วางแผนเที่ยว
วางแผนเที่ยว

4วัน 3คืน : แม่ฮ่องสอน - ตาก - สุโขทัย

ตารางท่องเที่ยว :
แม่ฮ่องสอน 2 วัน , ตาก 1 วัน , สุโขทัย 1 วัน
ช่วงเวลา :
4 วัน 3 คืน
หมวดหมู่ :
สถานบันเทิงยามค่ำคืน, กิจกรรมผจญภัย, บริการทางการแพทย์, สปา, แต่งงาน, ฮันนีมูน,
  • วันที่ 1
    มิ.ย. 27
  • วันที่ 2
    มิ.ย. 28
  • วันที่ 3
    มิ.ย. 29
  • วันที่ 4
    มิ.ย. 30
วันที่ 1 : แม่ฮ่องสอน

โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)

          ภาพทิวสนสองใบและสนสามใบเรียงรายตลอดแนวอ่างเก็บน้ำอันกว้างใหญ่กลางอ้อมกอดของขุนเขาเขียวชอุ่มยามเช้า คือมนต์เสน่ห์ของปางอุ๋งที่นำพานักเดินทางเข้ามาเยือนที่นี่อยู่ตลอดทั้งปี ยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่มีสายหมอกขาวลอยเหนือผืนน้ำ ยิ่งเพิ่มบรรยากาศโรแมนติกให้กับปางอุ๋ง อย่างไรก็ตาม แต่ก่อนบริเวณนี้เคยเป็นสถานที่ปลูกฝิ่นของชาวเขา และมีการบุกรุกทำลายป่าอยู่เสมอ จากนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำริให้รวบรวมราษฎรบริเวณนั้น พร้อมกับพัฒนาความเป็นอยู่ของพวกเขา ส่งเสริมอาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ และฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน ปัจจุบันปางอุ๋งได้กลายมาเป็นแหล่งปลูกพืชที่น่าสนใจหลายชนิด เช่น อะโวคาโด พลับ สาลี่ บ๊วย อีกทั้งยังมีการตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น กุหลาบ ไฮเดรนเยีย พวงแสด มีการปลูกสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ในด้านอาหารและแพทย์แผนไทย ซึ่งกลมกลืนกับพื้นที่สูงและมีอากาศหนาวเย็น และสุดท้ายคือบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์ประจำถิ่นซึ่งกำลังจะสูญพันธ์อย่างเขียดแลว นอกจากกิจกรรมชมธรรมชาติยามเช้าของปางอุ๋งแล้ว นักท่องเที่ยวยังนิยมล่องแพชมทัศนียภาพในทะเลสาบที่มีหงส์ดำและหงส์ขาวอย่างละ 1 คู่ ซึ่งได้รับพระราชทานมาจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาเติมความงดงามให้ปางอุ๋งติดตรึงอยู่ในหัวใจ นักท่องเที่ยวไปตราบนานแสนนาน   ทิปส์ท่องเที่ยว           • ปางอุ๋งเปิดให้เข้าพื้นที่ทุกวัน เวลา 06.00-20.00 น.           • นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างแรมต้องลงทะเบียนผ่านศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถนนขุนลุมประพาส ตำบลจองคำ อำเภอเมืองฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน โทรศัพท์ 0 5361 1244, 08 5618 3303 โทรสาร 0 5361 1649 จึงจะสามารถนำรถเข้าปางอุ๋งได้ ถึงแม้จะมีบัตรค้างแรมแต่ก็นำรถเข้าออกพื้นที่ได้ระหว่างเวลา 09.00-18.00 น. เท่านั้น ที่พักบนปางอุ๋ง จะมีเครื่องปั่นกระแสไฟให้ใช้เฉพาะช่วงเวลา 18.00-22.00 น. เท่านั้น นักท่องเที่ยวควรเตรียมไฟฉายและแบตเตอรีสำรองให้เพียงพอต่อการใช้งาน           • นักท่องเที่ยวที่ไม่พักค้างแรม ไม่ต้องรับบัตรผ่าน แต่ไม่สามารถนำรถส่วนตัวขึ้นไปได้ และสามารถจอดรถขึ้นรถโดยสารได้ที่บ้านนาป่าแปก จากบ้านนาป่าแปกไปปางอุ๋ง รวมระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลา 15 นาที มีบริการรถสองแถวทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00-18.00 น.             • การจองที่พักสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน โทรศัพท์ 0 5361 1244 โทรสาร 0 5361 1649    

อ่านต่อ

รายละเอียด

1 ชั่วโมง 31 นาที ( ระยะทางประมาณ 46.96 กิโลเมตร)

ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฝีมือชาวเขาและชาวไทยพื้นราบจากโครงการในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 โดยทรงมีพระราชประสงค์ให้ชาวบ้านฐานะยากจนมีความรู้ความสามารถในการสร้างงานศิลปาชีพพิเศษเป็นอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ ศูนย์ศิลปาชีพแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ฝึกอบรมและส่งเสริมอาชีพต่างๆ อาทิเช่น การจักสานหวาย จักสานไม้ไผ่ การแกะสลัก การทอผ้า ตัดเย็บเสื้อผ้าตุ๊กตาชาวเขา ดอกไม้ประดิษฐ์ เครื่องหนัง และการทำเครื่องเงิน โดยอาคาร 3 ชั้นของศูนย์นั้น แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนต่างๆ ได้แก่ • ชั้นล่างจัดเป็นลานจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอนและกลุ่มศิลปาชีพกลุ่มต่าง ๆ ทั้งตุ๊กตาชาวเขา ผ้าทอ เครื่องจักรสาน ของชำร่วย และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุในท้องถิ่น • ชั้นที่สอง เป็นห้องทรงงาน และใช้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และเป็นที่ทำงานของคณะทำงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน • ชั้นที่สาม เป็นพิพิธภัณฑ์ชนเผ่า 6 เผ่า ได้แก่ ลีซู ลาหู่ ม้งลัวะ ไทใหญ่และกะเหรี่ยง โดยมีการนำศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาแสดง การจำลองวิถีชีวิต เครื่องแต่งกายและข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันและยังมีการจัดแสดงบ้านจำลองของชนเผ่าทั้ง 6 เผ่าอีกด้วย   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ บก.ประสานงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร.0 5361 1244       

อ่านต่อ

รายละเอียด

3 นาที ( ระยะทางประมาณ 1.65 กิโลเมตร)

วัดจองกลาง

วัดจองกลาง เรียกชื่อตามสถานที่ตั้งอยู่ระหว่างวัดจองคำ และวัดจองใหม่ (โรงเรียนพระปริยัติธรรม)เดิมเป็นศาลาที่พักคนมาจำศีลในวันพระ วัดจองกลางหลังนี้ ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่เครือญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ได้เล่าต่อๆกันมาว่า เดิมเป็นศาลาเย็นของวัดจองใหม่มีผู้คนท้องถิ่นมาพักอาศัยอยู่เป็นประจำ เมื่อเจ้าอาวาสวัดจองใหม่องค์สุดท้ายได้มรณภาพไป มีพระภิกษุจากเมืองหมอกใหม่มาร่วมงานศพเจ้าอาวาสวัดจองใหม่ และเข้ามาพักอาศัยในศาลาเย็นดังกล่าว คณะศรัทธาเคารพนับถือพระภิกษุองค์นี้เป็นอย่างมาก จึงพร้อมใจกันนิมนต์ท่านมาประจำศาลาต่อไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2410 มีศรัทธาคือ ลุงจองจายหล่อ , ลุงพหะจ่า , ลุงจองตุ๊ก, และพ่อเลี้ยงจางนุ (ขุนเพียร) , ลุงจองจ่อ ได้ร่วมกันสร้างวัด หลังคามุงด้วยสังกะสีฉลุลวดลาย แบบสถาปัตยกรรม โดยช่างฝีมือชาวไทใหญ่ โดยเฉพาะห้องทางด้านหลังทิศตะวันออก ตามฝาผนังประดับภาพรวม 180 ภาพ โดยมีช่างฝีมือช่างพม่า ลุงจองตุ๊ก แม่จองโอ่ง นำมาจากเมืองมะละแหม่งประเทศพม่า มาติดถวายไว้ และเมื่อทำการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงตั้งชื่อว่า “ วัดจองกลาง” เพราะอยู่ระหว่างวัดจองคำกับวัดจองใหม่ และปีต่อมาพ่อเลี้ยงจางนุ (ขุนเพียร) แม่จองเฮือน มีจิตศรัทธาสร้างพระธาตุเจดีย์ ฐานสี่เหลี่ยม มุขสี่ด้าน แต่ละด้านสร้างสิงห์ไว้ 1 ตัว พร้อมกับสร้างศาลาวิปัสสนาติดองค์พระธาตุเจดีย์ ทิศตะวันออกหลังคาทรงปราสาททำด้วยสังกะสีฉลุลวดลาย เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.2456 แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2545 ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กตรงข้ามทิศตะวันออกวัดจองกลาง ลุงจองตุ๊ก แม่จองโอ่ง เป็นเจ้าคณะศรัทธาสร้างขึ้น ก่อนวัดจองกลางประมาณ 20 กว่าปี (ไม่ปรากฏ พ.ศ. สร้าง) และวัดจองกลางรวมเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2527 โดยวัดจองกลางเป็นคณะ 2 ปัจจุบันมีพระภิกษุ 6 รูป และสามเณร 14 รูป วัดจองกลางเป็นวัดที่ชาวบ้านให้ความสำคัญมากเนื่องจากชาวบ้านมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องพระอุปคุตที่ประดิษฐานอยู่ที่ทางเข้าหน้าวัดจองกลางเชื่อกันว่าเมื่อมีการจัดงานเทศกาลหรือทำบุญต่างๆจะต้องมีการบวงสรวงพระอุปคุตเสียก่อนเพื่อเป็น ศิริมงคลแก่ตนเองและญาติพี่น้องจะทำให้เจริญก้าวหน้าและจะไม่เกิดอุบัติเหตุเพศภัยใดๆทำให้ชีวิตราบรื่นจึงยึดถือและปฏิบัติต่อๆกันมาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งสำคัญภายในวัด ประกอบด้วย 1. เจดีย์วิหารเล็กด้านหน้าศาลาการเปรียญติดหนองจองคำจัดเป็นเจดีย์ที่มีความสวยงาม โดดเด่นสันนิษฐานว่าสร้างพร้อมกับการสร้างวัดจองกลางวิหารเล็ก มีหลังคาเรือนยอดทรงปราสาทซ้อนถึงห้าชั้น ส่วนยอดของหลังคาที่สูงที่สุดประดับด้วยฉัตรทองสามชั้น หลังคามุงสังกะสี มีโลหะฉลุลายตกแต่งตามส่วนต่าง ๆ ของหลังคาและเชิงชาย 2. วิหารใหญ่เป็นอาคารอเนกประสงค์ คือเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ใช้ประกอบพิธีกรรมงานบุญประเพณี จัดแสดงพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งเป็นหอฉันและกุฏิของเจ้าอาวาสด้วย ลักษณะเด่นของอาคารคือ มีหลังคาซ้อนกันหลายชั้น ที่ชายคาตกแต่งด้วยโลหะฉลุลายอย่างหรูหราตามสไตล์ของวัดไทใหญ่ 3. ศาลาการเปรียญวัดอาคารไม้หลังคามุงสังกะสีสูงเป็นชั้น เรียกว่า “สองคอสามชาย”ศาลาหลังนี้เป็นของเดิมทั้งหมดมีต่อเติมบางส่วนเฉพาะด้านตะวันออก 4. จิตกรรมหลังกระจกนำมาจากเมืองมัณฑะเลย์เมื่อราว พ.ศ.2400 ขนาด 30×30 เซนติเมตรผนึกอยู่ใน กรอบไม้ติดผนังมีจำนวน 180 ภาพเป็นเรื่องราวประวัติของพระพุทธเจ้า พระเวสสันดรชาดก 5. ห้องพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนวัดจองกลาง จัดแสดงตุ๊กตาไม้แกะสลักที่นำมาจากพม่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2400 จำนวน 33 ตัว มีทั้งรูปคนและสัตว์เกี่ยวกับเรื่องพระเวสสันดรชาดก นอกจากนี้ยังมีคัมภีร์โบราณ พระพุทธรูปหินอ่อนองค์เล็กฝีมือประณีตงดงาม ถ้วยโถโอชาม และเครื่องใช้โบราณอีกหลายชิ้น สำหรับการเดินทางไปยังวัดจองกลางนั้นวัดจองกลางอยู่ในตัวอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ห่างจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือ เขต1 ประมาณ 5 กม.ไปทางทิศตะวันออก  ถ.ชำนาญสถิตย์ ห่างจากขุนลุมประพาสประมาณ 100 เมตร  

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 2 : แม่ฮ่องสอน

หมู่บ้านศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน (บ้านสันติชล)

หมู่บ้านสันติชลเป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศจีน และด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมและประเพณีที่พวกเขารักษาไว้อย่างเหนียวแน่น ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่เมื่อมาเยือนเมืองปายแล้ว ทุกคนต้องแวะมาเยี่ยมชมอยู่เสมอ เมื่อมาถึงที่นี่ คุณจะได้สัมผัสกับการจำลองบรรยากาศของชุมชนจีนยูนนานในประเทศจีน ด้วยการประดับตกแต่งสถานที่โดยรอบ เป็นสไตล์จีนยูนนานทั้งหมด โดดเด่นด้วยมังกรสีสดพันอยู่รอบเสาซึ่งตั้งอยู่บนเนินหินสีเข้มและด้านหน้าเนินหินนั้น มีอักษรจีนเขียนไว้อีกด้วย ที่นี่เต็มไปด้วยกิจกรรมท่องเที่ยวมากมาย เช่น  • ชมบ้านดินสีส้มสดใสท่ามกลางบรรยากาศจีนยูนนานราวกับว่าไปอยู่สถานที่นั่นจริงๆ • สนุกไปกับชิงช้าแบบชาวเขาที่คล้ายกับชิงช้าสวรรค์ของไทย ชิงช้าตัวหนึ่งนั่งได้ 4 คน (ค่าบริการคนละ 25 บาท) • ขี่ม้าชมหมู่บ้าน มีทั้งแบบรอบสั้น ๆ (3 รอบ 50 บาทโดยวนรอบหินก้อนใหญ่) หรือขี่ม้าชมหมู่บ้านสันติชล (300 บาทต่อชั่วโมง)  • ลองแต่งกายเป็นชาวจีนและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกตามจุดต่าง ๆ • รับประทานอาหารจีนยูนนานภายในหมู่บ้าน เช่น ขาหมู หมั่นโถว  • ชมศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนานบ้านสันติชล ซึ่งไม่เพียงจัดแสดงความรู้เกี่ยวกับจีนยูนนานเท่านั้น หากยังมีสินค้าที่ระลึกจำหน่าย เช่น รองเท้า เสื้อผ้า ชา ผลไม้ดองและอบแห้ง   สำหรับการเข้าชมศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนานบ้านสันติชลนั้น สามารถติดต่อได้ที่คุณบุญหล่อหล่ออริยวัฒน์ โทร.08 1024 3982   

อ่านต่อ

รายละเอียด

10 นาที ( ระยะทางประมาณ 5.34 กิโลเมตร)

ล่องแม่น้ำปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ล่องแม่น้ำปาย แม่น้ำปาย เป็นแม่น้ำที่ใหญ่และยาวที่สุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านอำเภอปาย-อำเภอปางมะผ้า-อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ก่อนจะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำสาละวิน (แม่น้ำคง) ในเขตรัฐคะยา สหภาพพม่า ท้องน้ำเป็นกรวดทราย และในฤดูแล้งน้ำลึกประมาณ 7 เมตร แต่ละช่วงมีทิวทัศน์ที่สวยงาม การล่องแก่งมีระยะทางรวมประมาณ 50 กิโลเมตร ความยากของแก่งมีตั้งแต่ระดับ 1-4 แต่ในฤดูฝนอาจถึงระดับ 5 ซึ่งน้ำเชี่ยว มีความยากมาก การล่องแก่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่น ซึ่งสามารถแบ่งการล่องเป็น 3 ช่วงด้วยกัน คือ     1 ช่วงต้นน้ำปายถึงอำเภอปาย เริ่มที่ห้วยช้างเฒ่าหรือห้วยช้างแก้ว ห่างจากอำเภอปายตามระยะทางรถยนต์ประมาณ 16 กิโลเมตร ตามทางลำลองที่มุ่งสู่บ้านเวียงเหนือ และบ้านศาลาเมืองน้อยแล้วเริ่มล่องลำน้ำปายใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ถึงสะพานเวียงเหนือหรือบ้านจอมพลใกล้ตัวอำเภอปาย การล่องแพสายนี้ควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันเต็ม โดยต้องพักแรมในคืนก่อนการเดินทางและหลังจากการล่องแพแล้วอีก 1 คืน     2. ช่วงจากอำเภอปายถึงอำเภอแม่ฮ่องสอน เริ่มต้นที่บ้านหมอแปง ห่างจากอำเภอปายโดยทางรถยนต์ประมาณ 30 กิโลเมตร ระยะทางการล่องแพทั้งหมดประมาณ 70 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาประมาณ 2 วัน กว่าจะล่องถึงบ้านปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และต้องใช้แพถึง 2 ชุด เนื่องจากช่วงกลางของแม่น้ำปายมีจุดหนึ่งที่เป็นโตรกธารระดับน้ำต่างกัน คล้ายกับเป็นน้ำตกซึ่งไม่สามารถล่องแพผ่านได้ ต้องขึ้นฝั่งข้ามเขาไปขึ้นแพชุดใหม่แล้วล่องต่อไป     3. ช่วงอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนถึงเขตชายแดนไทย-พม่า เริ่มต้นจากบ้านห้วยเดื่อ ตำบลผาบ่อง ซึ่งห่างจากอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ประมาณ 6 กิโลเมตร ล่องถึงบ้านน้ำเพียงดิน ซึ่งเป็นเขตต่อแดนระหว่างไทยกับพม่า ปกติแล้วในช่วงนี้นิยมนั่งเรือหางยาวมากกว่าล่องแพ และจากจุดนี้ผู้ที่นิยมล่องไพรด้วยการนั่งช้าง ก็สามารถทำได้เช่นกัน การล่องเรือในช่วงนี้เป็นที่นิยมกันมากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ เนื่องจากทิวทัศน์แม่น้ำมีความสวยงามและระดับน้ำลดหลั่นกันตลอดทาง ใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมง สอบถามรายชื่อบริษัททัวร์ในแม่ฮ่องสอนได้ที่  ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน โทร. 0 5361 2982, 0 5361 2983  

อ่านต่อ

รายละเอียด

2 นาที ( ระยะทางประมาณ 0.63 กิโลเมตร)

ปั่นจักรยานชมเมืองปาย

ปั่นจักรยานชมเมืองปาย เส้นทางปั่นจักรยานสายเชียงใหม่-แม่มาลัย-ปาย เป็นเส้นทางที่ท้าทายนักปั่นเสือภูเขา เส้นทางนี้คดเคี้ยว เลาะเลี้ยวไปตามหุบเขา สองข้างทางรายล้อมไปด้วยพืชพรรณไม้และป่าเขาลำเนาไพร บริเวณเขตติดต่อระหว่างอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีทิวทัศน์สวยงามของทะเลหมอกในยามเช้าที่ห้วยน้ำดัง นักท่องเที่ยวสามารถเช่าจักรยานได้ที่อำเภอปาย ซึ่งมีให้บริการอยู่หลายร้าน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม นั่งช้างชมไพร ในอำเภอปายซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ความเพลิดเพลินในการชมธรรมชาติ อีกอย่างหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อบริการนั่งช้างได้ที่ ปางช้างบ้านท่าปาย ใกล้กับท่าปาย สปา แคมปิง บนเส้นทางไปน้ำพุร้อนท่าปาย  ค่าบริการนั่งช้าง 500 บาท/ ชั่วโมง นั่งได้สองคนต่อช้าง 1 เชือก

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 3 : ตาก

สะพานมิตรภาพไทย-พม่า

สะพานที่เป็นดั่งประตูเชื่อมอันดามันสู่อินโดจีนแห่งนี้ เป็นสะพานซึ่งมีความยาว 420 เมตร กว้าง 13 เมตร สร้างขึ้นเพื่อข้ามแม่น้ำเมย ระหว่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กับเมืองเมียวดี สหภาพพม่า และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางถนนสายเอเชียจากประเทศไทยสู่สหภาพเมียนมาร์ ตลอดจนภูมิภาคเอเชียใต้ ถึงตะวันออกกลางและยุโรป    **หากต้องการผ่านแดน - สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย และผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอแม่สอด สามารถเดินทางหรือนำรถยนต์ข้ามไปได้ โดยทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวได้ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด เสียค่าธรรมเนียมทั้งในฝั่งประเทศไทย และฝั่งประเทศพม่า และเสียค่าประกันภัยรถยนต์ตามที่กำหนด สอบถามข้อมูลก่อนเดินทางได้ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภอแม่สอด โทร. +66 5556 3002, +66 5556 300 ทั้งนี้ ควรสอบถามรายละเอียดที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภอแม่สอดก่อนเดินทาง เนื่องจากระเบียบอาจมีการเปลี่ยนแปลง - สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องนำหนังสือเดินทาง มาแสดงที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทยเพื่อประทับตราผ่านแดนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับฝั่งสหภาพพม่าเสียค่าธรรมเนียมที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองพม่า คนละ 10 ดอลล่าร์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลง) เพื่อท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ ได้ตั้งแต่เวลา 05.30-20.30 น. และจากด่านตรวจคนเข้าเมืองนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สามารถเดินทางเข้าไปได้ไม่เกิน 2 กิโลเมตร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด โทร. +66 5556 3000, +66 5556 3002  

อ่านต่อ

รายละเอียด

14 ชั่วโมง 42 นาที ( ระยะทางประมาณ 213.11 กิโลเมตร)

น้ำตกทีลอซู (ปิดชั่วคราว 23 ก.ค. 61 เป็นต้นไป)

น้ำตกทีลอซู (Thi Lor Su Waterfall) เป็นน้ำตกที่สวยงามมาก จนได้รับการยกย่องว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุด (Waterfalls in Thailand) ของประเทศไทย น้ำตกทีลอซูเป็นน้ำตกหินปูนที่มีความสูงถึง 300 เมตร และกว้างราว 500 เมตร ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก สายน้ำตกนั้นเกิดจากลำน้ำห้วยกล้อท้อที่ไหลผ่านหน้าผาสูงชันลดหลั่นเป็นชั้นๆ เกิดเสียงดังกึกก้องท่ามกลางป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์   สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (Thi Lor Su travel) น้ำตกทีลอจ่อ เป็นน้ำตกหินปูนที่ไหลจากลำธารลงสู่แม่น้ำ น้ำตกสายรุ้ง ต้องล่องเรือเพื่อไปชมเท่านั้น หากช่วงเวลาเหมาะสม นักท่องเที่ยวจะเห็นรุ้งกินน้ำซึ่งเกิดจากแสงที่ตกกระทบกับละลองน้ำของสายน้ำตก น้ำตกพาเจริญ เป็นน้ำตกที่มีจำนวนชั้นมากถึง 97 ชั้น  น้ำตกทีลอเล  ตั้งอยู่ในเขตผืนป่าตอนบนของลำน้ำแม่กลอง บริเวณรอยต่อระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ดอยหัวหมด  เป็นจุดชมวิวทะเลหมอก ถ้ำตะโค๊ะบิ  เป็นถ้ำขนาดใหญ่   กิจกรรมท่องเที่ยว ล่องเรือยางชมน้ำตก สมัยก่อนเป็นการล่องแพ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเรือยางแทน ชมถ้ำ ชมทะเลหมอก   **ข้อแนะนำ ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่น้ำตกสวยงามที่สุด แต่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางจะปิดเส้นทางเดินรถยนต์ เนื่องจากการสัญจรลำบาก และยังเป็นการพักฟื้นผืนป่าให้สัตว์ออกหากินและขยายพันธุ์โดยไม่ถูกรบกวน หากมีความประสงค์จะไปน้ำตกทีลอซูในช่วงนี้ ควรติดต่อบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่ เพราะมีเพียง 2 เส้นทางสำหรับการเข้าไปเท่านั้น -ล่องเรือยางจากท่าทราย อำเภออุ้มผาง ไปตามลำน้ำแม่กลองใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง และเดินเท้าต่อไปยังน้ำตกทีลอซู ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง -เดินเท้าตามเส้นทางรถจากหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยหนองหลวงถึงน้ำตกทีลอซู ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง และการเดินทางเข้าไปในช่วงนี้ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุ้มผางก่อนทุกครั้ง   ข้อมูลการเดินทาง โดยรถยนต์ เส้นทางรถยนต์นั้นให้ใช้เส้นทาง อุ้มผาง-แม่กลองใหม่ แม่จัน ถึงกม.ที่ 20 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์ อุ้มผางอีกประมาณ 26 กม. ทางช่วงนี้เป็นทางลำลอง จะต้องใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เท่านั้น และในฤดูฝนรถอาจเข้าไม่ได้ หรืออาจติดต่อ บริษัททัวร์ในการจัดล่องแพใน อ.อุ้มผาง ซึ่งมักจะรวมโปรแกรมเที่ยวน้ำตกทีลอซูอยู่ด้วย ***ปิด 23 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 4 : สุโขทัย

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

สำหรับคนรักประวัติศาสตร์ ที่นี่ล่ะใช่เลย!  เพราะคุณจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ในบทหนึ่งแห่งสมัยสุโขทัยที่คนไทยภาคภูมิ ที่นี่ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศรีสัชนาลัย ตำบลสารจิตร ตำบลหนองอ้อ และตำบลท่าชัย สำหรับเมืองโบราณศรีสัชนาลัยนั้น อยู่ในเขตหมู่บ้านพระปรางค์ ตำบลศรีสัชนาลัย เดิมชื่อว่า “เมืองเชลียง” แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “ศรีสัชนาลัย” ในสมัยกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงขึ้นครองกรุงสุโขทัย และได้สร้างเมืองขึ้นใหม่เป็นศูนย์กลางการปกครองแทนเมืองเชลียง ภายในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ น่าตื่นตาด้วยโบราณสถานและโบราณวัตถุทั้งหมด 215 แห่ง และสำรวจค้นพบแล้ว 204 แห่ง แต่ละแห่งล้วนจุคุณค่าแห่งอดีตกาลที่น่าเรียนรู้ น่าชม · วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง หรือเรียกอีกชื่อว่าวัดพระปรางค์  ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองเก่าศรีสัชนาลัยลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในเต็มไปด้วยโบราณสถานสำคัญมากมาย ได้แก่ ปรางค์ประธาน ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา ทั้งบริเวณเรือนธาตุด้านหน้ามีบันไดขึ้นองค์ปรางค์สู่ซุ้มโถง สังเกตว่า ภายในพบรอยจิตรกรรมฝาผนัง แต่ค่อนข้างลบเลือนไปมาก ส่วนด้านหน้ามีวิหารประดิษฐาน พระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัย ทางขวามีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลางดงาม ทางด้าน กำแพงวัดเป็นศิลาและแท่นกลมขนาดใหญ่ เรียงชิดติดกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 60 เมตร ยาว 90 เมตร เหนือซุ้มประตูทำเป็นรูป คล้ายหลังคายอด และเหนือซุ้มขึ้นไปเป็น ปูนปั้นรูปพระพักตร์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร · พระธาตุมุเตา อยู่ด้านหลังปรางค์ประธานนอกกำแพงแก้ว มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงมอญ โดยในการขุดแต่งเมื่อ พ.ศ. 2535 ได้พบทองจังโกประดับส่วนยอดของเจดีย์ ทางด้านหลังมีมณฑปพระอัฎฐารศที่น่าจะเป็นมณฑปพระสี่อิริยาบถ ต่อมาได้ซ่อมแซมดัดแปลงใหม่อีกครั้ง ภายในซุ้มคูหามีพระพุทธรูปยืน เดิมมณฑปมุงหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผา นอกจากนี้ยังมีวิหารพระสองพี่น้อง อยู่ทางซ้ายมณฑปพระอัฏฐารศ ก่อด้วยศิลาแลง มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย 2 องค์ อยู่บนแท่นพระ ทางขวาของพระวิหารพบฐานรอยพระพุทธบาท โบสถ์  ตั้งอยู่ด้านหน้า ปัจจุบันได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ขึ้นใหม่ทั้งหลังโดยสร้างทับโบสถ์เดิม · กุฏิพระร่วงพระลือ  หรือ ศาลพระร่วงพระลือ มีลักษณะเป็นมณฑปที่มีฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง หลังคาทรงมณฑปก่ออิฐซ้อนกัน 4 ชั้น ภายในประดิษฐานรูปหล่อพระร่วงพระลือ (จำลอง) · วัดเขาพนมเพลิง  ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมเพลิงภายในกำแพงเมือง โดดเด่นด้วยเจดีย์ประธานทรงกลมและมณฑปที่ก่อด้วยศิลาแลง ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสยกพื้นสูง หลังคาโค้งแหลม มีบันไดทางขึ้นสู่มณฑปที่ชาวบ้านเรียกว่า ศาลเจ้าแม่ละอองสำลี  โดยสามารถขึ้นวัดได้ 2 ทาง ได้แก่ ทางด้านหน้าวัดแก่งหลวง และด้านข้างวัด ซึ่งทางขึ้นเป็นบันไดศิลาแลง · วัดเขาสุวรรณคีรี  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกถัดจากเขาพนมเพลิงไปประมาณ 200 เมตร ที่นี่มีกลุ่มโบราณสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์ประธานทรงกลมขนาดใหญ่ ก่อด้วยศิลาแลง ฐานเขียงใหญ่ 5 ชั้น ใช้เป็นลานประทักษิณ มีซุ้มพระทั้ง 4 ด้าน ตรงก้านฉัตรมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลาในท่าเดินจงกรมรอบก้านฉัตรเช่นเดียวกับวัดช้างล้อม ด้านหลังเจดีย์ประธาน มีเจดีย์ทรงกลมล้อมรอบด้วยแนวกำแพงศิลาแลง · วัดช้างล้อม  อยู่ภายในกำแพงเมืองศรีสัชนาลัย บนที่ราบเชิงเขาด้านทิศใต้ของเขาพนมเพลิง มีโบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานทรงลังกา ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ภายในกำแพงแก้วสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ฐานเจดีย์มีช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนังเจดีย์อยู่โดยรอบ จำนวน 39 เชือก และช้างที่อยู่ตามมุมเจดีย์ทั้ง 4 ทิศ ตกแต่งเป็นช้างทรงเครื่อง มีลวดลายปูนปั้นประดับที่คอ ต้นขา และข้อเท้า ทางด้านหน้าเจดีย์ประธาน มีบันไดขึ้นสู่ลานประทักษิณ เหนือฐานประทักษิณมีซุ้มพระพุทธรูปปางมารวิชัย ผนังซุ้มมีประติมากรรมรูปต้นโพธิ์อยู่เบื้องหลังพระพุทธรูป แต่พระพุทธรูปได้ถูกทำลายไป คงเหลือเพียงองค์เดียวทางด้านทิศเหนือเท่านั้น บริเวณองค์ระฆังขึ้นไปเป็นบัลลังก์ ก้านฉัตร ประดับด้วยรูปพระสาวกปูนปั้นลีลานูนต่ำจำนวน 17 องค์ มีวิหารอยู่ด้านหน้าเจดีย์ประธาน นอกจากนั้นเป็นวิหารขนาดเล็กๆ 2 หลัง และเจดีย์ราย 2 องค์ ทั้งนี้ วัดช้างล้อม ที่เมืองศรีสัชนาลัย ตัวช้างจะมีลักษณะที่เด่นกว่าช้างปูนปั้นที่วัดอื่นๆ กล่าวคือ ยืนเต็มตัวแยก ออกจากผนัง มีขนาดสูงใหญ่กว่าช้างจริง และด้านหน้ามีพุ่มดอกบัวปูนปั้นประดับไว้ · วัดเจดีย์เจ็ดแถว  ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดช้างล้อม จุดเด่นของวัดนี้คือเจดีย์แบบต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย และเป็นศิลปะแบบสุโขทัยและศิลปะศรีวิชัยผสมสุโขทัยโดยแท้ นับว่ามีความสวยงามมากกว่า วัดอื่นในสุโขทัยเลยทีเดียว โดยโบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานรูปดอกบัวตูม อยู่ด้านหลังพระวิหาร และเจดีย์รายรวมทั้งอาคารขนาดเล็กแบบต่างๆ จำนวน 33 องค์ มีกำแพงแก้วล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง นอกกำแพงมีโบสถ์ และบ่อน้ำ เจดีย์รายที่วัดเจดีย์เจ็ดแถวแห่งนี้ได้รับอิทธิพลศิลปะจากที่ต่างๆ หลายแห่ง เช่น ลังกา และพุกาม ด้านหลังเจดีย์ประธานมีเจดีย์รายที่มีลักษณะเด่น คือ ฐานเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมจัตุรัส ยอดเป็นทรงกลม ภายในเจดีย์มีซุ้มโถง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปูนปั้น มีภาพจิตรกรรมเป็นภาพอดีตพระพุทธเจ้า เหล่าเทวดา และกษัตริย์ ส่วนซุ้มจระนำด้านหลังของเรือนธาตุทำเป็นพระพุทธรูปนาคปรก ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า วัดเจดีย์เจ็ดแถวเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิของพระราชวงศ์สุโขทัย ·       วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่  ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดเจดีย์เจ็ดแถวนัก มีโบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานทรงกลม ก่อด้วยศิลาแลง องค์ระฆังได้พังทลายลง ด้านหน้ามีบันไดขึ้นไปจากมุขหลังของวิหารถึงเรือนธาตุเพื่อสักการะพระพุทธรูป เจดีย์ประธานมีวิหาร และมุขด้านหน้า ส่วนด้านหลัง มีบันไดขึ้น 5 ทาง เสาวิหาร และกำแพงวัดก่อด้วยศิลาแลง · วัดสวนแก้วอุทยานน้อย หรือ วัดสระแก้ว อยู่ห่างจากวัดช้างล้อม 200 เมตร กลุ่มโบราณสถานมีกำแพงแก้วล้อมรอบ มีประตูทางเข้าด้านหน้า และด้านหลังวัด มีโบราณสถานประกอบด้วย เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงดอกบัวตูมล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว วิหารมีซุ้มพระตั้งอยู่ด้านหลังลักษณะเป็นมณฑป หลังคามณฑปเป็นรูปโค้งแหลม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย · วัดนางพญา  ตั้งอยู่แนวเดียวกับวัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ เป็นวัดที่มีลวดลายปูนปั้นงดงามมาก โดยปรากฏอยู่บนซากผนังวิหารด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นวิหารขนาดเจ็ดห้อง เสาวิหารทุกด้านมีเทพนมและลวดลายต่างๆ ทำด้วยสังคโลกไม่เคลือบ เจดีย์ประธานของวัดเป็นเจดีย์ทรงกลมตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ ซุ้มด้านหน้ามีบันไดทางขึ้นจนถึงโถงเจดีย์ ตรงกลางโถงมีแกนเจดีย์ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น วิหารก่อด้วยศิลาแลงมีมุขหน้าและมุขหลัง ผนังวิหารเจาะช่องแสง ผนังด้านใต้มีลวดลายปูนปั้น ลักษณะเด่นก็คือ ลวดลายปูนปั้นทำเป็นกึ่งมนุษย์กึ่งวานรกำลังวิ่ง ทว่าถูกทำลายไปบางส่วน นอกจากนั้นยังมีลวดลายพรรณพฤกษาและรูปเทพพนมที่เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น · วัดชมชื่น  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยม ห่างจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุมาทางทิศตะวันออกประมาณ 400 เมตร โบราณสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์ประธานทรงกลมก่อด้วยศิลาแลง วิหารอยู่ด้านหน้า เจดีย์ประธานก่อด้วยศิลาแลงขนาด 6 ห้อง มีมุขยื่นออกมาด้านหน้า ด้านหลังพระวิหาร เชื่อมต่อกับมณฑป คล้ายเป็นห้องทึบอยู่ท้ายวิหาร หลังคาใช้ศิลาแลงก่อ ให้เหลื่อมเข้าหากันเป็นรูปจั่วแหลม ด้านหน้าทั้งสองข้างมณฑปทำเป็นซุ้มจระนำ 2 ซุ้ม ด้านหลังมีซุ้มจระนำ เดิมประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรก แต่ปัจจุบันได้สูญหายไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีลวดลายปูนปั้นที่หน้าบันด้านหลังมณฑป จากการขุดค้นบริเวณด้านหน้า พระวิหารพบหลักฐานโครงกระดูกมนุษย์จำนวน 15 โครง ในระดับความลึก 7-8 เมตร อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 9 ถึงสมัยทวารวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-16 และได้พบกลุ่มโบราณสถานก่อด้วยอิฐขนาดใหญ่ และพบเครื่องถ้วยเชลียงจำนวนมาก ประมาณพุทธศตวรรษที่ 17 จนถึงสมัยสุโขทัย   ที่ตั้ง : ห่างจากตัวอำเภอศรีสัชนาลัยลงมาทางอำเภอสวรรคโลก 11 กิโลเมตร หรือห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 550 กิโลเมตร อุทยานฯ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท ในกรณีที่นำยานพาหนะเข้าภายในเขตอุทยานฯ ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกด้วย  และ มีบริการรถรางนำชมโบราณสถานทั่วบริเวณ ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท หากนักท่องเที่ยวต้องการขอวิทยากรนำชม ติดต่อได้ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 64130 โทร. 0 5567 9211

อ่านต่อ

รายละเอียด

2 ชั่วโมง 14 นาที ( ระยะทางประมาณ 62.15 กิโลเมตร)

วัดมหาธาตุ (อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย)

วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่กลางเมือง เป็นวัดที่มีความสำคัญของกรุงสุโขทัย มีพระเจดีย์มหาธาตุทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือทรงดอกบัวตูม ศิลปะแบบสุโขทัยแท้ เป็นเจดีย์ประธาน รายรอบด้วยเจดีย์ 8 องค์บนฐานเดียวกัน กล่าวคือ ปรางค์ศิลาแลงตั้งอยู่ที่ทิศทั้ง 4 และเจดีย์ทรงปราสาทก่อด้วยอิฐซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากล้านนา จากการสำรวจพบว่า บริเวณวัดมหาธาตุมีเจดีย์แบบต่างๆ มากถึง 200 องค์ วิหาร 10 แห่ง ซุ้มพระ (มณฑป) 8 ซุ้ม พระอุโบสถ 1 แห่ง ตระพัง 4 แห่ง ด้านตะวันออกบนเจดีย์ประธาน มีวิหารขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง มีแท่นซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย คือ พระศรีศากยมุนี ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในโบสถ์วัดสุทัศน์เทพวรารามฯ กรุงเทพฯ ด้านเหนือและด้านใต้ของเจดีย์มหาธาตุมีพระพุทธรูปยืนภายในซุ้ม เรียกว่า “พระอัฎฐารส”

อ่านต่อ

รายละเอียด

3 ชั่วโมง 52 นาที ( ระยะทางประมาณ 61.80 กิโลเมตร)

วัดเจดีย์เจ็ดแถว (อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย)

วัดเจดีย์เจ็ดแถว  ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดช้างล้อม จุดเด่นของวัดนี้คือเจดีย์แบบต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย และเป็นศิลปะแบบสุโขทัยและศิลปะศรีวิชัยผสมสุโขทัยโดยแท้ นับว่ามีความสวยงามมากกว่า วัดอื่นในสุโขทัยเลยทีเดียว โดยโบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานรูปดอกบัวตูม อยู่ด้านหลังพระวิหาร และเจดีย์รายรวมทั้งอาคารขนาดเล็กแบบต่างๆ จำนวน 33 องค์ มีกำแพงแก้วล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง นอกกำแพงมีโบสถ์ และบ่อน้ำ เจดีย์รายที่วัดเจดีย์เจ็ดแถวแห่งนี้ได้รับอิทธิพลศิลปะจากที่ต่างๆ หลายแห่ง เช่น ลังกา และพุกาม ด้านหลังเจดีย์ประธานมีเจดีย์รายที่มีลักษณะเด่น คือ ฐานเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมจัตุรัส ยอดเป็นทรงกลม ภายในเจดีย์มีซุ้มโถง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปูนปั้น มีภาพจิตรกรรมเป็นภาพอดีตพระพุทธเจ้า เหล่าเทวดา และกษัตริย์ ส่วนซุ้มจระนำด้านหลังของเรือนธาตุทำเป็นพระพุทธรูปนาคปรก ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐาน ว่า วัดเจดีย์เจ็ดแถวเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิของพระราชวงศ์สุโขทัย

อ่านต่อ

รายละเอียด

2 นาที ( ระยะทางประมาณ 0.50 กิโลเมตร)

วัดนางพญา (อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย)

วัดนางพญา  ตั้งอยู่แนวเดียวกับวัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ เป็นวัดที่มีลวดลายปูนปั้นงดงามมาก โดยปรากฏอยู่บนซากผนังวิหารด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นวิหารขนาดเจ็ดห้อง เสาวิหารทุกด้านมีเทพนมและลวดลายต่างๆ ทำด้วยสังคโลกไม่เคลือบ เจดีย์ประธานของวัดเป็นเจดีย์ทรงกลมตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ ซุ้มด้านหน้ามีบันไดทางขึ้นจนถึงโถงเจดีย์ ตรงกลางโถงมีแกนเจดีย์ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น วิหารก่อด้วยศิลาแลงมีมุขหน้าและมุขหลัง ผนังวิหารเจาะช่องแสง ผนังด้านใต้มีลวดลายปูนปั้น ลักษณะเด่นก็คือ ลวดลายปูนปั้นทำเป็นกึ่งมนุษย์กึ่งวานรกำลังวิ่ง ทว่าถูกทำลายไปบางส่วน นอกจากนั้นยังมีลวดลายพรรณพฤกษาและรูปเทพพนมที่เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น

อ่านต่อ

รายละเอียด

4 นาที ( ระยะทางประมาณ 1.38 กิโลเมตร)

วัดเขาสุวรรณคีรี (อยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย)

วัดเขาสุวรรณคีรี  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกถัดจากเขาพนมเพลิงไปประมาณ 200 เมตร ที่นี่มีกลุ่มโบราณสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์ประธานทรงกลมขนาดใหญ่ ก่อด้วยศิลาแลง มีความสมบูรณ์ค่อนข้างมาก ฐานเขียงใหญ่ 5 ชั้น ใช้เป็นลานประทักษิณ มีซุ้มพระทั้ง 4 ด้าน ตรงก้านฉัตรมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลาในท่าเดินจงกรมรอบก้านฉัตรเช่นเดียวกับวัดช้างล้อม ด้านหน้าเจดีย์มีวิหารและเจดีย์รายก่อด้วยศิลาแลง ด้านหลังเจดีย์ประธาน มีเจดีย์ทรงกลมล้อมรอบด้วยแนวกำแพงศิลาแลง ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแนวกำแพง มีปูนปั้นรูปยักษ์ขนาดใหญ่และสัตว์ต่างๆ

อ่านต่อ

รายละเอียด