วางแผนเที่ยว
วางแผนเที่ยว

5วัน 4คืน : เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์

ตารางท่องเที่ยว :
เพชรบูรณ์ 2 วัน , พิษณุโลก 2 วัน , อุตรดิตถ์ 1 วัน
ช่วงเวลา :
5 วัน 4 คืน
หมวดหมู่ :
กิจกรรม และ เทศกาลต่างๆ, ธรรมชาติ, ชายหาดและเกาะต่างๆ, กิจกรรมผจญภัย, บริการทางการแพทย์, สปา, แต่งงาน, ฮันนีมูน,
  • วันที่ 1
    ก.ย. 20
  • วันที่ 2
    ก.ย. 21
  • วันที่ 3
    ก.ย. 22
  • วันที่ 4
    ก.ย. 23
  • วันที่ 5
    ก.ย. 24
วันที่ 1 : เพชรบูรณ์

เขาค้อ

          หากใครมาเที่ยวเพชรบูรณ์ แล้วไม่ได้ขึ้นมาถึงเขาค้อ ถือว่ายังมาไม่ถึงอย่างแท้จริง เขาค้อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อันเป็นไฮไลต์ของจังหวัด ที่นี่เป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ มีจุดท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยทิวทัศน์ที่สวยงาม ทั้งน้ำตก ถ้ำ เกาะ แก่ง หน้าผา จุดชมวิว ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ เช่น อนุสาวรีย์จีนฮ่อ พิพิธภัณฑ์อาวุธ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ นอกจากนี้ยังมีพระบรมธาตุเจดีย์ และพระตำหนักเขาค้อ สถานที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เขาค้อได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 125 ของประเทศไทย มีเนื้อที่กว้างใหญ่ขนาด 301,698 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ป่า 4 ท้องที่ คือ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ และอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่ป่าเดิมถูกปกคลุมด้วยต้นค้อ ซึ่งเป็นไม้ตระกูลปาล์มขึ้นอยู่มาก อากาศเย็นสบายตลอดปี และเย็นจัดช่วงฤดูหนาว จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์   สิ่งอำนวยความสะดวก           ที่พักบนเขาค้อมีให้เลือกหลากหลาย ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณตำบลทุ่งสมอและแคมป์สน ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเขาค้อประมาณ 30 กิโลเมตร ที่พักที่ใกล้สุดได้แก่ บ้านพักทหารม้า กิโลเมตรที่ 28 ทางหลวงหมายเลข 2196 กองพลทหารม้าที่ 28 และเรือนพักผู้ติดตามอยู่ใกล้กับพระตำหนักเขาค้อและเขาย่า อุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ ราคา  1,200 - 2,500 บาท นอกจากนี้ยังมีรีสอร์ตต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางขึ้นเขาค้ออีกหลายแห่ง    ที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์    การเดินทาง : มีหลายวิธี           • รถยนต์ จากเพชรบูรณ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 สายเพชรบูรณ์-หล่มสัก ถึงสามแยกนางั่วประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 อีก 30 กิโลเมตร จากทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก-หล่มสัก บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 100 บ้านแคมป์สน เลี้ยวเข้าเขาค้อตามทางหลวงหมายเลข 2196 อีก 33 กิโลเมตร ข้อควรระวังไม่ควรใช้รถบัสขนาดใหญ่ เพราะมีทางโค้งมาก ถนนค่อนข้างแคบและลาดชัน ควรใช้รถปิคอัพหรือรถตู้สภาพดี            • รถโดยสารประจำทาง ติดต่อรถสองแถวขึ้นเขาค้อได้ที่ บริษัท เขาค้อเดินรถ จำกัด โทรศัพท์ 08 1886 1811 ราคาเช่าเหมา 1,000-1,500 บาท คิวรถอยู่ที่บริเวณแคมป์สน กิโลเมตรที่ 100 และที่บ้านนางั่ว

อ่านต่อ

รายละเอียด

6 นาที ( ระยะทางประมาณ 4.30 กิโลเมตร)

พระตำหนักเขาค้อ

          คุ้มค่ากับการไปเยี่ยมชมพระตำหนักที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งเป็นที่ทรงงาน และแปรพระราชฐานมาประทับแรมในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรงานโครงการในพระราชดำริ และทรงตรวจเยี่ยมราษฎรอำเภอเขาค้อ และอำเภอใกล้เคียง ภายในพระตำหนักประกอบด้วยอาคารเชื่อมต่อกันเป็นรูปวงแหวน มีเรือนข้าราชบริพารเป็นส่วนเชื่อมต่อกับพระตำหนัก ตัวอาคารมีลักษณะโค้ง 2 ชั้น ชั้นบนมี 2 ห้องใหญ่ ซึ่งเป็นห้องบรรทมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ชั้นล่างประกอบด้วยห้องพระราชทานเลี้ยง ห้องครัว ห้องเสวย ห้องเข้าเฝ้า และห้องโถงใหญ่ ตลอดจนมีห้องบรรทมของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี รื่นรมย์ไปด้วยบรรยากาศสีเขียวขจีของสวนหย่อมและแปลงไม้ดอก ซึ่งมีลักษณะเป็นวงกลมบริเวณหน้าพระตำหนัก ตรงกลางเป็นที่ตั้งของเสาธงมหาราชสูง 60 เมตร สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสฉลองครบพระชนมายุครบรอบ 60 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใกล้ ๆ กับพระตำหนักมีบ้านพักทหารม้าสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างแรม และเป็นที่ตั้งของร้านค้าสวัสดิการ นอกจากนี้ เหนือพระตำหนักขึ้นไปสู่ยอดเขาย่า ซึ่งเป็นเขาที่สูงที่สุดในบริเวณเขาค้อ ด้วยระยะทางประมาณ 770 เมตร จะพบฐานปฏิบัติการทางทหาร ที่เดิมทีใช้ในการต่อสู้กับกลุ่มคอมมิวนิสต์ ด้านบนมีศาลาชมวิว "ศาลาพระเทพ" ซึ่งสามารถชมวิวได้แบบพาโนราม่า และครั้งหนึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เคยเสด็จขึ้นไป ณ ศาลาแห่งนี้

ที่ตั้ง : บนเขาย่า ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ

การเดินทาง : จากสี่แยกสะเดาพงษ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 2258 ทางไปหนองแม่นา ตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบสามแยกให้เลี้ยวซ้าย ไปประมาณ 1 กิโลเมตร เส้นทางชันมาก ควรขับรถอย่างระมัดระวัง

อ่านต่อ

รายละเอียด

13 นาที ( ระยะทางประมาณ 9.76 กิโลเมตร)

ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ) (ข้อมูลและวิดีโอท่องเที่ยว)

          หากมาเที่ยวถิ่นเขาค้อ อย่าพลาดแวะไปชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่บันทึกเรื่องราวในสมัยปี 2524 ไว้ด้วยหลักฐานแห่งชัยชนะ ณ ฐานอิทธิ หรือพิพิธภัณฑ์อาวุธ สถานที่แห่งนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่ในการสู้รบเพื่อชิงพื้นที่ของเขาค้อคืนจากคอมมิวนิสต์ภายใต้บัญชาการของพันเอก อิทธิ สิมารักษ์ ปัจจุบันฐานอิทธิจึงเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการสู้รบตั้งแสดงอยู่ภายนอกอาคาร เช่น เครื่องบินขับไล่ เอฟ 5 ปืนใหญ่ รถสายพานลำเลียงพล ซากรถถัง รถแทรกเตอร์ บังเกอร์สำหรับหลบภัย และอาวุธที่ใช้สู้รบกันบนเขาค้ออื่น ๆ ภายในอาคารมีห้องบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ของยุทธภูมิเลือดในการสู้รบให้แก่ผู้เข้าชมที่มาเป็นหมู่คณะ โดยมีเจ้าหน้าที่บรรยายสรุปและฉายวีดิทัศน์ นอกจากนี้ยังมีห้องจัดนิทรรศการที่จัดแสดงอุปกรณ์ เครื่องใช้ เสื้อผ้า อาวุธ ที่ยึดได้จากคอมมิวนิสต์อีกมากมาย ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บนเขาค้อ บริเวณฐานอิทธิ บ้านสิมารักษ์ หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งเสมอ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 10 บาท สำหรับการเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 2196 เส้นทางสู่อำเภอเขาค้อ เลยหลักกิโลเมตรที่ 28 ไปเล็กน้อย เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2323 ประมาณ 3 กิโลเมตร   

อ่านต่อ

รายละเอียด

43 นาที ( ระยะทางประมาณ 31.37 กิโลเมตร)

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว (ข้อมูลและวิดีโอท่องเที่ยว)

          อาณาจักรขนาดใหญ่ราว 91 ไร่แห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2547 เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” ที่มีบรรยากาศอันเงียบสงบ ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม ท่ามกลางภูเขาสูงใหญ่ลดหลั่นสลับกันโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม และบนยอดเขาสูงตระหง่านนั้น ยังมีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา อย่างไรก็ตาม มีเรื่องเล่าขานกันว่ามีชาวบ้านหลายคนเคยเห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้าและลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านจึงเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์ และเรียกตามกันมาว่า “ผาซ่อนแก้ว” ปัจจุบัน สถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้มีอาคารปฏิบัติและบรรยายธรรม อาคารที่พักผู้ปฏิบัติธรรม เพื่อรองรับผู้อบรมภาวนาในแนวสติปัฏฐาน 4 อีกทั้งยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีสถานที่สำคัญภายในวัด ได้แก่           • เจดีย์พระธาตุผาแก้ว บริเวณใต้ฐานพระเจดีย์ใช้เป็นที่เก็บรวบรวมหลักธรรมคำสอน ภาพปริศนาธรรม และเป็นที่เจริญสติภาวนาสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป           • ศาลาปฏิบัติธรรม (ศาลาพระหยกเขียว) เป็นศาลารูปทรงจัตุรัสโปร่ง รายรอบด้วยบานกระจกขนาดใหญ่ เพื่อให้สัมผัสกับธรรมชาติของขุนเขาอันเขียวชอุ่ม พร้อมทั้งมีสวนดอกไม้นานาพรรณโดยรอบ           • พระพุทธเลิศรัตนโชติมณี หรือ "พระหยกเขียว" เป็นพระพุทธรูปหยกปางมารวิชัย ซึ่งเป็นศิลปะสมัยเชียงแสน แกะสลักจากหยกเขียวทั้งก้อน พระเศียรบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ           • พระพุทธรัตนสัมฤทธิ์ผล หรือ "พระหยกขาว" เป็นพระพุทธรูปหยกปางขัดสมาธิเพชร สร้างตามรูปแบบศิลปะ คันธาระ พระเศียรบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ           • ลานโพธิ์ บริเวณลานโดยรอบมีต้นศรีมหาโพธิ์ปลูกไว้เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวศรัทธา เพราะถือเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาแด่พระพุทธองค์ และได้ทรงตรัสรู้ธรรมภายใต้ร่มโพธิ์ บริเวณแห่งนี้ยังใช้ทำพิธีเวียนเทียน และเดินจงกรมในการเจริญสติ           • พระบรมสารีริกธาตุ            • ลานพระสีวลี สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพุทธมหาสาวก "พระสีวลี"   ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ตำบลแคมป์สน ทางวัดจัดหลักสูตรปฏิบัติธรรมสำหรับผู้สนใจ โดยสามารถสมัครได้ทางเว็บไซต์ของวัดที่ www.phasornkaew.org

อ่านต่อ

รายละเอียด

33 นาที ( ระยะทางประมาณ 25.39 กิโลเมตร)

อนุสาวรีย์จีนฮ่อ

          เมื่อใดที่เกิดสงคราม เมื่อนั้นย่อมเกิดความสูญเสียตามมา และอนุสาวรีย์จีนฮ่อแห่งนี้ เปรียบเสมือนอนุสรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงชาวจีนฮ่อ หรือกองพล 93 (ก๊กมินตั๋ง) ซึ่งอาศัยอยู่บนดอยแม่สลอง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย แต่อาสาเข้าร่วมปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์บริเวณพื้นที่เขาค้ออย่างกล้าหาญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2527 และมีการสลักรายชื่อของทหารผู้เสียชีวิตจากการสู้รบทั้งหมดจำนวน 1,171 นาย เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจคนไทยทั้งชาติว่า "ยามใดที่คนไทยขัดแย้งกัน จะต้องมีการสูญเสียอย่างผู้กล้า 1,171 ชีวิต จารึกกับองค์อนุสรณ์ จงอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก" ที่ตั้ง : อยู่เลยจาก กม. ที่ 23 ของทางหลวงหมายเลข 2196 ไปเล็กน้อย หากมาจากสิมารักษ์จะอยู่ด้านขวามือ จาก สภอ. เขาค้อจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ สอบถามข้อมูลได้ที่ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก โทรศัพท์ 0 5525 2742-3, 0 5525 9907

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 2 : เพชรบูรณ์

ภูทับเบิก (ข้อมูลและวิดีโอท่องเที่ยว)

          หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับทะเลปานกลางประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ แวดล้อมไปด้วยทัศนียภาพแบบทะเลภูเขา และมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ทำให้เป็นดินแดนในฝันของนักเดินทางที่ต้องมาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต หากแวะมาเยือนช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม จะได้ยลโฉมดอกซากุระ หรือนางพญาเสือโคร่งสีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา จนกล่าวได้ว่าเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติก ทั้งกลางวันและกลางคืน ที่จะมองเห็นแสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนในอำเภอหล่มสักในเบื้องล่าง จนถูกเปรียบเปรยว่าเป็น “ดาวบนดิน” เลยทีเดียว สำหรับจุดชมวิวดูดาวบนดินนั้น สามารถมองดูดาวได้ครบทั้ง 4 กลุ่ม พร้อมลานกางเต็นท์นอนฟังเสียงธรรมชาติอย่างชิดใกล้อีกด้วย นอกจากนี้ ภูทับเบิกยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง และมีแปลงปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสถานีวิจัยเพชรบูรณ์ แปลงทดลองทับเบิก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นสถานีสาธิตปลูกพืชเกษตรเมืองหนาว มีวัดป่าภูทับเบิก ภายในมีพระมหาเจดีย์โพธิปักขิยธรรม เจดีย์เพชร 37 ยอด บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ธาตุ   สิ่งอำนวยความสะดวก           บริเวณหมู่บ้านทับเบิก มีบริการลานจอดรถ ห้องน้ำ ร้านอาหาร จุดกางเต็นท์ และบ้านพัก โดยรายละเอียดที่พักมีดังนี้            • บ้านพัก อบต. วังบาล 3 หลัง พักได้หลังละ 10 คน ราคา 800 บาท เต็นท์หลังละ 200 บาท โทรศัพท์ 0 5674 7532, 08 1042 8556           • บ้านพักบริเวณสถานีอนามัยทับเบิก หลังใหญ่พักได้ 10 คน ราคา 1,200 บาท เรือนแถว 8 ห้อง พักได้ห้องละ 5 คน ราคาห้องละ 700 บาท เต็นท์ 200 บาท โทรศัพท์ 08 90485412, 0 5672 8143            • บริเวณจุดชมวิวภูทับเบิกระหว่างทางเข้าหมู่บ้าน มีลานกางเต็นท์ ค่าเช่าเต็นท์หลังละ 400 บาท ค่ากางเต็นท์ 30 บาท มีร้านอาหาร และห้องน้ำ โทรศัพท์ 0 5681 0737, 08 9958 1491   ที่ตั้ง : ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ห่างจากอำเภอหล่มเก่า 40 กิโลเมตร ตามเส้นทางจากหล่มเก่าไปภูหินร่องกล้า สำหรับการเดินทางไปได้หลายเส้นทาง            • จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง           • จากอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ผ่านอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เลยที่ทำการอุทยานฯ มาประมาณ 24 กิโลเมตร จะถึงภูทับเบิก หากขับรถต่อไปจะมาบรรจบกับเส้นทางที่ลงไปยังอำเภอหล่มเก่า           • ใช้บริการรถยนต์รับ-ส่ง เส้นทางสถานีขนส่งหล่มสัก-ทับเบิก / นำเที่ยว 1,000 บาท/ คัน ติดต่อกลุ่มการท่องเที่ยวทับเบิก ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาเพชรบูรณ์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โทรศัพท์0 5681 0737    

อ่านต่อ

รายละเอียด

48 นาที ( ระยะทางประมาณ 29.91 กิโลเมตร)

ภูแผงม้า (ข้อมูลและวิดีโอท่องเที่ยว)

          อีกหนึ่งจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งหากใครมาเที่ยวภูทับเบิก จะต้องผ่านภูแผงม้าแห่งนี้อย่างแน่นอน ที่นี่ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้อย่างแจ่มชัด แวดล้อมไปด้วยวิวทิวทัศน์อันน่าประทับใจของทะเลหมอกยามเช้าในช่วงฤดูหนาว โดยการเดินทางจากจุดจอดรถสามารถเดินขึ้นภูแผงม้าด้วยระยะทาง 400 เมตร ที่ตั้ง : อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

สอบถามข้อมูลได้ที่ : อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โทรศัพท์ 085 051 8084, 081 596 5977, 055 356 607 หรือ www.dnp.go.th

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 3 : พิษณุโลก

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติที่วางตัวอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด ในอดีตนั้นเคยเป็นสมรภูมิรบอันยิ่งใหญ่ที่ถูกจารึก ไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ไทยอย่างไม่มีวันลืมเลือน แม้ควันไฟแห่งสงครามได้จางหายไป เหลือเพียงความสงบ ร่มรื่น และความสวยงามของธรรมชาติป่าเขา แต่พอเอ่ยถึงภูหินร่องกล้าขึ้นมาเมื่อไหร่ ภาพแห่งอดีตมักฉายซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า อุทยานฯ แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 191,875 ไร่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2527 โดยภูหินร่องกล้ามียอดเขาสูง 1,617 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่มาพร้อมกับทิวทัศน์สวยงาม ซึ่งปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขาที่มีสนสองใบและสนสามใบขึ้นปะปนกัน นอกจากนี้ยังพบกล้วยไม้ดอกไม้ป่าหลายชนิดขึ้นอยู่ตามลานหิน   อดีตที่ไม่มีวันลืม ครั้งหนึ่งในอดีต ภูหินร่องกล้าเคยเป็นศูนย์กลางที่ตั้งฐานที่มั่นการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ ซึ่งเป็นศูนย์กลางแพร่กระจายลัทธิคอมมิวนิสต์ไปสู่เขาค้อ ภูขัด และภูเมี่ยง จนก่อเกิดปัญหาความมั่นคงทางการเมือง ครั้นเมื่อเหตุการณ์สงบลงในปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2525 ได้มีการตัดเส้นทางผ่านใจกลางภูหินร่องกล้าและจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติขึ้น จนกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของภาคเหนือตอนล่างในปัจจุบัน    ไฮไลท์ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า • พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวการใช้ชีวิต และการสู้รบของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้อาวุธต่าง ๆ • ทางเดินโลกที่สาม เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติผ่านภูมิทัศน์สวยงาม ตลอดจนสถานที่สำคัญของ พคท. ได้แก่ สำนักอำนาจรัฐ เป็นสถานที่ดำเนินการทางการปกครองพิจารณาลงโทษผู้กระทำผิด คุกสำหรับคุมขัง สถานที่ทอผ้าและโรงซ่อมเครื่องจักรกล ที่หลบภัยทางอากาศซึ่งเป็นโพรงถ้ำกว้างขวางจุคนได้กว่า 200 คน • ผาชูธง เป็นจุดที่คอมมิวนิสต์ชักธงแดงทุกครั้งที่รบชนะ  • ลานหินปุ่ม ลานหินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพราะเต็มไปด้วยหินปุ่มตะป่ำเป็นบริเวณกว้างดูแปลกตา ที่นี่เกิดจากการสึกกร่อนของหินโดยธรรมชาติ  • โรงเรียนการเมือง การทหาร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 6 กิโลเมตร เคยใช้เป็นสถานที่ให้การศึกษาตามแนวทางของลัทธิคอมมิวนิสต์ มีบ้านพักฝ่ายพลเรือน ฝ่ายพลาธิการ และสถานพยาบาล กระจายตัวอยู่ใต้ร่มไม้แน่นทึบ ประมาณ 30 หลัง ในบริเวณใกล้เคียงยังมีสุสานทหาร และกังหันน้ำสำหรับสีข้าว • น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร ห่างจากโรงเรียนการเมืองประมาณ 600 เมตร มีทางแยกเดินลงน้ำตกร่มเกล้าก่อน จากนั้นเดินลงไปประมาณ 200 เมตร จะพบกับน้ำตกภราดรที่เกิดจากลำธารเดียวกัน • ลานหินแตก เป็นลานหินกว้างมีรอยแตกคล้ายแผ่นดินแยก ซึ่งตามซอกหินพบไม้ประเภทมอสส์ ไลเคน เฟิร์น และกล้วยไม้จำนวนมาก • น้ำตกศรีพัชรินทร์ ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารจากค่ายศรีพัชรินทร์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นทหารหน่วยแรกที่ขึ้นมาบนภูหินร่องกล้า น้ำตกสายนี้มีความสูงประมาณ 20 เมตร และมีแอ่งใหญ่ที่เหมาะสำหรับเล่นน้ำ • น้ำตกหมันแดง เป็นน้ำตกที่มีชั้นต่างๆ รวม 32 ชั้นอันเกิดจากห้วยน้ำหมันซึ่งมีน้ำไหลตลอดปี ที่นี่อยู่บนเส้นทางสายภูหินร่องกล้า-หล่มเก่า กม. 18 มีทางเดินเท้าเข้าสู่น้ำตกอีก 3.5 กิโลเมตร    bodydiv Maximum 10,000 charaters with space อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัดคือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย  ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ในอุทยานฯ มีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งแบบเต็นท์และบ้านพัก ติดต่ออุยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โทร. 0 5523 3527 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติฯโทร. 0 2562 0760 www.dnp.go.th หรือเว็บไซต์ www.phuhinrongkla.in.th อุทยานแห่งชาติ มีบ้านพักและสถานที่กางเต้นท์ไว้บริการ ราคา 800 - 3,000     Blog ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ร้านอาหาร & Cafe เก๋ๆ แนวๆ ในพิษณุโลก ตะลุยชิมแหล่งรวมร้านอาหารเก่าแก่ย่านหอนาฬิกา เมืองพิษณุโลก แหล่งท่องเที่ยวสุดฟิน ถ่ายรูปสวยในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า วัดโบราณเมืองสองแคว

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 4 : พิษณุโลก

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

ถ้าการเดินเท้าขึ้นภูกระดึงคือปฐมบทของการเดินป่าแล้วล่ะก็ การเดินขึ้นภูสอยดาวก็คือบทเรียนอีกขั้นที่นักเดินป่า ต้องเสาะหาเวลาเพื่อไปพิชิตยอดภูให้จงได้ อุทยานฯ แห่งนี้คลุมพื้นที่ในเขตอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก และ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงตามแนวชายแดนไทย - ลาว และบริเวณที่สูงที่สุดคือ ยอดภูสอยดาวที่สูงถึง 2,102 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง อีกทั้งยังมีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี สภาพป่าส่วนใหญ่ยังอุดมสมบูรณ์ และมีแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ ให้เยี่ยมชมมากมาย อาทิเช่น ป่าสนสามใบ ทุ่งดอกไม้ หน้าผาจุดชมวิว น้ำตกสายทิพย์ น้ำตกภูสอยดาว ที่นี่เหมาะที่จะการมาเที่ยวชมในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน เพราะนอกจากจะได้อิ่มเอมใจกับทะเลหมอกแล้ว ยังจะพบดอกหงอนนาคที่ขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปแต่งแต้มระบายยอดภูให้ดูสวยงามกว่าฤดูอื่น การเดินทางขึ้นภูสอยดาวนั้น คิดเป็นระยะทางเดินทางจากเชิงเขารวมทั้งสิ้น 6.5 กิโลเมตร บางช่วงเป็นเส้นทางชัน และจะใช้เวลาประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง บนยอดภูมีลานกางเต็นท์ และห้องสุขาไว้บริการ  ค่าเข้าชม คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท /ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท   - อุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ ราคา 600 - 1,800 บาท   Blog ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ร้านอาหาร & Cafe เก๋ๆ แนวๆ ในพิษณุโลก ตะลุยชิมแหล่งรวมร้านอาหารเก่าแก่ย่านหอนาฬิกา เมืองพิษณุโลก แหล่งท่องเที่ยวสุดฟิน ถ่ายรูปสวยในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า วัดโบราณเมืองสองแคว

อ่านต่อ

รายละเอียด

1 ชั่วโมง 59 นาที ( ระยะทางประมาณ 65.41 กิโลเมตร)

อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ

มีชื่อเรียกตามชาวบ้านว่า น้ำตกปากรอง ตั้งอยู่ที่บ้านปากรอง ตำบลชาติตระการ อำเภอชาติตระการ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 145 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมากในจังหวัดพิษณุโลก มีถึง 7 ชั้นแต่ละชั้นมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ในบริเวณอุทยานแห่งชาติชาติตระการยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆได้แก่ -ผาแดง หน้าผาที่มีลักษณะชันมีหินทรายสีแดง เส้นทางนี้ต้องใช้เจ้าหน้าที่นำทาง -น้ำตกนาจาน มีทั้งหมด 7 ชั้น แต่หินค่อนข้างลื่น จึงยังไม่เปิดเป็นทางการ -ผากระดาน เป็นภาพแกะสลักของมนุษย์หินยุคโบราณ ลักษระเป็นรูปทรงเหมือนเรขาคณิต -ถ้ำน้ำมุด เกิดจากน้ำตกนาจาน แยกเป็น 3 สาย สรเางความสวยงามแปลกตา -ถ้ำกา มีร่องรอยของมนุษย์โบราณ แกะสลักไว้บนแผ่นหินขนาดใหญ่ ราวกว่า 7,000 ปี ค่าเข้าชม คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท /ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 100 บาท สอบบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0 5523 7028 ,08 1945 8023  Blog ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ร้านอาหาร & Cafe เก๋ๆ แนวๆ ในพิษณุโลก ตะลุยชิมแหล่งรวมร้านอาหารเก่าแก่ย่านหอนาฬิกา เมืองพิษณุโลก แหล่งท่องเที่ยวสุดฟิน ถ่ายรูปสวยในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า วัดโบราณเมืองสองแคว   - อุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ ราคา 1,500 - 2,000 บาท

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 5 : อุตรดิตถ์

เขื่อนสิริกิติ์

          เขื่อนดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างขึ้นเพื่อกั้นแม่น้ำน่านที่ไหลลงมาจากอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน สันเขื่อนมีความยาว 800 เมตร กว้าง 12 เมตร สูง 113.6 เมตร เดิมเขื่อนแห่งนี้ชื่อว่า “เขื่อนผาซ่อม” และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เขื่อนสิริกิติ์” ภายหลังจากที่ได้รับพระบรมราชานุญาตในการอัญเชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาเป็นชื่อเขื่อนแห่งนี้ และจากเดิมที่เคยอยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายหลังได้ติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงาน จึงได้มอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบดูแลต่อไป ที่ตั้ง : บ้านผาซ่อม ตำบลท่าปลา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์  

อ่านต่อ

รายละเอียด

57 นาที ( ระยะทางประมาณ 23.66 กิโลเมตร)

บ้านท่าเรือ

นอกจากเป็นท่าเรือที่ใช้สำหรับขนถ่ายปลาสดๆ กันแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดขึ้นแพท่องเที่ยว ที่จะพาล่องไปตามลำน้ำ ชมความงดงามเหนือทะเลสาบเขื่อนสิริกิติ์ โดยรูปแบบที่ให้บริการ มีทั้งแบบค้างคืนและแบบไปเช้าเย็นกลับ พร้อมบริการอาหารทุกมื้อ เพื่อให้ทุกคนได้เก็บเกี่ยวความสุขกลางทะสาบได้อย่างอิ่มเอมใจ   ที่ตั้ง เป็นหมู่บ้านริมทะเลสาบ ตั้งอยู่หมู่ 9 บ้านท่าเรือ    การเดินทาง จากสามแยกอำเภอท่าปลาแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1146 จากนั้นแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1163 ประมาณ 6 กิโลเมตร แล้วแยกขวาใช้ทางหมายเลข 1341 อีก 4 กิโลเมตร มีทางแยกไปเขื่อนดิน ตรงไปจะเป็นบ้านท่าเรือ    สำหรับการล่องแพ สามารถติดต่อได้ที่แพเกษณี ทัวร์ โทร.08 5732 0925, 08 1953 9440, 08 5727 6496 แพท่าปลา ปัญญาทัวร์ (ลุงแจ้ง) โทร. 08 7204 2739, 08 6737 6098, 08 9261 9216  

อ่านต่อ

รายละเอียด

58 นาที ( ระยะทางประมาณ 50.04 กิโลเมตร)

อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก

          ชาวไทยยกย่องวีรกรรมของพระยาพิชัยดาบหัก วีรบุรุษผู้รักชาติและมุ่งมั่นทำหน้าที่ปกป้องมาตุภูมิที่ตนหวงแหน ซึ่งอนุสาวรีย์แห่งนี้ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความกล้าหาญของท่าน โดยเหตุการณ์ครั้งสำคัญนั้น เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2316 เมื่อพม่ายกทัพมาตีเมืองพิชัย และพระยาพิชัย ผู้ครองเมืองพิชัยในสมัยธนบุรีขณะนั้น ได้ยกทัพไปสกัดทัพพม่าจนแตกพ่ายกลับไป การรบในครั้งนั้น ดาบคู่มือของพระยาพิชัยข้างขวาได้หักไปหนึ่งเล่ม แต่ก็ยังสามารถรบจนได้ชัยชนะเหนือทัพพม่า ด้วยวีรกรรมดังกล่าวท่านจึงได้สมญานามว่า “พระยาพิชัยดาบหัก”            อนุสาวรีย์แห่งนี้ได้รับการออกแบบและหล่อโดยกรมศิลปากร ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 ภายในบริเวณมีพิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้ใหญ่ที่สุดในโลก อันเป็นที่เก็บรักษาดาบเหล็กน้ำพี้ใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำหนัก 557.8 กิโลกรัม ฝักดาบทำด้วยไม้ประดู่ ฝังลวดลายมุกหุ้มปลอกเงินสลักลาย และพิพิธภัณฑ์พระยาพิชัยดาบหัก ที่ภายในเก็บรวบรวมประวัติของพระยาพิชัยดาบหัก แบบจำลองสนามรบ วิถีชีวิตผู้คนเมืองอุตรดิตถ์ในสมัย อยุธยาตอนปลาย ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ในสมัยโบราณ   ที่ตั้ง : ประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ 

อ่านต่อ

รายละเอียด

22 นาที ( ระยะทางประมาณ 20.33 กิโลเมตร)

น้ำตกแม่พูล

          เพียงแรกเห็นคุณอาจคิดว่าความสวยงามตรงหน้าเกิดขึ้นจากธรรมชาติ แต่จริงๆ แล้ว น้ำตกสายนี้ ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นมาจากธารน้ำโดยการเทปูนเพื่อทำให้น้ำไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ จากภูเขาสูง ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย บริเวณใกล้ ๆ น้ำตกยังมีสวนลางสาด ผลไม้ที่ขึ้นชื่อของอุตรดิตถ์อีกด้วย   ไฮไลต์น่าสนใจ           • ม่อนลับแล ตั้งอยู่บนเส้นทางไปน้ำตกแม่พูล ห่างจากแยกศรีพนมมาศประมาณ 1 กิโลเมตร นอกจากเป็นร้านอาหารที่มีบรรยากาศแวดล้อมด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์แล้ว ที่นี่ยังมีเรือนทอผ้าม่อนลับแล ซึ่งได้รวบรวมผ้าทอพื้นเมืองลับแลจากอดีตสู่ปัจจุบัน รวมทั้งบ้านของฝากม่อนลับแล ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองอย่างผ้าทอ อาหาร ของฝากที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองลับแล ผลไม้ตามฤดูกาล และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ           • เส้นทางวัฒนธรรมเมืองลับแล มีบริการนำเที่ยวตามเส้นทางวัฒนธรรมและตำนานเมืองลับแลด้วยจักรยาน พร้อมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ที่จะพาคุณไปชมโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่น่าตื่นตามาก ๆ คือการขนส่งผลไม้ข้ามภูเขาด้วยลวดสลิงแห่งเดียวในประเทศไทย พร้อมอิ่มอร่อยกับทุเรียนเลิศรส พันธุ์หลงลับแล หลินลับแล ลางสาด ลองกอง และลางกอง สมกับที่เมืองลับแลได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งผลไม้ที่มีฉายาว่า “ภูเขากินได้”           สอบถามข้อมูล : โทรศัพท์ 0 5543 1439   ที่ตั้ง : หมู่ 4 บ้านต้นเกลือ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์   การเดินทาง : จากอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ถึงอำเภอลับแล ระยะทาง 8 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 1043 ประมาณ 12 กิโลเมตร หรือขึ้นรถสองแถวที่ถนนตุลาสถิตย์ ในตัวเมือง รถออกทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 6.00-17.30 น.  

อ่านต่อ

รายละเอียด