|
เส้นทางตามรอยพระพุทธเจ้าหลวง เสด็จประพาสต้น จ.นครสวรรค์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสต้นยังจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นการเสด็จเพื่อพบเห็นและใกล้ชิดกับไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของพระองค์เอง และทรงประสงค์ที่จะได้รับทราบความทุกข์ ความสุขและความเป็นอยู่ของพสกนิกรอย่างแท้จริง เส้นทางที่พระพุทธเจ้าหลวง (ร.5 )เสด็จ อาทิ
1.วัดพระปรางค์เหลือง
ตั้งอยู่ในอ.พยุหะคีรี เป็นวัดโบราณที่เก่าแก่มากวัดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปกรได้คำนวณอายุของวัดว่าเป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นประมาณปีพุทธศักราช 2305 ซึ่งเป็นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ในอดีตที่ผ่านมาวัดนี้มีชื่อเสียงในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ทางด้านยาสมุนไพรรดน้ำมนต์และคาถาตามหลักของแผนโบราณ รวมทั้งการรักษาโรคเคล็ด ขัด ยอก และ อัมพาต โดยวิธี " เหยียบฉ่า "อย่างได้ผล
จากการสืบค้นหอจดหมายแห่งชาติพระราชนิพนธ์ใน ร.5 และพระราชนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บันทึกไว้ว่า ร. 5 ทรงเสด็จประพาสที่วัดพระปรางค์เหลืองรวม 3 ครั้ง ในการเสด็จครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ( พ.ศ. 2449 ) ร.ศ. 125 นับเป็นครั้งที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากมีหลักฐานจากบทพระราชนิพนธ์ของ ร. 5 ทรงบันทึกการเดินทางเป็นรายวันถึงสถานที่ที่เสด็จประพาสต้นโดยละเอียด พร้อมทั้งทรงถ่ายภาพและในครั้งนี้ " หลวงพ่อเงิน " ได้ถวายการรดน้ำมนต์แด่ ร.5 ได้รับสมณศักดิ์เป็น " พระครูพยุหานุสาสก์ " ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอพยุหะคีรีมีชื่อทางด้านรดน้ำมนต์ " จินดามณี "
ซึ่งภายในบริเวณวัดพระปรางค์เหลือง มีจุดสำคัญต่างๆในการตามรอยเสด็จประพาสต้น ดังนี้ องค์พระปรางค์เหลือง วิหารหลวงพ่อโต แพที่จอดเรือสมัย ร.5 การสาธิตเหยียบฉ่า กุฏิหลวงพ่อเงิน เก๋งเรือพระราชทาน นมัสการรูปหล่อหลวงพ่อเงิน
2.วัดเกาะหงษ์
" วัดบ้านเกาะ " หรือวัดเกาะหงษ์ " ตั้งอยู่ในอ.เมือง ในการเสด็จประพาสต้นทางเหนือของ " พระพุทธเจ้าหลวง " ได้เสด็จผ่านมาถึง" วัดบ้านเกาะ " หรือวัดเกาะหงษ์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2449 ( ร.ศ 125 ) พระองค์นมัสการพระประธานในโบสถ์ และนมัสการ " หลวงปู่กัน" ซึ่งเป็นสมภารวัดในขณะนั้น โดยภายในพระอุโบสถ พระองค์ทรงเห็น " พระสังกัจจายน์ " ยืนมือกุมท้อง ทรงพอพระทัยเป็นอันมากจึงขอเชิญพระกัจจายน์ไป แล้วพระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน 1 ชั่ง ( 80 บาท ) เพื่อให้จัดสร้างขึ้นใหม่แทนซึ่งก็คือองค์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน
ความอัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งของวัดแห่งนี้ก็คือ การรักษาโรคด้วยวิธี " เหยียบฉ่า " โดยหมอจะนำเท้าจุ่มสมุนไพร แล้วนำไปเหยียบแผ่นเหล็กที่กำลังเผาไฟจนร้อนจัด ขณะเหยียบเหล็กจะเกิดเปลวไฟลุกท่วมเท้าเสียงดัง " ฉ่า " จากนั้นก็นำมาเหยียบให้ผู้ป่วยบริเวณที่มีการเจ็บป่วย ซึ่งนับว่าเป็นการรักษาโรคแบบโบราณที่มีความอัศจรรย์มาก ตามตำนานกล่าวว่าสืบทอดกันมากกว่าร้อยปี
ซึ่งภายในบริเวณวัดเกาะหงษ์ มีจุดสำคัญต่างๆในการตามรอยเสด็จประพาสต้น ดังนี้ ชมโบสถ์เก่าอายุกว่า 200 ปี กราบพระสังกัจจายน์ยืน ชมการเหยียบฉ่า รักษาโรคอัมฤกษ์อัมพาต กราบหลวงพ่อกัน หลวงพ่ออินทร์ยอดเกจิอาจารย์ในอดีต
3.ศาลาที่ประทับ ร.5 หน้าวัดเขื่อนแดง
อยู่ในอ.เมือง " วัดศรีสุวรรณ หรือวัดเขื่อนแดง" เคยเป็นที่ตั้งค่ายทหารนครสวรรค์มาก่อนเมื่อ ครั้งที่ร.5 เสด็จประพาสต้นเมืองนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ร.ศ. 125 ( พ.ศ. 2449 ) พระองค์ท่านได้ประทับที่ศาลาหน้าวัดแห่งนี้ เพื่อพิจารณาคดีตามคำปรึกษาของศาลทหารให้ประหารชีวิตคดีอ้ายวิม พลทหารฆ่านายสิบตายเนื่องจากเป็นเวลารักษาราชการเสด็จพระราชดำเนิน และทำผิดพระราชกำหนดกฎหมายข้อบังคับของค่ายทหารที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ ถ้าลดหย่อนโทษจะเป็นเยี่ยงอย่างให้มีความกำเริบ
ความสำคัญของสถานที่แห่งนี้น่าสนใจมากเนื่องจากเป็นค่ายนครสวรรค์เก่า โดย " พระองค์เจ้าจิรประวัติ " ซึ่งเป็นพระราชโอรสของรัชกาลที่ 5 พระองค์ท่านมีความสามารถทางด้านการทหารและถูกส่งไปศึกษาด้านวิชาทหารในต่างประเทศ และในสมัยนั้นพระองค์ทรงเป็นเสนาธิการทหารบกคนแรก ต่อมาค่ายทหารนครสวรรค์เดิมจึงถูกย้ายไปฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อปี พ.ศ. 2485 เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่พระองค์เจ้าจิรประวัติ จึงใช้ชื่อว่า " ค่ายจิรประวัติ " จวบจนปัจจุบัน
4. วัดเขาดินใต้ หรือวัดพระหน่อธรรินทรใกล้วารินคงคาราม
อยู่ใน อ.เก้าเสี้ยว เมื่อครั้งรัชกาลที่5 เสด็จประพาสต้นเมืองกำแพงเพชรทางชลมารค ได้แวะเมืองนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2449 ทรงสนทนาธรรมกับ " หลวงพ่อเฮง " อดีตเจ้าอาวาส เป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่งและทรงแต่ตั้งให้เป็นพระครูชั้นพิเศษ นาม " พระครูพิสิษฐสมถคุณ " " หลวงพ่อเฮง " เป็นพระที่รัชกาลที่5 ทรงนับถือมากจนได้รับนิมนต์เข้าไปในพระราชพิธีต่างๆ ตลอดรัชกาล และได้รับพระราชทานสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่าง ซึ่งทางวัดมหาโพธิ์ได้เก็บรักษาไว้และดังปรากฎในพระราชหัตถเลขาของร.5 ทรงบันทึกไว้ว่า ทรงเลื่อมใสในศีลา- จารวัตรหลวงพ่อเฮงมาก และทรงบริจาคเงิน 100 บาท ร่วมสร้างศาลาวัดเขาดินใต้
" วัดเขาดิน หรือ วัดเขาดินใต้ " ในปัจจุบัน เนื่องจากต่อมาภายหลังได้มีการสร้างวัดเขาดินเหนือโดยวัดเขาดินใต้นี้เป็นวัดเก่าแก่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย อายุประมาณ 200 ปีเศษ ตั้งอยู่ในเขตตำบลเขาดิน อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันตก ด้วยเหตุนี้เองจึงมีชื่อเต็มว่า " วัดพระหน่อธรณินทรใกล้วารินคงคาราม " ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดมหาโพธิ์ใต้ ซึ่งถือเป็นวัดพี่วัดน้องกันเพราะหลวงพ่อเฮงท่านเป็นเจ้าอาวาสปกครองดูแลทั้ง 2 วัด
ซึ่งภายในบริเวณวัดเขาดินใต้ มีจุดสำคัญต่างๆในการตามรอยเสด็จประพาสต้น ดังนี้ นมัสการ " หลวงพ่อเฮง " แวะ วิหารเล็ก ตั้งอยู่บนเขาหน้าวัดเขาดินประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถถวาย "หลวงพ่อเฮง " เมื่อ พ.ศ. 2456 ชมพระอุโบสถบนยอดเขาซึ่งมีทางขึ้นเป็นบันไดนาคสวยงามมาก และ ถ้ำลับแล
5.วัดเขาหน่อ
ตั้งอยู่ในอ.บรรพตพิสัย " พระพุทธเจ้าหลวง " ได้เสด็จประพาสต้นครั้งที่ 2 ผ่านไปยังบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2449 ( ร.ศ. 125 ) ตามประวัติพระองค์ได้ประทับแรมที่บ้านแดนพระราชทานเสมา และเมื่อปี พ.ศ. 2452 ( ร.ศ. 128 ) ได้พระราชทานสิ่งของเครื่องสังเคีต เช่น ปิ่นโต ตะเกียง ชุดกาต้มน้ำร้อน และหีบไม้ให้ " หลวงพ่อแหยม " วัดบ้านแดน หรือวัดอรุณราชศรัทธาราม ในงานพระศพพระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 75 ของร.5 ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับที่พระราชทานให้ " หลวงพ่อเฮง " วัดเขาดินใต้
นอกจากนี้ยังมี " ไม้รูปอาร์ม " จารึกข้อความ " ยุทธการ 5 " ตรงกลางมีรูปกงจักรทองเหลือง มีคำเล่ากันต่อๆว่า เครื่องหมายที่พระราชทานให้ไว้นี้เมื่อมีการล่องแพซุงไม้ของทางราชการมาจากทางเหนือ ผ่านหน้าวัดบ้านแดน ทางวัดแสดงเครื่องหมายยุทธการ 5 นี้ นำซุงไม้นั้นมาสร้างวัดและศาสนสถานได้
หลังจากที่เสด็จไปยังบ้านแดนแล้ว ร.5 ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยแคร่ไม้ไผ่คานหามไปยังเขานอ ( เขาหน่อ ) มีระยะทาง 87 เส้น ( ประมาณ 2 กิโลเมตร ) โดยมีผู้เล่าเรื่องถวายว่าที่เขาแห่งนี้นางพันธุรัตน์ตามมาพบพระสังข์ มีมนต์มหาจินดาเขียนอยู่ที่แผ่นศิลา และทรงสรงน้ำสถานที่ดังกล่าว ปัจจุบันเรียกว่า " สระเสด็จ "
ซึ่งภายในบริเวณวัดเขาหน่อ มีจุดสำคัญต่างๆในการตามรอยเสด็จประพาสต้น ดังนี้ " สระเสด็จ " ที่เคยสรงน้ำ วัดเขาหน่อ ชมสิ่งของพระราชทาน จาก ร.5 ถวายแด่ " หลวงพ่อเเหยม " เมื่อ พ.ศ. 2452 และปัจจุบันภายในวัดมีพระบรมรูป ร.5 เพื่อให้ประชาชนสักการะ และสามารถชมค้างคาวนับล้านตัวบินออกจากถ้ำยามเย็น และมีศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าโอทอป |