|
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานในส่วนของศูนย์ปฎิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและศูนย์ปฎิบัติการในภาวะวิกฤต ททท. ที่ได้ติดตามผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว จากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะสถานการณ์ล่าสุด กรณีที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉินฯ) ในเขตกรุงเทพมหานคร เมื่อเช้าวันที่ 2 กันยายน 2551 ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวอาจเกิดความกังวลสับสนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และในบ่ายของวันเดียวกัน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้แถลงข่าวถึงมาตรการในการแก้ไขความไม่สงบ โดยจะยึดถือระบอบประชาธิปไตยเป็นหลัก เพื่อลดการปะทะ ไม่ให้เกิดการสูญเสีย ภายใต้แนวทางการสร้างความเข้าใจของคนในชาติ ให้ตระหนักถึงปัญหา และความเสียหายของประเทศชาติ ซึ่งจากการแถลงข่าวดังกล่าว ได้ช่วยให้บรรยากาศทางการเมืองผ่อนคลายลงในระดับหนึ่ง
ศูนย์ปฎิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและศูนย์ปฎิบัติการในภาวะวิกฤต ททท. ได้ประสานข้อเท็จจริงให้กับสำนักงาน ททท.ในต่างประเทศ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจโดยเฉพาะกับประเทศที่มีการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว (Travel Advisory) ที่จะเดินทางมาไทย ให้รับทราบความเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการอ้างอิงคำชี้แจงจากกระทรวงการต่างประเทศเป็นข้อมูลหลัก ซึ่งมีเนื้อหาแสดงความชัดเจนถึงการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ นั้น จะตั้งอยู่บนหลักการประชาธิปไตย และคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและจะใช้วิธีที่ละเอียดอ่อนในการแก้ปัญหา ทั้งนี้ ประชาชนยังคงดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติสุข สำหรับระยะเวลาของการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาชั่วคราวเท่านั้น รัฐบาลจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะแก้ปัญหาต่างๆร่วมกัน ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
ในด้านข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ต้องรีบชี้แจง กรณีการเดินทางท่องเที่ยวผ่านทางท่าอากาศยานต่าง ๆ ได้แก่ ภูเก็ต หาดใหญ่ กระบี่ สุราษฎร์ธานี สามารถเดินทางได้ตามปกติ นักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเดินทางสามารถตรวจสอบความคืบหน้าได้จากตัวแทนผู้ประกอบการนำเที่ยวในพื้นที่ สำนักงาน ททท.ในพื้นที่ หรือสอบถามกับทางท่าอากาศยานโดยตรง (CALL CENTER ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โทร. 02132 1888) ขณะเดียวกันการขนส่งสาธารณะ เช่น การเดินทางโดยรถไฟทั้งในสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งรถไฟฟ้าที่ให้บริการในกรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการตามปกติ เช่นเดียวกับในส่วนภาคบริการอื่น ๆ อาทิ ธนาคาร ภัตตาคาร ร้านอาหาร ศูนย์การค้าต่าง ๆ ยังคงเปิดบริการตามปกติ (ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 1672 หรือที่ CALL CENTER การรถไฟแห่งประเทศไทย 1690)
นอกจากนี้ยังได้แจ้งเตือนให้นักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปใกล้พื้นที่ที่มีปัญหา ได้แก่ บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ ทำเนียบรัฐบาล สนามหลวง และถนนราชดำเนิน ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณโดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ทุกแห่งยังคงเปิดทำการ ซึ่งได้แจ้งให้นักท่องเที่ยวเป็นผู้ตัดสินใจ เองว่า จะไปหรือไม่ รวมทั้งได้เสนอทางเลือกอื่น เช่น แนะนำให้ไปสถานที่ท่องเที่ยวอื่น หรือทำกิจกรรมอื่นแทน เช่น ช็อปปิ้ง ฯลฯ สำหรับแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคอื่น ๆ สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ
และจากการสอบถามความคิดเห็นของนักท่องเที่ยว โดยการสุ่มตัวอย่างผ่านผู้ที่โทรมาสอบถามข้อมูลจากศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 1672 พบว่ากว่า 50% ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวคนไทย ให้ความเห็นว่าไม่กระทบต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว จากเหตุผลหลัก ๆ คือ ได้วางแผนการเดินทางท่องเที่ยวล่วงหน้าไว้แล้ว บางส่วนเป็นนักท่องเที่ยวที่อยู่ต่างจังหวัด หรือมีแผนจะเดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งจุดหมายปลายทางที่จะเดินทางไปเที่ยวไม่มีเหตุการณ์ชุมนุมในพื้นที่ ปรับวิธีการท่องเที่ยวด้วยการขับรถเที่ยวเอง ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางได้
อย่างไรก็ตาม ททท. ยอมรับว่าจากสถานการณ์ดังกล่าว มีผลกระทบในทางจิตวิทยาต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย กลัวเหตุการณ์ยืดเยื้อ การเดินทางไม่สะดวก และกระทบต่อจิตใจทำให้ไม่อยากท่องเที่ยว
ในส่วนตลาดต่างประเทศ จากการรายงานของสำนักงานบางพื้นที่ และการสอบถามตัวแทนบริษัทนำเที่ยวในบางตลาด ทราบว่ามีการยกเลิกการเดินทางซึ่งเกิดจากการปิดสนามบิน และบางสายการบินจากต่างประเทศที่มีเที่ยวบินมาไทยได้ยกเลิกเที่ยวบิน เชื่อว่าการแจ้งข้อมูลอัพเดทผ่านสำนักงาน ททท.ในต่างประเทศ จะช่วยให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจขึ้นบ้าง ประกอบกับสำนักงาน ททท.ในต่างประเทศ ได้มีการประชุมหารือร่วมกับทีมไทยแลนด์ เพื่อร่วมกันเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน
|