วางแผนเที่ยว
วางแผนเที่ยว

4วัน 3คืน : เกาะสมุย- สุราษฎร์ธานี

ตารางท่องเที่ยว :
เกาะสมุย 2 วัน , สุราษฎร์ธานี 3 วัน
ช่วงเวลา :
4 วัน 3 คืน
หมวดหมู่ :
ธรรมชาติ, ชายหาดและเกาะต่างๆ, กิจกรรมผจญภัย, สปา, แต่งงาน, ฮันนีมูน,
  • วันที่ 1
    มิ.ย. 16
  • วันที่ 2
    มิ.ย. 17
  • วันที่ 3
    มิ.ย. 18
  • วันที่ 4
    มิ.ย. 19
วันที่ 1 : เกาะสมุย

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งที่สองของประเทศไทย ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523  อยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ  63,750 ไร่ เป็นพื้นดินเพียง 50 ตารางกิโลเมตร นอกนั้นเป็นพื้นน้ำ ประกอบด้วยเกาะต่างๆ 42 เกาะ ส่วนมากเป็นเกาะหินปูน เกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะวัวตาหลับ เกาะพะลวย เกาะวัวจิ๋ว เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะไผ่ลวก เกาะคา เกาะหินดับ เกาะวัวกันตัง ฯลฯ หมู่เกาะนี้เดิมเป็นเขตหวงห้ามของทหารเรือ แต่ก็ได้มีราษฎรอพยพไปตั้งบ้านเรือน โดยประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว จับปลา และเก็บรังนก (บนเกาะมีสัมปทานรังนกนางแอ่น) โดยขึ้นอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุยสถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ได้แก่  เกาะวัวตาหลับ  เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ด้านหน้าที่ทำการเป็นหาดทรายขาวสะอาดและใกล้ที่ทำการอุทยานฯมี ถ้ำบัวโบก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปร่างคล้ายบัวบาน ถัดไปมีทางเดินขึ้นไปยัง จุดชมวิว บนยอดเขา ระยะทางเดินประมาณ 400 เมตร ซึ่งจะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวไปบนพื้นน้ำสีครามเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม  ทะเลใน  หรือ ทะเลสาบกลางภูเขา อยู่บนเกาะแม่เกาะเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาโดยเกิดจากแอ่งหินปูนที่ยุบตัว ทะเลในมีลักษณะเป็นวงรี กว้าง 250 เมตร ยาว 350 เมตร ลึก 7 เมตร มีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่  นั่งเรือยนต์จากที่ทำการอุทยานฯไปประมาณ 15 นาที และเดินเท้าตามทางเดินสู่จุดชมวิวอีก 400 เมตร จะเห็นทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของทะเลในสีเขียวมรกต รวมทั้งเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลเปิดซึ่งโอบรอบด้วยโขดเขาและแมกไม้ปกคลุม  เกาะสามเส้า  ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับเกาะแม่เกาะ เป็นแหล่งปะการังและดอกไม้ทะเลที่สวยงามยาว 1 กิโลเมตร มีสะพานหินธรรมชาติยื่นโค้งออกไปในทะเล  จากเกาะสามเส้าจะมองเห็นประติมากรรมธรรมชาติคล้ายปราสาทหินตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาของเกาะแม่เกาะ นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมบนเกาะได้ แต่ต้องเตรียมอาหารและน้ำจืดมาเอง เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง  อยู่เลยจากเกาะแม่เกาะไปทางเหนือ เป็นจุดที่มีแนวปะการังที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง เกาะหินดับ  เป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยงามและยาวที่สุดในอุทยานฯ  สภาพรอบเกาะสวยงามประกอบด้วยแนวหินที่มีรูปร่างคล้ายแผ่นหินบาง ๆ ซ้อนขึ้นมาเหมือนประติมากรรม ที่พัก อุทยานฯ มีบริการบ้านพัก จำนวน 5 หลัง มีเต็นท์บริการ  ราคา 600 - 1,800 บาท/คืน และสถานที่กางเต็นท์บริการนักท่องเที่ยวกรณีที่นำเต็นท์มาเอง เก็บค่าสถานที่ หลังละ 20 บาท รายละเอียดติดต่อ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง  โทร. 0 7728 6025,  0 7728 6588, 0 7728 0222 โทรสาร 0 7728 6588  การเดินทาง  เรือโดยสาร จากเกาะสมุย เรือจะออกจากท่าเรือหน้าทอน เวลา 08.30 น. ขากลับเรือออกจากหมู่เกาะอ่างทอง เวลา 15.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง  ใช้บริการนำเที่ยวหมู่เกาะอ่างทอง ไป-กลับ ภายใน 1 วัน จากบริษัททัวร์ท้องถิ่น โดยออกเดินทางไปหมู่เกาะอ่างทองตอนเช้า และกลับเกาะสุมยตอนเย็น  เรือออกเวลา 08.30 น.และกลับถึงเกาะสมุยเวลาประมาณ 17.30น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ***ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 15 ธันวาคม 

อ่านต่อ

รายละเอียด

48 นาที ( ระยะทางประมาณ 18.97 กิโลเมตร)

เกาะสมุย

เกาะสมุย เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงอย่างมากตั้งอยู่บริเวณอ่าวไทย ห่างจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปทางทิศตะวันออก 84 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ247 ตารางกิโลเมตร ถนนรอบเกาะ (ถนนสายทวีราษฎร์ภักดี) มีความยาว 52 กิโลเมตร  พื้นที่ 1 ใน 3 ของเกาะเป็นที่ราบ ล้อมรอบภูเขา ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงคลื่นลมสงบและเหมาะแก่การท่องเที่ยวอย่างมาก เกาะสมุย เป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยงาม และมีสีขาวนวลหลายแห่ง อาทิ หาดเฉวง หาดนาเทียน หาดตลิ่งงาม หาดละไม เกาะสมุยเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับ ชายหาดที่ทอดยาวขนานไปกับทะเล ต้นมะพร้าวริมชายหาดและน้ำทะเลใสราวกระจกสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เคยไปเกาะสมุยมาแล้วต้องหวนกลับไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า  รวมถึงอาหารทะเลสด ๆ เองก็เป็นอีกเสน่ห์ของเกาะสมุยเช่นกันซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ก็ต่างขนานนามให้เกาะสมุยว่าเป็น "สวรรค์กลางอ่าวไทย"เกาะสมุยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งคือ หินตาหินยาย หินตาหินยายตั้งอยู่บริเวณอ่าวละไม เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของหินแกรนิตที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล จนเกิดเป็นโขดหินรูปร่างประหลาดมีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศของชายและหญิง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะสมุยจะต้องแวะเวียนเข้ามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของเกาะสมุยเลยก็ว่าได้ ตลอดแนวทางเดินไปชมหินตาหินยาย จะมีร้านขายของฝากและของที่ระลึกเรียงราย อาทิ ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว น้ำมันมะพร้าว แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดเห็นจะเป็น "กาละแม" ที่หวาน มัน หอม กลมกล่อม และราคาไม่แพง นอกจากทัศนียภาพอันงดงามและน้ำทะเลที่ใสแล้วนั้น เกาะสมุยยังมีกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจอย่าง การดูแลรักษาสุขภาพด้วยการใช้น้ำบำบัด  เช่น การอาบ การแช่น้ำ อาจจะเป็นน้ำแร่ หรือน้ำร้อน การบำบัดโดยการนวด  หรือ การใช้พฤกษาบำบัด โดยใช้กลิ่นพืชพรรณธรรมชาติช่วยในการคลายเครียด ซึ่งมีสถานที่บริการอยู่หลายแห่ง ทั้งในโรงแรมและศูนย์สปาเฉพาะทางที่มีบรรยากาศผ่อนคลาย ความสะดวกสบาย และการบริการชั้นเลิศที่จะชวนให้นักท่องเที่ยวรู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง นอกจากความสวยงามทางธรรมชาติและความสะดวกสบายของเกาะสมุยแล้วเกาะสมุยยังมอบศิลปวัฒนธรรมของชาวพื้นถิ่นที่ยังคงเป็นรากฐานของความเป็นมาของชุมชนอีกหลายแห่งบนเกาะให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น วัดสำเร็จ  วัดละไม เจดีย์แหลมสอ เป็นต้น  

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 2 : เกาะสมุย,สุราษฎร์ธานี

พระใหญ่ หรือ พระพุทธโคดม

วัดพระใหญ่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ขึ้นชื่อของเกาะสมุย และเป็นที่เคารพ สักการะ ของพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป วัดแห่งนี้ สร้างขึ้นในปีพศ.2515 เมื่อเข้ามาถึงจะพบที่จอดรถ และร้านขายของที่ระลึกมากมายให้เลือกซื้อเช่น เสื้อผ้า หมวก ภาพศิลปะ รวมถึงมีร้านอาหารและร้านกาแฟอีกหลาย ๆ ร้าน ให้นั่งพักผ่อนหลบแดดรับลม ส่วนด้านหลังของเกาะตรงที่จอดรถ มีรูปปั้นในวรรณคดีพระอภัยมณีไว้ให้ถ่ายรูป ก่อนขึ้นไปกราบบูชาองค์พระด้านบน เมื่อเข้าไปด้านในวัด ที่ด้านล่างบริเวณทางขึ้นบันไดนาค จะมีศาลาต่าง ๆ ที่ด้านในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ผู้มาเยี่ยมชมสามารถจุดธูปเทียน ปิดทองบูชาได้ ก่อนที่จะขึ้นด้านบน อีกทั้ง ยังมีพระสงฆ์ประจำศาลาให้พุทธศาสนิกชนได้ถวายสังฆทาน ทำบุญ ขอพร รดน้ำมนต์ด้วย ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของด้านล่าง จะมีร้านสำหรับเช่าบูชาพระและเครื่องรางของขลังให้ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธานำกลับไปบูชา นอกจากนี้ บริเวณใกล้ทางขึ้นบันได จะเป็นที่ให้บริจาคแผ่นกระเบื้องเพื่อก่อสร้างวัด หากผู้ใดมีจิตศรัทธา สามารถทำบุญบริจาคที่นี่ได้เลย ต่อมา เมื่อขึ้นบันไดพญานาคไปด้านบน จะพบกับ พระใหญ่ หรือ พระพุทธโคดม อันเลื่องชื่อ องค์พระเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดใหญ่และสูงมาก ขนาดหน้าตักกว้าง 5 วา 9 นิ้ว ประดับด้วยกระเบื้องสีเหลืองทองทั้งองค์ บริเวณรอบองค์พระมีระฆังล้อมรอบให้นักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้ใช้ไม้เดินเคาะระฆังกันเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต นอกจากจะได้สร้างจิตใจให้ผ่องใสจากการกราบสักการะพระพุทธรูปขนาดใหญ่แล้ว ยังจะสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเกาะพะงันได้อีกด้วย  ทั้งนี้ ขอแนะนำให้มาชมในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน วิวทิวทัศน์จะสวยงามเป็นอย่างมาก สำหรับผู้ที่สนใจจะมากราบสักการะ สามารถเดินทางมาได้โดย หากมาจากทางหาดบ่อผุดจะใช้เวลาประมาณ10นาทีโดยเดินทางผ่านถนนเลียบหาดบางรักจนมาพบกับท่าเรือบางรัก ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือให้ขับรถตรงไปอีก ประมาณ300เมตรก็จะเห็นซุ้มประตูทางเข้าของวัด แต่หากมาทางหาดเฉวงใช้ จะเวลาประมาณ15นาทีโดยขับรถมาทางหาดเชิงมนโดยจะผ่านโรงแรมต่างๆเช่น โรงแรมโน ราบีช โนราบุรี โรงแรมเรือและบ้าน(Boat House) ฯลฯ มาตามทางเรื่อยๆจะพบซุ้มประตูทางเข้าวัดอยู่ทางด้านขวามือ

อ่านต่อ

รายละเอียด

32 นาที ( ระยะทางประมาณ 25.72 กิโลเมตร)

สวนผีเสื้อสมุย

ตั้งอยู่บนเนินเขาติดทะเลทางทิศใต้ของเกาะสมุย บริเวณแหลมนาเทียน ห่างจากหมู่บ้านชาวประมงบ้านหัวถนน 3 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 20 ไร่  ภูมิประเทศเป็นเนินเขาที่ค่อยๆ ลาดลงสู่ทะล มีส่วนที่เป็นสวนพฤกษศาสตร์จัดเป็นสวนหินปลูกไม้ดอกไม้ประดับ รวบรวมพันธุ์ไม้ไทย พืชสมุนไพรและไม้ป่านานาชนิด   เพื่อจัดเป็นที่อยู่สำหรับผีเสื้อ ทั้งนี้ เวลาที่เหมาะสมในการไปชมผีเสื้อมากที่สุด คือช่วงเช้า นอกจากจะมีผีเสื้ออันสวยงามและหลากหลายให้ได้ชื่นชมกันแล้ว ภายในสวนยังมีบริเวณอื่นๆให้ได้ชมกันอีก ดังนี้ -บ้านผึ้ง เป็นบ้านไม้ไทย ภายในเป็นห้องมืดจัดแสดงการเจริญเติบโตของผึ้งในรังอย่างละเอียด และสามารถชมวิวทิวทัศน์โดยรอบของสวนจากที่นี่ได้ด้วย -สวนหิน -พิพิธภัณฑ์แมลง ภายในมีการจัดแสดงพันธุ์แมลงพันธุ์ไทยและพันธุ์ต่างประเทศ ทั้งที่สามารถพบได้บ่อย และตัวที่หายาก -เกาะอางวาง อยู่หลังอ่าวนาเทียน ทะเลในบริเวณนี้สวยงามเป็นอย่างมาก มีแหล่งปะการังที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ในจุดนี้ ทางสวนผีเสื้อได้เตรียมเรือท้องกระจก และอุปกรณ์ดำน้ำ ไว้ให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ ให้ได้สัมผัสกับโลกใต้ทะเลอย่างเต็มอิ่ม -จุดชมวิว ในส่วนนี้นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทิวทัศน์โดยรอบอันสวยงามได้ และหากใครต้องการรับประทานอาหารทะเลสดๆ ก็มีร้านอาหารเปิดให้บริการในบริเวณนี้เช่นกัน ทั้งนี้ ผู้ใดสนใจเข้าเยี่ยมชมสวนผีเสื้อแห่งนี้ ให้เดินทางมาโดยสวนแห่งนี้จะตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงแรมเซ็นทารา วิลล่า สมุย บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4170 ทั้งนี้ สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ภายในเวลา 08.30-17.00 น. โดยจะเสียค่าเข้าชม อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท  ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท  เด็ก 100 บาท หากท่านใดต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 0 7742 4020–21 กรุงเทพฯ โทร. 424-8196-7

อ่านต่อ

รายละเอียด

21 นาที ( ระยะทางประมาณ 14.18 กิโลเมตร)

หินตา หินยาย

          ปรากฏการณ์ธรรมชาติของหินแกรนิตอันเกิดจากการกัดเซาะโดยน้ำทะเลและความร้อนจนก่อเกิดเป็นโขดหินรูปร่าง ประหลาด และชาวบ้านพากันตั้งชื่อให้ว่า “หินตาหินยาย” ทั้งนี้ ตำนานแห่งหินตาหินยายเป็นเรื่องท้องถิ่น ที่เล่าสืบต่อกันมาว่า นานมาแล้ว มีตายายคู่หนึ่ง ชื่อตาเครงกับยายเรียม ทั้งสองเป็นชาวปากพนัง จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางโดยเรือใบเพื่อจะไปสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่าย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้กับลูกชายของตน ครั้นเรือแล่นมาถึงบริเวณอ่าวละไม เกาะสมุย เกิดพายุใหญ่ทำให้เรือล่ม ทั้งตาและยายเสียชีวิต ร่างของทั้งสองถูกคลื่นซัดขึ้นเกยหาด จนกลายเป็นหินดังที่เห็นในปัจจุบัน ที่ตั้ง : อยู่บริเวณอ่าวละไม ตำบลมะเร็ด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อ่านต่อ

รายละเอียด

35 นาที ( ระยะทางประมาณ 15.58 กิโลเมตร)

เจดีย์แหลมสอ

เจดีย์แหลมสอ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นโดยหลวงพ่อแดง พระภิกษุที่เป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่งของชาวเกาะสมุย มรณภาพเพราะเรืออับปาง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ องค์พระเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีทองทั้งองค์ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อยู่ริมทะเลเขตติดต่อระหว่างตำบลตลิ่งงาม-หน้าเมือง

อ่านต่อ

รายละเอียด

29 นาที ( ระยะทางประมาณ 12.32 กิโลเมตร)
วันที่ 3 : สุราษฎร์ธานี

เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)

          หรือที่ใครๆ รู้จักกันดีว่า “เขื่อนเชี่ยวหลาน” อันเป็นชื่อดั้งเดิม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเขื่อนรัชชประภาในปัจจุบัน อันเป็นชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นเอง สำหรับตัวเขื่อนรัชชประภานั้น เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวอเนกประสงค์  สูง 95 เมตร ยาว 700 เมตร ทะเลสาบเหนือเขื่อนก็เต็มไปด้วย ภูเขาหินปูนธรรมชาติที่มีรูปร่างต่าง ๆ แปลกตา และเมื่อธรรมชาติได้จัดวางผืนน้ำเคียงข้างกำแพงแห่งขุนเขาหินปูนได้อย่างลงตัวราวกับบรรจงสร้างมาอย่างไรอย่างนั้น ได้ทำให้ที่นี่กลายเป็นโลกใบใหม่ที่ห่มคลุมด้วยความสงบงาม   กิจกรรมน่าทำ           • นอนเล่นชมทะเลสาบกลางแพ นั่งอ่านหนังสือเล่มโปรด ฟังเพลงเบา ๆ            • ล่องเรือชมธรรมชาติเหนือเขื่อน ชมเขาสามเกลอ หนึ่งในไฮไลท์ของภูเขาหินปูนที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำ           • พายเรือคายักหรือแคนู ซึ่งที่พักบางแห่งจะจัดไว้บริการนักท่องเที่ยว เช่น หน่วยพิทักษ์นางไพร โตนเตย และไกรสร มีเรือแคนูให้เช่า ราคา 200 บาท/วัน            • ท่องถ้ำน้ำทะลุ ซึ่งเป็นถ้ำที่อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ 6 กิโลเมตรโดยทางเท้า จัดเป็นถ้ำใหญ่ที่มีธารน้ำไหล มีหินงอกหินย้อยที่งดงาม การเดินเที่ยวถ้ำจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง   ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก  คุณสามารถเลือกที่พักได้สองรูปแบบ           • ที่พักในบริเวณเขื่อนรัชชประภา ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแพพักอันเป็นที่พักของหน่วยพิทักษ์ อุทยานแห่งชาติเขาสกไว้บริการนักท่องเที่ยว ได้แก่ หน่วยอุทยาน ขส.2 มีบ้านพัก 2 หลัง พักได้ 30 คน  แพพักที่หน่วยฯ นางไพร มี 6 หลัง พักได้ 50 คน  แพพักที่หน่วยฯ โตนเตย มี 7 หลัง พักได้ 10-18 คน แพพักที่หน่วยฯ ไกรสร มี 10 หลัง ราคาที่พักรวมค่าอาหารคนละ 500 บาท  โดยขึ้นเรือที่ท่าริมแก่ง ค่าเช่าเรือหางยาวสำหรับเดินทางไปยังแพต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล แพนางไพร ราคา 1,200-2,000 บาท แพโตนเตยและแพไกรสรราคา 1,700 บาท ผู้ที่ประสงค์จะไปพักควรติดต่อที่พักล่วงหน้า โทร. 0 7729 9318-9 นอกจากนี้ยังมีแพพักของเอกชนให้บริการมากมาย           • ที่พักของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่มาพร้อมกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เช่น สนามกอล์ฟมาตรฐาน 18 หลุม  การล่องเรือชมบรรยากาศของทะเลสาบเหนือเขื่อน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 7724 2560 ต่อ 2512 สำหรับบ้านพักมีบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 200 ห้อง ราคา 800–4,500 บาท/คืน สอบถามรายละเอียด โทร. 0 7724 2560-1  ต่อ 5008 ในวันและเวลาราชการ    ***ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ คือ ถ้ำน้ำทะลุ วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 พฤศจิกายน

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 4 : สุราษฎร์ธานี

อุทยานแห่งชาติเขาสก

          สัมผัสผืนป่าที่มีความยิ่งใหญ่มากเป็นลำดับต้น ๆ ของภาคใต้ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอบ้านตาขุน อำเภอพนม และอำเภอคีรีรัฐนิคม ที่นี่ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2537 ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 461,712 ไร่ โดยมีสภาพทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อนและดูแปลกตาด้วยแนวหน้าผาสูงชัน ขณะเดียวกันทางด้านทิศเหนือคือที่ตั้งของเขื่อนรัชชประภา ที่มีบรรยากาศของทะเลสาบเหนือเขื่อนสวยงาม เสียจนมีผู้เปรียบเปรยว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทย อุทยานแห่งชาติเขาสกเต็มไปด้วยกิจกรรมท่องเที่ยวมากมาย โดยกิจกรรมที่น่าสนใจนั้น ได้แก่ การล่องแก่ง เดินป่า นั่งช้าง ดูนก และเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ    ไฮไลต์แห่งอุทยานฯ           สำหรับนักท่องธรรมชาติ การเดินป่าเขาสกเพื่อตามหาพืชพันธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่ เป็นเหมือนความฝันที่พวกเขาหวังว่าจะต้องทำให้เป็นจริงสักครั้ง นั่นคือการตามหา “บัวผุด” หรือกระโถนฤๅษี ดอกไม้ขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวดอกประมาณ 10-25 นิ้ว โดยบัวผุดนั้นมักขึ้นอยู่ตามพื้นดิน จะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงมกราคม นอกจากนี้คุณอาจพบปาล์มหลังขาว อีกหนึ่งพันธุ์ไม้หายาก รวมทั้งสัตว์แปลก ๆ ที่หายากและมีความน่าสนใจ เช่น กบทูด และปลามังกร    ฤดูท่องเที่ยว           ช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดสำหรับท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาสกคือระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน    น่าชม           • วังยาว เป็นวังสำหรับเล่นน้ำที่มีขนาดกว้างและยาว โดยสามารถเล่นน้ำพร้อมกันได้ไม่ต่ำกว่า 500 คน ที่นี่อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 3 กิโลเมตร และอยู่เหนือน้ำตกวิ่งหิน 40 เมตร            • น้ำตกบางหัวแรดและน้ำตกวิ่งหิน จัดเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสวยงาม โดยมีต้นน้ำมาจากคลองศก มีลักษณะเป็นน้ำตก 2 ชั้น ชั้นแรกไหลจากบางหัวแรดแล้วไหลลงคลองศก ชั้นที่สองอยู่ในคลองศก และห่างไปเพียง 120 เมตรจากน้ำตกบางหัวแรด จะพบกับน้ำตกวิ่งหินซึ่งเป็นน้ำตกขนาดเล็ก            • ตั้งน้ำ คือทัศนียภาพอันเกิดจากภูเขาที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดออกจากกัน กลายเป็นหน้าผาหันหน้าเข้าหากัน โดยมีลำคลองศกไหลลอดผ่านเบื้องล่าง ที่นี่อยู่ห่างจากที่ทำการฯ ประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกวิ่งหินประมาณ 3.2 กิโลเมตร และต้องเดินทางโดยทางเท้าเข้าไป           • น้ำตกโตนกลอย เกิดจากคลองศก เป็นน้ำตกชั้นเดียว มีลานหินสำหรับพักผ่อนบนชั้นน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 9 กิโลเมตร           • น้ำตกโตนไทร เป็นน้ำตกที่สวยงามในลำคลองศก ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 11 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกโตนกลอย ประมาณ 2 กิโลเมตร           • น้ำตกธารสวรรค์ โดดเด่นด้วยสายน้ำที่ไหลลงมาจากหน้าผาชัน แล้วพุ่งโค้งแบบรุ้งกินน้ำก่อนไหลลงสู่คลองศก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 9 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำประมาณ 3กิโลเมตร           • น้ำตกสิบเอ็ดชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการฯ 4 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันมาตามร่องหน้าผาดูเป็นรูปขั้นบันได 11 ขั้น ชั้นล่างสุดมีแอ่งน้ำสำหรับลงเล่นน้ำได้  การเดินทางไปน้ำตกสายนี้ต้องเดินเท้าเข้าไป           • น้ำตกแม่ยาย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 4.5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 30 เมตร ซึ่งรถยนต์สามารถเข้าไปถึงได้ โดยที่นี่ตั้งอยู่ริมถนนสายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า บริเวณกิโลเมตรที่  113    เส้นทางศึกษาธรรมชาติ           • เส้นทางที่ 1 น้ำตกบางหัวแรด-น้ำตกโตนกลอย  เริ่มเดินจากที่ทำการอุทยานฯ ข้ามคลองบางเลน ไป น้ำตกบางหัวแรด ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 3 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่จะพบน้ำตกหลายสาย เช่น น้ำตกวิ่งหิน วังยาว น้ำตกธารสวรรค์ ตั้งน้ำ และน้ำตกโตนกลอย ตลอดเส้นทางมีความยาว 9 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถไปเองได้เพราะเส้นทางการเดินไม่ลำบากมากนัก            • เส้นทางที่ 2 เป็นเส้นทางน้ำตกสิบเอ็ดชั้นซึ่งต้องปีนภูเขาสู่น้ำตกสิบเอ็ดชั้นในระยะทางเดิน 4 กิโลเมตร เส้นทางนี้แม้มีทางเดินที่ค่อนข้างชัน แต่ก็สามารถเดินเองได้โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง            • เส้นทางที่ 3 เป็นเส้นทางเดินที่ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกสิบเอ็ดชั้น แต่เป็นเส้นวงกลม มีทางเดินเป็นขั้นบันได ตามเส้นทางจะมีป้ายสื่อความหมายซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเองได้ในระยะทาง 2 กิโลเมตร   สิ่งอำนวยความสะดวก           อุทยานฯ มีบ้านพักบริการ 2 หลัง ราคา 800-2,500 บาท มีเต็นท์ให้เช่าราคาหลังละ 150-600 บาท/คืน นักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์ไปเอง เสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ คนละ 30 บาท และค่าพักแรมคนละ 20 บาท            และใกล้ที่ทำการอุทยานฯ มีที่พักของเอกชนบริการหลายแห่ง บางแห่งสร้างเป็นบ้านบนต้นไม้ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนต้องการประสบการณ์ความแปลกใหม่ และหากไม่ได้เตรียมอาหารหรือเสบียงในการพักค้างแรมที่อุทยานฯ สามารถจะหาซื้อของใช้ได้ที่บริเวณบ้านตาขุน ซึ่งเป็นชุมชนที่มีร้านค้าหลายแห่งก่อนเดินทางไปอุทยานฯได้      ที่ตั้ง : หมู่ที่ 6 ตำบลคลองสก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี     การเดินทาง : จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า (ทางหลวงหมายเลข 401) ถึงกิโลเมตรที่ 109 มีแยกขวาไปอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงบริเวณที่ทำการอุทยานฯ  หรือจากสถานีรถไฟ อำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี มีรถประจำทางสายพุนพิน-ภูเก็ต ลงรถบริเวณกิโลเมตรที่ 109 แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ    สอบถามเพิ่มเติม : โทรศัพท์ 0 7739 5154-5 www.dnp.go.th     ***ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ  วันที่ 1พฤษภาคม ถึง 31 ตุลาคม

อ่านต่อ

รายละเอียด

8 ชั่วโมง 45 นาที ( ระยะทางประมาณ 674.27 กิโลเมตร)

สถานีพัฒนาและส่งเสริมอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร

          ที่นี่ได้รับการประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.2508 โดยใช้ชื่อว่าวนอุทยานเขาท่าเพชร มีเนื้อที่ 2,906 ไร่ และอยู่สูงจากระดับทะเลปานกลาง 210 เมตร ต่อมาได้รับการประกาศจัดตั้งให้เป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2519 จนกระทั่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร    มองภาพกว้าง           สภาพโดยทั่วไปภายในสถานีพัฒนาฯ แห่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นป่าแบบป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ มีไม้ตะเคียนทราย ไม้คอแลน กระบก หวายแดง และมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่มากมาย ทั้งยังสามารถพบสัตว์ที่อาศัยอยู่ภายในสถานีฯ ได้อีกด้วย อาทิเช่น กระจง หมูป่า นกปรอด นกกระจิบกินปลี นกกระจิบเล็ก    กิจกรรมไฮไลต์           • ชมทิวทัศน์ตัวเมืองสุราษฎร์ธานีโดยรอบจากบนยอดเขา           • สักการะพระธาตุศรีสุราษฎร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2500 ซึ่งเป็นปูชนียสถานองค์แรกของชาวบ้านดอน ทว่าต่อมาองค์พระธาตุเกิดชำรุดและมีรอยร้าวที่ฐาน พระธาตุองค์เดิมจึงถูกรื้อแล้วสร้างขึ้นใหม่เป็นทรงสูงเรียวลักษณะคล้ายลำเทียน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามน่าชมมาก           • เดินป่าศึกษาธรรมชาติในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 800 เมตร โดยตลอดทางติดตั้งป้ายสื่อความหมายซึ่งคุณสามารถเดินชมธรรมชาติได้ด้วยตัวเอง   ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองฯ ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร อยู่บนเส้นทางสายสุราษฎร์ธานี-บ้านนาสาร จากถนนใหญ่มีทางแยกด้านซ้ายมือ สู่ที่ทำการอีก 1.5  กิโลเมตร             หากต้องการพักแรมที่นี่ ต้องนำเต็นท์มาเอง โดยทำหนังสือถึงหัวหน้าสถานีพัฒนา และส่งเสริมอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร  ตู้ ปณ. 29 อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000   

อ่านต่อ

รายละเอียด