|
กลุ่มปราสาทตาเมือน
ที่เรียกว่า กลุ่มปราสาทตาเมือน ก็เพราะว่ากลุ่มนี้ประกอบไปด้วยปราสาท 3 กลุ่ม ตั้งอยู่ที่ช่องตาเมือน บ้านหนองคันนา ตำบลตาเมียง กิ่งอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ช่องเขาตาเมือนนี้ เป็นช่องเขาที่ผู้คนในอดีตใช้เดินทางติดต่อระหว่างเขตเขมรสูงและเขมรต่ำ ประกอบด้วย
ปราสาทตาเมือนธม
เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดใน 3 กลุ่มนี้ สร้างขึ้นเมื่อปลายพุทธศตวรรษที่ 16 หันหน้าไปทางทิศตะวันใต้ เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย เนื่องจากค้นพบจารึกอักษรขอมโบราณ เนื้อความกล่าวสรรเสริญพระอิศวร
ตัวปราสาทตั้งบนเนินเขา และสร้างคร่อมโขดหินธรรมชาติ ที่ได้รับการสถาปนาเป็นศิวลึงค์อันศักดิ์สิทธิ์ สิ่งก่อสร้างทั้งหมดอยู่บนพื้นที่ธรรมชาติเช่นเดียวกัน จะเห็นได้จากลักษณะของพื้นที่บางจุดที่เป็นโขดหินขนาดย่อม ไม่ได้รับการปรับแต่งอย่างที่อื่นๆ ด้านนอกมีบารายขนาดเล็กอยู่ด้านนอก เพื่อนำน้ำมาใช้ในการประกอบพิธีกรรม
ปราสาทตาเมือนโต๊ด
เป็นปราสาทแบบอโรคยาศาล หรือโรงพยาบาล สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประกอบด้วยปราสาทประธาน วิหาร กำแพงแก้ว ซุ้มประตู และสระน้ำ ตรงห้องกลางของโคปุระพบจารึก 1 หลัก อักษรขอมภาษาสันสกฤต ซึ่งปัจจุบันนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย
ปราสาทตาเมือน
เป็นโบราณสถานที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าเป็นศาสนสถาน ศาสนาพุทธลัทธิมหายาน และเป็นที่พักของคนเดินทางหรือธรรมศาลา ในจำนวน 17 แห่ง ระหว่างทางจากเมืองพิมาย ไปยังเมืองพระนคร
ปราสาททั้ง 3 กลุ่มนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมโบราณ แต่ละหลังมีประโยชน์ใช้สอยแตกต่างกันไป และลักษณะกลุ่มปราสาทแบบนี้ในประเทศไทย พบเพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
ปราสาทศรีขรภูมิ
ลักษณะเป็นปราสาทขนาดเล็กก่อด้วยอิฐ 5 หลัง ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน เป็นเทวสถานของศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ทั้งนี้ดูจากทับหลังภาพศิวนาฏราชของปราสาทประธาน สิ่งพิเศษที่น่าสนใจของปราสาทแห่งนี้คือ ภาพจำหลักรูปนางอัปสร 2 องค์ ที่ข้างกรอบประตู ซึ่งสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย และพบที่นี่เพียงแห่งเดียว คาดว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 นอกจากนี้ยังพบจารึกบนหินทรายที่ผนังกรอบประตู เป็นจารึกอักษรธรรมภาษาไทย – บาลี กล่าวว่า “กลุ่มพระเถระผู้ใหญ่และท้ายพระยาร่วมกันบูรณะศาสนสถานแห่งนี้”
ปราสาทภูมิโปน
ปราสาทภูมิโปนประกอบด้วยโบราณสถาน 4 หลัง คือ ปราสาทก่ออิฐ 3 หลัง และก่อศิลาแลง 1 หลัง มีอายุการก่อสร้างอย่างน้อยสองสมัย นับเป็นปราสาทแบบศิลปะเขมรที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย คือราวพุทธศตวรรษที่ 13 ส่วนปราสาทอิฐหลังเล็กที่ตั้งตรงกลาง และปราสาทที่มีฐานศิลาแลงทางด้านทิศใต้นั้นสร้างขึ้นในสมัยหลัง
ปราสาทภูมิโปนคงสร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดูไศวนิกาย เช่นเดียวกับศาสนสถานแห่งอื่นในรุ่นเดียวกัน แม้ไม่พบรูปเคารพซึ่งควรจะเป็นศิวลึงค์อยู่ภายในปรางค์ แต่ที่ปรางค์องค์ใหญ่ยังมี ท่อโสมสูตร คือ ท่อน้ำมนตร์ที่ต่อออกมาจากแท่นฐานรูปเคารพในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์
ปราสาทหินบ้านพลวง
ปราสาทหินบ้านพลวงเป็นปราสาทหินขนาดเล็ก มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 แต่ฝีมือการสลักหินประณีตงดงามมาก ลักษณะของปราสาทหินองค์นี้เป็นปรางค์องค์เดียว ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โบราณสถานแห่งนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมจำหลักลายงดงามมาก แต่องค์ปรางค์เหลือเพียงครึ่งเดียว ส่วนยอดหักหายไป มีคูน้ำเป็นรูปตัวยูล้อมรอบ ถัดจากคูน้ำเป็นบาราย (สระน้ำขนาดใหญ่) ที่เห็นเป็นคันดิน เดิมคงเป็นที่ตั้งของแหล่งชุมชนมาก่อน สันนิษฐานว่า แผนผังที่แท้จริงของปราสาทแห่งนี้น่าจะประกอบด้วยปรางค์สามองค์สร้างเรียงกัน แต่อาจยังสร้างไม่เสร็จหรืออาจถูกรื้อออกไป
ปราสาทหินบ้านพลวงเปิดให้ชมทุกวัน ระหว่างเวลา 07.30 - 18.00 น.
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ
อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง
เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์และท้องที่ใกล้เคียง มีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่สนใจด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โครงการชลประทาน จ.สุรินทร์ โทร. 0 4451 1966
วัดบูรพาราม
เป็นวัดเก่าแก่ของเมือง อยู่ใกล้ศาลากลางจังหวัด เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อพระชีว์ พระพุทธรูปคู่เมืองสุรินทร์
ของฝาก
ที่เมืองสุรินทร์นี่เป็นเมืองแห่งหัตถกรรม คนที่ชอบผ้าไหมต้องตรงไปที่ บ้านท่าสว่าง อ.เมือง ผ้ามัดหมี่ จะมีแหล่งผลิตที่บ้านเขวาสินรินทร์ บ้านจันรม อ.เมือง บ้านจารพัด อ.ศรีขรภูมิ นอกจากนี้เครื่องเงินก็เป็นสินค้าและของฝากที่น่าสนใจเช่นกัน เครื่องเงินรูปแบบเฉพาะพบได้ที่บ้านนาโพธิ์ บ้านเขวาสินรินทร์ บ้านโชค เครื่องจักสาน ซื้อหากันได้ที่บ้านบุทม ที่นี่ผลิตเครื่องจักสานจากหวายคุณภาพดี
เรื่องของกินสุรินทร์ก็มีชื่อไม่แพ้ใคร หัวผักกาดหวานหรือหัวไชโป๊ว กุนเชียง และกาละแมรสหอมหวานมีจำหน่ายที่ตลาดในตัวเมือง และอ.ศรีขรภูมิ วิธีเลือกซื้อหัวผักกาดหวาน เลือกที่มีเนื้อแน่น กรอบ และสีสด และกุนเชียงที่ดีต้องมีสีแดงธรรมชาติ แห้งและเนื้อแข็ง
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 โทร. 0 4421 3666 |