|
การเดินทางในครั้งนี้ เราจะไปตามทางหลวงหมายเลข 1095 สายแม่ฮ่องสอน-ปาย ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามถนนเข้าหมู่บ้านกุงไม้สัก - บ้านห้วยนาขาน กิโลเมตรที่ 191-192) ตามเส้นทางขึ้นดอยนี้มีสถานที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง และยังมีธรรมชาติที่สวยสดงดงาม
นักท่องเที่ยวไม่ต้องห่วงกังวลสำหรับเรื่องการเดินทาง เพราะมีถนนลาดยางตลอดเส้นทาง เพียงแต่จะชัน และคดเคี้ยวเล็กน้อยเท่านั้น หากทั้งคนขับและผู้โดยสารช่วยกันระมัดระวังแล้ว ก็จะเที่ยวได้อย่างสนุกสนานเต็มที่และปลอดภัยแล้วล่ะ
สถานที่แรกที่เราจะแวะก็คือ ภูโคลน หลายคนคงรู้จักสถานที่นี้แล้ว จากที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยว unseen ที่ภูโคลนนี้ เป็นแหล่งที่ค้นพบโคลนจากน้ำพุร้อน อันเป็นหนึ่งในสามแหล่งของโลก ที่มีการค้นพบโคลน ที่นำมาใช้ในการเสริมสร้างสุขภาพความงามให้กับผิวพรรณของเรา นอกเหนือไปจากโคลนใต้ทะเล dead sea และโคลนภูเขาไฟ เนื่องจากมีโคลนที่นี่มีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ เช่น แคลเซียม ที่ช่วยปรับความสมดุลของผิว โบรไมด์มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค แมกนีเซียมช่วยเสริมสร้างและช่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ภูโคลน ให้บริการในรูปแบบของแนเชอรัลสปา และมีสระน้ำแร่ธรรมชาติ หากสนใจก็ลองสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0 5361 2265, 0 6198 0722 หรือ www.pooklon.com
หลังจากพอกโคลนเพื่อผิวพรรณที่สดใสกันแล้ว ลำดับต่อไปบนเส้นทางเดียวกัน เราจะไปออกกำลังขากันที่ น้ำตกผาเสื่อ ซึ่งไหลลงมาจากน้ำตกแม่สะงาในพม่า เป็นน้ำตกขนาดกลางสูงประมาณ ๑๐ เมตร กว้าง ๑๕ เมตร ช่วงฤดูฝนสายน้ำจะตกลงมาเต็มหน้าผาหินกว้างลักษณะคล้ายเสื่อปูลาด มีน้ำตลอดปี ช่วงที่เหมาะสมจะไปท่องเที่ยวคือเดือนกรกฎาคม - กันยายน เพราะเป็นช่วงที่น้ำตกจะชุ่มชื้น ชุ่มฉ่ำสวยงามมาก เดินจากถนนลงไปถึงตัวน้ำตกประมาณ 100 เมตร
เลยน้ำตกขึ้นไปอีก 5 กิโลเมตร จะถึง พระตำหนักปางตอง ตัวเรือนประทับแรมตั้งอยู่บนยอดเขาสูงที่บ้านปางตอง ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงปางตอง เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. ก่อนที่จะเข้าไปถึงส่วนที่เป็นพระตำหนัก แวะนมัสการศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นก็แวะชมสวนสัตว์ ซึ่งเป็นส่วนเพาะพันธุ์สัตว์ จะมีสัตว์หลายประเภท ทั้ง เก้ง กวาง ม้า เสือ นกเงือก ไก่ฟ้า เป็นต้น แล้วก็เข้าสู่ส่วนที่เป็นบริเวณพระตำหนัก จะประดับด้วยไม้นานาพรรณ สวยสดงดงาม และมีอ่างเก็บน้ำที่เบื้องล่าง เป็นทิวทัศน์ที่มองแล้วเพลินตาทีเดียว แถมอากาศยังสดชื่นอีกด้วย
ต่อไปก็จะเดินทางไปถึง โครงการอาหารชุมชน ตามพระราชดำริ ที่บ้านนาป่าแปก ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ในเรื่อง Food Bank เป็นการวางแผนจัดการทั้งระบบ คือการอนุรักษ์พัฒนาป่าไม้ แหล่งต้นน้ำลำธารและทรัพยากรธรรมชาติแบบยั่งยืน สำหรับโครงการนี้ได้ส่งเสริมให้มีการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ พืชสมุนไพร เพื่อเป็นอาหารในชุมชนสร้างระบบนิเวศน์ของป่าให้สมบูรณ์ เพื่อให้ป่าสามารถเป็นแหล่งอาหารหล่อเลี้ยงคนในชุมชนได้ โดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า และในขณะเดียวกันยังสามารถพัฒนาคนให้มีจิตสำนึกหวงแหนรักษาป่าด้วย
จุดสุดท้ายสำหรับเส้นทางนี้คือ บ้านรักไท หรือบ้านแม่ออ เป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนถึงชายแดนไทย-พม่า ประชากรในหมู่บ้านส่วนใหญ่อพยพหนีภัยมาจากทางตอนใต้ของจีน ในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบคอมมิวนิสต์ บริเวณหมู่บ้านมีทะเลสาบสวยงาม สามารถเที่ยวชมวิถีชีวิตวัฒนธรรมจีนฮ่อ ซึ่งยังคงสืบทอดประเพณีไว้หลายอย่างทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ลักษณะบ้านบางส่วนเป็นบ้านแบบเก่าทำจากดินเหนียวผสมฟางข้าว รวมทั้งอาหารตำรับจีนตอนใต้แถบมณฑลยูนาน นอกจากนี้ยังสามารถชิมชาเลิศรสจากชาพันธุ์ดี ซึ่งมีจำหน่ายในหมู่บ้าน เช่น ชาชิง ชิง อู่หลง ซึ่งถ้ามาในช่วงฤดูหนาวคงจะได้จิบชาอุ่นๆ เคล้าสายหมอกไปด้วย บรรยากาศที่นี่เหมือนเมืองจีนมาก หากมาเที่ยวที่นี้แล้วอาจนึกว่าได้ไปเที่ยวถึงเมืองจีนเลยนะจะบอกให้ |