สถานที่ท่องเที่ยว
ปลายทาง
เกี่ยวกับ ปัตตานี

ปัตตานี (Pattan) คือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล

 

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน  ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

การเดินทาง

มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-ปัตตานี ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 www.transport.co.th

ปัจจุบัน บริษัทขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว โดยไปที่ www.busticket.in.th หรือ www.thaiticketmajor.com  นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่  www.thairoute.com

มีรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงไปถึงสถานีโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 www.railway.co.th

จากสถานีโคกโพธิ์เข้าไปยังตัวเมืองปัตตานี ระยะทาง 29 กิโลเมตร เดินทางโดยรถสองแถวหรือรถแท็กซี่ ซึ่งจอดอยู่หน้าสถานีรถไฟ

ปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดให้จองตั๋วผ่านระบบออนไลน์ e-TSRT แล้ว โดยไปที่ https://www.thairailwayticket.com/eTSRT/

 

ไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ต้องนั่งเครื่องบินไปลงที่หาดใหญ่ แล้วต่อรถโดยสารสายหาดใหญ่-ปัตตานี หรือใช้บริการแท็กซี่จากท่าอากาศยานหาดใหญ่ ระยะทางจากหาดใหญ่ถึงปัตตานีประมาณ 104 กิโลเมตร

สายการบินที่ให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ คือ การบินไทย โทร. 0 2356 1111 หรือ www.thaiairways.com ไทยแอร์เอเชีย โทร. 0 2515 9999 หรือ www.airasia.com นกแอร์ โทร. 1318, 0 2900 9955 www.nokair.com วันทูโก โทร. 1126, 0 2229 4100-1 www.fly12go.com

insight ข้อมูลเจาะลึก
general ข้อมูลทั่วไป

ปัตตานี (Pattan) คือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล

 

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน  ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

ปัตตานีคือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล นับเป็นอีกจังหวัดที่งดงามด้วยวิถีชีวิตของผู้คนและสภาพภูมิประเทศ สมกับความยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นอดีตอาณาจักรเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์

จังหวัดปัตตานีมีเนื้อที่ประมาณ 2,052 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (อันดับ 1 คือภูเก็ต) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก มีภูเขาสำคัญคือภูเขาทรายขาว ซึ่งอยู่ในเทือกเขาสันกาลาคีรี มีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำตานีและแม่น้ำสายบุรี

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน มีชื่อปรากฏอยู่ในเอกสารโบราณหลายฉบับ เช่น ตานี ปะตานี ฟาฏอนี โฝตาหนี ต้าหนี่ เป็นต้น ด้วยทำเลที่ตั้งติดกับทะเล มีอ่าวที่สามารถบังคลื่นลมได้ดี อีกทั้งยังมีเส้นทางบกและเส้นทางแม่น้ำเชื่อมต่อกับด้านมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงการที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ปัตตานีจึงเป็นเมืองท่าค้าขายกับเมืองอื่นๆ บนคาบสมุทรมลายูที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง การเป็นเมืองท่าเช่นนี้ยังทำให้ปัตตานีได้รับอารยธรรมจากชนชาติต่างๆ ที่เข้ามาติดต่อค้าขาย ซึ่งต่อมาได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม กลายเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาจนถึงทุกวันนี้

นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเชื่อว่า ดินแดนที่เป็นปัตตานีในปัจจุบัน คือที่ตั้งของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโบราณยะรังในปัจจุบัน จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ลังกาสุกะจึงเริ่มเสื่อมลง เพราะชายฝั่งทะเลตื้นเขิน แม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน อีกทั้งอาณาจักรมะละกาทางตอนใต้ยกกำลังมาโจมตีหลายครั้ง กระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 21 ลังกาสุกะก็ล่มสลายลง โดยมีเมืองท่าแห่งใหม่ชื่อปะตานีเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทน และเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่สำคัญในภูมิภาคนี้

ล่วงเลยมาถึง พ.ศ. 2351 ปัตตานีแบ่งการปกครองออกเป็น 7 หัวเมือง คือ เมืองตานี ยะหริ่ง หนองจิก สายบุรี ระแงะ รามันห์ และยะลา ครั้นถึง พ.ศ. 2449 ปัตตานีแยกมาตั้งเป็นมณฑล จนถึง พ.ศ. 2475 มณฑลปัตตานีก็ถูกยุบไปรวมกับมณฑลนครศรีธรรมราช กระทั่งถึง พ.ศ. 2476 จึงได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดปัตตานี จวบจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

จังหวัดปัตตานีมีโรงแรมและรีสอร์ตหลากหลายรูปแบบ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกตามความชอบและความเหมาะสม

จังหวัดปัตตานีมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ

อุทยานน้ำตกทรายขาว ภายในเขตอุทยานมีน้ำตกทรายขาว และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกหลายอย่าง

วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองปัตตานีมาเนิ่นนาน

มัสยิดกรือเซะ ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ลักษณะการก่อสร้างมัสยิดแห่งนี้เป็นแบบเสากลมก่ออิฐถือปูนแบบศิลปะทางตะวันออกกลาง

พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา เป็นศูนย์รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนของชาวมุสลิม ตลอดจนวัสดุเครื่องใช้ในสมัยประวัติศาสตร์อย่างโบราณคดีและศิลปหัตถกรรม

แหลมตาชี สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและพระอาทิตย์ตกในยามเย็น

หาดแฆแฆ เป็นชายหาดสาธารณะที่สวยงาม

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน 

นอกจากการท่องเที่ยวดูวิถีชีวิตชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ และชมร่องรอยความเป็นมาอันยาวนานของปัตตานี ที่มัสยิด วัดวาอาราม วังเก่ายะหริ่ง และสถานที่สำคัญอื่นๆ แล้ว ปัตตานียังมีแหล่งดำน้ำขึ้นชื่อ คือโลซิน อีกอย่างที่น่าสนใจก็คืองานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ

ปัตตานีมีอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารไทยภาคกลาง อาหารปักษ์ใต้ และอาหารมุสลิมท้องถิ่น สามารถลิ้มลองความอร่อยได้ที่ร้านอาหารในย่านตัวเมือง ที่ไม่ควรพลาดคือข้าวยำ เพราะน้ำบูดูของปัตตานีขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนถึงขั้นเป็นของฝากประจำเมือง

สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของปัตตานีคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีชื่อปรากฏอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัด คือ น้ำบูดูและลูกหยี นอกจากนี้ ยังมีข้าวเกรียบปลา เรือกอและจำลอง ผ้าปาเต๊ะ เป็นต้น

transport การเดินทาง

ปัตตานี (Pattan) คือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล

 

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน  ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

ปัตตานีคือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล นับเป็นอีกจังหวัดที่งดงามด้วยวิถีชีวิตของผู้คนและสภาพภูมิประเทศ สมกับความยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นอดีตอาณาจักรเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์

จังหวัดปัตตานีมีเนื้อที่ประมาณ 2,052 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (อันดับ 1 คือภูเก็ต) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก มีภูเขาสำคัญคือภูเขาทรายขาว ซึ่งอยู่ในเทือกเขาสันกาลาคีรี มีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำตานีและแม่น้ำสายบุรี

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน มีชื่อปรากฏอยู่ในเอกสารโบราณหลายฉบับ เช่น ตานี ปะตานี ฟาฏอนี โฝตาหนี ต้าหนี่ เป็นต้น ด้วยทำเลที่ตั้งติดกับทะเล มีอ่าวที่สามารถบังคลื่นลมได้ดี อีกทั้งยังมีเส้นทางบกและเส้นทางแม่น้ำเชื่อมต่อกับด้านมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงการที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ปัตตานีจึงเป็นเมืองท่าค้าขายกับเมืองอื่นๆ บนคาบสมุทรมลายูที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง การเป็นเมืองท่าเช่นนี้ยังทำให้ปัตตานีได้รับอารยธรรมจากชนชาติต่างๆ ที่เข้ามาติดต่อค้าขาย ซึ่งต่อมาได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม กลายเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาจนถึงทุกวันนี้

นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเชื่อว่า ดินแดนที่เป็นปัตตานีในปัจจุบัน คือที่ตั้งของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโบราณยะรังในปัจจุบัน จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ลังกาสุกะจึงเริ่มเสื่อมลง เพราะชายฝั่งทะเลตื้นเขิน แม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน อีกทั้งอาณาจักรมะละกาทางตอนใต้ยกกำลังมาโจมตีหลายครั้ง กระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 21 ลังกาสุกะก็ล่มสลายลง โดยมีเมืองท่าแห่งใหม่ชื่อปะตานีเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทน และเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่สำคัญในภูมิภาคนี้

ล่วงเลยมาถึง พ.ศ. 2351 ปัตตานีแบ่งการปกครองออกเป็น 7 หัวเมือง คือ เมืองตานี ยะหริ่ง หนองจิก สายบุรี ระแงะ รามันห์ และยะลา ครั้นถึง พ.ศ. 2449 ปัตตานีแยกมาตั้งเป็นมณฑล จนถึง พ.ศ. 2475 มณฑลปัตตานีก็ถูกยุบไปรวมกับมณฑลนครศรีธรรมราช กระทั่งถึง พ.ศ. 2476 จึงได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดปัตตานี จวบจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

จังหวัดปัตตานีมีโรงแรมและรีสอร์ตหลากหลายรูปแบบ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกตามความชอบและความเหมาะสม

จังหวัดปัตตานีมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ

อุทยานน้ำตกทรายขาว ภายในเขตอุทยานมีน้ำตกทรายขาว และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกหลายอย่าง

วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองปัตตานีมาเนิ่นนาน

มัสยิดกรือเซะ ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ลักษณะการก่อสร้างมัสยิดแห่งนี้เป็นแบบเสากลมก่ออิฐถือปูนแบบศิลปะทางตะวันออกกลาง

พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา เป็นศูนย์รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนของชาวมุสลิม ตลอดจนวัสดุเครื่องใช้ในสมัยประวัติศาสตร์อย่างโบราณคดีและศิลปหัตถกรรม

แหลมตาชี สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและพระอาทิตย์ตกในยามเย็น

หาดแฆแฆ เป็นชายหาดสาธารณะที่สวยงาม

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน 

นอกจากการท่องเที่ยวดูวิถีชีวิตชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ และชมร่องรอยความเป็นมาอันยาวนานของปัตตานี ที่มัสยิด วัดวาอาราม วังเก่ายะหริ่ง และสถานที่สำคัญอื่นๆ แล้ว ปัตตานียังมีแหล่งดำน้ำขึ้นชื่อ คือโลซิน อีกอย่างที่น่าสนใจก็คืองานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ

ปัตตานีมีอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารไทยภาคกลาง อาหารปักษ์ใต้ และอาหารมุสลิมท้องถิ่น สามารถลิ้มลองความอร่อยได้ที่ร้านอาหารในย่านตัวเมือง ที่ไม่ควรพลาดคือข้าวยำ เพราะน้ำบูดูของปัตตานีขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนถึงขั้นเป็นของฝากประจำเมือง

สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของปัตตานีคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีชื่อปรากฏอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัด คือ น้ำบูดูและลูกหยี นอกจากนี้ ยังมีข้าวเกรียบปลา เรือกอและจำลอง ผ้าปาเต๊ะ เป็นต้น

accommodation ที่พัก

ปัตตานี (Pattan) คือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล

 

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน  ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

ปัตตานีคือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล นับเป็นอีกจังหวัดที่งดงามด้วยวิถีชีวิตของผู้คนและสภาพภูมิประเทศ สมกับความยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นอดีตอาณาจักรเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์

จังหวัดปัตตานีมีเนื้อที่ประมาณ 2,052 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (อันดับ 1 คือภูเก็ต) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก มีภูเขาสำคัญคือภูเขาทรายขาว ซึ่งอยู่ในเทือกเขาสันกาลาคีรี มีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำตานีและแม่น้ำสายบุรี

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน มีชื่อปรากฏอยู่ในเอกสารโบราณหลายฉบับ เช่น ตานี ปะตานี ฟาฏอนี โฝตาหนี ต้าหนี่ เป็นต้น ด้วยทำเลที่ตั้งติดกับทะเล มีอ่าวที่สามารถบังคลื่นลมได้ดี อีกทั้งยังมีเส้นทางบกและเส้นทางแม่น้ำเชื่อมต่อกับด้านมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงการที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ปัตตานีจึงเป็นเมืองท่าค้าขายกับเมืองอื่นๆ บนคาบสมุทรมลายูที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง การเป็นเมืองท่าเช่นนี้ยังทำให้ปัตตานีได้รับอารยธรรมจากชนชาติต่างๆ ที่เข้ามาติดต่อค้าขาย ซึ่งต่อมาได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม กลายเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาจนถึงทุกวันนี้

นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเชื่อว่า ดินแดนที่เป็นปัตตานีในปัจจุบัน คือที่ตั้งของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโบราณยะรังในปัจจุบัน จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ลังกาสุกะจึงเริ่มเสื่อมลง เพราะชายฝั่งทะเลตื้นเขิน แม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน อีกทั้งอาณาจักรมะละกาทางตอนใต้ยกกำลังมาโจมตีหลายครั้ง กระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 21 ลังกาสุกะก็ล่มสลายลง โดยมีเมืองท่าแห่งใหม่ชื่อปะตานีเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทน และเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่สำคัญในภูมิภาคนี้

ล่วงเลยมาถึง พ.ศ. 2351 ปัตตานีแบ่งการปกครองออกเป็น 7 หัวเมือง คือ เมืองตานี ยะหริ่ง หนองจิก สายบุรี ระแงะ รามันห์ และยะลา ครั้นถึง พ.ศ. 2449 ปัตตานีแยกมาตั้งเป็นมณฑล จนถึง พ.ศ. 2475 มณฑลปัตตานีก็ถูกยุบไปรวมกับมณฑลนครศรีธรรมราช กระทั่งถึง พ.ศ. 2476 จึงได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดปัตตานี จวบจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

จังหวัดปัตตานีมีโรงแรมและรีสอร์ตหลากหลายรูปแบบ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกตามความชอบและความเหมาะสม

จังหวัดปัตตานีมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ

อุทยานน้ำตกทรายขาว ภายในเขตอุทยานมีน้ำตกทรายขาว และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกหลายอย่าง

วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองปัตตานีมาเนิ่นนาน

มัสยิดกรือเซะ ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ลักษณะการก่อสร้างมัสยิดแห่งนี้เป็นแบบเสากลมก่ออิฐถือปูนแบบศิลปะทางตะวันออกกลาง

พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา เป็นศูนย์รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนของชาวมุสลิม ตลอดจนวัสดุเครื่องใช้ในสมัยประวัติศาสตร์อย่างโบราณคดีและศิลปหัตถกรรม

แหลมตาชี สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและพระอาทิตย์ตกในยามเย็น

หาดแฆแฆ เป็นชายหาดสาธารณะที่สวยงาม

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน 

นอกจากการท่องเที่ยวดูวิถีชีวิตชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ และชมร่องรอยความเป็นมาอันยาวนานของปัตตานี ที่มัสยิด วัดวาอาราม วังเก่ายะหริ่ง และสถานที่สำคัญอื่นๆ แล้ว ปัตตานียังมีแหล่งดำน้ำขึ้นชื่อ คือโลซิน อีกอย่างที่น่าสนใจก็คืองานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ

ปัตตานีมีอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารไทยภาคกลาง อาหารปักษ์ใต้ และอาหารมุสลิมท้องถิ่น สามารถลิ้มลองความอร่อยได้ที่ร้านอาหารในย่านตัวเมือง ที่ไม่ควรพลาดคือข้าวยำ เพราะน้ำบูดูของปัตตานีขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนถึงขั้นเป็นของฝากประจำเมือง

สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของปัตตานีคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีชื่อปรากฏอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัด คือ น้ำบูดูและลูกหยี นอกจากนี้ ยังมีข้าวเกรียบปลา เรือกอและจำลอง ผ้าปาเต๊ะ เป็นต้น

ปัตตานี (Pattan) คือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล

 

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน  ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

ปัตตานีคือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล นับเป็นอีกจังหวัดที่งดงามด้วยวิถีชีวิตของผู้คนและสภาพภูมิประเทศ สมกับความยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นอดีตอาณาจักรเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์

จังหวัดปัตตานีมีเนื้อที่ประมาณ 2,052 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (อันดับ 1 คือภูเก็ต) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก มีภูเขาสำคัญคือภูเขาทรายขาว ซึ่งอยู่ในเทือกเขาสันกาลาคีรี มีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำตานีและแม่น้ำสายบุรี

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน มีชื่อปรากฏอยู่ในเอกสารโบราณหลายฉบับ เช่น ตานี ปะตานี ฟาฏอนี โฝตาหนี ต้าหนี่ เป็นต้น ด้วยทำเลที่ตั้งติดกับทะเล มีอ่าวที่สามารถบังคลื่นลมได้ดี อีกทั้งยังมีเส้นทางบกและเส้นทางแม่น้ำเชื่อมต่อกับด้านมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงการที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ปัตตานีจึงเป็นเมืองท่าค้าขายกับเมืองอื่นๆ บนคาบสมุทรมลายูที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง การเป็นเมืองท่าเช่นนี้ยังทำให้ปัตตานีได้รับอารยธรรมจากชนชาติต่างๆ ที่เข้ามาติดต่อค้าขาย ซึ่งต่อมาได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม กลายเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาจนถึงทุกวันนี้

นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเชื่อว่า ดินแดนที่เป็นปัตตานีในปัจจุบัน คือที่ตั้งของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโบราณยะรังในปัจจุบัน จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ลังกาสุกะจึงเริ่มเสื่อมลง เพราะชายฝั่งทะเลตื้นเขิน แม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน อีกทั้งอาณาจักรมะละกาทางตอนใต้ยกกำลังมาโจมตีหลายครั้ง กระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 21 ลังกาสุกะก็ล่มสลายลง โดยมีเมืองท่าแห่งใหม่ชื่อปะตานีเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทน และเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่สำคัญในภูมิภาคนี้

ล่วงเลยมาถึง พ.ศ. 2351 ปัตตานีแบ่งการปกครองออกเป็น 7 หัวเมือง คือ เมืองตานี ยะหริ่ง หนองจิก สายบุรี ระแงะ รามันห์ และยะลา ครั้นถึง พ.ศ. 2449 ปัตตานีแยกมาตั้งเป็นมณฑล จนถึง พ.ศ. 2475 มณฑลปัตตานีก็ถูกยุบไปรวมกับมณฑลนครศรีธรรมราช กระทั่งถึง พ.ศ. 2476 จึงได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดปัตตานี จวบจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

จังหวัดปัตตานีมีโรงแรมและรีสอร์ตหลากหลายรูปแบบ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกตามความชอบและความเหมาะสม

จังหวัดปัตตานีมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ

อุทยานน้ำตกทรายขาว ภายในเขตอุทยานมีน้ำตกทรายขาว และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกหลายอย่าง

วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองปัตตานีมาเนิ่นนาน

มัสยิดกรือเซะ ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ลักษณะการก่อสร้างมัสยิดแห่งนี้เป็นแบบเสากลมก่ออิฐถือปูนแบบศิลปะทางตะวันออกกลาง

พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา เป็นศูนย์รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนของชาวมุสลิม ตลอดจนวัสดุเครื่องใช้ในสมัยประวัติศาสตร์อย่างโบราณคดีและศิลปหัตถกรรม

แหลมตาชี สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและพระอาทิตย์ตกในยามเย็น

หาดแฆแฆ เป็นชายหาดสาธารณะที่สวยงาม

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน 

นอกจากการท่องเที่ยวดูวิถีชีวิตชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ และชมร่องรอยความเป็นมาอันยาวนานของปัตตานี ที่มัสยิด วัดวาอาราม วังเก่ายะหริ่ง และสถานที่สำคัญอื่นๆ แล้ว ปัตตานียังมีแหล่งดำน้ำขึ้นชื่อ คือโลซิน อีกอย่างที่น่าสนใจก็คืองานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ

ปัตตานีมีอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารไทยภาคกลาง อาหารปักษ์ใต้ และอาหารมุสลิมท้องถิ่น สามารถลิ้มลองความอร่อยได้ที่ร้านอาหารในย่านตัวเมือง ที่ไม่ควรพลาดคือข้าวยำ เพราะน้ำบูดูของปัตตานีขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนถึงขั้นเป็นของฝากประจำเมือง

สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของปัตตานีคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีชื่อปรากฏอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัด คือ น้ำบูดูและลูกหยี นอกจากนี้ ยังมีข้าวเกรียบปลา เรือกอและจำลอง ผ้าปาเต๊ะ เป็นต้น

wheretogo สถานที่ท่องเที่ยว

ปัตตานี (Pattan) คือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล

 

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน  ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

ปัตตานีคือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล นับเป็นอีกจังหวัดที่งดงามด้วยวิถีชีวิตของผู้คนและสภาพภูมิประเทศ สมกับความยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นอดีตอาณาจักรเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์

จังหวัดปัตตานีมีเนื้อที่ประมาณ 2,052 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (อันดับ 1 คือภูเก็ต) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก มีภูเขาสำคัญคือภูเขาทรายขาว ซึ่งอยู่ในเทือกเขาสันกาลาคีรี มีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำตานีและแม่น้ำสายบุรี

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน มีชื่อปรากฏอยู่ในเอกสารโบราณหลายฉบับ เช่น ตานี ปะตานี ฟาฏอนี โฝตาหนี ต้าหนี่ เป็นต้น ด้วยทำเลที่ตั้งติดกับทะเล มีอ่าวที่สามารถบังคลื่นลมได้ดี อีกทั้งยังมีเส้นทางบกและเส้นทางแม่น้ำเชื่อมต่อกับด้านมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงการที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ปัตตานีจึงเป็นเมืองท่าค้าขายกับเมืองอื่นๆ บนคาบสมุทรมลายูที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง การเป็นเมืองท่าเช่นนี้ยังทำให้ปัตตานีได้รับอารยธรรมจากชนชาติต่างๆ ที่เข้ามาติดต่อค้าขาย ซึ่งต่อมาได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม กลายเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาจนถึงทุกวันนี้

นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเชื่อว่า ดินแดนที่เป็นปัตตานีในปัจจุบัน คือที่ตั้งของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโบราณยะรังในปัจจุบัน จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ลังกาสุกะจึงเริ่มเสื่อมลง เพราะชายฝั่งทะเลตื้นเขิน แม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน อีกทั้งอาณาจักรมะละกาทางตอนใต้ยกกำลังมาโจมตีหลายครั้ง กระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 21 ลังกาสุกะก็ล่มสลายลง โดยมีเมืองท่าแห่งใหม่ชื่อปะตานีเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทน และเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่สำคัญในภูมิภาคนี้

ล่วงเลยมาถึง พ.ศ. 2351 ปัตตานีแบ่งการปกครองออกเป็น 7 หัวเมือง คือ เมืองตานี ยะหริ่ง หนองจิก สายบุรี ระแงะ รามันห์ และยะลา ครั้นถึง พ.ศ. 2449 ปัตตานีแยกมาตั้งเป็นมณฑล จนถึง พ.ศ. 2475 มณฑลปัตตานีก็ถูกยุบไปรวมกับมณฑลนครศรีธรรมราช กระทั่งถึง พ.ศ. 2476 จึงได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดปัตตานี จวบจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

จังหวัดปัตตานีมีโรงแรมและรีสอร์ตหลากหลายรูปแบบ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกตามความชอบและความเหมาะสม

จังหวัดปัตตานีมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ

อุทยานน้ำตกทรายขาว ภายในเขตอุทยานมีน้ำตกทรายขาว และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกหลายอย่าง

วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองปัตตานีมาเนิ่นนาน

มัสยิดกรือเซะ ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ลักษณะการก่อสร้างมัสยิดแห่งนี้เป็นแบบเสากลมก่ออิฐถือปูนแบบศิลปะทางตะวันออกกลาง

พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา เป็นศูนย์รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนของชาวมุสลิม ตลอดจนวัสดุเครื่องใช้ในสมัยประวัติศาสตร์อย่างโบราณคดีและศิลปหัตถกรรม

แหลมตาชี สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและพระอาทิตย์ตกในยามเย็น

หาดแฆแฆ เป็นชายหาดสาธารณะที่สวยงาม

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน 

นอกจากการท่องเที่ยวดูวิถีชีวิตชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ และชมร่องรอยความเป็นมาอันยาวนานของปัตตานี ที่มัสยิด วัดวาอาราม วังเก่ายะหริ่ง และสถานที่สำคัญอื่นๆ แล้ว ปัตตานียังมีแหล่งดำน้ำขึ้นชื่อ คือโลซิน อีกอย่างที่น่าสนใจก็คืองานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ

ปัตตานีมีอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารไทยภาคกลาง อาหารปักษ์ใต้ และอาหารมุสลิมท้องถิ่น สามารถลิ้มลองความอร่อยได้ที่ร้านอาหารในย่านตัวเมือง ที่ไม่ควรพลาดคือข้าวยำ เพราะน้ำบูดูของปัตตานีขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนถึงขั้นเป็นของฝากประจำเมือง

สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของปัตตานีคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีชื่อปรากฏอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัด คือ น้ำบูดูและลูกหยี นอกจากนี้ ยังมีข้าวเกรียบปลา เรือกอและจำลอง ผ้าปาเต๊ะ เป็นต้น

thingstodo กิจกรรมท่องเที่ยว

ปัตตานี (Pattan) คือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล

 

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน  ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

ปัตตานีคือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล นับเป็นอีกจังหวัดที่งดงามด้วยวิถีชีวิตของผู้คนและสภาพภูมิประเทศ สมกับความยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นอดีตอาณาจักรเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์

จังหวัดปัตตานีมีเนื้อที่ประมาณ 2,052 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (อันดับ 1 คือภูเก็ต) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก มีภูเขาสำคัญคือภูเขาทรายขาว ซึ่งอยู่ในเทือกเขาสันกาลาคีรี มีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำตานีและแม่น้ำสายบุรี

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน มีชื่อปรากฏอยู่ในเอกสารโบราณหลายฉบับ เช่น ตานี ปะตานี ฟาฏอนี โฝตาหนี ต้าหนี่ เป็นต้น ด้วยทำเลที่ตั้งติดกับทะเล มีอ่าวที่สามารถบังคลื่นลมได้ดี อีกทั้งยังมีเส้นทางบกและเส้นทางแม่น้ำเชื่อมต่อกับด้านมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงการที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ปัตตานีจึงเป็นเมืองท่าค้าขายกับเมืองอื่นๆ บนคาบสมุทรมลายูที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง การเป็นเมืองท่าเช่นนี้ยังทำให้ปัตตานีได้รับอารยธรรมจากชนชาติต่างๆ ที่เข้ามาติดต่อค้าขาย ซึ่งต่อมาได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม กลายเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาจนถึงทุกวันนี้

นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเชื่อว่า ดินแดนที่เป็นปัตตานีในปัจจุบัน คือที่ตั้งของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโบราณยะรังในปัจจุบัน จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ลังกาสุกะจึงเริ่มเสื่อมลง เพราะชายฝั่งทะเลตื้นเขิน แม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน อีกทั้งอาณาจักรมะละกาทางตอนใต้ยกกำลังมาโจมตีหลายครั้ง กระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 21 ลังกาสุกะก็ล่มสลายลง โดยมีเมืองท่าแห่งใหม่ชื่อปะตานีเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทน และเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่สำคัญในภูมิภาคนี้

ล่วงเลยมาถึง พ.ศ. 2351 ปัตตานีแบ่งการปกครองออกเป็น 7 หัวเมือง คือ เมืองตานี ยะหริ่ง หนองจิก สายบุรี ระแงะ รามันห์ และยะลา ครั้นถึง พ.ศ. 2449 ปัตตานีแยกมาตั้งเป็นมณฑล จนถึง พ.ศ. 2475 มณฑลปัตตานีก็ถูกยุบไปรวมกับมณฑลนครศรีธรรมราช กระทั่งถึง พ.ศ. 2476 จึงได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดปัตตานี จวบจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

จังหวัดปัตตานีมีโรงแรมและรีสอร์ตหลากหลายรูปแบบ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกตามความชอบและความเหมาะสม

จังหวัดปัตตานีมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ

อุทยานน้ำตกทรายขาว ภายในเขตอุทยานมีน้ำตกทรายขาว และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกหลายอย่าง

วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองปัตตานีมาเนิ่นนาน

มัสยิดกรือเซะ ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ลักษณะการก่อสร้างมัสยิดแห่งนี้เป็นแบบเสากลมก่ออิฐถือปูนแบบศิลปะทางตะวันออกกลาง

พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา เป็นศูนย์รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนของชาวมุสลิม ตลอดจนวัสดุเครื่องใช้ในสมัยประวัติศาสตร์อย่างโบราณคดีและศิลปหัตถกรรม

แหลมตาชี สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและพระอาทิตย์ตกในยามเย็น

หาดแฆแฆ เป็นชายหาดสาธารณะที่สวยงาม

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน 

นอกจากการท่องเที่ยวดูวิถีชีวิตชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ และชมร่องรอยความเป็นมาอันยาวนานของปัตตานี ที่มัสยิด วัดวาอาราม วังเก่ายะหริ่ง และสถานที่สำคัญอื่นๆ แล้ว ปัตตานียังมีแหล่งดำน้ำขึ้นชื่อ คือโลซิน อีกอย่างที่น่าสนใจก็คืองานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ

ปัตตานีมีอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารไทยภาคกลาง อาหารปักษ์ใต้ และอาหารมุสลิมท้องถิ่น สามารถลิ้มลองความอร่อยได้ที่ร้านอาหารในย่านตัวเมือง ที่ไม่ควรพลาดคือข้าวยำ เพราะน้ำบูดูของปัตตานีขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนถึงขั้นเป็นของฝากประจำเมือง

สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของปัตตานีคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีชื่อปรากฏอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัด คือ น้ำบูดูและลูกหยี นอกจากนี้ ยังมีข้าวเกรียบปลา เรือกอและจำลอง ผ้าปาเต๊ะ เป็นต้น

foodanddrink ร้านอาหาร

ปัตตานี (Pattan) คือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล

 

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน  ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

ปัตตานีคือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล นับเป็นอีกจังหวัดที่งดงามด้วยวิถีชีวิตของผู้คนและสภาพภูมิประเทศ สมกับความยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นอดีตอาณาจักรเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์

จังหวัดปัตตานีมีเนื้อที่ประมาณ 2,052 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (อันดับ 1 คือภูเก็ต) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก มีภูเขาสำคัญคือภูเขาทรายขาว ซึ่งอยู่ในเทือกเขาสันกาลาคีรี มีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำตานีและแม่น้ำสายบุรี

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน มีชื่อปรากฏอยู่ในเอกสารโบราณหลายฉบับ เช่น ตานี ปะตานี ฟาฏอนี โฝตาหนี ต้าหนี่ เป็นต้น ด้วยทำเลที่ตั้งติดกับทะเล มีอ่าวที่สามารถบังคลื่นลมได้ดี อีกทั้งยังมีเส้นทางบกและเส้นทางแม่น้ำเชื่อมต่อกับด้านมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงการที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ปัตตานีจึงเป็นเมืองท่าค้าขายกับเมืองอื่นๆ บนคาบสมุทรมลายูที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง การเป็นเมืองท่าเช่นนี้ยังทำให้ปัตตานีได้รับอารยธรรมจากชนชาติต่างๆ ที่เข้ามาติดต่อค้าขาย ซึ่งต่อมาได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม กลายเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาจนถึงทุกวันนี้

นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเชื่อว่า ดินแดนที่เป็นปัตตานีในปัจจุบัน คือที่ตั้งของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโบราณยะรังในปัจจุบัน จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ลังกาสุกะจึงเริ่มเสื่อมลง เพราะชายฝั่งทะเลตื้นเขิน แม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน อีกทั้งอาณาจักรมะละกาทางตอนใต้ยกกำลังมาโจมตีหลายครั้ง กระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 21 ลังกาสุกะก็ล่มสลายลง โดยมีเมืองท่าแห่งใหม่ชื่อปะตานีเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทน และเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่สำคัญในภูมิภาคนี้

ล่วงเลยมาถึง พ.ศ. 2351 ปัตตานีแบ่งการปกครองออกเป็น 7 หัวเมือง คือ เมืองตานี ยะหริ่ง หนองจิก สายบุรี ระแงะ รามันห์ และยะลา ครั้นถึง พ.ศ. 2449 ปัตตานีแยกมาตั้งเป็นมณฑล จนถึง พ.ศ. 2475 มณฑลปัตตานีก็ถูกยุบไปรวมกับมณฑลนครศรีธรรมราช กระทั่งถึง พ.ศ. 2476 จึงได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดปัตตานี จวบจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

จังหวัดปัตตานีมีโรงแรมและรีสอร์ตหลากหลายรูปแบบ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกตามความชอบและความเหมาะสม

จังหวัดปัตตานีมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ

อุทยานน้ำตกทรายขาว ภายในเขตอุทยานมีน้ำตกทรายขาว และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกหลายอย่าง

วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองปัตตานีมาเนิ่นนาน

มัสยิดกรือเซะ ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ลักษณะการก่อสร้างมัสยิดแห่งนี้เป็นแบบเสากลมก่ออิฐถือปูนแบบศิลปะทางตะวันออกกลาง

พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา เป็นศูนย์รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนของชาวมุสลิม ตลอดจนวัสดุเครื่องใช้ในสมัยประวัติศาสตร์อย่างโบราณคดีและศิลปหัตถกรรม

แหลมตาชี สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและพระอาทิตย์ตกในยามเย็น

หาดแฆแฆ เป็นชายหาดสาธารณะที่สวยงาม

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน 

นอกจากการท่องเที่ยวดูวิถีชีวิตชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ และชมร่องรอยความเป็นมาอันยาวนานของปัตตานี ที่มัสยิด วัดวาอาราม วังเก่ายะหริ่ง และสถานที่สำคัญอื่นๆ แล้ว ปัตตานียังมีแหล่งดำน้ำขึ้นชื่อ คือโลซิน อีกอย่างที่น่าสนใจก็คืองานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ

ปัตตานีมีอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารไทยภาคกลาง อาหารปักษ์ใต้ และอาหารมุสลิมท้องถิ่น สามารถลิ้มลองความอร่อยได้ที่ร้านอาหารในย่านตัวเมือง ที่ไม่ควรพลาดคือข้าวยำ เพราะน้ำบูดูของปัตตานีขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนถึงขั้นเป็นของฝากประจำเมือง

สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของปัตตานีคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีชื่อปรากฏอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัด คือ น้ำบูดูและลูกหยี นอกจากนี้ ยังมีข้าวเกรียบปลา เรือกอและจำลอง ผ้าปาเต๊ะ เป็นต้น

shopping ช้อปปิ้ง

ปัตตานี (Pattan) คือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล

 

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน  ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

ปัตตานีคือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล นับเป็นอีกจังหวัดที่งดงามด้วยวิถีชีวิตของผู้คนและสภาพภูมิประเทศ สมกับความยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นอดีตอาณาจักรเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์

จังหวัดปัตตานีมีเนื้อที่ประมาณ 2,052 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (อันดับ 1 คือภูเก็ต) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก มีภูเขาสำคัญคือภูเขาทรายขาว ซึ่งอยู่ในเทือกเขาสันกาลาคีรี มีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำตานีและแม่น้ำสายบุรี

ปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน มีชื่อปรากฏอยู่ในเอกสารโบราณหลายฉบับ เช่น ตานี ปะตานี ฟาฏอนี โฝตาหนี ต้าหนี่ เป็นต้น ด้วยทำเลที่ตั้งติดกับทะเล มีอ่าวที่สามารถบังคลื่นลมได้ดี อีกทั้งยังมีเส้นทางบกและเส้นทางแม่น้ำเชื่อมต่อกับด้านมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงการที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ปัตตานีจึงเป็นเมืองท่าค้าขายกับเมืองอื่นๆ บนคาบสมุทรมลายูที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง การเป็นเมืองท่าเช่นนี้ยังทำให้ปัตตานีได้รับอารยธรรมจากชนชาติต่างๆ ที่เข้ามาติดต่อค้าขาย ซึ่งต่อมาได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม กลายเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาจนถึงทุกวันนี้

นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเชื่อว่า ดินแดนที่เป็นปัตตานีในปัจจุบัน คือที่ตั้งของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโบราณยะรังในปัจจุบัน จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ลังกาสุกะจึงเริ่มเสื่อมลง เพราะชายฝั่งทะเลตื้นเขิน แม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน อีกทั้งอาณาจักรมะละกาทางตอนใต้ยกกำลังมาโจมตีหลายครั้ง กระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 21 ลังกาสุกะก็ล่มสลายลง โดยมีเมืองท่าแห่งใหม่ชื่อปะตานีเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทน และเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่สำคัญในภูมิภาคนี้

ล่วงเลยมาถึง พ.ศ. 2351 ปัตตานีแบ่งการปกครองออกเป็น 7 หัวเมือง คือ เมืองตานี ยะหริ่ง หนองจิก สายบุรี ระแงะ รามันห์ และยะลา ครั้นถึง พ.ศ. 2449 ปัตตานีแยกมาตั้งเป็นมณฑล จนถึง พ.ศ. 2475 มณฑลปัตตานีก็ถูกยุบไปรวมกับมณฑลนครศรีธรรมราช กระทั่งถึง พ.ศ. 2476 จึงได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดปัตตานี จวบจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดปัตตานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน

จังหวัดปัตตานีมีโรงแรมและรีสอร์ตหลากหลายรูปแบบ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกตามความชอบและความเหมาะสม

จังหวัดปัตตานีมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ

อุทยานน้ำตกทรายขาว ภายในเขตอุทยานมีน้ำตกทรายขาว และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกหลายอย่าง

วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองปัตตานีมาเนิ่นนาน

มัสยิดกรือเซะ ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ลักษณะการก่อสร้างมัสยิดแห่งนี้เป็นแบบเสากลมก่ออิฐถือปูนแบบศิลปะทางตะวันออกกลาง

พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา เป็นศูนย์รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนของชาวมุสลิม ตลอดจนวัสดุเครื่องใช้ในสมัยประวัติศาสตร์อย่างโบราณคดีและศิลปหัตถกรรม

แหลมตาชี สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและพระอาทิตย์ตกในยามเย็น

หาดแฆแฆ เป็นชายหาดสาธารณะที่สวยงาม

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน 

นอกจากการท่องเที่ยวดูวิถีชีวิตชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ และชมร่องรอยความเป็นมาอันยาวนานของปัตตานี ที่มัสยิด วัดวาอาราม วังเก่ายะหริ่ง และสถานที่สำคัญอื่นๆ แล้ว ปัตตานียังมีแหล่งดำน้ำขึ้นชื่อ คือโลซิน อีกอย่างที่น่าสนใจก็คืองานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ

ปัตตานีมีอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารไทยภาคกลาง อาหารปักษ์ใต้ และอาหารมุสลิมท้องถิ่น สามารถลิ้มลองความอร่อยได้ที่ร้านอาหารในย่านตัวเมือง ที่ไม่ควรพลาดคือข้าวยำ เพราะน้ำบูดูของปัตตานีขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนถึงขั้นเป็นของฝากประจำเมือง

สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของปัตตานีคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีชื่อปรากฏอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัด คือ น้ำบูดูและลูกหยี นอกจากนี้ ยังมีข้าวเกรียบปลา เรือกอและจำลอง ผ้าปาเต๊ะ เป็นต้น