเกาะกูด ตรงนี้ก็จะเป็นจุดดำดูปะการังของเกาะ ของเจ้าอื่นมีทั้งเรือสปีดโบ้ทเหมือนของเรา บางเจ้าล่อเป็นเรือตังเก-ลำใหญ่ๆมีห่วงยางห้อยข้าง ดูเหมือนเรือประมงหาปลามากกว่า (มาเที่ยวกันทั้งตำบลเลยมั่งน่ะ) บางเจ้า ไฮโซ่..โซ เรือสปีดโบ้ทก็ใหม่กิ๊กๆ เสื้อชูชีพสีสดใสสะอาดตา ผ้าขนหนูไหม...ใหม่ โชคดีที่เลือกที่นี่พอเหมาะไปทุกอย่าง ไม่ใหม่มากและไม่เก่าจนน่าเกลียด มีอะไรจะบอก (ไม่อยากรู้) เรื่องมีอยู่ว่า ตอนนั่งเรือมาอ่ะนะ สายคล้องหัวของสน็อคเกิ้ลของโชมันพันกันจับยังไง มันก็ยังพันอยู่นั่นแหละ มีทางเดียวต้องถอดสายแล้วค่อยจับใหม่ จัดแจงถอดสายเลยนะ (โดยไม่ปรึกษาใคร) โอ.เค. ถอดได้แล้ว จับสายเรียบร้อย ทีนี้เหลือแต่ยัดสายเข้าไปในช่องเดิมของมัน 5 นาทีผ่านไป 10 นาทีกก็แล้ว 20 นาที ครึ่งชั่วโมง แง้!!! ใส่ไม่ได้ ทำไงดี ต้องหาตัวช่วย (ยัง...ยังไม่กล้าบอกทางสต๊าฟ เดี๋ยวเขารู้ว่าเราทำอุปกรณ์เขาเจ๊ง ชู้ส์ สส สส เงียบไว้) โก้ไง...ทำให้เพื่อนตาดำๆตัวขาวๆหน่อยจิ โก้เป็นเพื่อนที่แสนดี ทำให้นะแต่ก็ยัดเข้าไม่ได้ เอาล่ะสิ....อดดำน้ำดูปะการังเป็นแน่ สุดท้ายพอถึงที่หมาย เรือจอดคนอื่นเขาเตรียมตัวดำน้ำ โชเดินหน้า-หมาหงอยเข้าไปหาสต๊าฟ สารภาพออกไปตรงๆว่า “ทำเจ๊ง” แต่บัดเดี๋ยวนั้น สต๊าฟรับสน็อคเกิ้ลไป พร้อมกับหัวใจโชที่เต้นตุ๊บตั๊บๆ จะได้ลงดำกับเขาไหมกู หายไปซักพักสต๊าฟเทวดา (คือเป็นความหวังของเขานะตะเอง) ก็เดินมาพร้อมกับสน๊อคเกิ้ลอันใหม่ และรู้สึกว่าจะดีกว่าเดิม แล่มเย้ย ยยย มาให้...

การดำน้ำเกาะแรก....เริ่มขึ้น

เมื่ออุปกรณ์พร้อม เตรียมนับถอยหลัง ห้า... สี่... สาม... สอง... หนึ่ง!!! เขาลงกันหมด เหลือปลากระป๋องสามแม่ครัว กับหนึ่งหนุ่มปลาซาร์ดีน ลงเป็นกลุ่มสุดท้าย เพราะก่อนลงสต๊าฟบอกว่าใครไม่เคยดำน้ำหรือว่ายน้ำไม่เป็นรอลงทีหลัง แต่แก็งเราเนี้ยหลังสุดเลย ครั้งแรกกับการสัมผัสน้ำมีสน็อคเกิ้ลอยู่บนหัวและมีเพียงเสื้อชูชีพที่ใช้พยุงตัวอยู่ในน้ำ โอ้โห้!มันตื่นเต้นบอกไม่ถูก พี่เขาอาสาพาพวกเราสามแม่ครัวดำรอบเกาะ (ไม่รู้หรอกว่าพี่เขาพา-วนกี่เที่ยว มารู้ทีหลังว่าสองรรอบ มิน่าทำไมมันนานจังวุ้ย) ส่วนปลาซาร์ดีนหนุ่มน่ะเหรอ คอนเซ็ปเดิมแป๊ป!!! ขอดำอยู่แถวเรือน่ะแหละ (ลงตอนไหนยังไม่รู้เลย) พี่สต๊าฟจับมือกุ๊ก เห็นทีกุ๊กจะลำบากสุด มือหนึ่งต้องจับมือพี่เขาไว้ (อันเนี้ยสำคัญ ถ้าหลุดมายุ่งเลย มีคนฝากความหวังอีกตั้งสองคนนะกุ๊ก จับแน่นๆ แน่นหน่อยนะน้องนะ) อีกมือหนึ่งต้องถือกล้องวี.ดี.โอ ถ่ายโลกใต้น้ำมาให้เราดูกัน คนต่อมา โชเอง และสุดท้ายก็เป็นโก้ วินาทีแรกที่ดำลงนะ อย่างกับโลกอีกใบ มีปลาหลากหลายพันธุ์เหมือนมนุษย์เป็นกลุ่มเป็นก้อนว่ายกันเป็นฝูงเล็กบ้างใหญ่บ้าง ว่ายสวนทางกันไปมา มีปะการังเหมือนตึก อาคาร ที่อยู่อาศัย ให้พวกปลาเหล่านั้นคอยหลบซ่อนตัว หรือโผล่หน้ามาต้อนรับผู้มาเยือน ชอบปลาแสงสีน้ำเงินสดตัวเล็กๆฝูงหนึ่ง ซึ่งอยู่ไกลจากเกาะออกมาทางทะเลน้ำลึก พอมองไปตรงทะเลน้ำลึกมันดูเคว้งคว้าง ดูโดดเดี่ยวยังไงชอบกล กระแสน้ำก็เย็นจับใจยังไงไม่รู้ ได้เห็นปะการังหน้าแปลกๆหลายชนิด เป็นก้อนๆเหมือนเห็ด เหมือนหิน เหมือนฟองน้ำนุ่มๆพริ้วตามกระแสน้ำ และที่เคยเห็นทั่วไปก็เป็นแบบก้านๆแตกแขนงหลายอัน พี่เขามีโชว์พาว(POWER) ดำดิ่งลงไปจับหอยเม่นให้ดูเป็นขวัญตา หอนเม่นเป็นสัตว์ทะเลที่มีหนามเป็นอาวุธต้องคอยระวัง แต่เขาจับด้วยมือเปล่า ตบมือให้ 2 แปะ เพราะเขาใส่ถุงมือจับมาให้ดู เขาจะให้ดูว่าพอโดนตัวมัน มันจะหุบ อุ๊ย!มันหุบจริงด้วย ตอนดำอยู่ในน้ำเหมือนเรื่อง เดอะ แบร์ วิท โปรเจ็ก หายใจดังแรงๆ มันก้องในหูเรา คอแห้งผาด (อยากกินน้ำทะเลจัง หิวน้ำมาก) แต่ได้อารมณ์มั่ก...มั่ก พี่บอกไม่ต้องเกร็งแค่พวกน้องลอยตัวตามพี่ไปก็พอ พี่จ๋า...พูดเหมือนง่ายน้อω หนูอ่ะทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวทั้งเหนื่อย จะทำอย่างที่พี่บอกรอดไหมเนี่ยω! ในที่สุด พวกเราพ้นบ่วงกรรม ไม่ใช่...พอโผล่พ้นน้ำ ความคิดแรกว่า “เหนื่อยชิหายเลย” แต่ก็มิได้นำพา

เกาะสอง ปลาเพียบ กับขนมปัง 1 แผ่น

โชเดี่ยว เสียวเหมือนกัน จุ่มๆลอยๆอยู่ใกล้ๆเรือก่อน (หยั่งเชิง) พร้อมแล้ว!!!ดำ (มีเสียงนึงแทรกขึ้น : ดำมาตั้งแต่เกิด อยู่แล้วไม่ไช่ง่ะ) (โชพูด:น้ำสุขาฯ3ไม่ดี ตะก่อนอยู่ลาดพร้าวขาวจะตาย ยยย ย) โอ้โห!สวยโคตรๆ ปลาเยอะมาก เป็นกลุ่มๆ สีเหลืองสะท้อนแสง ปลาหน้าหาดที่ตัวใหญ่ๆ ปลาสีสวยตามันเรืองแสงสีแดงด้วยแหละ ปะการังก็เยอะ ขนาดดำแถวเรือน่ะ ถ่ายวี.ดี.โอ. ไปเรื่อยสักพัก อ๋า...คิ-ออก-แหละ (ทำท่าเหมือนคิดแก็กการ์ตูนออก) โผล่หน้าขึ้นมาสูดอ๊อกซิเจนบนผิวน้ำสักครู่ ก่อนว่ายไปที่เรือเพื่อหยิบเอาขนมปังที่ฝากพี่เขาซื้อเมื่อวานมาล่อปลา ให้มาติดกับ (หึ...หึ มีแผนการชั่วร้าย) ขนมปัง 1 แผ่นอยู่ในมือข้างซ้าย ถือกล้อง วี.ดี.โอ. ข้างขวา แล้วจะเอามือไหนตะกุยน้ำล่ะทีนี้ ตั้งถ่าย...ตั้งแต่อยู่บนเรือว่า เนี่ยะนะ...หลักฐาน ขนมปังนะ จะโดดไปแล้วนะ ว่าแล้วก็พุ่งหลาวลงไป เจอปลากลุ่มแรกเป็นเหมือนปลาซิวแต่ใสจนมองเห็นก้าง ว่ายเข้าไปใกล้ๆ กะว่าปลาต้องคู่กับขนมปังชัวร์ ได้ภาพแน่นอน แต่มันไม่เสมอไป...เจ้าปลาซิวใสกลุ่มนั้นมันได้พิสูจน์แล้วว่า ขนมปังไม่สามารถซื้อศักดิ์ศรีความเป็นปลาทะเลตราดได้ มันไม่กินคับพี่น้อง!!! ทำโชเสียเซลฟ์ไปเลย อุทานออกมาทั้งที่ปากคาบสน็อคเกิ้ลอยู่ว่า “อันอ้อเหลือกเออะ” (มันก็เลือกเนอะ) งั้นว่ายต่อไปดีก่า (แต่ถือขนมปังแบบหลบๆ ไม่กร่างเหมือนตะกี้) ว่ายผ่านไป ทั้งคนทั้งปลา เกือบถึงตรงที่เขาผูกเชือกกับเรือ เอาล่ะได้ที่เหมาะ ปลอดคน ปลาชุม พระสังข์จะใช้คาถาเรียกปลาแล้วชะเอิงเอ๋ย (ลิเกหลงโรง มาจากไหน) “เสธๆๆๆๆๆๆๆปะเหนียง ตะโหลง เปี๊รยะ” (พูดอะไรว้า...งงตัวเองแล้วเนี่ย) สัมฤทธิ์ผล!!! ปลาสีสวยที่เห็นทั้งหมดมารุมที่มือของโช รุมเยอะขึ้น รุมเยอะมาก เยอะที่สุด เยอะแบบไม่เห็นมือแล้ว ได้ภาพ วี.ดี.โอ. สวยสมใจ สวยมากๆ แสงสีทองส่องประกายออกมาจากปลาที่ว่า แล้วโชเห็นปลาที่ตาเรืองแสงใกล้ๆด้วย วู้...ตื่นเต้นชะมัด คนเริ่มมามุงมั่ง ทำยังกับเราเป็นดารา แสงแฟลตพรึ่บพรับ (เชื่อก็โง่แล้ว ใต้น้ำมีซะที่ไหนเล่า...) ถ่ายๆอยู่มีปลาตัวหนึ่ง ขณะที่เพื่อนมันกำลังเอร็ดอร่อยกับขนมปังในมือโชอยู่นั้น มันคงหิวโซ โซมากๆ พุ่งตรงเข้ากัดมือโช โช!ตกใจ จั๊กกะจี้ที่ปลายมือ ชักมือกลับทันควัน ปลาพวกเนี้ยเห็นเราเป็นดอกไม้ริมทาง พอกินอิ่มแล้วชิ่งไป (กระซิก...กระซิก) สภาพขนมปังรุ่งริ่งไม่เป็นสัปปะรด มันว่ายหายไปหมดในเวลาอันรวดเร็ว ต้องหาอะไรมาล่อซะแล้ว...ทันใดนั้นเอง มีเจ้าหญิงแสนงามรึเปล่าไม่รุ (มันมัวๆ) แต่ที่แน่ๆ “กีโต้” เต็มๆ ลอยมาเลยค่า ใส่รองเท้าลงมาดำน้ำ โดดเด่นเป็นสง่าแก่วงศ์ตระกูล ว่ายมาใกล้แล้วยื่นของเพื่อใช้ล่อให้ปลาเข้ามาหาอีก แต่เที่ยวนี้...โชคิดว่าคงไม่ได้ผล เขาส่ง “ปลาสวรรค์ท่าโร่” มีโปรตีนจากเนื้อปลา มาให้ แล้ว...หมา เอ๊ย!!!ปลาตัวไหนมันจะกิ๊นนนน นนน น กินก็เสียชาติเกิดเป็นปลาแล้ว ยื่นอะไรให้ไม่ปรึกษา โชตีชิ่งออกมา (เพราะกลัวโดนกีโต้อย่างแรง) โผล่พ้นน้ำ หน้าเรือเลยให้โก้ซึ่งอยู่บนเรือถ่ายรูปให้ สบายใจกว่า ฮิ...ฮิ...

แวะจอดเรือ ณ เกาะร้าง

หลังจาก...ผ่านกิจกรรมดำน้ำหรรษา เขาพาเราไปปล่อยเกาะ (แง้ๆๆๆๆ) ไม่ใช่เราเจ้าเดียวนะ ที่เห็นเกือบทุกรีสอร์ท เพื่อมาปรับสภาพร่างกายจากบรรยากาศในน้ำให้คุ้นเคยก่อนขึ้นบก คิดดู....แทบหาที่จอดไม่ได้-วนอยู่สองสามรอบ โชเริ่มพะอืดพะอม ถ้าอีกเที่ยวอ้วกพุ่งเหมือนกุ๊กแน่ ส่วนกุ๊ก...อาการดีขึ้นแล้ว (เรื่องอ้วกเป็นเรื่องธรรมชาติ) ในที่สุด....เราก็เอาเท้าอันนุ่มๆไปสัมผัสกับปะการังที่แตกหักแล้วน้ำพัดมาตรงหาด บนเกาะมีศาลศักดิ์สิทธิ์ ชื่อ “จ้าวแม่เกาะลัง” มีไว้ให้ชาวประมงหรือชาวบ้านแถวนั้นกราบไหว้ ขอพรต่างๆ ศักดิ์สิทธิ์มาก คอนเฟิรม์โดยพี่สต๊าฟของเราเอง ฟังไว้ไม่เชื่อห้ามหลบหลู่ ลงปุ๊ป!อ้วนค่า....ตรงดิ่งไปที่ศาลอย่างไม่มีใครคาดคิด กุ๊ก , โช และ โก้ เหว่อ...รับประทาน มองดูความมีสัมมาคาราวะของอ้วนเป็นตาเดียว กว่าจะตั้งสติได้ อ้วนได้เดินตรงเข้าไปกราบไหว้ในศาลแล้ว นักท่องเที่ยวคนอื่นๆกรุ๊ปเดียวกันเดินผ่านหยุดไหว้ ก็ธรรมดา แต่นี้เล่น...ก้าวข้ามพ้นเข้าไปนั่งอย่างเรียบร้อย พนมมือไหว้อย่างตั้งใจ(ภาวนาอะไรซักอย่าง) แต่สายตามุ่งมั่นและศรัทธาอย่างแรง แล้วมีเหรอที่สามสาวจะไม่ตามไป เพราะอ้วนไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนในทริป ให้ตายซิจอร์จ.... ถ้าไม่จับอ้วนไว้ หรือไม่ถ่ายวี.ดี.โอ เอาไว้แฉ น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า หลังจากนั้นของอ้วนยังไม่ออก สำแดงฤทธิ์ให้พวกเราอึ้งกันอีกรอบ กุ๊ก...เดินนำไปกับอ้วนไปยังที่จอดเรืออยู่ไกลพอลิบๆ โชกับโก้กลับไปถ่ายรูปทรายสีขาวตัดกับน้ำทะเลสีน้ำเงินเข้มอีกทาง ที่บอกของยังไม่ออก...อ้วนวิ่งจู้ดไปนั่งชิงช้าไม้ ลักษณะเป็นเชือกเส้นเดียว ปลายผูกกับไม้ท่อนตรงกลาง นั่งโดยการค่อมขาระหว่างเชือก แล้วชิงช้ามันต้องตั้งท่าวิ่งประมาณครึ่งเมตร เพื่อให้มีแรงส่งปีนขึ้นไปนั่ง โอ้โห!ถ้าเป็นคนธรรมดานั่งไม่ได้นะ ต้องเป็นนักยิมนาสติกเท่านั้น แต่อ้วนชอบ... นั่งได้ บอกกุ๊กให้ถ่ายหลายๆภาพ หน้าตามีความสุขสุดๆ เดินใกล้ถึง....มีเรือประมงตกหมึกของชาวบ้านแถวนั้นเขาแวะมาแกะปลาหมึกที่ติดกับดัก เอาอีก...อ้วนชอบ เข้าไปถ่ายภาพ ตัวเองถ่ายมั่ง กุ๊กถ่ายมั่ง แต่ที่สำคัญต้องถือกระเป๋าสีแดงคู่ใจ (ดูแล้วแมชต์) จะถือทำไมω! ทุกรูป กุ๊กบอก “อ้วนชอบ” สรุปเกาะเนี้ยะ....เขาทำเพื่ออ้วนโดยเฉพาะ เพราะมีทุกสิ่งให้อ้วนเลือกสรร อ้วนบอก “อ้วนชอบบบบ บบ บ บบ” (^o^)

ถึงข้าวเย็นแล้ว

ถึงเวลาที่รอคอย ข้าวเย็นอันโอชะ หิวมาก ปอบลง ไม่สนใจ ของวางเมื่อไร จะจ้วกทันที เชื่อมะ! มาเป็นกลุ่มแรก แรกจริงๆ ทางรีสอร์ทยังเตรียมไม่เสร็จ ไม่เป็นไรนั่งรอดูที.วี.ไปพลาง เมนูวันนี้ คือ ซีฟู้ดเผา , ปลาไฮโซยาวๆทอดกระเทียม (อร่อยสุดๆ) , แกงหมูใบชะมวง (มันแพล็บ หวานเจี๊ยบ) , ต้มยำทะเลน้ำข้น (หวานเหมือนกัน) และผลไม้ตบท้าย ไม่มองหน้ากัน ไม่พูดไม่จา มีแต่เสียงช้อนกะส้อมกระทบกัน เหมือนอดอาหารมาตั้งแต่ชาติปางก่อน เมื่อวานแกะปูใส่จานคนนี้บ้าง คนโน้นบ้าง วันนี้ไม่!!! ซีฟู้ดเผาแกะจานใครจานมัน รู้ตัวอีกทีซัดผลไม้ชิ้นสุดท้าย โอ.เค. ไม่พูดพร่ำทำเพลง มองหน้ารู้กัน แยกย้ายกันไปนอน ราตรีสวัสดิ์

วันที่ 15 เม.ษ. 51

ต้องกลับแล้วสิ

เช้าวันนี้ ทำไมฟ้าครึมฝนจัง ไม่มีแดด ได้ยินเสียงฟ้าร้องเป็นระยะๆ เมื่อคืนนอนหลับแบบถอดรหัสวิญญาณ (โซลโค้ด) ตื่นสายหน่อย อาบน้ำ แล้วไปกินข้าวเช้ากัน มื้อนี้เป็นข้าวต้มปลาอินทรีย์ พร้อมชา กาแฟ ขนมปัง ไม่อั้นเหมือนเดิม แต่เหมือนลืมชาร์ตไฟไว้ แต่ละคนยังไม่คืนสภาพ หรืออาจเพราะต้องกลับ หลังจากใช้เวลาวันหยุดที่แสนหรรษาที่ค่อยๆหมดลงไปจากเกาะนี้ ทางรีสอร์ทแจ้งว่า พวกเราจะได้ลงเรือกลับ-ลำที่สอง (มีสองลำ ลำแรกเรือจะใหญ่กว่า รับคนได้เยอะกว่า) พออิ่ม...ก็เดินทางมาเก็บสัมภาระกัน

บาย...บ๊าย อ่าวน้อย รีสอร์ท (ขอบคุณช่วงเวลาแห่งความสุข)

พร้อมเดินทางกลับ เขาให้ไปรอขึ้นเรือ เวลาประมาณ 9 โมงครึ่ง วันนี้ไม่มีแดด ครึ้มฝน ดูฟ้าไม่สดใสเหมือนกับพวกเราที่ต้องเดินทางกลับ แต่แน่นอน...ที่นี้มีความทรงจำดีๆ มีความสุข สนุกสนาน ฮาแตก หลุดโลกสุดๆ อาหารอร่อย ที่พักประทับใจ และปลาหน้าหาดที่น้ำใสกิ๊กๆ เราเก็บมาแต่ภาพถ่ายทิ้งไว้เพียงความทรงจำดีๆ ขอขอบคุณที่มอบสิ่งเหล่านั้นให้กับพวกเรา ถ้ามีโอกาสจะกลับมาใหม่ พร้อมจะพาสมาชิกใหม่ให้ได้มาสัมผัสบรรยากาศแบบพวกเราอีก เรือของเราออกเป็นลำแรก เห็นเขาบอกว่าลำใหญ่ ซิ่งกว่า...ต่อให้ก่อน (แต่สุดท้าย เราก็ถึงก่อน ฮ่าๆ ขี้คุยนี่หว่า ) ระหว่างทางกลับ ออกจากท่าได้ประเดี๋ยวฝนก็ตกปรอยๆ และเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ทางสต๊าฟเขาเลยแจกเสื้อชูชีพไว้กำบังฝนเพราะเม็ดฝนมาจากทางด้านหน้า แต่แทนที่ โช กับ กุ๊ก จะหลบ เหมือนกบโดนฝน กระดี่กระด้า กระตู้หู้ เริ่งร่า ลุกขึ้นมาถ่าย วี.ดี.โอ กันอย่างสนุกสนาน (ดีนะ...ที่มันตกมาแต่น้ำฝน ไม่มีฟ้าแล็บฟ้าร้องตามมา ไม่งั้น โชคงซ่าไม่ออก...เสียว!) เกือบถึงฝั่ง (เริ่มมองเห็นป่าโกงกางและแผ่นดินมั่งแล้ว) ก็ลุกขึ้นมาถ่ายวี.ดี.โอ ต่อ ฝนหยุดตกไปนานแล้วเหมือนกัน ฮ้อ...ฮ้อ คนลี้กะลังจายขึ่นแผ่นดิงเลี้ยว กำเสี่ย...กำเสี่ย (มีเสียงนึงแทรกขึ้น : เอาเสื่อผืนหมอนใบมาด้วยรึเปล่าแปะω)

คอพับคออ่อนกันเป็นแถว

ขณะนี้เป็นเวลาประมาณเที่ยงกว่า ๆ เดินทางออกจากตัวเมืองตราดมาสักครู่ เอาล่ะ...เริ่มละ เสียงเริ่มเงียบ มีแต่เสียงเพลงที่อ้วนเปิดขณะขับรถ ฟังๆจำไม่ได้ว่าเป็นเพลงอะไร แต่ที่รู้ๆไม่ได้ยุคเราแน่นอน (อ้วนคงอยากจะพูด อยากเดินกับ กทม. หรือ นั่งเฉยๆ สงบปากสงบคำ ) (จ๊ะ...พ่อ) หลังจากโดนสกัดดาวรุ่ง หนังท้องตึง หนังตาเริ่มหย่อน หามุมเหมาะๆลงล็อค คอพับคออ่อนกันไปคนละทิศละทาง

จอดรถทำไม ?

กำลังเข้าเฝ้าพระอินทร์ (หลับ) สบายๆ มีความรู้สึกว่ารถไม่ขยับ เอ...รึว่ารถจะติดรับการกลับช่วงเทศกาล แต่มันติดตั้งแถวนี้เลยเหรอ !ω แดดมันเริ่มร้อนที่มือแล้วนะ แต่ด้วยกำลังหลับอร่อย…เลยไม่ขยับ มีเสียงเรียก “โช...โช...โช” ตายังไม่อยากจะลืม จนมีคนมาเขย่าตัว จึงลืมตาขึ้น กำลังจูนสักครู่ “จอดรถทำไมว้า...” ขนาดลงไปยืนอยู่ข้างรถยังมึนๆงงๆอยู่ สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า แผงขายผลไม้สดๆ มีเรียงรายกันอยู่ประมาณ 7-8 เจ้า คงสดจริงๆแหละ เพราะด้านหลังเป็นสวน มีสวนทุเรียน เงาะ และกะท้อน ได้บรรยากาศมั่ก...มั่ก ตื่นแล้วค่า ตาสว่าง ณ บัดดล (นึกในใจ “กูได้ช้อปแล้วโว้ย”) คิดว่าทริปนี้จะไม่มีของฝากของกินซะแล้ว เพราะก็ไม่รู้ว่าจะไปช้อปที่ไหนด้วยเหมือนกัน ดีนะ...ที่อ้วนไม่ขับผ่านไป แต่ละร้านจะมีทุเรียน เงาะ สละหวาน กะท้อน เป็นหลัก จะมีเพิ่มลองกองกับผลไม้แปรรูป เช่น ทุเรียนทอดกรอบ , ทุเรียนกวน บ้าง บางร้าน อย่างที่บอกเขาขายอยู่หน้าสวน เลยไม่ร้อน ร่มรื่น มีนักท่องเที่ยวรายอื่นๆ แวะลงมาซื้อแบบพวกเราจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศดูครึกครื้น อุ๊ย!ลืมหยิบกล้องคู่ใจมาเก็บภาพประทับใจ ช้าไปแล้วต๋อย....(ต๋อยเป็นใคร ) (ญาติแม่...ยืมมาอุทานหน่อย) รู้ตัวเดินมาร้านสุดท้ายแล้ว เดินเซอร์เวย์มาจนสุด ยังไม่รู้จะเลือกซื้อเจ้าไหน เดินย้อนกลับ...มาสะดุดกับร้านที่มีสละหวานวางสดๆฉ่ำๆอยู่หน้าร้าน เลยเข้าไปซื้อผลไม้ในร้านนั้น แต่เรายังไม่ได้เงาะสวยๆเลย เดินมาเจอะกับกุ๊ก กุ๊กได้เงาะสวย เลยชี้ทางสว่าง เดินซื้อจนเต็มมือ กลับไปที่รถ แต่ละคนได้ผลไม้กันอย่างกะจะไปขาย และได้ของฝากไปฝากที่บริษัท , คุณแม่ คุณพ่อ , คุณน้อง , คุณเพื่อน และคุณคนนั้น เรียบร้อยสบายใจ กลับกทม.ได้

แวะอีก

เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล คนอื่นที่เขาออกมาชาร์ทแบตอย่างพวกเราหรือพวกที่มาธุระหรือกลับบ้านมาเยี่ยมญาติพี่น้อง จึงเดินทางกลับมาในวันนี้เป็นส่วนใหญ่ ปริมาณรถจึงหนาแน่นขึ้น การจะกลับทางเก่าซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักคงถึงบ้านช้าแน่ อ้วนจึงขับรถกลับมาอีกทางหนึ่ง ซึ่งรถน้อยกว่าและเคลื่อนตัวได้ดีในระดับนึง แต่ไม่รู้ทางไหน!ω ตั้งแต่จอดรถซื้อผลไม้ที่จันทบุรี ก็ยิงยาว (หมายถึงหลับยาวไม่รู้เรื่องเลย) ผ่านมาทาง อ.บ้านบึง เวลาประมาณบ่าย 3 โมงกว่าๆ พอมาถึงมอเตอร์เวย์ แวะอีก อ้วนต้องการพักรถหลังจากวิ่งมาเป็นเวลานาน และปล่อยให้พวกเราไปเข้าห้องน้ำ แต่....ใช่จะเข้าห้องน้ำอย่างเดียวซะเมื่อไร ของกิน ของฝาก มันช่างล่อตาล่อใจอีกแล้วคับทั่นนน น นนน ซื้ออีก!ได้กันมาคนละสองสามอย่าง โชซื้อทุเรียนทอดกรอบเพราะมันดูน่ากินกว่าที่จัน ซื้อไป 3 ถุง ซื้อกะปิระยอง (แต่มาซื้อที่มอเตอร์เวย์....เท่จริงๆ) (มีเสียงนึงแทรกขึ้น : แหกตาซะมากกว่า) ไปฝากบุญช่วยแม่รัก เอาไว้ให้ตำน้ำพริกกะปิแสนอร่อยให้เรากิน (แผนสูง) ส่วนกุ๊กได้เป็นทุเรียนทอดกรอบเหมือนกัน โก้จะออกแนวหวาน เธอซื้อกาละแม กลับบ้าน ให้ตายสิ...จอดตรงไหนได้ของติดไม้ติดมือมาทุกที คิดว่าอ้วนคงไม่พาแวะไหนอีกแล้วนะอ้วน!!!

เดินทางถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

ถึงบ้านแล้ว ขนของลง หน้าบ้านใบไม้เพียบ เพราะไม่มีใครอยู่บ้าน (แม่ไปเที่ยวเพชรบรูณ์ยังไม่กลับ ทั้งที่บอกว่าจะกลับมาพร้อมๆกัน สงสัยติดลม) โก้รอให้พี่มารับที่หน้าบ้าน หลังจากเคลียร์สมบัติของกันละกันแล้ว ส่วนโชภาระกิจแรก คือ ต้องกวาดใบไม้หน้าบ้านที่พัดมาจากบ้านข้างๆซะก่อน คืนนี้นอนคนเดียว กะว่าจะชวนโก้นอนเป็นเพื่อน แต่พรุ่งนี้โก้มันไปทำงานแต่เช้า เลยแห้ว ส่วนโชกับกุ๊กยังมีเวลาจัดการกับข้าวของต่ออีก 1 วัน ไม่รู้ว่าพี่ที่บริษัทฯเขาจะกลับกันมารึยังน้า.... แต่ที่แน่ๆโชกับกุ๊กมีเรื่องเมาท์ที่บริษัทฯแล้วล่ะ พร้อมของฝากเป็นทุเรียนลูกโตเท่าที่จะหามาได้ในถิ่นนั้น และเงาะอีก 3 โลพูนๆ น่ากินมั่ก...มั่ก หวาน ล่อน อร่อย กรอบ สดจากสวน (พูดซะเห็นภาพ) พร้อมกับงานที่ต้องเคลียร์หลังจากหยุดยาวไปหลายวัน (ต้องทำใจนะจ๊ะ) สำหรับสามสาวก็มีของฝากติดตัวกลับมา ขอเน้นว่าติดตัวจริงๆ จากเกาะกูดเหมือนๆกัน คือ “ผื่นคัน” โชขึ้นตรงขา ข้อพับ ของโชจะคันพอเกาก็จะแดงขึ้นตามผิวหนัง , โก้ขึ้นตรงน่องไปจนถึงตาตุ่ม แดงเป็นเม็ดๆ , กุ๊กขึ้นตรงแขน แดงเป็นเปื่อนๆ คันๆ สรุปว่าน่าจะเกิดจากการไปคลุกกับปะการังตอนแวะจอดเรือที่เกาะร้างตอนนั้นเป็นแน่ ก็รักษากันต่อปาย ยยย ย ย เจอกันใหม่ทริปหน้าล่ะก๊า...

************************************

CHO THANKS :ขอขอบคุณที่เพื่อนๆไปด้วยกัน (ทั้งที่ชวนเลือดตาแทบกระเด็น) มีปัญหาก่อนเดินทาง แต่ก็เกิดทริปประทับใจนี้ขึ้นจนได้ คุงแม่ ที่เขี่ยโช เอ๊ย! ที่ไปเที่ยวเพชรบรูณ์ หลังจากโชเดินทางไปแล้ว ทำให้ความอยากหันเหไปเกาะกูดเรียบร้อยแหละ ขอบคุณใบไม้หน้าบ้านทำให้มีงานทำทันที ที่กลับถึงบ้าน อ่าวน้อย รีสอร์ท ทำให้เราได้ดำน้ำดูปะการัง ได้ที่พักถูกใจ ได้กินอาหารทะเลสดๆ แต่อาหารบางอย่างก็หวานดี ได้แหกปากทำอะไรบ้าๆบ๊องๆ ได้เล่นน้ำและพายเรือคายัค (รักษาไม้พาย 2,400 ยิ่งชีพ) ได้ไปดูน้ำตกช่วงหน้าแล้ง ที่เยี่ยวน้องดาด้าหมารัก ของกุ๊กยังแรงกว่า

KO THANKS : ขอขอบคุณนะ ที่พากูไปเสียตังค์ ได้ความเหนื่อยจากการไปดำน้ำ แค่ยืนหายใจก็จะไม่ไหวแล้ว ดีนะที่กลับมาครบ 32 ขอบคุณ สำหรับผื่นแดงที่ขึ้นเต็มขา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าไปเที่ยวเกาะมาจริงๆ ไม่ได้โม้

KOOK THANKS :

- ขอบคุณนะ ที่ทำให้เราเป็นหนี้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งรายการ (ก็กล้องถ่าย วี.ดี.โอ. รุ่นดำน้ำได้ไง จำได้ปะω)

- ลากเรือคายัค ทำให้เราแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะตอนออกแรงลากเรือพร้อมกับมีหมู เอ็ย ! คน นั่งอยู่ กำลังแขนเพิ่มขึ้น เยี่ยม!

- ไปหลายวัน ทำให้รักและคิดถึงน้องดาด้ามากที่ซู้ดในโลก (แม่พรด้วยจ้า...)

AOUN THANKS : ขอบคุณนะ ที่ให้เรารู้เส้นทางการไป จ.ตราด เพิ่มมากขึ้นอีกหนึ่งเส้นทาง ขอบคุณนะ ที่ให้เราเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาที่อยู่บนเกาะร้างกลางทะเล (อ้วนชอบ)

เจอกันใหม่ทริปหน้า... ฮาเฮ เหมือนเดิม บาย...บ๊าย


หน้า ( 1 / 1 )  
 
   ส่งหน้านี้ให้เพื่อน   สั่งพิมพ์หน้านี้   ติดต่อผู้ดูแลระบบ กลับขึ้นด้านบน
ข่าวประชาสัมพันธ์ ททท.
Next
เชิญเที่ยวงาน เจียไต๋  แฟร์ 2009  มหัศจรรย์แห่งเมล็ดพันธุ์
เชิญเที่ยวงาน เจียไต๋ แฟร์ 2009 มหัศจร...
ขอเชิญเที่ยวงานเจียไต๋ แฟร์ มหัศจรรย์แห่งเมล็ดพันธุ์ 2009 ระหว่างวันที...
ทะยานสู่ฟ้ากว้างชมความงดงามเขาใหญ่กับเทศกาลบอลลูนนานชาติครั้งที่ 2
ทะยานสู่ฟ้ากว้างชมความงดงามเขาใหญ่กับเทศ...
เทศกาลบอลลูนนานาชาติ Thailand International Balloon Festival 2008 ซึ่ง...

More Information


Thailand Live Streaming  Video / Audio
Thailand E-Magazine


Valid CSS! การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่)
1600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ : 0 2250 5500 ต่อ 2832-2838, โทรสาร : 0 2253 7400
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2546 – 2550 : เงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ : ติดต่อสอบถาม : แผนผังเว็บไซต์
RSS Feed     ใช้เวลาโหลด 2.96  วินาที ปรับปรุงข้อมูลทุกๆ 30 นาที