|
เมืองอู่ข้าวอู่น้ำแห่งที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยานี้นับเป็นเมืองใหญ่และเก่าแก่ของภาคกลาง มีผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์มีคนกลุ่มต่างๆ เข้ามาอาศัยอยู่มากขึ้นส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นสายน้ำเส้นสำคัญของเมือง ใช้ทั้งอุปโภคบริโภคและการคมนาคม ชุมชนและวันวาอารามเก่าแก่หลายแห่งจึงปรากฏอยู่สองฝั่งแม่น้ำ เรียงรายกันไปแทบไม่ขาดตอนนับเป็นสิ่งสะท้อนรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยคุณค่า
สิ่งที่น่าสนใจในเส้นทาง
1. กลุ่มศิลปหัตถกรรมบ้านธรรมกุล ชาวบ้านรวมกันผลิตแจกันดินเผาแนวจิตรกรรมไทย โดยนำแจกันรูปทรงต่างๆมาวาดภาพอย่างสวยงาม แล้วหุ้มด้วยผักตบชวาสาน เป็นการพัฒนารุปแบบให้สวยงามและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ นักท่องเที่ยวที่สนใจผลิตภัณฑ์สามารถเลือกซื้อได้ในราคาไม่แพง
2. วัดพระนอน สิ่งสำคัญภายในวัดคือ พระนอนที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารทรงจัตุรมุขยอดปรางค์ พระพุทธรูปองค์นี้มีพุทธลักษณะพิเศษต่างจากพระนอนทั่วไป คือทำท่านอนหงายพระหัตถ์ประสานวางบนพระองค์ที่มีขนาด 8 ศอก ลักษณะเช่นนี้พบที่เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าในประเทศอินเดีย นอกจากนี้บริเวณท่าน้ำของวัดยังจัดเป็นเขตอภัยทานและอนุรักษ์พันธุ์ปลา ตั้งชื่อว่า อุทยานมัจฉา
3. วัดแค วัดนี้เป็นวัดที่เกี่ยวข้องกับวรรณคดีสำคัญเรื่องขุนช้างขุนแผน คือเป็นวัดที่เณรแก้ว ( ขุนแผน )มาศึกษาหาความรู้กับสมภารคง เณรแก้วร่ำเรียนจนมีวิชาอาคม เก่งกล้าวิชาหนึ่ง คือใช้ใบมะขามมาเสกเป็นต่อแตนใบมะขามที่ว่า เณรแก้วคงเด็ดมาจากต้นมะขาม ยักษ์ภายในวัดนี้เองไม้ต้นนี้ยังมีอยู่จริงและเป็นต้นไม้อนุรักษ์ของจังหวัดสุพรรณบุรีด้วยใกล้ฝั่งแม่น้ำมีเรือนไทยภาคกลางหลังย่อม เรียกว่า คุ้มขุนแผน เป็นเรือนหมู่สี่หลังล้อมหอกลาง
4. หอคอยบรรหาร - แจ่มใส เป็นหอคอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูง 123 เมตร ตั้งเด่นอยู่กลางเมืองในบริเวณสวนเฉลิมภัทรราชินี เมื่อขึ้นไปบนหอคอยจะแลเห็นทิวทัศน์ของเมืองสุพรรณบุรีได้กว้างไกลสุดสายตา
5. วัดพระรูป ภายในวัดเก่าแก่แห่งนี้มีโบราณวัตถุที่สำคัญ คือ พระพุทธไสยาสน์ ขนาดองค์ยาวประมาณ 13 เมตร สูง 3 เมตร สันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 - 19 ฝีมือเชิงช่างงดงามมาก โดยเฉพาะพระพักตร์รูปแป้นกลมลักษณะศิลปะแบบอู่ทองรุ่นหลังและยังมีพระพุทธบาทไม้ ด้านหนึ่งจำหลักรอยพระพุทธบาท มีมงคลร้อยแปดประการ อีกด้านหนึ่งจำหลักภาพพุทธประวัติ ตอนมารผจญ ปัจจุบันเก็บรักษาไว้บนศาลาการเปรียญ
6. ตลาดเก้าห้อง ในอดีตตลาดแห่งนี้เป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญ แม้บรรยากาศจะซบเซามาหลายสิบปี อันเนื่องจากการคมนาคมที่เปลี่ยนไปใช้ถนนแทนทางน้ำ อย่างไรก็ตามตัวอาคารร้านค้าก็ยังคงสภาพแบบเดิมซึ่งหาดูได้ยาก ลักษณะเป็นอาคารไม้สองชั้นปลูกติดกันเป็นห้องแถวยาวหลายสิบห้อง ห้องแถวสองฝั่งนี้เชื่อมด้วยหลังคาคลุมถนนเล็กๆ ที่พาดผ่านอยู่ตรงกลาง กลางตลาดมีหอคอยสูงราวตึกสามชั้น ในอดีตใช้เป็นที่ตรวจส่องพวกโจรในยามค่ำคืน ในตลาดยังมีร้านของกินเกาแก่ฝีมือดีหลายร้าน เช่น ร้านขนมเปี๊ยะ ร้านเป็ดพะโล้ เป็นต้น
7. วัดสวนหงษ์ วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักเพราะเป็นวัดของหลวงพ่อปลื้ม หรือพระครูสุมนคณารักษ์พระเกจิอาจารย์ที่มีผู้นับถือมากมาย ท่านมรณภาพเมื่อปี พ.ศ. 2545 แต่สังขารยังไม่เน่าเปื่อย ทางวัดจึงได้นำสังขารของท่านใส่ไว้ในโลงแก้วให้ลูกศิษย์ลูกหาได้กราบไหว้ด้านหน้าโลงแก้วมีหุ่นขี้ผึ้งปั้นเป็นรูปเหมือนของท่านด้วย นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์เรือมีเรือรวบรวมไว้หลายสิบลำ ส่วนใหญ่เป็นเรือมาดขุดประเภทแจวจากลำน้ำสุพรรณบุรี เรือแบบอื่นๆ ก็มีให้ชมหลากหลายขณะนี้พิพิธภัณฑ์ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็สามารถขอเข้าชมได้หากมีเวลาแนะนำให้ข้ามฟากแม่น้ำไปซื้อขนมสาลี่ ขนมไทยและปลาแดดเดียวที่ตลาดบางปลาม้า
จุดลงเรือ
เรือท่องเที่ยวนี้เป็นบริการของร้านอาหาร เรือนแพครัวสุวรรณ เป็นเรือขนาดใหญ่หลายสิบที่นั่ง ติดต่อจองเรือล่วงหน้าที่ โทร 0 3552 3047, 0 3552 4209 |