headline
สถานที่ท่องเที่ยว
พระราชวังบางปะอิน พระราชวัง

พระราชวัง

ทุกวัน

08.00 - 17.00

ข้อมูลการติดต่อ

ที่อยู่

ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เบอร์โทร

+66 3526 1044, +66 3526 1549, +66 3526 1673

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

เมื่อมาถึงอยุธยาแล้ว อดไม่ได้ที่จะต้องมาเยือนพระราชวังบนเกาะกลางน้ำอันงดงามและกว้างขวาง ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนาน ย้อนไปถึงสมัยอยุธยาตอนกลาง เป็นต้นแบบการปรับตัวให้เข้ากับยุคตะวันตกในรัชกาลที่ 5 ทั้งยังกลายเป็นแหล่งรวมปูชนียสถานสำคัญหลายแห่งตกทอดมาถึงปัจจุบัน
 
ตามพงศาวดารเล่าว่า “พระเจ้าปราสาททองหรือพระศรีสรรเพ็ชญ์ที่ 5" (พ.ศ.2172-2199) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นบนเกาะบ้านเลนในลำแม่น้ำเจ้าพระยา อันเนื่องมาจากเรือพระที่นั่งของสมเด็จพระเอกาทศรถ พระราชบิดาของพระเจ้าปราสาททองล่มลงแถวเกาะบางปะอิน ครั้งนั้นจึงทรงได้พบหญิงชาวบ้านซึ่งต่อมาทรงเป็นพระราชมารดาของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
 
ครั้นในพ.ศ.2175 เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ 2 ปี จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดที่เกาะบางปะอิน บริเวณบ้านเดิมของพระราชมารดา แล้วพระราชทานนามว่า วัดชุมพลนิกายาราม รวมทั้งขุดสระน้ำสร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นกลางเกาะ และสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งริมสระ พระราชทานนามว่า พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ซึ่งพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับเมื่อยามเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยาเสมอมา กระทั่งเสียกรุงครั้งที่ 2 ใน พ.ศ.2310 บริเวณนี้จึงรกร้างไป 
 
กาลต่อมาในรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงทำนุบำรุงและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างอีกหลายแห่งขึ้นภายในบริเวณพระราชวังบางปะอิน โดยเฉพาะรัชกาลที่ 5 โปรดประทับที่นี่มาก ด้วยเป็นพระราชวังบนเกาะกลางน้ำอันสงบร่มเย็น และเคยเป็นที่ประทับเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จประพาสบางปะอินมาก่อน ยังทรงใช้ที่นี่เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะและพระราชทานเลี้ยงรับรองอยู่เนืองๆ  
เนื่องจากบริเวณพระราชวังกว้างขวางมาก และแบ่งเป็น 2 เขตใหญ่ๆ  คือเขตพระราชฐานชั้นนอก ซึ่งใช้เป็นที่สำหรับออกมหาสมาคมและพระราชพิธีต่างๆ สองคือเขตพระราชฐานชั้นในอันเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ ซึ่งส่วนที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมได้คือเขตพระราชฐานชั้นนอก ซึ่งมีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่ 
 
หอเหมมณเฑียรเทวราช ปรางค์ศิลาจำลองแบบจากปรางค์ขอม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ.2423 เพื่อทรงอุทิศถวายแด่พระเจ้าปราสาททอง
 
พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างมหาปราสาทโถงทรงจตุรมุขกลางน้ำในสถาปัตยกรรมแบบไทยสร้างด้วยไม้ทั้งองค์ ถอดแบบมาจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาทในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ และพระราชทานนามตามพระที่นั่งองค์แรกที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ภายในประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสัมฤทธิ์ของรัชกาลที่ 5 ขนาดเท่าพระองค์จริง ทรงเครื่องยศจอมพลทหารบก ซึ่งรัชกาลที่ 6 สร้างถวายและมีรับสั่งให้เปลี่ยนเป็นเสากับพื้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด
 
พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระที่นั่งทรงวิหารกรีกแบบคอรินเธียรออร์เดอร์ ใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับเสด็จออกขุนนางในงานพระราชพิธี เคยเป็นที่รับรองแขกเมืองหลายครั้ง เช่นปี พ.ศ.2436 รับรองพระเจ้าซาร์นิโคลัสแห่งรัสเซีย ปี พ.ศ.2436 รับรองเมอร์ซิเออร์ปาวีร์ ฑูตฝรั่งเศส และปี พ.ศ.2452 รับรองดยุคและดัชเชสโยฮันเบรตแห่งเมืองบรันทวีทแห่งเยอรมัน ภายในตกแต่งภาพเขียนสีน้ำมันชุดพระราชพงศาวดารอิเหนา พระอภัยมณี สังข์ทอง จันทโครพ และรามเกียรติ์ ตลอดจนเก็บอาวุธโบราณ ตุ๊กตาหินสลัก และเครื่องราชบรรณการต่างๆ  
 
สภาคารราชประยูร อาคารสองชั้นริมน้ำตรงข้ามพระที่นั่งวโรภาษพิมาน สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายหน้าและข้าราชบริพาร
 
พื้นที่เชื่อมต่อระหว่างเขตพระราชฐานชั้นนอกและชั้นใน คือสะพานจากพระที่นั่งวโรภาษพิมานและประตูทางเข้าพระราชฐาน นามว่า ประตูเทวราชครรไล ซึ่งออกแบบให้มีฉากคล้ายบานเกล็ดกั้นกลาง เพื่อแยกทางเดินของฝ่ายหน้าและฝ่ายใน ซึ่งบริเวณเขตพระราชฐานชั้นใน มีอาคารที่น่าดูชมหลายแห่ง ได้แก่ 
 
o พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร พระที่นั่งเรือนไม้สไตล์ชาเล่ต์สวิส ซึ่งมีเฉลียงทั้งสองชั้น ทาสีธรรมชาติงดงาม ด้านนอกเป็นสีเขียวอ่อนแก่สลับกัน ตัดกับเครื่องเรือนไม้มะฮอกกานีจัดสลับลายทองทับจากยุโรป รอบด้านตกแต่งเครื่องราชบรรณาการจากหัวเมืองต่างๆ  ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของหายากประจำเมืองทั้งสิ้น แต่ในพ.ศ.2481 เกิดอัคคีภัยขึ้นระหว่างการซ่อมแซม เป็นเหตุให้พระที่นั่งทั้งองค์สูญสิ้นไปกับเปลวเพลิง เหลือเพียงหอน้ำ ที่สร้างตามแบบหอรบของยุโรป ทว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชทานพระบรมราชานุญาตตามคำกราบบังคมทูลของสำนักพระราชวัง ให้สร้างพระที่นั่งคอนกรีตขึ้นแทนองค์เก่า
 
o พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ ที่ประทับฤดูหนาวซึ่งสร้างตามสถาปัตยกรรมจีน จึงมีชื่อเรียกง่ายๆ  ว่าเก๋งจีน และมีชื่อเป็นภาษาจีนด้วยว่า เทียน (เวหา) เม่ง (จำรูญ)  เต้ย (พระที่นั่ง) โดยพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ฟัก) สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีงานสถาปัตย์และงานประณีตศิลป์งดงามยิ่ง อาทิ ลายแกะสลัก โถงหน้าปูพื้นกระเบื้องกังไสซึ่งทุกแผ่นประดับภาพเขียนงานฝีมือ พร้อมเครื่องตกแต่งจากจีน เปิดให้เข้าชั้นล่างได้บางห้อง 
 
o เก๋งบุปผาประพาส ตำหนักเก๋งเล็กกลางสวนริมสระ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2424
 
o หอวิฑูรทัศนา ถ้าจะชมทิวทัศน์กว้างรอบด้าน ต้องขึ้นบันไดมาที่พระที่นั่ง 3 ชั้น มีลักษณะเป็นหอสูงยอดมนที่ตั้งอยู่บนเกาะน้อย ระหว่างพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรและพระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นหอส่องกล้องชมทิวทัศน์
 
o อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์หรืออนุสาวรีย์พระนางเรือล่ม รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์แห่งความรักและบรรจุพระสริรังคารของพระมเหสีผู้เป็นที่รักยิ่งของพระองค์ ซึ่งเสด็จทิวงคตขณะทรงพระครรภ์ 5 เดือน พร้อมกับสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์ พระราชธิดาเมื่อ พ.ศ.2423 จากเหตุเรือพระที่นั่งล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปช่วยเหลือตามกฎมณเฑียรบาลที่ว่า ห้ามผู้ใดแตะต้องพระวรกายพระมเหสีมิฉะนั้นจะถูกประหารทั้งโคตร เป็นเหตุให้ทรงเสียพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง
 
อนุสาวรีย์แห่งนี้มีฐานรูปทรงสี่เหลี่ยมและยอดหกเหลี่ยมทรงสูง สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี ตอนกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยม ด้านตะวันตกมีจารึกเป็นภาษาไทย ทางด้านใต้ของอนุสาวรีย์ทำเป็นรูปช่อดอกไม้ และใบไม้ล้อมพระนามย่อ " สกร " อยู่ภายใต้มงกุฎ ทางด้านเหนือทำเป็นรูปช่อดอกไม้ หรือพวงหรีดล้อมเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ คำจารึกทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่รัชกาลที่ 5 พระราชนิพนธ์เองต่อปิยมหาราชินีผู้เป็นที่รักยิ่ง โดยรัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมพ.ศ.2426 ซึ่งตรงกับวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เสด็จทิวงคตครบรอบ 3 ปี
 
o อนุสาวรีย์พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ และเจ้าฟ้าสามพระองค์ ปีเดียวกับที่พระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ พระอัครชายาองค์ที่ 1 ในรัชกาลที่ 5 สิ้นพระชนม์ในพ.ศ.2430 ขณะพระชันษา 33 พรรษา พระราชโอรสและพระราชธิดาที่ประสูติแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สิ้นพระชนม์ลงอีก 3 พระองค์คือ สมเด็จเจ้าฟ้า (หญิง) พาหุรัดมณีมัยกรมพระเทพนารีรัตน์พระชันษา 9 พรรษา, สมเด็จเจ้าฟ้า (ชาย) ตรีเพชรรุตม์ธำรง พระชันษา 6 พรรษาและสมเด็จเจ้าฟ้า (ชาย) ศิริราชกกุธภัณฑ์พระชันษา 2 พรรษาพระศพของเจ้านายทั้ง 4 พระองค์นี้ได้พระราชทานเพลิงใน พ.ศ.2430 ณ พระเมรุท้องสนามหลวง และในปี พ.ศ.2431 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ที่ระลึกทำด้วยหินอ่อนแกะสลักพระรูปเหมือนไว้ใกล้กับอนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี
 
นอกเหนือจากพลับพลาที่ประทับและสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมหลากหลายชาติแล้ว รอบๆ ยังเป็นสวนร่มรื่นที่มีดอกไม้นานาพรรณบานสะพรั่งให้ได้ถ่ายรูปกันด้วย 
 
เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. (เปิดจำหน่ายบัตร 08.00–15.30 น.) อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก นักเรียน นิสิตนักศึกษา (ในเครื่องแบบ ต้องมีบัตรประจำตัวนักศึกษา) 20 บาท พระภิกษุ สามเณร ไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างชาติ 100 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักพระราชวังบางปะอิน โทร. 0 3526 1044, 0 3526 1549, 0 3526 1673
 

แผนที่เดินทางไปพระราชวังบางปะอิน

http://www.tourismthailand.org/fileadmin/upload_img/Multimedia/Ebrochure/430/พระราชวังบางปะอิน%20cs5%20.pdf

เดินทางอย่างไร

โดยรถยนต์

ออกมาจากตัวเมืองไปทางถนนหมายเลข 3477 มุ่งหน้าสู่ ตำบลบ้านเลน ขับไปตามทางประมาณ 15 กม. จะถึงสถานีรถไฟบางปะอิน จุดหมายอยู่ทางขวามือ

โดยรถประจำทาง

การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง ถ้ามาจากกรุงเทพฯ สถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) นั่งรถสายกรุงเทพฯ-บางปะอิน มาลงที่บขส.บางปะอิน (สุดสาย) จากนั้นนั่งรถสามล้อเครื่องไปลงที่พระราชวังบางปะอิน

โดยทางอื่น

การเดินทางมายังพระราชวังบางปะอินนั้น สามารถทำได้หลายทาง เช่น การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ให้มาตามถนนพหลโยธิน เมื่อถึงประตูน้ำพระอินทร์ ให้ข้ามสะพานวงแหวนรอบนอก หลังจากนั้น ให้เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 สู่ทางหลวงหมายเลข 308 อีกประมาณ 7 กิโลเมตรก็จะถึงพระราชวังบางปะอิน หรืออีกเส้นทางต้องผ่านเข้ามายังตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา เมื่อถึงเจดีย์วัดสามปลื้มให้เลี้ยวซ้ายซึ่งจะผ่านวัดใหญ่ชัยมงคลและวัดพนัญเชิง เมื่อถึงสถานีรถไฟบางปะอินให้เลี้ยวขวา แล้วขับไปตามทางจนถึงพระราชวังบางปะอิน

สอบถามข้อมูลและขอรายละเอียด: