|
โปรแกรม เที่ยววัด ชมวัง เมืองละโว้ 1 วัน
ช่วงเช้า
- ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข ๑) เดินทางสู่เมืองลพบุรี
- นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองละโว้ ศาลพระกาฬ เทวสถานในศาสนาพราหมณ์ อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ เป็นที่ประดิษฐาน “เจ้าพ่อพระกาฬ” ประติมากรรมรูปพระโพธิสัตว์ อวโลกิเตศวร ศิลปะลพบุรี สลักศิลามี ๔ กร หากใครได้มาเยือนเมืองลพบุรีแล้ว ไม่ได้มาสักการะศาลพระกาฬ ถือได้ว่าไม่ได้มาถึงเมืองลพบุรี
- จากนั้นเดินข้างทางรถไฟมาฝั่งตรงข้าม ชมพระปรางค์สามยอด สร้างด้วยศิลาแลงเรียงต่อกันโดยมีฉนวนทางเดิน เชื่อมระหว่างกัน อายุราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 นับเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองลพบุรี
- นมัสการพระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปนาคปรกศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดเชิงท่า เดิมชื่อ วัดท่าเกวียน โดยมีอายุกว่าสามร้อยปีโบราณสถานภายในวัดเชิงท่าสร้างขึ้นในสองสมัยคือ สมัยอยุธยาตอนปลาย และสมัยรัตนโกสินทร์ นับว่าทรงคุณค่าในระดับชาติ เช่น พระอุโบสถ พระเจดีย์ หอระฆัง ตึกทรงเก๋งจีน วัดเชิงท่าได้สร้างพิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์ เพื่อเป็นที่รวบรวมและจัดแสดง ศิลปะโบราณวัตถุ อันทรงคุณค่าทางพุทธศาสนาศิลปกรรม ประวัติศาสตร์ วัดเสาธงทอง นมัสการ หลวงพ่อโตประดิษฐานในวิหารหลวง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นฝีมือช่างกรุง ศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง ๓ วา สูง ๔ วา ๒ ศอก
เป็นพระพุทธรูปที่งดงามองค์หนึ่งและมีขนาด ใหญ่โตเมื่อเทียบกับวิหาร ชาวบ้านจึงพากันขนานนามว่า หลวงพ่อโต เป็นที่นับถือของชาวเมือง ลพบุรี จึงนับได้ว่าเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองลพบุรี อาหารมื้อกลางวันกับร้านอร่อยของเมืองลพบุรีที่สามารถหาทานได้้ทุกมุม อย่างเช่น ร้านไทยสว่างเมนูอาหารไทย-เวียดนาม หรือ อาหารไทยรสเยี่ยม ร้านอาหารมัดหมี่หรือ จะเลือกสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติกลางสวนที่สวนอาหารบัวหลวง
ช่วงบ่าย
- เดินทางเข้าวัง พระนารายราชนิเวศน์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์กษัตริย์มหาราช องค์สำคัญองค์หนึ่งของไทย ที่ได้สร้างพระราชวังแห่งที่สอง แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อแปรพระราชฐาน ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ดังปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์สำคัญใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ และเข้ากราบสักการะองค์หล่อสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช ในพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหา ปราสาท ชมพระอุโบสถ และภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดกวิศรารามราชวรวิหาร ศิลปกรรมสมัย อยุธยาตอนปลาย โดยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัว ได้เคยใช้พระอุโบสถแห่งนี้เป็น สถานที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของบรรดาราชการ ก่อนเดินทางกลับแวะหาของซื้อของฝากเมืองลพบุรี ที่หมู่บ้านดินสอพอง แห่งเดียวใน เมืองไทยและหมู่บ้านท่ากระยาง แหล่งผลิตเครื่องทองเหลือง |