วางแผนเที่ยว
วางแผนเที่ยว

2วัน 1คืน : ลำปาง - ลำพูน

ตารางท่องเที่ยว :
ลำปาง 1 วัน , ลำพูน 1 วัน
ช่วงเวลา :
2 วัน 1 คืน
หมวดหมู่ :
ศิลปะและวัฒนธรรม, สถานบันเทิงยามค่ำคืน, อาหารไทยและเครื่องดื่ม, ธรรมชาติ, ชายหาดและเกาะต่างๆ, กิจกรรมผจญภัย, ประสบการณ์ท่องเที่ยวท้องถิ่น,
  • วันที่ 1
    มิ.ย. 18
  • วันที่ 2
    มิ.ย. 19
วันที่ 1 : ลำปาง

สะพานรัษฎาภิเศก หรือสะพานขาว

สะพานขาวหรือสะพานรัษฎาแห่งนี้แทบจะปรากฏในทุกภาพถ่ายแห่งความประทับใจที่ทุกคนมีต่อลำปางผ่านมุมมองและแสงสีของวันที่แตกต่างกัน สะพานรัษฎาภิเศกเป็นสะพานร่วมสมัยกับยุคอารยธรรมรถไฟ ที่ยืนยงผ่านช่วงเวลาสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 มาแล้ว มีเรื่องเล่าว่าเพราะตัวสะพานได้รับการทาสีพรางตา จึงรอดพ้นจากการโจมตีทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร อีกทั้งนางลูซี สคาร์ลิงอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนวิชานารีซึ่งเป็นที่ปรึกษาของกองทัพสัมพันธมิตรในขณะนั้น ยังกล่าวอ้างว่า สะพานแห่งนี้ไม่มีประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สะพานรอดพ้นจากภัยสงคราม สะพานรัษฎาภิเศกเดิมเป็นสะพานไม้เสริมเหล็กแต่ชำรุดผุพัง จึงได้มีการก่อสร้างใหม่เมื่อเดือนมีนาคมพ.ศ. 2460 เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีความคงทนมากกว่าสะพานรุ่นเดียวกันที่ไม่มีเหลืออยู่แล้วในปัจจุบัน และยังมีเครื่องหมายไก่ขาวและครุฑหลวงประดับไว้ตรงหัวสะพานอีกด้วย

อ่านต่อ

รายละเอียด

3 นาที ( ระยะทางประมาณ 0.44 กิโลเมตร)

กาดกองต้า

ถ้าการได้เดินช็อปปิ้งในบรรยากาศเก่าๆ ที่ปลุกอดีตอันงดงามให้ฟื้นคืนสู่ชีวิตชีวา คือประสบการณ์ อันคลาสสิกของการเดินทางที่สร้างความทรงจำอันยิ่งใหญ่แล้วล่ะก็ สิ่งนี้คุณจะได้สัมผัสในทุกย่างก้าว ของการเดินเล่นบนถนนคนเดินกาดกองต้า ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกสุดสัปดาห์ เมื่อที่นี่คือตลาดที่เต็ม ไปด้วยความคึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองลำปาง สองข้างทางเรียงรายด้วยตึกเก่าอันทรงคุณค่า โดยสถาปัตยกรรมเหล่านี้มีทั้งศิลปะตะวันตก พม่า-ไทใหญ่ และจีนซึ่งยังคงได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ซึ่งนอกจากจะได้เลือกซื้อหาสินค้าพื้นเมือง สินค้าทำมือ อาหารพื้นบ้าน สินค้าที่ระลึกแล้ว ยังมีการแสดงวัฒนธรรมบนลานกิจกรรมที่พร้อมพาทุกคนย้อนอดีตกลับไปสู่วันวานที่เคยรุ่งเรืองของลำปางอย่างไรอย่างนั้น   กาดนี้มีที่มา  เดิมบริเวณนี้เป็นชุมชนทางเศรษฐกิจที่มีอายุกว่าร้อยปี ตั้งอยู่ริมน้ำวังซึ่งถือเป็นชัยภูมิชั้นดี ต่อมาได้พัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าขายและส่งผ่านสินค้าสำคัญของเมืองลำปาง ครั้นปี พ.ศ. 2459 ศูนย์กลางการค้าแห่งนี้ถูกลดบทบาทลงเนื่องจากมีการตัดเส้นทางรถไฟสายเหนือมาถึงลำปางผู้คนในจังหวัดจึงขยายถิ่นฐานไปตั้งอยู่รอบ ๆ สถานีรถไฟ ก่อเกิดชุมชนใหม่ที่เรียกว่า "ชุมชนเก๊าจาว" ปล่อยชุมชนกองต้าให้จมอยู่กับความเงียบเหงา จนในปัจจุบันที่นี่ได้หวนกลับมาเป็นย่านการค้าที่สำคัญอีกครั้ง โดยความตั้งใจของชาวลำปางที่ต้องการอนุรักษ์วันวานและสร้างสีสันให้เมืองนี้น่าเที่ยว กาดกองต้า เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์เวลา 17.00-22.00 น.  

อ่านต่อ

รายละเอียด

28 นาที ( ระยะทางประมาณ 8.85 กิโลเมตร)

วัดม่อนพญาแช่ หรือพระยาแช่

วัดนี้เป็นเหมือนจุดชมภูมิทัศน์ที่งดงามมากแห่งหนึ่งของลำปาง เนื่องจากเมื่อมองลงมาจากองค์พระเจดีย์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขานั้น คุณจะพบทิวทัศน์เมืองลำปางแบบเต็มตา ซึ่งทางวัดเองก็ได้พัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ โดยร่วมกับสำนักงานป่าไม้เขตลำปาง จัดตั้ง “วนอุทยานม่อนพญาแช่” ซึ่งอยู่เลยขึ้นไปจากวัด และที่ทำการวนอุทยานฯ แห่งนี้นี่เองได้กลายเป็นจุดชมวิวชั้นดีของลำปาง นอกจากนี้ยังมีการจัดเส้นทางศึกษาธรรมชาติบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำห้วยโจ้ที่สามารถพักแรมได้ สำหรับการเดินทางเป็นหมู่คณะต้องติดต่อล่วงหน้า โทร. 08 9998 2182

อ่านต่อ

รายละเอียด

35 นาที ( ระยะทางประมาณ 17.20 กิโลเมตร)

อ่างเก็บน้ำวังเฮือ

เป็นอ่างเก็บน้ำที่ตั้งอยู่ริมถนนซึ่งเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ถ่ายภาพวิวทิวทัศน์เนื่องจากมีทัศนียภาพของทิวเขาโอบล้อม โดยเฉพาะในช่วงอาทิตย์ตกดินนั้น ช่างภาพหลายคนติดตราตรึงใจกับวิวสวยๆ ยามเย็นเช่นนี้

อ่านต่อ

รายละเอียด

3 ชั่วโมง 36 นาที ( ระยะทางประมาณ 46.31 กิโลเมตร)

เขื่อนกิ่วลม (ข้อมูลและวิดีโอท่องเที่ยว)

สถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับกิจกรรมทางน้ำอย่างเช่นการล่องเรือ หรือแพ เพื่อชื่นชมทัศนียภาพสวยงามของทะเลสาบเหนือเขื่อน ทั้งนี้การล่องแพนั้นใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันโดยมีสถานที่น่าสนใจเช่น แหลมชาวเขื่อน ผาเกี๋ยงผางาม ทะเลสาบสบพุ หมู่บ้านชาวประมงบ้านสา ฯลฯ ที่นี่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมีสนามกอล์ฟ 18 หลุมไว้สำหรับผู้ที่สนใจอีกด้วย  โดยสามารถติดต่อล่วงหน้าได้ที่ โทร. 0 5425 5195 www.rid.go.th   การพักแรม นักท่องเที่ยวทั่วไปหากต้องการพักค้างคืน สามารถทำได้สองลักษณะคือ 1. ล่องแพไปพักที่แพชาวเขื่อน-กิ่วลมรีสอร์ท ซึ่งมีที่พักเป็นบังกะโลตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบ โทร. 0 5422 3772, 0 5433 4393 (หลัง 18.00 น.) 2. ล่องแพและค้างคืนบนแพวังแก้ว ซึ่งเป็นแพติดเครื่องยนต์ หรือค้างคืนที่เกาะวังแก้วรีสอร์ท ติดต่อได้ที่โทร. 0 5422 3733, 0 5432 5645, 08 9854 1293   สำหรับหน่วยงานราชการสามารถทำหนังสือขออนุญาตเข้าพักบ้านพักรับรองของกรมชลประทาน ซึ่งต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน โทร. 0 5422 3772       

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 2 : ลำพูน

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร

บอกได้คำเดียวว่า ถ้ามาเยือนลำพูนแล้วไม่ได้แวะชมวัดแห่งนี้ ถือว่ามาเสียเที่ยวจริงๆ เพราะที่นี่คือวัดที่สำคัญที่สุดของเมืองลำพูน ตามประวัตินั้นกล่าวว่าวัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 ในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช และภายในวัดก็เต็มไปด้วยโบราณสถานล้ำค่าให้คุณได้ชื่นชมมากมาย    น่าชม • ซุ้มประตู ก่อนก้าวเข้าสู่ภายในวัด คุณจะต้องผ่านซุ้มประตูอันเป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็นชั้นๆหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่นสูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นในสมัยพระเจ้าอาทิตยราชเมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆาราม • วิหารหลวง เป็นวิหารหลังใหญ่ที่คุณจะได้พบหลังจากเดินผ่านซุ้มประตูเข้ามาวิหารหลังนี้มีพระระเบียงรอบด้าน มีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนวิหารหลังเก่า ซึ่งถูกพายุพัดพังทลายไปเมื่อ พ.ศ. 2458 โดยใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศล และประกอบศาสนกิจทุกวันพระ ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธปฏิมาใหญ่ 3 องค์ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทองบนแท่นแก้วและมีพระพุทธปฏิมาโลหะขนาดกลางสมัยเชียงแสนชั้นต้นและชั้นกลางอีกหลายองค์
 • พระบรมธาตุหริภุญชัย ตั้งอยู่หลังวิหารหลวง เป็นที่ประดิษฐานพระเกศธาตุบรรจุในโกศทองคำ เจดีย์ประกอบด้วยฐานปัทม์แบบฐานบัวลูกแก้วย่อเก็จ ต่อจากฐานบัวลูกแก้วเป็นฐานเขียงกลมสามชั้น ตั้งรับองค์ระฆังกลม บัลลังก์ย่อเหลี่ยม เจดีย์มีลักษณะใกล้เคียงกับพระธาตุดอยสุเทพที่จังหวัดเชียงใหม่ มีสัตถบัญชร (ระเบียงหอกซึ่งเป็นรั้วเหล็กและทองเหลือง) 2 ชั้น สำเภาทองประดิษฐานอยู่ประจำรั้วชั้นนอกทั้งทิศเหนือและทิศใต้ มีซุ้มกุมภัณฑ์และฉัตรประจำสี่มุม หอคอยประจำทุกด้านรวม 4 หอ บรรจุพระพุทธรูปนั่งทุกหอ นอกจากนี้ยังมีโคมประทีปและแท่นบูชาก่อประจำไว้เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป พระบรมธาตุนี้นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งในล้านนามาตั้งแต่สมัยโบราณ ในวันเพ็ญเดือน 6 โดยจะมีการจัดงานนมัสการและสรงน้ำพระบรมธาตุทุกปี ตามประวัติกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 1440 พระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์วงศ์รามัญผู้ครองนครลำพูนได้สร้างมณฑปครอบโกศทองคำ บรรจุพระบรมธาตุไว้ภายในและมีการสร้างเสริมกันต่อมาอีกหลายสมัย ต่อมาใน พ.ศ. 1986 พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่และได้ปฏิสังขรณ์บูรณะเสริมองค์พระเจดีย์ขึ้นใหม่เป็นแบบลังกา ซึ่งปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้   ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน มีถนนล้อมรอบสี่ด้าน คือ ถนนอัฎฐารสทางทิศเหนือ ถนนชัยมงคลทางทิศใต้ ถนนรอบเมืองทางทิศตะวันออก และถนนอินทยงยศทางทิศตะวันตก ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร เปิดเวลา 6.00-18.00 น. ค่าเข้าชม ชาวต่างชาติ 20 บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 5331 1104 โทรสาร 0 5353 0753 เว็บไซต์ www.hariphunchaitemple.org    10 วัดห้ามพลาดเมื่อมาลำพูน ร้านอาหารต้องลองของลำพูน ร้านเก๋ๆ นั่งชิวในลำพูน

อ่านต่อ

รายละเอียด

4 นาที ( ระยะทางประมาณ 1.92 กิโลเมตร)

กู่ช้าง-กู่ม้า

ที่นี่เป็นโบราณสถานที่เชื่อกันว่าเป็นสุสานช้างศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี นามว่า “ภูก่ำงาเขียว” ซึ่งหมายถึงช้างผิวสีคล้ำที่มีงาสีเขียวอันทรงอานุภาพและมีอิทธิฤทธิ์ โดยกู่ช้างนั้นมีลักษณะเป็นสถูปทรงกระบอกปลายมน ส่วนกู่ม้า มีลักษณะเป็นสถูปทรงระฆัง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสุสานม้าทรงของพระโอรสพระนางจามเทวีเช่นกัน  10 วัดห้ามพลาดเมื่อมาลำพูน ร้านอาหารต้องลองของลำพูน

อ่านต่อ

รายละเอียด

8 นาที ( ระยะทางประมาณ 3.36 กิโลเมตร)

วัดจามเทวี

ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดกู่กุด ตั้งอยู่บนถนนจามเทวี หมู่ 5 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญมาตั้งแต่สมัยล้านนาไทย บางแห่งก็ว่าพระนางจามเทวีสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1298 โดยใช้ช่างฝีมือชาวละโว้ บ้างก็ว่าเจ้าอนันตยศและเจ้ามหันตยศ ราชโอรสของพระนางจามเทวี ได้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิของพระนาง เดิมมียอดพระเจดีย์หุ้มด้วยทองคำ ลักษณะพระเจดีย์เป็นสี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย แต่ละด้านมีพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยู่เป็นชั้นๆอยู่ในซุ้มพระทั้งสี่ด้าน ด้านละ 15 องค์ รวม 60 องค์  ภายในบรรจุอัฐิของพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญไชย  ต่อมาจะเป็นสมัยใดไม่ทราบแน่ชัดยอดพระเจดีย์ได้หักหายไป ชาวบ้านจึงเรียกว่า กู่กุด พระเจดีย์องค์นี้มีชื่อเป็นทางการว่า พระเจดีย์สุวรรณจังโกฎ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีรัตนเจดีย์ ตั้งอยู่ทางขวามือของวิหาร สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่17 โดยพระยาสรรพสิทธิ์       ปี พ.ศ. 1184 มีพระฤๅษีไปพบทารกหญิง ถูกพญานกคาบมาทิ้งไว้บนใบบัวหลวง จึงเลี้ยงดูและสอนสรรพวิทยาการต่างๆ ให้ เมื่อพระนางจามเทวี เจริญวัยได้ 13 พรรษา พระฤๅษีจึงต่อนาวายนต์พร้อมด้วยฝูงวานรเป็นบริวารลอยล่องไปตามลำน้ำ ถึงยังท่าน้ำวัดชัยมงคล เมื่อพระเจ้ากรุงละโว้และพระมเหสีพบเห็น จึงได้นำกุมารีน้อยนั้นเข้าสู่พระราชวัง และตั้งให้เป็นพระราชธิดา นามว่า "จามเทวีกุมารี" และให้ศึกษาศิลปวิทยาการตำราพิชัยสงคราม และดนตรีทุกอย่าง พ.ศ. 1198 พระนางจามเทวีมีพระชนม์ 14 พรรษา ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าชายราม แห่งนครรามบุรี ต่อมา พ.ศ. 1204 พระนามจามเทวีมีพระชนม์ 20 พรรษา เป็นกษัตรีย์วงศ์จามเทวีแห่งนครหริภุญชัย โดยพระนางเจ้าได้อัญเชิญพระแก้วขาว (พระเสตังคมณี) จากเมืองละโว้ เมื่อปี 700 ขึ้นมา เพื่อประดิษฐานเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง (ปัจจุบัน พระเสตังคมณีองค์นี้ยังประดิษฐานอยู่ที่วัดเชียงมั่น จังหวัดเชียงใหม่) พระนางจามเทวี มีพระโอรส 2 องค์ องค์พี่มีนามว่ามหายศ (มหันตยศ) องค์น้องมีนามว่าอินทวร(อนันตยศ) โดยพระเจ้ามหายศ ได้ขึ้นเสวยครองเมืองหริภุญชัยนคร(ปัจจุบันคือจ.ลำพูน) แทนพระมารดา ส่วนพระองค์น้องพระเจ้าอินทวรไปครองเมืองเขลางค์นคร(ปัจจุบันคือ จ.ลำปาง)
เมื่อพระนางจามเทวีมีพระชนม์ได้ 60 พรรษา ได้สละราชสมบัติทุกอย่าง ให้พระโอรสทั้งสอง โดยพระนางออกบวชชีบำเพ็ญพรตอยู่ที่วัดจามเทวีแห่งนี้ พ.ศ.1276 พระนางจามเทวีได้ปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดแห่งนี้ พระชนม์ครบ 92 พรรษา พระนางจึงได้สิ้นพระชนม์ ซึ่งทางพระมหันตยศ และพระอนันตยศ ก็ได้จัดถวายพระเพลิงภายในวัดดังกล่าวอย่างสมพระเกียรติ และได้สร้างเจดีย์สี่เหลี่ยมบรรจุพระอัฐิของพระนางไว้ ณ ที่นี้ โดยให้ชื่อเจดีย์ว่า สุวรรณจังโกฎเจดีย์ ที่ได้เป็นต้นแบบของเจดีย์ในแถบล้านนา

10 วัดห้ามพลาดเมื่อมาลำพูน ร้านอาหารต้องลองของลำพูน ร้านเก๋ๆ นั่งชิวในลำพูน

อ่านต่อ

รายละเอียด

8 นาที ( ระยะทางประมาณ 7.72 กิโลเมตร)

กาดดอยติ

ชวนเที่ยวกาดที่เต็มไปด้วยสารพัดสินค้าอันเป็นของที่ระลึกที่คัดสรรจากอำเภอต่างๆ ของเมืองลำพูน ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอยกดอกเอกลักษณ์เมืองลำพูน ไม้แกะสลักจากอำเภอแม่ทา ผ้าฝ้ายทอมือจากอำเภอป่าซาง และเครื่องเงินชาวเขาจากอำเภอลี้ ลำไยอบแห้ง หอม กระเทียม สินค้า OTOP รวมทั้งผลิตภัณฑ์โครงการหลวง    ที่ตั้ง : ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปางเปิดทุกวันเวลา 7.00-16.00 น.   10 วัดห้ามพลาดเมื่อมาลำพูน ร้านอาหารต้องลองของลำพูน ร้านเก๋ๆ นั่งชิวในลำพูน

อ่านต่อ

รายละเอียด

7 นาที ( ระยะทางประมาณ 7.18 กิโลเมตร)

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย

เรียนรู้ประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของเมืองลำพูนผ่านโลกใบเล็กๆ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญชัย ที่ได้รวบรวมวัตถุโบราณต่างๆ เอาไว้มากมาย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2470 โดยพระยาราชกุลวิบูลย์ภักดีสมุหเทศาภิบาลมณฑลพายัพ และต่อมากรมศิลปากรได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่จนแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2517 ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเมื่อปี พ.ศ. 2522 ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุ โดยแบ่งเป็น 3 ห้อง ได้แก่ • ห้องจัดแสดงใหญ่ เป็นห้องโถงยาวอยู่ชั้นบนของตัวอาคารมีการจัดแสดงวัตถุออกเป็น 3 สมัย คือสมัยก่อนหริภุญชัย สมัยหริภุญชัย และสมัยล้านนา อันได้แก่ พระพุทธรูป เศียรพระพุทธรูป พระพิมพ์ และเทวดา เป็นต้น  • ห้องจัดแสดงศิลปพื้นบ้านและเครื่องไม้จำหลัก เป็นห้องจัดแสดงเล็กที่อยู่อาคารเล็กชั้นเดียวมีโถงเชื่อมจากชั้นบนของอาคารหลังใหญ่ วัตถุที่แสดงล้วนเป็นศิลปะสมัยล้านนา รัตนโกสินทร์ ซึ่งแสดงออกถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือตีเหล็ก เครื่องมือทอผ้า เครื่องดนตรีพื้นบ้าน พานดอกไม้เชี่ยนหมาก เป็นต้น  • ห้องศิลาจารึก เป็นห้องโถงเปิดโล่ง อยู่ชั้นล่างของตัวอาคาร จัดแสดงศิลาจารึกสมัยหริภุญชัย ราวพุทธศตวรรษที่ 17 และศิลาจารึกสมัยล้านนา สมัยพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นต้นไป    พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ถนนอินทยงยศเยื้องกับวัดพระธาตุหริภุญชัย เปิดทุกวันเวลา 9.00-16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 5351 1186 www.thailandmuseum.com/hariphunchai   10 วัดห้ามพลาดเมื่อมาลำพูน ร้านอาหารต้องลองของลำพูน ร้านเก๋ๆนั่งชิวในลำพูน

อ่านต่อ

รายละเอียด

3 นาที ( ระยะทางประมาณ 1.21 กิโลเมตร)

หมู่บ้านหัตถกรรมผ้าฝ้ายเวียงยองและขัวมุงท่าสิงห์

ไม่เพียงคุณจะได้สนุกกับการเลือกซื้อสินค้าอันเป็นของดีเมืองลำพูนเท่านั้น ยังหากยังมีกิจกรรมมากมายที่น่าสนใจภายในหมู่บ้านนี้ อาทิเช่น สักการะวัดต้นแก้ว ชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ศูนย์ทอผ้าพื้นเมือง เป็นต้น โดยสามารถเดินเท้าชมหมู่บ้าน หรือจะนั่งรถสามล้อถีบเปลี่ยนบรรยากาศก็สามารถทำได้ นอกจากนี้อย่าลืมแวะขัวมุงท่าสิงห์ตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน เลือกชมผ้าฝ้ายยกดอกลำพูน สินค้าตกแต่งบ้าน เครื่องประดับสารพัดลวดลายเรียงรายมาให้เลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว   ที่ตั้ง : บ้านศรีเมืองยู้ ตำบลเวียงยอง ตรงข้ามวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร   10 วัดห้ามพลาดเมื่อมาลำพูน ร้านอาหารต้องลองของลำพูน ร้านเก๋ๆ นั่งชิวในลำพูน

อ่านต่อ

รายละเอียด