|
ททท.สำนักงานนราธิวาส จัดโครงการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และอารยธรรมชายแดนใต้ ในวันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม 2551 โดยนำ เยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนกว่า 100 คน ปั่นจักรยานเยี่ยมชมแหล่งโบราณสถานที่มีประวัติเก่าแก่รวมอายุมากกว่า 500 ปี ในพื้นที่ 3 ชุมชนของจังหวัดปัตตานี คือ ชุมชนจะบังติกอ บาราโหม และตันหยงลุโล๊ะ เพื่อจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ควรได้รับการพัฒนาและส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของไทยต่อไปในอนาคต
นายอะหมาน หมัดอะดัม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนราธิวาส กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการฯ ครั้งนี้ว่า การนำเยาวชนในพื้นที่ปั่นจักรยานท่องเที่ยวแหล่งโบราณสถานที่สำคัญนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้และสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนรวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งยังช่วยลดภาวะโลกร้อนและประหยัดพลังงานโดยการใช้กิจกรรมปั่นจักรยานไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่ 3 ชุมชน ได้แก่ - ชุมชนตันหยงลุโล๊ะ เยี่ยมชมมัสยิดกรือเซะ ซึ่งเป็นโบราณสถานที่มีอายุรวม 400 กว่าปี สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (องค์เจ้าแม่ผู้เป็นที่เลื่อมใสของชาวเชื้อสาย จีนทั่วโลก) - ชุมชนบาราโหม เป็นชุมชนเก่าแก่มีอายุไม่ต่ำกว่า 500-600 ปี หลังจากอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพปฐมกษัตริย์ปกครองปัตตานีชื่อว่า“พญาอินทิราชาห์” นอกจากนั้น ยังเป็นที่ฝังพระศพของราชินี 3 พระองค์ คือ รายาฮีเยา รายาบีรู และรายาอูงู ซึ่งเป็นพระมารดาของรายากูนิง พระชายาแห่งพระราชโอรสเมืองยะโฮร์ - ชุมชนจะบังติกอ เยี่ยมชมสถานที่ฝั่งศพเจ้าเมืองปัตตานีและเชื้อพระวงศ์หลายสมัย มัสยิดรายอ ฟาฎอนี หรือมัสยิดรายอจะบังติกอ มีความโดดเด่น ด้านสถาปัตยกรรมแบบมาลายูปาตานี ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมตะวันตก - มัสยิดกลางประจำจังหวัดปัตตานี ศูนย์กลางรวมจิตใจของชาวไทยมุสลิม ซึ่งเป็นมัสยิดที่สร้าง แล้วมีความงดงามเหมือนมัสยิดทัชมาฮาล ในประเทศอินเดีย
ชุมชนเหล่านี้ ล้วนแล้วมีความสำคัญอย่างยิ่งทางประวัติศาสตร์ จึงได้รับความสนใจจากนัก ท่องเที่ยว ทั่วไปและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาศึกษาทางโบราณคดีเพราะอดีตเมืองปัตตานีเคยเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญและเป็นแหล่งรวมของอารยธรรมหลากหลายเชื้อชาติอีกด้วย
|