|
ตามรอยอสท. ตอน ชวนมือใหม่ไปดำน้ำ ที่เกาะเต่า
พี่บัง นัดแนะ น้องจ๋า กุลธิดา สืบหล้าและ นัท สุมนเตมีย์ นักเขียนและช่างภาพ อสท. เพื่อติดตามไปทำเรื่องดำน้ำที่เกาะเต่า เริ่มกันที่ท่าเรือเร็วลมพระยากันบริเวณอ่าวทุ่งมะขาม ปากน้ำชุมพร ใช้เวลานั่งเรือคาตามารันไปยังเกาะเต่าเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง นับว่าสะดวกกว่าแต่ก่อนมากที่ต้องรอนแรมในเรือประมงถึง 6 ชั่วโมงจึงจะถึงเกาะเต่า
 อันที่จริงเกาะเต่าอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เดินทางได้สะดวกจากชุมพร บนเกาะมีเนื้อที่เพียง 21 ตารางกิโลเมตร แต่มีความสวยงามและแนวปะการังล้อมรอบเกาะ ที่ได้ชื่อว่าเกาะเต่าเพราะในอดีตเป็นที่ซึ่งเต่าทะเลมักขึ้นมาวางไข่กันมาก นอกจากนี้ในอดีต เมื่อปี 2476 เคยเป็นเรือนจำกลางอ่าวไทยคุมขังนักโทษในกบฎบวรเดช
ก่อนจะถึงเกาะเต่า ก็จะเห็นเกาะนางยวนซึ่งมีแนวสันทรายเชื่อมกันดูสวยงามมากอยู่ด้านเหนือของเกาะเต่า ทีมงานมาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือแม่หาดซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของเกาะเต่า ที่นี่เป็นศูนย์กลางของเกาะ จะเห็นได้ว่าแม่หาดเป็นแหล่งพาณิชย์ของเกาะเต่ามีร้านอาหาร ร้านค้า ร้านดำน้ำ ตู้ ATM หลากหลายธนาคาร รวมทั้งมีเซเว่นอีเลเว่นอีกด้วย เมื่อถึงเกาะเต่าก็เดินหาที่พักกันก่อน ซึ่งปรกติแล้วที่เกาะเต่านี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวตลอดทั้งปี ดังนั้นเพื่อไม่ให้ลำบากจึงควรจองที่พักมาก่อนล่วงหน้า
สำหรับถนนหนทางบนเกาะเป็นทางชันและลื่น ต้อง  ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ
สำหรับนักท่องเที่ยวนิยมเช่ารถมอเตอร์ไซต์ ซึ่งต้องมีหลักฐานเป็นบัตรประชาชนนำมาแสดงด้วย ส่วนต่างชาติก็ใช้พาสปอร์ตแทน ค่าเช่าประมาณ วันละ 200 บาท ถ้าวิ่งจนน้ำมันหมดก็ต้องเติมให้เจ้าของด้วย
เกาะเต่าเป็นดินแดนแห่งการดำน้ำที่แท้จริง นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกต่างใฝ่ฝันจะมาดำน้ำที่นี่สักครั้ง เพราะนับเป็นแหล่งดำน้ำยอดนิยมติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และเป็นอันดับหนึ่งของเมืองไทย บนเกาะมีร้าน dive shop จำหน่ายอุปกรณ์ดำน้ำ ขายทัวร์ดำน้ำ และสอนดำน้ำเป็นจำนวนมาก ทีมงานได้แวะไปที่ร้าน dive shop ได้ซื้อสมุดบันทึกใต้น้ำและสติกเกอร์รูปปลาต่าง ๆ อีกด้วย
สำหรับผู้ที่จะไปดำน้ำ มีทริปออกไปดำน้ำทุกวัน มีร้านสอนดำน้ำกว่า 40 แห่งบนเกาะ ซึ่งค่าเรียนไม่แพงมากนักทำให้นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาดำน้ำกันที่นี่ หลักสูตรก็เป็นไปตามมาตรฐานของสถาบันต่าง ๆ ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปถึงระดับสูง มีการ review สำหรับผู้ห่างเหินการดำน้ำมาเป็นเวลานานด้วยเพื่อความปลอดภัย บริเวณเกาะเต่ามีจุดดำน้ำลึกถึง 28 จุด ที่เด่น ๆ ได้แก่ กองหินชุมพร กองหินเขียว กองตุ้งกู กองหินขาว กงทรายแดง สวนญี่ปุ่น พบปะการังหลากสีสัน และปลาหลายชนิด ผู้ที่จะลงดำน้ำจะต้องมีบัดดี้ติดตามไปด้วยเสมอเพื่อช่วยเหลือกันได้ทันท่วงที
ตอนเช้าตั้งแต่ 8 โมง เริ่มทริปดำน้ำกันที่ กองตุ้งกู พบฝูงปลาสากกลุ่มใหญ่นับร้อย ๆ ตัว เรียงตัวกันคล้าย  กำแพง และพบดอกไม้ทะเล ปะการังดำ (มีแกนดำแต่มีสารปกคลุมทำให้มองเห็นเป็นสีต่าง ๆ หลากสี) นอกจากนี้ยังพบปลาหมอทะเลตัวใหญ่ กัลปังหา แส้ทะเล และสัตว์น้ำมากมาย กรงทรายแดง ที่ฝรั่งเรียกว่า เกาะฉลาม หรือ Shark Island เป็นที่อาศัยของฉลามหูดำ ปลามากมายเป็นฝูง ๆ น่าตะลึงพรึงเพริด เหมือนอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่ง ตอนเย็น ก็มาหาอาหารทานกันที่แม่หาด มาทะเลทั้งทีก็ต้องกินซีฟู้ด นอกจากนี้ที่แม่หาดยังมีร้านอาหารมากมายสำหรับบริการต่างชาติ ทั้งอาหารฝรั่ง อิตาเลียน อาหารจีนก็มี
วันรุ่งขึ้นไปดำน้ำกันที่กองชุมพร ซึ่งนักดำน้ำพลาดไม่ได้ เพราะถ้าโชคดีจะได้พบกับ ฉลามวาฬ ว่ายวนเวียนไปมาอยู่แถวนี้ จากนั้นไปกันที่ หินเขียว ทางด้านเหนือของเกาะนางยวน สังเกตบนเกาะจะเห็นหินเป็นรูปลูกแอปเปิ้ลตั้งตระหง่านอยู่ชัดเจน แต่การดำน้ำที่นี่ ทีมงานต้องผิดหวังเพราะกระแสน้ำเชี่ยวและแรงมาก ซึ่งทำให้นักดำน้ำ โดยเฉพาะมือใหม่หมดแรงกันเป็นแถว นอกจากนี้ยังไปที่ จุดดำน้ำหินขาว ซึ่งไม่ห่างจากหาดทรายรี ได้พบเต่ากระตัวใหญ่ว่ายเวียนอยู่เป็นที่น่าประทับใจ
 สำหรับนักดำน้ำ ทางทีมงาน อสท. มีข้อแนะนำฝากไว้สำหรับผู้ที่เริ่มดำน้ำ ความกลัวจะเป็นอุปสรรคสำคัญ ต้องข้ามผ่านความกลัวและเอาชนะใจตัวเองให้ได้ ส่วนคุณนัทก็แนะนำผู้ที่รักการถ่ายภาพใต้น้ำว่า ต้องเข้าใกล้วัตถุที่จะถ่ายให้มากที่สุด ความขุ่นความใสของน้ำก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะได้ภาพดีหรือไม่ดี และนักดำน้ำมือใหม่ก็ต้องระวังไม่ให้ไปเตะถูกปะการัง เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม และเพื่อความปลอดภัยของตัวเองด้วย
ในแต่ละปีจะมีผู้มาเยือนเกาะเต่านับหมื่นคน หากต้องการเรียนดำน้ำ มาเกาะเต่าแล้วจะพบว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การดำน้ำอย่างแท้จริง
|