|
วันแรก เดินทางแต่เช้า นมัสการพระพุทธรูปปางไสยาสน์ 3 วัด ที่จังหวัดอ่างทอง วัดป่าโมกวรวิหาร (อ.ป่าโมก) นมัสการพระพุทธไสยาสน์ที่งดงามมากที่สุดองค์หนึ่งของไทย สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่สมัยสุโขทัย วัดราชปักษี (อ.เมืองอ่างทอง) นมัสการ “พระรอดวชิรโมลี” พระพุทธไสยาสน์ที่มีมาแต่สมัยอยุธยา วัดขุนอินประมูล (อ.โพธิ์ทอง) สร้างขึ้นแต่สมัยสุโขทัย ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาว 50 เมตร (25 วา) องค์พระนอนเคยประดิษฐานอยู่ในวิหารแต่วิหารถูกไฟไหม้ไปจึงมีแต่องค์พระตากแดดฝนอยู่กลางแจ้ง มีพระพักตร์ยิ้มละไม สงบเยือกเย็นน่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก บ่ายอ่อนๆ ผ่านไปทาง อ.ท่าช้าง (ตามทางหลวงหมายเลข 3454) ไปวัดพิกุลทอง หรือ วัดหลวงพ่อแพ เข้าชมพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อแพร และนมัสการ ”พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี” พระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และวัดโพธิ์เก้าต้น อ.บางระจัน เป็นสถานที่ที่ชาวบ้านบางระจันเคยใช้เป็นที่มั่นในการต่อต้านทัพพม่าที่ยกมาตีกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2308 พักที่ตัวเมืองสิงห์บุรี
วันที่สอง ไปนมัสการพระนอนศิลปะแบบสุโขทัยที่ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร (อ.เมืองสิงห์บุรี) และไปชม พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ ที่วัดสว่างอารมณ์ (อ.เมือง) และเข้าจังหวัดอุทัยธานีไปนมัสการรอยพระพุทธบาทและตีระฆังศักดิ์สิทธิ์ที่ เขาสะแกกรัง ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาตอนปลายที่ว่ากันว่างามที่สุดในจังหวัดอุทัยธานีที่ วัดธรรมโฆษก (วัดโรงโค) พักกันที่ ตัวเมืองอุทัยธานี
วันที่สาม เที่ยวตลาดเช้าชมวิถีชีวิตริมน้ำของชาวเมืองอุทัยธานี และเดินไปชมความงามของศิลปะแขนงต่างๆ ของ วัดโบสถ์มโนรมย์ ซึ่งตั้งอยู่ริมลำน้ำสะแกกรังไปชมความงดงามอลังการของวิหารโมเสกสีขาวใสของวัดท่าซุง ก่อนเดินทางกลับแวะซื้อของฝากกันตามอัธยาศัย |