|
สวัสดีค่ะ 1672 แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทริปนี้ ขอเอาใจท่านที่ต้องทำงานหนักทุกวันจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน โดยเส้นทางที่เราจะนำเสนอในคราวนี้ สำหรับท่านที่มีเวลาน้อยก็สามารถที่จะนำโปรแกรมนี้ไปลองปรับใช้ได้นะคะ
เราเริ่มต้นเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกโดยจุดหมายปลายทางของเราวันนี้อยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการค่ะ ที่หมายแรกของเราคือ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สถานที่ที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ เพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์งานศิลปะไทยให้คงอยู่สืบไป เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกิดจากความคิดและจินตนาการของคุณ เล็ก วิริยะพันธ์ ซึ่งในอาคารพิพิธภัณฑ์เราสามารถที่จะแบ่งได้เป็นสามส่วนใหญ่ๆ ค่ะ
ส่วนแรกคือ ชั้นใต้ดิน ซึ่งเรียกว่าชั้นบาดาล เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการและโบราณวัตถุจำนวนมาก อาทิเช่น เครื่องลายครามของจีน และเครื่องเรือนโบราณ ส่วนที่ 2 คือ ส่วนล่างของตัวช้างที่เปรียบเสมือนกับว่าเป็นโลกมนุษย์ จะจัดแสดงโบราณวัตถุที่มาจากต่างประเทศทั้งทางตะวันตกและตะวันออก สำหรับส่วนที่สาม ที่อยู่บริเวณบนสุดคือบริเวณตัวช้างที่เปรียบเสมือนกับชั้นสวรรค์นั้น ได้ออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวัตถุมีค่าและเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อขึ้นไปถึงจุดนี้แล้ว ด้วยความเย็นสบายและความสวยงามที่จัดแสดง รวมทั้งคำบอกเล่าของไกด์ ทำให้เราได้ทราบว่านักท่องเที่ยวหลายท่านยินดีที่จะนั่งอยู่ในชั้นนี้ทั้งวันเพื่อซึมซับบรรยากาศ บางท่านถึงกับมานั่งวิปัสนากันเลยนะคะ
 พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ตั้งอยู่ที่ 99/9 หมู่ 1 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โทร 0 2371 3135-6 เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 น.- 17.00 น. โดยอัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก (อายุ 6-12 ปี) 50 บาท ซึ่งท่านสามารถที่จะเดินทางไปได้ทั้งรถส่วนตัวและรถโดยสารประจำทาง สาย 25 ,142 ,365 และรถ ปอ 102, ปอ 507, ปอ 511 และ ปอ 536 หรือเข้าดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.erawan-museum.com
จากนั้นเราจะเดินทางไปต่อกันที่ เมืองโบราณ ซึ่งเจ้าของก็เป็นท่านเดียวกันกับที่สร้างพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณนี่แหละค่ะ หากแต่ว่าเมืองโบราณจะมีอายุแก่กว่าพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณสักหน่อย โดยเราจะขับรถกันไปทางปากน้ำ แต่พอถึงสามแยกสมุทรปราการก็เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ประมาณกิโลเมตรที่ 33 ห่างจากปากทางประมาณ 8 กิโลเมตร หากว่ารถไม่ติด ก็จะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีค่ะ เมืองโบราณจะอยู่ทางซ้ายมือ หรือนั่งรถโดยสารประจำทางปรับอากาศบริเวณถนนหน้าพิพิธภัณฑ์ สาย ปอ. 102, 142, 511 ไปลงปลายทางแล้วต่อรถเมล์เล็กสาย 36 เมืองโบราณจะเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-17.00 น. แต่แนะนำให้ไปถึงประมาณเที่ยงๆ นะคะ เพราะจะได้ลิ้มลองอาหารที่มีขายภายในเมืองโบราณทั้งบริเวณตลาดน้ำ และตลาดบก ซึ่งเป็นตลาดโบราณ รับรองได้ว่าอาหารรสชาติถูกปากบรรยากาศดี จนลืมความเครียดจากการทำงานไปเลยค่ะ
 นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินชมสถานที่ต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง หรือจะใช้บริการนำเที่ยวของเมืองโบราณก็ได้ค่ะ สำหรับบัตรผ่านประตูชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท อายุต่ำกว่า 5 ปี ไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท (รวมค่ารถจักรยาน) ค่านำรถเข้าชมคันละ 50 บาท รถบัส 200 บาทค่ะ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ancientcity.com
การเที่ยวชมเมืองโบราณนี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย เพราะว่าการมาเที่ยวที่เมืองโบราณเพียงที่เดียวก็ทำให้เราได้เที่ยวไปในสถานที่ที่มีความสำคัญและสวยงามทั่วประเทศ จึงแนะนำว่าควรจะมีเวลาชื่นชมบรรยากาศให้นานหน่อยนะคะ จะได้หวนรำลึกถึงอดีตและความเป็นไทยเพื่อเติมพลังให้กับชีวิตก่อนที่จะกลับไปต่อสู้และเผชิญกับสภาพอันวุ่นวายในเมืองหลวงต่อไป แล้วคุณจะรู้ว่า คนคนนึงสามารถที่จะเปลี่ยนความคิดและจินตนาการออกมาเป็นรูปร่างที่เป็นประโยชน์และเป็นมรดกที่สำคัญของชาติได้อย่างไรค่ะ
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว ททท. 1672 นะคะ คงต้องลากันไปก่อน แล้วติดตามกันต่อไปนะคะ ว่า ทริปหน้า 1672 จะพาทุกท่านไปเที่ยวที่ไหน
เกสร สว่างพนาพันธุ์ |