สถานที่ท่องเที่ยว
ปลายทาง
เกี่ยวกับ พังงา

จ.พังงา เป็นจังหวัดทางภาคใต้ของไทย สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจในตัวเมือง คือ เขาช้าง เป็นภูเขาขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายช้างหมอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด หรือถ้านักท่องเที่ยวคนใดชอบท่องเที่ยวแบบเข้าถ้ำ มาพังงาไม่ผิดหวังแน่นอน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำฤาษีสวรรค์และถ้ำลูกเสือ อยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ถนนเขาช้าง ภายในถ้ำเย็นสบาย มีธารน้ำใส หินงอกหินย้อย เหมาะมากสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ หรือจะเป็นถ้ำพุงช้าง อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแล้ว ยังมีธารน้ำไหลตลอดปีอีกด้วย

            และหากพูดถึงจังหวัดทางภาคใต้ของไทย พังงาเป็นอีกจังหวัดที่เรียกว่ามีหมู่เกาะสวยงามมากมาย แต่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรู้จักกันดี คือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน คำว่าสิมิลัน มาจากภาษามลายู แปลว่า เก้า หรือหมู่เกาะเก้า ทั้งนี้สิมิลันจึงมีทั้งหมด 9 เกาะตามความหมาย โดยทั้ง 9 เกาะนั้น มีความสวยงามตามธรรมชาติที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส หรืออีกเกาะที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี คือ เกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้ ในเกาะนี้มีอ่าว 10 กว่าแห่ง อ่าวที่มีชื่อเสียง คือ อ่าวแม่ยาย ซึ่งเป็นอ่าวที่คลื่นลมสงบและมีขนาดใหญ่ที่สุด

            ส่วนถ้าใครเดินทางไปถึงพังงาแล้ว พลาดไม่ได้เลยกับงานประเพณีปล่อยเต่า แต่จะไม่ได้จัดทั้งปี เพราะจะมีกำหนดจัดงานตรงกับเดือนมีนาคมของทุกปี  มีการเฉลิมฉลองเป็นเวลา 7 วัน กิจกรรมที่สำคัญของงาน คือการปล่อยลูกเต่าลงสู่ทะเลนั่นเอง

            สำหรับของที่ระลึกที่พลาดไม่ได้เช่นกัน คือดอกไม้ประดิษฐ์จากยางพารา ที่มีทั้งความประณีตสวยงามผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของแม่บ้านเกษตรกร หรือจะเป็นผลิตผลทางการเกษตรและอาหารทะเล ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือกะปิ แถมยังเป็นแหล่งผลิตกุ้งเสียบออกสู่ตลาดในจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย 

การเดินทาง

รถโดยสารประจำทางบริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ กรุงเทพฯ-พังงา บริการทุกวัน ออกจากสถานีขนส่งสายใต้  ถนนบรมราชชนนี ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ ๑๐ ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๒๘๙๔ ๖๑๒๒ และบริษัทเดินรถเอกชน คือ บริษัท ลิกไนท์ทัวร์ โทร. ๐ ๒๘๙๔ ๖๑๕๑-๒ สถานีพังงา ถนนเพชรเกษม (หลังธนาคารนครหลวงไทย)  โทร. ๐ ๗๖๔๑ ๒๓๐๐, ๐ ๗๖๔๑ ๒๐๑๔  www.transport.co.th

 

การเดินทาง กรุงเทพฯ-พังงา


1. บริษัท ขนส่ง จำกัด (โทร.02 872 1777)
กรุงเทพฯ –อ.เมือง จ.พังงา
-กทม.-ภูเก็ต                  06.20 น.    480 บาท    ปรับอากาศชั้น1
-กทม.-ภูเก็ต                  13.00 น.    480 บาท    ปรับอากาศชั้น1
-กทม.-ภูเก็ต                  18.00 น.    480 บาท    ปรับอากาศชั้น1
-กทม-พังงา-ภูเก็ต            20.00 น.    960 บาท    ปรับอากาศ VIP
-กทม-บ้านเขาต่อ-ภูเก็ต      20.00 น.    960 บาท    ปรับอากาศ VIP
-กรุงเทพฯ-คุระบุรี
-กทม.-ภูเก็ต                  09.30 น.    430 บาท     ปรับอากาศชั้น2
-กทม.-ตะกั่วป่า-โคกกลอย    20.00 น.    533 บาท     ปรับอากาศชั้น1
-กรุงเทพฯ-ตะกั่วป่า
-กทม.-ภูเก็ต                  09.30 น.    465 บาท     ปรับอากาศชั้น1
-กทม.-เขาสก-เขาหลัก(ทับละมุ)    20.00น.    930 บาท    ปรับอากาศ VIP
-กทม.-ตะกั่วป่า-โคกกลอย    20.00 น.    533 บาท     ปรับอากาศชั้น1


2. บริษัท ลิกไนท์ ทัวร์ (โทร.02 894 6151-2)
- กทม-พังงา(บ้านเขาต่อ)      18.40 น.   617 บาท     ปรับอากาศชั้น1
- กทม-พังงา(คุระบุรี-ตะกั่วป่า) 19.05 น.   748 บาท     ปรับอากาศ VIP


3.บริษัท บัส เอ็กซเพรส (โทร.02 894 6101-3)
-กทม-พังงา-ภูเก็ต            16.00 น.   598 บาท     ปรับอากาศชั้น1   
-กทม-พังงา-ภูเก็ต            19.00 น.   900 บาท     ปรับอากาศชั้น VIP
-กทม-พังงา-ภูเก็ต            20.30 น.   900บาท      ปรับอากาศชั้น VIP       
       
การเดินทาง  จังหวัดพังงา-กรุงเทพฯ


1. บริษัทขนส่ง จำกัด จ.พังงา โทร. (076 412 014)
อ.เมืองพังงา จ.พังงา-กรุงเทพฯ
-ภูเก็ต-กทม.                  08.50 น.    955  บาท    ปรับอากาศ VIP
-ภูเก็ต-กทม.                  19.45 น.    716 บาท     ปรับอากาศชั้น VIP 32ที่นั่ง*
-ภูเก็ต-กทม.                  08.00 น.    480 บาท     ปรับอากาศชั้น 2*
-ภูเก็ต-กทม.                  18.40 น.    614 บาท     ปรับอากาศชั้น 1
-ภูเก็ต-กทม.                  21.20 น.    480 บาท     ปรับอากาศชั้น 2   
-ภูเก็ต-กทม.                  17.45 น.    614 บาท     ปรับอากาศชั้น1
-ภูเก็ต-กทม.                  17.20 น.    716 บาท     ปรับอากาศชั้น VIP 32ที่นั่ง*
-ภูเก็ต-กทม.                  20.00 น.    716 บาท     ปรับอากาศชั้น VIP 32ที่นั่ง*
-ภูเก็ต-กทม.                  20.50 น.    716 บาท     ปรับอากาศชั้น VIP 32ที่นั่ง*
-ภูเก็ต-กทม.                  19.15 น.    716 บาท     ปรับอากาศชั้น VIP 32ที่นั่ง*
*หมายเหตุ * ด้านหลัง ขึ้นรถที่แยกหม้อแกง ถ.บายพาส ซื้อตั๋วบนรถได้เลย*
อ.คุระบุรี จ.พังงา-กรุงเทพฯ   
-กทม.ภูเก็ต                      10.30 น.    430 บาท     ปรับอากาศชั้น2
-กทม.-ภูเก็ต                     14.30 น.    430 บาท     ปรับอากาศชั้น1
-กทม.ตะกั่วป่า-โคกกลอย        16.00 น.    553 บาท     ปรับอากาศ VIP


2. บริษัทลิกไนท์ ทัวร์ (โทร. 076 412 300)   
-พังงา-กทม.                     17.00 น.    960 บาท    ปรับอากาศ VIP
-พังงา-กทม.                     17.00 น.    617 บาท    ปรับอากาศชั้น1
-พังงา-กทม.(คุระบุรี-ตะกั่วป่า)   15.30 น.    641 บาท    ปรับอากาศชั้น1


3. บริษัท บัส เอ็กซเพรส
อี๊ดบริการ (โทร. 076 430 039,081 272 6814,081 085 7123) ,และมิสเตอร์แก่นทัวร์ (โทร.076 430 619)
-พังงา-กทม.                    08.00 น.   598 บาท     ปรับอากาศชั้น1
-พังงา-กทม.                    17.30 น.   900 บาท     ปรับอากาศ VIP
-พังงา-กทม.                    17.30 น.   598 บาท     ปรับอากาศชั้น1
-พังงา-กทม.                    19.00 น.   598 บาท     ปรับอากาศชั้น1
-พังงา-กทม.                    20.30 น.   477 บาท     ปรับอากาศชั้น2

รถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย มีขบวนรถไฟออกจากกรุงเทพฯ ไปลงที่สถานีสุราษฎร์ธานี อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดพังงาอีกประมาณ ๒ ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง โทร. ๑๖๙๐, ๐ ๒๒๒๐ ๔๓๓๔, ๐ ๒๒๒๐ ๔๔๔๔ (สำรองตั๋วทางโทรศัพท์ ๓ วันขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๖๐ วัน) หรือ  www.railway.co.th

เครื่องบิน ไม่มีเที่ยวบินบินตรงไปจังหวัดพังงา แต่สามารถใช้เส้นทางบิน กรุงเทพฯ-ภูเก็ต จากนั้นต่อรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดพังงาประมาณ ๕๘ กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดได้จากสายการบินดังนี้

- บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. ๑๕๖๖, ๐ ๒๓๕๖ ๑๑๑๑ สาขาภูเก็ต โทร. ๐ ๗๖๒๑ ๑๑๙๕  www.thaiairways.com

- บริษัท บางกอกแอร์เวย์ส จำกัด โทร. ๐ ๒๒๖๕ ๕๕๕๕, ๐ ๒๒๖๕ ๕๖๗๘  www.bangkokair.com

- บริษัท แอร์เอเซีย จำกัด โทร. ๐ ๒๕๑๕ ๙๙๙๙ www.airasia.com

- สายการบินนกแอร์  โทร. ๑๓๑๘, ๐ ๒๖๒๗  ๒๐๐๐ www.nokair.co.th

- สายการบินวันทูโก  โทร. ๑๑๒๖, ๐ ๒๒๒๙ ๔๒๖๐ www.fly12go.com

insight ข้อมูลเจาะลึก
general ข้อมูลทั่วไป

จ.พังงา เป็นจังหวัดทางภาคใต้ของไทย สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจในตัวเมือง คือ เขาช้าง เป็นภูเขาขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายช้างหมอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด หรือถ้านักท่องเที่ยวคนใดชอบท่องเที่ยวแบบเข้าถ้ำ มาพังงาไม่ผิดหวังแน่นอน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำฤาษีสวรรค์และถ้ำลูกเสือ อยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ถนนเขาช้าง ภายในถ้ำเย็นสบาย มีธารน้ำใส หินงอกหินย้อย เหมาะมากสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ หรือจะเป็นถ้ำพุงช้าง อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแล้ว ยังมีธารน้ำไหลตลอดปีอีกด้วย

            และหากพูดถึงจังหวัดทางภาคใต้ของไทย พังงาเป็นอีกจังหวัดที่เรียกว่ามีหมู่เกาะสวยงามมากมาย แต่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรู้จักกันดี คือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน คำว่าสิมิลัน มาจากภาษามลายู แปลว่า เก้า หรือหมู่เกาะเก้า ทั้งนี้สิมิลันจึงมีทั้งหมด 9 เกาะตามความหมาย โดยทั้ง 9 เกาะนั้น มีความสวยงามตามธรรมชาติที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส หรืออีกเกาะที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี คือ เกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้ ในเกาะนี้มีอ่าว 10 กว่าแห่ง อ่าวที่มีชื่อเสียง คือ อ่าวแม่ยาย ซึ่งเป็นอ่าวที่คลื่นลมสงบและมีขนาดใหญ่ที่สุด

            ส่วนถ้าใครเดินทางไปถึงพังงาแล้ว พลาดไม่ได้เลยกับงานประเพณีปล่อยเต่า แต่จะไม่ได้จัดทั้งปี เพราะจะมีกำหนดจัดงานตรงกับเดือนมีนาคมของทุกปี  มีการเฉลิมฉลองเป็นเวลา 7 วัน กิจกรรมที่สำคัญของงาน คือการปล่อยลูกเต่าลงสู่ทะเลนั่นเอง

            สำหรับของที่ระลึกที่พลาดไม่ได้เช่นกัน คือดอกไม้ประดิษฐ์จากยางพารา ที่มีทั้งความประณีตสวยงามผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของแม่บ้านเกษตรกร หรือจะเป็นผลิตผลทางการเกษตรและอาหารทะเล ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือกะปิ แถมยังเป็นแหล่งผลิตกุ้งเสียบออกสู่ตลาดในจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย 

พังงา คือ จังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบนบกและใต้น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มเกาะสวยงามที่วางตัวเรียงรายอยู่ในทะเลอันดามัน จนพังงาได้รับสมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งป่าเกาะ รวมทั้งยังมีผืนป่าชายเลนหนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

พังงาเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน มุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่น่าสนใจ เช่น เกาะปันหยี เกาะยาว หมู่บ้านชาวมอแกนในบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ ชุมชนชาวเหมืองแร่ที่ตะกั่วป่า ฯลฯ

นอกจากนั้น พังงายังเต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น โลกใต้น้ำของหมู่เกาะสิมิลัน ดงปะการังหลากหลายและฝูงปลาน้อยใหญ่ใต้ทะเลหมู่เกาะสุรินทร์ เขาตาปู เขาพิงกัน เกาะพระทอง ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ทำให้พังงาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเสมอมา

จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4,171 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศ คือ ฝั่งตะวันตกติดทะเลอันดามัน ส่วนบนบกนั้นส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา พื้นที่ป่าเป็นป่าดงดิบ สภาพภูมิประเทศที่หลากหลายและสวยงามนี้เองที่ก่อให้เกิดมูลค่าทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเกาะ เช่น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทอื่น คือ หาดทรายชายทะเล ป่าดิบ ป่าชายเลน น้ำตก และโถงถ้ำ

พังงาเริ่มต้นความเป็นมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานที่ขุดค้นพบมีทั้งเครื่องมือหิน ภาพเขียนสีในถ้ำ อาวุธที่ทำจากกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา ฯลฯ หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่สนับสนุนว่าพังงาเป็นเมืองเก่าแก่ คือเครื่องปั้นดินเผาและกำไลหิน อายุ 3,000-4,000 ปี ที่พบในถ้ำสุวรรณคูหา

ในสมัยประวัติศาสตร์ พบหลักฐานว่า ชาวกลิงคราฐหลบหนีการโจมตีของพระเจ้าอโศกมหาราชอยู่ในบริเวณริมทะเลแถวเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง ครั้นถึง พ.ศ. 300 ชาวอินเดียที่หนีมาได้นำศิลปวัฒนธรรมมาด้วย โดยมีการพบรูปสลักหินพระลักษมณ์ พระราม และนางสีดา ในบริเวณเมืองเก่าของตะกั่วป่า และในหนังสือมิลินทปัญหา ชาวอินเดียเรียกตะกั่วป่าว่าตะโกลา หรือตกโกล ซึ่งแปลว่าลูกกระวาน ปัจจุบันนี้คนเฒ่าคนแก่ก็ยังเรียกบริเวณนี้ว่าเมืองตะโกลา

ล่วงมาจนถึงสมัยอยุธยา พังงามีฐานะเป็นเมืองแขวง ขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับการยกฐานะให้เป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 2 พม่ามาตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง จึงมีการย้ายผู้คนมาอยู่ที่ตำบลกราภูงา ซึ่งอยู่ตรงปากน้ำพังงา และตั้งชื่อเมืองว่าภูงา ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาคำว่าภูงาเพี้ยนเป็นพังงา

จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 เมืองพังงา ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ กระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีการยุบเมืองตะกั่วป่าขึ้นกับเมืองพังงา หลังจากนั้น พังงาก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดในสมัยรัชกาลที่ 6 ทว่าช่วงที่เมืองรุ่งเรืองอย่างที่สุดนั้นอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะกิจการเหมืองแร่ดีบุกในพังงาเจริญก้าวหน้ามาก

หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ พังงาก็กลับสู่ความเงียบสงบ กระทั่งกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์เลือกอ่าวพังงาเป็นฉากถ่ายทำเมื่อปี พ.ศ. 2517 ความงดงามของภูมิประเทศจึงถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก จากวันนั้นเอง พังงาก็เติบโตขึ้นในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่งดงาม

จังหวัดพังงาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพังงา อำเภอกะปง อำเภอเกาะยาว อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า อำเภอทับปุด และอำเภอท้ายเหมือง

ทิปส์ท่องเที่ยว

  • สำหรับคนที่ชอบเดินชมเมืองเก่า ต้องไม่พลาดการเดินเที่ยวชมเมืองตะกั่วป่าในย่านตลาดใหญ่ เที่ยวที่นี่เหมือนได้ย้อนยุคไปสู่ช่วงเหมืองแร่เฟื่องฟูเลยทีเดียว
  • อย่าลืมไปจับจ่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือแบบซาโอริ สีสันสดใส รูปแบบน่ารัก ที่บ้านบางม่วง นอกจากได้ของน่าใช้ ยังได้บุญ เพราะรายได้จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยสึนามิ
  • หลากหลายจุดดำน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์คือสวรรค์ของนักดำน้ำ เพราะสวยติดอันดับโลกเลยทีเดียว ไปถึงพังงาแล้วไม่ควรพลาด
  • พายคายัคเที่ยวอ่าวพังงา ชมผืนป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ และพายลอดถ้ำลอด ชมความงามของภูมิประเทศแบบป่าเกาะ อย่าลืมเตรียมกระเป๋ากันน้ำหรือถุงกันน้ำไปด้วย
  • จังหวัดพังงามีโรงแรมหลายระดับ รวมทั้งยังมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์มากมาย ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากนี้พังงายังมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่าในราคาย่อมเยา สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ฯลฯ

    จังหวัดพังงามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการผจญภัย เช่น วัดราษฎร์อุปถัมภ์ วัดนารายณิการาม เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ อ่าวพังงา เกาะปันหยี เขาหลัก น้ำตกโตนช่องฟ้า ฯลฯ

    กิจกรรมที่โด่งดังที่สุดในพังงาคือการดำน้ำ พังงามีทั้งแหล่งดำน้ำตื้นและแหล่งดำน้ำลึกให้เลือก นอกจากนี้ยังมีการพายเรือคายัคลัดเลาะไปตามอ่าว เลียบป่าชายเลน หรือพายออกสู่ผืนทะเล เป็นต้น

    พังงามีอาหารอร่อยหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารปักษ์ใต้ อาหารจีน และอาหารทะเล สำหรับเมนูอาหารพิเศษที่ขึ้นชื่อของพังงา คือ ใบเหมียงต้มกะทิ ใบเหมียงผัดไข่ ใบเหมียงผัดน้ำมันหอย ส่วนน้ำพริกกุ้งเสียบ ก็ถือว่าเป็นอาหารที่ไม่ควรพลาด
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองพังงาและบริเวณเขาหลักมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    สินค้าและของที่ระลึกจากจังหวัดพังงามีทั้งอาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากอาหาร ผ้าบาติก เครื่องจักสานจากใบเตยทะเล สินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือแบบซาโอริ ฯลฯ

    transport การเดินทาง

    จ.พังงา เป็นจังหวัดทางภาคใต้ของไทย สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจในตัวเมือง คือ เขาช้าง เป็นภูเขาขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายช้างหมอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด หรือถ้านักท่องเที่ยวคนใดชอบท่องเที่ยวแบบเข้าถ้ำ มาพังงาไม่ผิดหวังแน่นอน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำฤาษีสวรรค์และถ้ำลูกเสือ อยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ถนนเขาช้าง ภายในถ้ำเย็นสบาย มีธารน้ำใส หินงอกหินย้อย เหมาะมากสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ หรือจะเป็นถ้ำพุงช้าง อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแล้ว ยังมีธารน้ำไหลตลอดปีอีกด้วย

                และหากพูดถึงจังหวัดทางภาคใต้ของไทย พังงาเป็นอีกจังหวัดที่เรียกว่ามีหมู่เกาะสวยงามมากมาย แต่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรู้จักกันดี คือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน คำว่าสิมิลัน มาจากภาษามลายู แปลว่า เก้า หรือหมู่เกาะเก้า ทั้งนี้สิมิลันจึงมีทั้งหมด 9 เกาะตามความหมาย โดยทั้ง 9 เกาะนั้น มีความสวยงามตามธรรมชาติที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส หรืออีกเกาะที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี คือ เกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้ ในเกาะนี้มีอ่าว 10 กว่าแห่ง อ่าวที่มีชื่อเสียง คือ อ่าวแม่ยาย ซึ่งเป็นอ่าวที่คลื่นลมสงบและมีขนาดใหญ่ที่สุด

                ส่วนถ้าใครเดินทางไปถึงพังงาแล้ว พลาดไม่ได้เลยกับงานประเพณีปล่อยเต่า แต่จะไม่ได้จัดทั้งปี เพราะจะมีกำหนดจัดงานตรงกับเดือนมีนาคมของทุกปี  มีการเฉลิมฉลองเป็นเวลา 7 วัน กิจกรรมที่สำคัญของงาน คือการปล่อยลูกเต่าลงสู่ทะเลนั่นเอง

                สำหรับของที่ระลึกที่พลาดไม่ได้เช่นกัน คือดอกไม้ประดิษฐ์จากยางพารา ที่มีทั้งความประณีตสวยงามผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของแม่บ้านเกษตรกร หรือจะเป็นผลิตผลทางการเกษตรและอาหารทะเล ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือกะปิ แถมยังเป็นแหล่งผลิตกุ้งเสียบออกสู่ตลาดในจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย 

    พังงา คือ จังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบนบกและใต้น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มเกาะสวยงามที่วางตัวเรียงรายอยู่ในทะเลอันดามัน จนพังงาได้รับสมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งป่าเกาะ รวมทั้งยังมีผืนป่าชายเลนหนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

    พังงาเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน มุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่น่าสนใจ เช่น เกาะปันหยี เกาะยาว หมู่บ้านชาวมอแกนในบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ ชุมชนชาวเหมืองแร่ที่ตะกั่วป่า ฯลฯ

    นอกจากนั้น พังงายังเต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น โลกใต้น้ำของหมู่เกาะสิมิลัน ดงปะการังหลากหลายและฝูงปลาน้อยใหญ่ใต้ทะเลหมู่เกาะสุรินทร์ เขาตาปู เขาพิงกัน เกาะพระทอง ฯลฯ

    ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ทำให้พังงาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเสมอมา

    จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4,171 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศ คือ ฝั่งตะวันตกติดทะเลอันดามัน ส่วนบนบกนั้นส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา พื้นที่ป่าเป็นป่าดงดิบ สภาพภูมิประเทศที่หลากหลายและสวยงามนี้เองที่ก่อให้เกิดมูลค่าทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเกาะ เช่น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทอื่น คือ หาดทรายชายทะเล ป่าดิบ ป่าชายเลน น้ำตก และโถงถ้ำ

    พังงาเริ่มต้นความเป็นมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานที่ขุดค้นพบมีทั้งเครื่องมือหิน ภาพเขียนสีในถ้ำ อาวุธที่ทำจากกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา ฯลฯ หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่สนับสนุนว่าพังงาเป็นเมืองเก่าแก่ คือเครื่องปั้นดินเผาและกำไลหิน อายุ 3,000-4,000 ปี ที่พบในถ้ำสุวรรณคูหา

    ในสมัยประวัติศาสตร์ พบหลักฐานว่า ชาวกลิงคราฐหลบหนีการโจมตีของพระเจ้าอโศกมหาราชอยู่ในบริเวณริมทะเลแถวเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง ครั้นถึง พ.ศ. 300 ชาวอินเดียที่หนีมาได้นำศิลปวัฒนธรรมมาด้วย โดยมีการพบรูปสลักหินพระลักษมณ์ พระราม และนางสีดา ในบริเวณเมืองเก่าของตะกั่วป่า และในหนังสือมิลินทปัญหา ชาวอินเดียเรียกตะกั่วป่าว่าตะโกลา หรือตกโกล ซึ่งแปลว่าลูกกระวาน ปัจจุบันนี้คนเฒ่าคนแก่ก็ยังเรียกบริเวณนี้ว่าเมืองตะโกลา

    ล่วงมาจนถึงสมัยอยุธยา พังงามีฐานะเป็นเมืองแขวง ขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับการยกฐานะให้เป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 2 พม่ามาตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง จึงมีการย้ายผู้คนมาอยู่ที่ตำบลกราภูงา ซึ่งอยู่ตรงปากน้ำพังงา และตั้งชื่อเมืองว่าภูงา ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาคำว่าภูงาเพี้ยนเป็นพังงา

    จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 เมืองพังงา ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ กระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีการยุบเมืองตะกั่วป่าขึ้นกับเมืองพังงา หลังจากนั้น พังงาก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดในสมัยรัชกาลที่ 6 ทว่าช่วงที่เมืองรุ่งเรืองอย่างที่สุดนั้นอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะกิจการเหมืองแร่ดีบุกในพังงาเจริญก้าวหน้ามาก

    หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ พังงาก็กลับสู่ความเงียบสงบ กระทั่งกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์เลือกอ่าวพังงาเป็นฉากถ่ายทำเมื่อปี พ.ศ. 2517 ความงดงามของภูมิประเทศจึงถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก จากวันนั้นเอง พังงาก็เติบโตขึ้นในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่งดงาม

    จังหวัดพังงาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพังงา อำเภอกะปง อำเภอเกาะยาว อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า อำเภอทับปุด และอำเภอท้ายเหมือง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • สำหรับคนที่ชอบเดินชมเมืองเก่า ต้องไม่พลาดการเดินเที่ยวชมเมืองตะกั่วป่าในย่านตลาดใหญ่ เที่ยวที่นี่เหมือนได้ย้อนยุคไปสู่ช่วงเหมืองแร่เฟื่องฟูเลยทีเดียว
  • อย่าลืมไปจับจ่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือแบบซาโอริ สีสันสดใส รูปแบบน่ารัก ที่บ้านบางม่วง นอกจากได้ของน่าใช้ ยังได้บุญ เพราะรายได้จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยสึนามิ
  • หลากหลายจุดดำน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์คือสวรรค์ของนักดำน้ำ เพราะสวยติดอันดับโลกเลยทีเดียว ไปถึงพังงาแล้วไม่ควรพลาด
  • พายคายัคเที่ยวอ่าวพังงา ชมผืนป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ และพายลอดถ้ำลอด ชมความงามของภูมิประเทศแบบป่าเกาะ อย่าลืมเตรียมกระเป๋ากันน้ำหรือถุงกันน้ำไปด้วย
  • จังหวัดพังงามีโรงแรมหลายระดับ รวมทั้งยังมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์มากมาย ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากนี้พังงายังมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่าในราคาย่อมเยา สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ฯลฯ

    จังหวัดพังงามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการผจญภัย เช่น วัดราษฎร์อุปถัมภ์ วัดนารายณิการาม เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ อ่าวพังงา เกาะปันหยี เขาหลัก น้ำตกโตนช่องฟ้า ฯลฯ

    กิจกรรมที่โด่งดังที่สุดในพังงาคือการดำน้ำ พังงามีทั้งแหล่งดำน้ำตื้นและแหล่งดำน้ำลึกให้เลือก นอกจากนี้ยังมีการพายเรือคายัคลัดเลาะไปตามอ่าว เลียบป่าชายเลน หรือพายออกสู่ผืนทะเล เป็นต้น

    พังงามีอาหารอร่อยหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารปักษ์ใต้ อาหารจีน และอาหารทะเล สำหรับเมนูอาหารพิเศษที่ขึ้นชื่อของพังงา คือ ใบเหมียงต้มกะทิ ใบเหมียงผัดไข่ ใบเหมียงผัดน้ำมันหอย ส่วนน้ำพริกกุ้งเสียบ ก็ถือว่าเป็นอาหารที่ไม่ควรพลาด
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองพังงาและบริเวณเขาหลักมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    สินค้าและของที่ระลึกจากจังหวัดพังงามีทั้งอาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากอาหาร ผ้าบาติก เครื่องจักสานจากใบเตยทะเล สินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือแบบซาโอริ ฯลฯ

    accommodation ที่พัก

    จ.พังงา เป็นจังหวัดทางภาคใต้ของไทย สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจในตัวเมือง คือ เขาช้าง เป็นภูเขาขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายช้างหมอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด หรือถ้านักท่องเที่ยวคนใดชอบท่องเที่ยวแบบเข้าถ้ำ มาพังงาไม่ผิดหวังแน่นอน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำฤาษีสวรรค์และถ้ำลูกเสือ อยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ถนนเขาช้าง ภายในถ้ำเย็นสบาย มีธารน้ำใส หินงอกหินย้อย เหมาะมากสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ หรือจะเป็นถ้ำพุงช้าง อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแล้ว ยังมีธารน้ำไหลตลอดปีอีกด้วย

                และหากพูดถึงจังหวัดทางภาคใต้ของไทย พังงาเป็นอีกจังหวัดที่เรียกว่ามีหมู่เกาะสวยงามมากมาย แต่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรู้จักกันดี คือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน คำว่าสิมิลัน มาจากภาษามลายู แปลว่า เก้า หรือหมู่เกาะเก้า ทั้งนี้สิมิลันจึงมีทั้งหมด 9 เกาะตามความหมาย โดยทั้ง 9 เกาะนั้น มีความสวยงามตามธรรมชาติที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส หรืออีกเกาะที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี คือ เกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้ ในเกาะนี้มีอ่าว 10 กว่าแห่ง อ่าวที่มีชื่อเสียง คือ อ่าวแม่ยาย ซึ่งเป็นอ่าวที่คลื่นลมสงบและมีขนาดใหญ่ที่สุด

                ส่วนถ้าใครเดินทางไปถึงพังงาแล้ว พลาดไม่ได้เลยกับงานประเพณีปล่อยเต่า แต่จะไม่ได้จัดทั้งปี เพราะจะมีกำหนดจัดงานตรงกับเดือนมีนาคมของทุกปี  มีการเฉลิมฉลองเป็นเวลา 7 วัน กิจกรรมที่สำคัญของงาน คือการปล่อยลูกเต่าลงสู่ทะเลนั่นเอง

                สำหรับของที่ระลึกที่พลาดไม่ได้เช่นกัน คือดอกไม้ประดิษฐ์จากยางพารา ที่มีทั้งความประณีตสวยงามผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของแม่บ้านเกษตรกร หรือจะเป็นผลิตผลทางการเกษตรและอาหารทะเล ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือกะปิ แถมยังเป็นแหล่งผลิตกุ้งเสียบออกสู่ตลาดในจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย 

    พังงา คือ จังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบนบกและใต้น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มเกาะสวยงามที่วางตัวเรียงรายอยู่ในทะเลอันดามัน จนพังงาได้รับสมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งป่าเกาะ รวมทั้งยังมีผืนป่าชายเลนหนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

    พังงาเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน มุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่น่าสนใจ เช่น เกาะปันหยี เกาะยาว หมู่บ้านชาวมอแกนในบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ ชุมชนชาวเหมืองแร่ที่ตะกั่วป่า ฯลฯ

    นอกจากนั้น พังงายังเต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น โลกใต้น้ำของหมู่เกาะสิมิลัน ดงปะการังหลากหลายและฝูงปลาน้อยใหญ่ใต้ทะเลหมู่เกาะสุรินทร์ เขาตาปู เขาพิงกัน เกาะพระทอง ฯลฯ

    ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ทำให้พังงาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเสมอมา

    จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4,171 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศ คือ ฝั่งตะวันตกติดทะเลอันดามัน ส่วนบนบกนั้นส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา พื้นที่ป่าเป็นป่าดงดิบ สภาพภูมิประเทศที่หลากหลายและสวยงามนี้เองที่ก่อให้เกิดมูลค่าทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเกาะ เช่น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทอื่น คือ หาดทรายชายทะเล ป่าดิบ ป่าชายเลน น้ำตก และโถงถ้ำ

    พังงาเริ่มต้นความเป็นมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานที่ขุดค้นพบมีทั้งเครื่องมือหิน ภาพเขียนสีในถ้ำ อาวุธที่ทำจากกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา ฯลฯ หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่สนับสนุนว่าพังงาเป็นเมืองเก่าแก่ คือเครื่องปั้นดินเผาและกำไลหิน อายุ 3,000-4,000 ปี ที่พบในถ้ำสุวรรณคูหา

    ในสมัยประวัติศาสตร์ พบหลักฐานว่า ชาวกลิงคราฐหลบหนีการโจมตีของพระเจ้าอโศกมหาราชอยู่ในบริเวณริมทะเลแถวเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง ครั้นถึง พ.ศ. 300 ชาวอินเดียที่หนีมาได้นำศิลปวัฒนธรรมมาด้วย โดยมีการพบรูปสลักหินพระลักษมณ์ พระราม และนางสีดา ในบริเวณเมืองเก่าของตะกั่วป่า และในหนังสือมิลินทปัญหา ชาวอินเดียเรียกตะกั่วป่าว่าตะโกลา หรือตกโกล ซึ่งแปลว่าลูกกระวาน ปัจจุบันนี้คนเฒ่าคนแก่ก็ยังเรียกบริเวณนี้ว่าเมืองตะโกลา

    ล่วงมาจนถึงสมัยอยุธยา พังงามีฐานะเป็นเมืองแขวง ขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับการยกฐานะให้เป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 2 พม่ามาตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง จึงมีการย้ายผู้คนมาอยู่ที่ตำบลกราภูงา ซึ่งอยู่ตรงปากน้ำพังงา และตั้งชื่อเมืองว่าภูงา ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาคำว่าภูงาเพี้ยนเป็นพังงา

    จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 เมืองพังงา ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ กระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีการยุบเมืองตะกั่วป่าขึ้นกับเมืองพังงา หลังจากนั้น พังงาก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดในสมัยรัชกาลที่ 6 ทว่าช่วงที่เมืองรุ่งเรืองอย่างที่สุดนั้นอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะกิจการเหมืองแร่ดีบุกในพังงาเจริญก้าวหน้ามาก

    หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ พังงาก็กลับสู่ความเงียบสงบ กระทั่งกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์เลือกอ่าวพังงาเป็นฉากถ่ายทำเมื่อปี พ.ศ. 2517 ความงดงามของภูมิประเทศจึงถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก จากวันนั้นเอง พังงาก็เติบโตขึ้นในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่งดงาม

    จังหวัดพังงาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพังงา อำเภอกะปง อำเภอเกาะยาว อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า อำเภอทับปุด และอำเภอท้ายเหมือง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • สำหรับคนที่ชอบเดินชมเมืองเก่า ต้องไม่พลาดการเดินเที่ยวชมเมืองตะกั่วป่าในย่านตลาดใหญ่ เที่ยวที่นี่เหมือนได้ย้อนยุคไปสู่ช่วงเหมืองแร่เฟื่องฟูเลยทีเดียว
  • อย่าลืมไปจับจ่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือแบบซาโอริ สีสันสดใส รูปแบบน่ารัก ที่บ้านบางม่วง นอกจากได้ของน่าใช้ ยังได้บุญ เพราะรายได้จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยสึนามิ
  • หลากหลายจุดดำน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์คือสวรรค์ของนักดำน้ำ เพราะสวยติดอันดับโลกเลยทีเดียว ไปถึงพังงาแล้วไม่ควรพลาด
  • พายคายัคเที่ยวอ่าวพังงา ชมผืนป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ และพายลอดถ้ำลอด ชมความงามของภูมิประเทศแบบป่าเกาะ อย่าลืมเตรียมกระเป๋ากันน้ำหรือถุงกันน้ำไปด้วย
  • จังหวัดพังงามีโรงแรมหลายระดับ รวมทั้งยังมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์มากมาย ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากนี้พังงายังมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่าในราคาย่อมเยา สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ฯลฯ

    จังหวัดพังงามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการผจญภัย เช่น วัดราษฎร์อุปถัมภ์ วัดนารายณิการาม เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ อ่าวพังงา เกาะปันหยี เขาหลัก น้ำตกโตนช่องฟ้า ฯลฯ

    กิจกรรมที่โด่งดังที่สุดในพังงาคือการดำน้ำ พังงามีทั้งแหล่งดำน้ำตื้นและแหล่งดำน้ำลึกให้เลือก นอกจากนี้ยังมีการพายเรือคายัคลัดเลาะไปตามอ่าว เลียบป่าชายเลน หรือพายออกสู่ผืนทะเล เป็นต้น

    พังงามีอาหารอร่อยหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารปักษ์ใต้ อาหารจีน และอาหารทะเล สำหรับเมนูอาหารพิเศษที่ขึ้นชื่อของพังงา คือ ใบเหมียงต้มกะทิ ใบเหมียงผัดไข่ ใบเหมียงผัดน้ำมันหอย ส่วนน้ำพริกกุ้งเสียบ ก็ถือว่าเป็นอาหารที่ไม่ควรพลาด
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองพังงาและบริเวณเขาหลักมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    สินค้าและของที่ระลึกจากจังหวัดพังงามีทั้งอาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากอาหาร ผ้าบาติก เครื่องจักสานจากใบเตยทะเล สินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือแบบซาโอริ ฯลฯ

    จ.พังงา เป็นจังหวัดทางภาคใต้ของไทย สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจในตัวเมือง คือ เขาช้าง เป็นภูเขาขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายช้างหมอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด หรือถ้านักท่องเที่ยวคนใดชอบท่องเที่ยวแบบเข้าถ้ำ มาพังงาไม่ผิดหวังแน่นอน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำฤาษีสวรรค์และถ้ำลูกเสือ อยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ถนนเขาช้าง ภายในถ้ำเย็นสบาย มีธารน้ำใส หินงอกหินย้อย เหมาะมากสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ หรือจะเป็นถ้ำพุงช้าง อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแล้ว ยังมีธารน้ำไหลตลอดปีอีกด้วย

                และหากพูดถึงจังหวัดทางภาคใต้ของไทย พังงาเป็นอีกจังหวัดที่เรียกว่ามีหมู่เกาะสวยงามมากมาย แต่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรู้จักกันดี คือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน คำว่าสิมิลัน มาจากภาษามลายู แปลว่า เก้า หรือหมู่เกาะเก้า ทั้งนี้สิมิลันจึงมีทั้งหมด 9 เกาะตามความหมาย โดยทั้ง 9 เกาะนั้น มีความสวยงามตามธรรมชาติที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส หรืออีกเกาะที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี คือ เกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้ ในเกาะนี้มีอ่าว 10 กว่าแห่ง อ่าวที่มีชื่อเสียง คือ อ่าวแม่ยาย ซึ่งเป็นอ่าวที่คลื่นลมสงบและมีขนาดใหญ่ที่สุด

                ส่วนถ้าใครเดินทางไปถึงพังงาแล้ว พลาดไม่ได้เลยกับงานประเพณีปล่อยเต่า แต่จะไม่ได้จัดทั้งปี เพราะจะมีกำหนดจัดงานตรงกับเดือนมีนาคมของทุกปี  มีการเฉลิมฉลองเป็นเวลา 7 วัน กิจกรรมที่สำคัญของงาน คือการปล่อยลูกเต่าลงสู่ทะเลนั่นเอง

                สำหรับของที่ระลึกที่พลาดไม่ได้เช่นกัน คือดอกไม้ประดิษฐ์จากยางพารา ที่มีทั้งความประณีตสวยงามผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของแม่บ้านเกษตรกร หรือจะเป็นผลิตผลทางการเกษตรและอาหารทะเล ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือกะปิ แถมยังเป็นแหล่งผลิตกุ้งเสียบออกสู่ตลาดในจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย 

    พังงา คือ จังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบนบกและใต้น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มเกาะสวยงามที่วางตัวเรียงรายอยู่ในทะเลอันดามัน จนพังงาได้รับสมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งป่าเกาะ รวมทั้งยังมีผืนป่าชายเลนหนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

    พังงาเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน มุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่น่าสนใจ เช่น เกาะปันหยี เกาะยาว หมู่บ้านชาวมอแกนในบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ ชุมชนชาวเหมืองแร่ที่ตะกั่วป่า ฯลฯ

    นอกจากนั้น พังงายังเต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น โลกใต้น้ำของหมู่เกาะสิมิลัน ดงปะการังหลากหลายและฝูงปลาน้อยใหญ่ใต้ทะเลหมู่เกาะสุรินทร์ เขาตาปู เขาพิงกัน เกาะพระทอง ฯลฯ

    ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ทำให้พังงาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเสมอมา

    จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4,171 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศ คือ ฝั่งตะวันตกติดทะเลอันดามัน ส่วนบนบกนั้นส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา พื้นที่ป่าเป็นป่าดงดิบ สภาพภูมิประเทศที่หลากหลายและสวยงามนี้เองที่ก่อให้เกิดมูลค่าทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเกาะ เช่น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทอื่น คือ หาดทรายชายทะเล ป่าดิบ ป่าชายเลน น้ำตก และโถงถ้ำ

    พังงาเริ่มต้นความเป็นมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานที่ขุดค้นพบมีทั้งเครื่องมือหิน ภาพเขียนสีในถ้ำ อาวุธที่ทำจากกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา ฯลฯ หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่สนับสนุนว่าพังงาเป็นเมืองเก่าแก่ คือเครื่องปั้นดินเผาและกำไลหิน อายุ 3,000-4,000 ปี ที่พบในถ้ำสุวรรณคูหา

    ในสมัยประวัติศาสตร์ พบหลักฐานว่า ชาวกลิงคราฐหลบหนีการโจมตีของพระเจ้าอโศกมหาราชอยู่ในบริเวณริมทะเลแถวเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง ครั้นถึง พ.ศ. 300 ชาวอินเดียที่หนีมาได้นำศิลปวัฒนธรรมมาด้วย โดยมีการพบรูปสลักหินพระลักษมณ์ พระราม และนางสีดา ในบริเวณเมืองเก่าของตะกั่วป่า และในหนังสือมิลินทปัญหา ชาวอินเดียเรียกตะกั่วป่าว่าตะโกลา หรือตกโกล ซึ่งแปลว่าลูกกระวาน ปัจจุบันนี้คนเฒ่าคนแก่ก็ยังเรียกบริเวณนี้ว่าเมืองตะโกลา

    ล่วงมาจนถึงสมัยอยุธยา พังงามีฐานะเป็นเมืองแขวง ขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับการยกฐานะให้เป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 2 พม่ามาตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง จึงมีการย้ายผู้คนมาอยู่ที่ตำบลกราภูงา ซึ่งอยู่ตรงปากน้ำพังงา และตั้งชื่อเมืองว่าภูงา ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาคำว่าภูงาเพี้ยนเป็นพังงา

    จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 เมืองพังงา ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ กระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีการยุบเมืองตะกั่วป่าขึ้นกับเมืองพังงา หลังจากนั้น พังงาก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดในสมัยรัชกาลที่ 6 ทว่าช่วงที่เมืองรุ่งเรืองอย่างที่สุดนั้นอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะกิจการเหมืองแร่ดีบุกในพังงาเจริญก้าวหน้ามาก

    หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ พังงาก็กลับสู่ความเงียบสงบ กระทั่งกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์เลือกอ่าวพังงาเป็นฉากถ่ายทำเมื่อปี พ.ศ. 2517 ความงดงามของภูมิประเทศจึงถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก จากวันนั้นเอง พังงาก็เติบโตขึ้นในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่งดงาม

    จังหวัดพังงาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพังงา อำเภอกะปง อำเภอเกาะยาว อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า อำเภอทับปุด และอำเภอท้ายเหมือง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • สำหรับคนที่ชอบเดินชมเมืองเก่า ต้องไม่พลาดการเดินเที่ยวชมเมืองตะกั่วป่าในย่านตลาดใหญ่ เที่ยวที่นี่เหมือนได้ย้อนยุคไปสู่ช่วงเหมืองแร่เฟื่องฟูเลยทีเดียว
  • อย่าลืมไปจับจ่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือแบบซาโอริ สีสันสดใส รูปแบบน่ารัก ที่บ้านบางม่วง นอกจากได้ของน่าใช้ ยังได้บุญ เพราะรายได้จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยสึนามิ
  • หลากหลายจุดดำน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์คือสวรรค์ของนักดำน้ำ เพราะสวยติดอันดับโลกเลยทีเดียว ไปถึงพังงาแล้วไม่ควรพลาด
  • พายคายัคเที่ยวอ่าวพังงา ชมผืนป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ และพายลอดถ้ำลอด ชมความงามของภูมิประเทศแบบป่าเกาะ อย่าลืมเตรียมกระเป๋ากันน้ำหรือถุงกันน้ำไปด้วย
  • จังหวัดพังงามีโรงแรมหลายระดับ รวมทั้งยังมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์มากมาย ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากนี้พังงายังมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่าในราคาย่อมเยา สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ฯลฯ

    จังหวัดพังงามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการผจญภัย เช่น วัดราษฎร์อุปถัมภ์ วัดนารายณิการาม เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ อ่าวพังงา เกาะปันหยี เขาหลัก น้ำตกโตนช่องฟ้า ฯลฯ

    กิจกรรมที่โด่งดังที่สุดในพังงาคือการดำน้ำ พังงามีทั้งแหล่งดำน้ำตื้นและแหล่งดำน้ำลึกให้เลือก นอกจากนี้ยังมีการพายเรือคายัคลัดเลาะไปตามอ่าว เลียบป่าชายเลน หรือพายออกสู่ผืนทะเล เป็นต้น

    พังงามีอาหารอร่อยหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารปักษ์ใต้ อาหารจีน และอาหารทะเล สำหรับเมนูอาหารพิเศษที่ขึ้นชื่อของพังงา คือ ใบเหมียงต้มกะทิ ใบเหมียงผัดไข่ ใบเหมียงผัดน้ำมันหอย ส่วนน้ำพริกกุ้งเสียบ ก็ถือว่าเป็นอาหารที่ไม่ควรพลาด
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองพังงาและบริเวณเขาหลักมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    สินค้าและของที่ระลึกจากจังหวัดพังงามีทั้งอาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากอาหาร ผ้าบาติก เครื่องจักสานจากใบเตยทะเล สินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือแบบซาโอริ ฯลฯ

    wheretogo สถานที่ท่องเที่ยว

    จ.พังงา เป็นจังหวัดทางภาคใต้ของไทย สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจในตัวเมือง คือ เขาช้าง เป็นภูเขาขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายช้างหมอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด หรือถ้านักท่องเที่ยวคนใดชอบท่องเที่ยวแบบเข้าถ้ำ มาพังงาไม่ผิดหวังแน่นอน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำฤาษีสวรรค์และถ้ำลูกเสือ อยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ถนนเขาช้าง ภายในถ้ำเย็นสบาย มีธารน้ำใส หินงอกหินย้อย เหมาะมากสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ หรือจะเป็นถ้ำพุงช้าง อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแล้ว ยังมีธารน้ำไหลตลอดปีอีกด้วย

                และหากพูดถึงจังหวัดทางภาคใต้ของไทย พังงาเป็นอีกจังหวัดที่เรียกว่ามีหมู่เกาะสวยงามมากมาย แต่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรู้จักกันดี คือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน คำว่าสิมิลัน มาจากภาษามลายู แปลว่า เก้า หรือหมู่เกาะเก้า ทั้งนี้สิมิลันจึงมีทั้งหมด 9 เกาะตามความหมาย โดยทั้ง 9 เกาะนั้น มีความสวยงามตามธรรมชาติที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส หรืออีกเกาะที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี คือ เกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้ ในเกาะนี้มีอ่าว 10 กว่าแห่ง อ่าวที่มีชื่อเสียง คือ อ่าวแม่ยาย ซึ่งเป็นอ่าวที่คลื่นลมสงบและมีขนาดใหญ่ที่สุด

                ส่วนถ้าใครเดินทางไปถึงพังงาแล้ว พลาดไม่ได้เลยกับงานประเพณีปล่อยเต่า แต่จะไม่ได้จัดทั้งปี เพราะจะมีกำหนดจัดงานตรงกับเดือนมีนาคมของทุกปี  มีการเฉลิมฉลองเป็นเวลา 7 วัน กิจกรรมที่สำคัญของงาน คือการปล่อยลูกเต่าลงสู่ทะเลนั่นเอง

                สำหรับของที่ระลึกที่พลาดไม่ได้เช่นกัน คือดอกไม้ประดิษฐ์จากยางพารา ที่มีทั้งความประณีตสวยงามผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของแม่บ้านเกษตรกร หรือจะเป็นผลิตผลทางการเกษตรและอาหารทะเล ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือกะปิ แถมยังเป็นแหล่งผลิตกุ้งเสียบออกสู่ตลาดในจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย 

    พังงา คือ จังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบนบกและใต้น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มเกาะสวยงามที่วางตัวเรียงรายอยู่ในทะเลอันดามัน จนพังงาได้รับสมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งป่าเกาะ รวมทั้งยังมีผืนป่าชายเลนหนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

    พังงาเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน มุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่น่าสนใจ เช่น เกาะปันหยี เกาะยาว หมู่บ้านชาวมอแกนในบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ ชุมชนชาวเหมืองแร่ที่ตะกั่วป่า ฯลฯ

    นอกจากนั้น พังงายังเต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น โลกใต้น้ำของหมู่เกาะสิมิลัน ดงปะการังหลากหลายและฝูงปลาน้อยใหญ่ใต้ทะเลหมู่เกาะสุรินทร์ เขาตาปู เขาพิงกัน เกาะพระทอง ฯลฯ

    ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ทำให้พังงาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเสมอมา

    จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4,171 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศ คือ ฝั่งตะวันตกติดทะเลอันดามัน ส่วนบนบกนั้นส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา พื้นที่ป่าเป็นป่าดงดิบ สภาพภูมิประเทศที่หลากหลายและสวยงามนี้เองที่ก่อให้เกิดมูลค่าทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเกาะ เช่น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทอื่น คือ หาดทรายชายทะเล ป่าดิบ ป่าชายเลน น้ำตก และโถงถ้ำ

    พังงาเริ่มต้นความเป็นมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานที่ขุดค้นพบมีทั้งเครื่องมือหิน ภาพเขียนสีในถ้ำ อาวุธที่ทำจากกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา ฯลฯ หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่สนับสนุนว่าพังงาเป็นเมืองเก่าแก่ คือเครื่องปั้นดินเผาและกำไลหิน อายุ 3,000-4,000 ปี ที่พบในถ้ำสุวรรณคูหา

    ในสมัยประวัติศาสตร์ พบหลักฐานว่า ชาวกลิงคราฐหลบหนีการโจมตีของพระเจ้าอโศกมหาราชอยู่ในบริเวณริมทะเลแถวเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง ครั้นถึง พ.ศ. 300 ชาวอินเดียที่หนีมาได้นำศิลปวัฒนธรรมมาด้วย โดยมีการพบรูปสลักหินพระลักษมณ์ พระราม และนางสีดา ในบริเวณเมืองเก่าของตะกั่วป่า และในหนังสือมิลินทปัญหา ชาวอินเดียเรียกตะกั่วป่าว่าตะโกลา หรือตกโกล ซึ่งแปลว่าลูกกระวาน ปัจจุบันนี้คนเฒ่าคนแก่ก็ยังเรียกบริเวณนี้ว่าเมืองตะโกลา

    ล่วงมาจนถึงสมัยอยุธยา พังงามีฐานะเป็นเมืองแขวง ขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับการยกฐานะให้เป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 2 พม่ามาตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง จึงมีการย้ายผู้คนมาอยู่ที่ตำบลกราภูงา ซึ่งอยู่ตรงปากน้ำพังงา และตั้งชื่อเมืองว่าภูงา ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาคำว่าภูงาเพี้ยนเป็นพังงา

    จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 เมืองพังงา ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ กระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีการยุบเมืองตะกั่วป่าขึ้นกับเมืองพังงา หลังจากนั้น พังงาก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดในสมัยรัชกาลที่ 6 ทว่าช่วงที่เมืองรุ่งเรืองอย่างที่สุดนั้นอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะกิจการเหมืองแร่ดีบุกในพังงาเจริญก้าวหน้ามาก

    หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ พังงาก็กลับสู่ความเงียบสงบ กระทั่งกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์เลือกอ่าวพังงาเป็นฉากถ่ายทำเมื่อปี พ.ศ. 2517 ความงดงามของภูมิประเทศจึงถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก จากวันนั้นเอง พังงาก็เติบโตขึ้นในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่งดงาม

    จังหวัดพังงาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพังงา อำเภอกะปง อำเภอเกาะยาว อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า อำเภอทับปุด และอำเภอท้ายเหมือง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • สำหรับคนที่ชอบเดินชมเมืองเก่า ต้องไม่พลาดการเดินเที่ยวชมเมืองตะกั่วป่าในย่านตลาดใหญ่ เที่ยวที่นี่เหมือนได้ย้อนยุคไปสู่ช่วงเหมืองแร่เฟื่องฟูเลยทีเดียว
  • อย่าลืมไปจับจ่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือแบบซาโอริ สีสันสดใส รูปแบบน่ารัก ที่บ้านบางม่วง นอกจากได้ของน่าใช้ ยังได้บุญ เพราะรายได้จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยสึนามิ
  • หลากหลายจุดดำน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์คือสวรรค์ของนักดำน้ำ เพราะสวยติดอันดับโลกเลยทีเดียว ไปถึงพังงาแล้วไม่ควรพลาด
  • พายคายัคเที่ยวอ่าวพังงา ชมผืนป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ และพายลอดถ้ำลอด ชมความงามของภูมิประเทศแบบป่าเกาะ อย่าลืมเตรียมกระเป๋ากันน้ำหรือถุงกันน้ำไปด้วย
  • จังหวัดพังงามีโรงแรมหลายระดับ รวมทั้งยังมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์มากมาย ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากนี้พังงายังมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่าในราคาย่อมเยา สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ฯลฯ

    จังหวัดพังงามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการผจญภัย เช่น วัดราษฎร์อุปถัมภ์ วัดนารายณิการาม เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ อ่าวพังงา เกาะปันหยี เขาหลัก น้ำตกโตนช่องฟ้า ฯลฯ

    กิจกรรมที่โด่งดังที่สุดในพังงาคือการดำน้ำ พังงามีทั้งแหล่งดำน้ำตื้นและแหล่งดำน้ำลึกให้เลือก นอกจากนี้ยังมีการพายเรือคายัคลัดเลาะไปตามอ่าว เลียบป่าชายเลน หรือพายออกสู่ผืนทะเล เป็นต้น

    พังงามีอาหารอร่อยหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารปักษ์ใต้ อาหารจีน และอาหารทะเล สำหรับเมนูอาหารพิเศษที่ขึ้นชื่อของพังงา คือ ใบเหมียงต้มกะทิ ใบเหมียงผัดไข่ ใบเหมียงผัดน้ำมันหอย ส่วนน้ำพริกกุ้งเสียบ ก็ถือว่าเป็นอาหารที่ไม่ควรพลาด
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองพังงาและบริเวณเขาหลักมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    สินค้าและของที่ระลึกจากจังหวัดพังงามีทั้งอาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากอาหาร ผ้าบาติก เครื่องจักสานจากใบเตยทะเล สินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือแบบซาโอริ ฯลฯ

    thingstodo กิจกรรมท่องเที่ยว

    จ.พังงา เป็นจังหวัดทางภาคใต้ของไทย สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจในตัวเมือง คือ เขาช้าง เป็นภูเขาขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายช้างหมอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด หรือถ้านักท่องเที่ยวคนใดชอบท่องเที่ยวแบบเข้าถ้ำ มาพังงาไม่ผิดหวังแน่นอน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำฤาษีสวรรค์และถ้ำลูกเสือ อยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ถนนเขาช้าง ภายในถ้ำเย็นสบาย มีธารน้ำใส หินงอกหินย้อย เหมาะมากสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ หรือจะเป็นถ้ำพุงช้าง อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแล้ว ยังมีธารน้ำไหลตลอดปีอีกด้วย

                และหากพูดถึงจังหวัดทางภาคใต้ของไทย พังงาเป็นอีกจังหวัดที่เรียกว่ามีหมู่เกาะสวยงามมากมาย แต่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรู้จักกันดี คือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน คำว่าสิมิลัน มาจากภาษามลายู แปลว่า เก้า หรือหมู่เกาะเก้า ทั้งนี้สิมิลันจึงมีทั้งหมด 9 เกาะตามความหมาย โดยทั้ง 9 เกาะนั้น มีความสวยงามตามธรรมชาติที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส หรืออีกเกาะที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี คือ เกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้ ในเกาะนี้มีอ่าว 10 กว่าแห่ง อ่าวที่มีชื่อเสียง คือ อ่าวแม่ยาย ซึ่งเป็นอ่าวที่คลื่นลมสงบและมีขนาดใหญ่ที่สุด

                ส่วนถ้าใครเดินทางไปถึงพังงาแล้ว พลาดไม่ได้เลยกับงานประเพณีปล่อยเต่า แต่จะไม่ได้จัดทั้งปี เพราะจะมีกำหนดจัดงานตรงกับเดือนมีนาคมของทุกปี  มีการเฉลิมฉลองเป็นเวลา 7 วัน กิจกรรมที่สำคัญของงาน คือการปล่อยลูกเต่าลงสู่ทะเลนั่นเอง

                สำหรับของที่ระลึกที่พลาดไม่ได้เช่นกัน คือดอกไม้ประดิษฐ์จากยางพารา ที่มีทั้งความประณีตสวยงามผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของแม่บ้านเกษตรกร หรือจะเป็นผลิตผลทางการเกษตรและอาหารทะเล ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือกะปิ แถมยังเป็นแหล่งผลิตกุ้งเสียบออกสู่ตลาดในจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย 

    พังงา คือ จังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบนบกและใต้น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มเกาะสวยงามที่วางตัวเรียงรายอยู่ในทะเลอันดามัน จนพังงาได้รับสมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งป่าเกาะ รวมทั้งยังมีผืนป่าชายเลนหนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

    พังงาเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน มุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่น่าสนใจ เช่น เกาะปันหยี เกาะยาว หมู่บ้านชาวมอแกนในบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ ชุมชนชาวเหมืองแร่ที่ตะกั่วป่า ฯลฯ

    นอกจากนั้น พังงายังเต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น โลกใต้น้ำของหมู่เกาะสิมิลัน ดงปะการังหลากหลายและฝูงปลาน้อยใหญ่ใต้ทะเลหมู่เกาะสุรินทร์ เขาตาปู เขาพิงกัน เกาะพระทอง ฯลฯ

    ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ทำให้พังงาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเสมอมา

    จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4,171 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศ คือ ฝั่งตะวันตกติดทะเลอันดามัน ส่วนบนบกนั้นส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา พื้นที่ป่าเป็นป่าดงดิบ สภาพภูมิประเทศที่หลากหลายและสวยงามนี้เองที่ก่อให้เกิดมูลค่าทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเกาะ เช่น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทอื่น คือ หาดทรายชายทะเล ป่าดิบ ป่าชายเลน น้ำตก และโถงถ้ำ

    พังงาเริ่มต้นความเป็นมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานที่ขุดค้นพบมีทั้งเครื่องมือหิน ภาพเขียนสีในถ้ำ อาวุธที่ทำจากกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา ฯลฯ หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่สนับสนุนว่าพังงาเป็นเมืองเก่าแก่ คือเครื่องปั้นดินเผาและกำไลหิน อายุ 3,000-4,000 ปี ที่พบในถ้ำสุวรรณคูหา

    ในสมัยประวัติศาสตร์ พบหลักฐานว่า ชาวกลิงคราฐหลบหนีการโจมตีของพระเจ้าอโศกมหาราชอยู่ในบริเวณริมทะเลแถวเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง ครั้นถึง พ.ศ. 300 ชาวอินเดียที่หนีมาได้นำศิลปวัฒนธรรมมาด้วย โดยมีการพบรูปสลักหินพระลักษมณ์ พระราม และนางสีดา ในบริเวณเมืองเก่าของตะกั่วป่า และในหนังสือมิลินทปัญหา ชาวอินเดียเรียกตะกั่วป่าว่าตะโกลา หรือตกโกล ซึ่งแปลว่าลูกกระวาน ปัจจุบันนี้คนเฒ่าคนแก่ก็ยังเรียกบริเวณนี้ว่าเมืองตะโกลา

    ล่วงมาจนถึงสมัยอยุธยา พังงามีฐานะเป็นเมืองแขวง ขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับการยกฐานะให้เป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 2 พม่ามาตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง จึงมีการย้ายผู้คนมาอยู่ที่ตำบลกราภูงา ซึ่งอยู่ตรงปากน้ำพังงา และตั้งชื่อเมืองว่าภูงา ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาคำว่าภูงาเพี้ยนเป็นพังงา

    จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 เมืองพังงา ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ กระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีการยุบเมืองตะกั่วป่าขึ้นกับเมืองพังงา หลังจากนั้น พังงาก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดในสมัยรัชกาลที่ 6 ทว่าช่วงที่เมืองรุ่งเรืองอย่างที่สุดนั้นอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะกิจการเหมืองแร่ดีบุกในพังงาเจริญก้าวหน้ามาก

    หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ พังงาก็กลับสู่ความเงียบสงบ กระทั่งกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์เลือกอ่าวพังงาเป็นฉากถ่ายทำเมื่อปี พ.ศ. 2517 ความงดงามของภูมิประเทศจึงถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก จากวันนั้นเอง พังงาก็เติบโตขึ้นในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่งดงาม

    จังหวัดพังงาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพังงา อำเภอกะปง อำเภอเกาะยาว อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า อำเภอทับปุด และอำเภอท้ายเหมือง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • สำหรับคนที่ชอบเดินชมเมืองเก่า ต้องไม่พลาดการเดินเที่ยวชมเมืองตะกั่วป่าในย่านตลาดใหญ่ เที่ยวที่นี่เหมือนได้ย้อนยุคไปสู่ช่วงเหมืองแร่เฟื่องฟูเลยทีเดียว
  • อย่าลืมไปจับจ่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือแบบซาโอริ สีสันสดใส รูปแบบน่ารัก ที่บ้านบางม่วง นอกจากได้ของน่าใช้ ยังได้บุญ เพราะรายได้จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยสึนามิ
  • หลากหลายจุดดำน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์คือสวรรค์ของนักดำน้ำ เพราะสวยติดอันดับโลกเลยทีเดียว ไปถึงพังงาแล้วไม่ควรพลาด
  • พายคายัคเที่ยวอ่าวพังงา ชมผืนป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ และพายลอดถ้ำลอด ชมความงามของภูมิประเทศแบบป่าเกาะ อย่าลืมเตรียมกระเป๋ากันน้ำหรือถุงกันน้ำไปด้วย
  • จังหวัดพังงามีโรงแรมหลายระดับ รวมทั้งยังมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์มากมาย ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากนี้พังงายังมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่าในราคาย่อมเยา สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ฯลฯ

    จังหวัดพังงามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการผจญภัย เช่น วัดราษฎร์อุปถัมภ์ วัดนารายณิการาม เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ อ่าวพังงา เกาะปันหยี เขาหลัก น้ำตกโตนช่องฟ้า ฯลฯ

    กิจกรรมที่โด่งดังที่สุดในพังงาคือการดำน้ำ พังงามีทั้งแหล่งดำน้ำตื้นและแหล่งดำน้ำลึกให้เลือก นอกจากนี้ยังมีการพายเรือคายัคลัดเลาะไปตามอ่าว เลียบป่าชายเลน หรือพายออกสู่ผืนทะเล เป็นต้น

    พังงามีอาหารอร่อยหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารปักษ์ใต้ อาหารจีน และอาหารทะเล สำหรับเมนูอาหารพิเศษที่ขึ้นชื่อของพังงา คือ ใบเหมียงต้มกะทิ ใบเหมียงผัดไข่ ใบเหมียงผัดน้ำมันหอย ส่วนน้ำพริกกุ้งเสียบ ก็ถือว่าเป็นอาหารที่ไม่ควรพลาด
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองพังงาและบริเวณเขาหลักมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    สินค้าและของที่ระลึกจากจังหวัดพังงามีทั้งอาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากอาหาร ผ้าบาติก เครื่องจักสานจากใบเตยทะเล สินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือแบบซาโอริ ฯลฯ

    foodanddrink ร้านอาหาร

    จ.พังงา เป็นจังหวัดทางภาคใต้ของไทย สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจในตัวเมือง คือ เขาช้าง เป็นภูเขาขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายช้างหมอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด หรือถ้านักท่องเที่ยวคนใดชอบท่องเที่ยวแบบเข้าถ้ำ มาพังงาไม่ผิดหวังแน่นอน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำฤาษีสวรรค์และถ้ำลูกเสือ อยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ถนนเขาช้าง ภายในถ้ำเย็นสบาย มีธารน้ำใส หินงอกหินย้อย เหมาะมากสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ หรือจะเป็นถ้ำพุงช้าง อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแล้ว ยังมีธารน้ำไหลตลอดปีอีกด้วย

                และหากพูดถึงจังหวัดทางภาคใต้ของไทย พังงาเป็นอีกจังหวัดที่เรียกว่ามีหมู่เกาะสวยงามมากมาย แต่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรู้จักกันดี คือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน คำว่าสิมิลัน มาจากภาษามลายู แปลว่า เก้า หรือหมู่เกาะเก้า ทั้งนี้สิมิลันจึงมีทั้งหมด 9 เกาะตามความหมาย โดยทั้ง 9 เกาะนั้น มีความสวยงามตามธรรมชาติที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส หรืออีกเกาะที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี คือ เกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้ ในเกาะนี้มีอ่าว 10 กว่าแห่ง อ่าวที่มีชื่อเสียง คือ อ่าวแม่ยาย ซึ่งเป็นอ่าวที่คลื่นลมสงบและมีขนาดใหญ่ที่สุด

                ส่วนถ้าใครเดินทางไปถึงพังงาแล้ว พลาดไม่ได้เลยกับงานประเพณีปล่อยเต่า แต่จะไม่ได้จัดทั้งปี เพราะจะมีกำหนดจัดงานตรงกับเดือนมีนาคมของทุกปี  มีการเฉลิมฉลองเป็นเวลา 7 วัน กิจกรรมที่สำคัญของงาน คือการปล่อยลูกเต่าลงสู่ทะเลนั่นเอง

                สำหรับของที่ระลึกที่พลาดไม่ได้เช่นกัน คือดอกไม้ประดิษฐ์จากยางพารา ที่มีทั้งความประณีตสวยงามผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของแม่บ้านเกษตรกร หรือจะเป็นผลิตผลทางการเกษตรและอาหารทะเล ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือกะปิ แถมยังเป็นแหล่งผลิตกุ้งเสียบออกสู่ตลาดในจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย 

    พังงา คือ จังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบนบกและใต้น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มเกาะสวยงามที่วางตัวเรียงรายอยู่ในทะเลอันดามัน จนพังงาได้รับสมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งป่าเกาะ รวมทั้งยังมีผืนป่าชายเลนหนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

    พังงาเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน มุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่น่าสนใจ เช่น เกาะปันหยี เกาะยาว หมู่บ้านชาวมอแกนในบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ ชุมชนชาวเหมืองแร่ที่ตะกั่วป่า ฯลฯ

    นอกจากนั้น พังงายังเต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น โลกใต้น้ำของหมู่เกาะสิมิลัน ดงปะการังหลากหลายและฝูงปลาน้อยใหญ่ใต้ทะเลหมู่เกาะสุรินทร์ เขาตาปู เขาพิงกัน เกาะพระทอง ฯลฯ

    ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ทำให้พังงาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเสมอมา

    จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4,171 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศ คือ ฝั่งตะวันตกติดทะเลอันดามัน ส่วนบนบกนั้นส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา พื้นที่ป่าเป็นป่าดงดิบ สภาพภูมิประเทศที่หลากหลายและสวยงามนี้เองที่ก่อให้เกิดมูลค่าทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเกาะ เช่น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทอื่น คือ หาดทรายชายทะเล ป่าดิบ ป่าชายเลน น้ำตก และโถงถ้ำ

    พังงาเริ่มต้นความเป็นมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานที่ขุดค้นพบมีทั้งเครื่องมือหิน ภาพเขียนสีในถ้ำ อาวุธที่ทำจากกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา ฯลฯ หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่สนับสนุนว่าพังงาเป็นเมืองเก่าแก่ คือเครื่องปั้นดินเผาและกำไลหิน อายุ 3,000-4,000 ปี ที่พบในถ้ำสุวรรณคูหา

    ในสมัยประวัติศาสตร์ พบหลักฐานว่า ชาวกลิงคราฐหลบหนีการโจมตีของพระเจ้าอโศกมหาราชอยู่ในบริเวณริมทะเลแถวเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง ครั้นถึง พ.ศ. 300 ชาวอินเดียที่หนีมาได้นำศิลปวัฒนธรรมมาด้วย โดยมีการพบรูปสลักหินพระลักษมณ์ พระราม และนางสีดา ในบริเวณเมืองเก่าของตะกั่วป่า และในหนังสือมิลินทปัญหา ชาวอินเดียเรียกตะกั่วป่าว่าตะโกลา หรือตกโกล ซึ่งแปลว่าลูกกระวาน ปัจจุบันนี้คนเฒ่าคนแก่ก็ยังเรียกบริเวณนี้ว่าเมืองตะโกลา

    ล่วงมาจนถึงสมัยอยุธยา พังงามีฐานะเป็นเมืองแขวง ขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับการยกฐานะให้เป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 2 พม่ามาตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง จึงมีการย้ายผู้คนมาอยู่ที่ตำบลกราภูงา ซึ่งอยู่ตรงปากน้ำพังงา และตั้งชื่อเมืองว่าภูงา ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาคำว่าภูงาเพี้ยนเป็นพังงา

    จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 เมืองพังงา ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ กระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีการยุบเมืองตะกั่วป่าขึ้นกับเมืองพังงา หลังจากนั้น พังงาก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดในสมัยรัชกาลที่ 6 ทว่าช่วงที่เมืองรุ่งเรืองอย่างที่สุดนั้นอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะกิจการเหมืองแร่ดีบุกในพังงาเจริญก้าวหน้ามาก

    หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ พังงาก็กลับสู่ความเงียบสงบ กระทั่งกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์เลือกอ่าวพังงาเป็นฉากถ่ายทำเมื่อปี พ.ศ. 2517 ความงดงามของภูมิประเทศจึงถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก จากวันนั้นเอง พังงาก็เติบโตขึ้นในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่งดงาม

    จังหวัดพังงาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพังงา อำเภอกะปง อำเภอเกาะยาว อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า อำเภอทับปุด และอำเภอท้ายเหมือง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • สำหรับคนที่ชอบเดินชมเมืองเก่า ต้องไม่พลาดการเดินเที่ยวชมเมืองตะกั่วป่าในย่านตลาดใหญ่ เที่ยวที่นี่เหมือนได้ย้อนยุคไปสู่ช่วงเหมืองแร่เฟื่องฟูเลยทีเดียว
  • อย่าลืมไปจับจ่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือแบบซาโอริ สีสันสดใส รูปแบบน่ารัก ที่บ้านบางม่วง นอกจากได้ของน่าใช้ ยังได้บุญ เพราะรายได้จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยสึนามิ
  • หลากหลายจุดดำน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์คือสวรรค์ของนักดำน้ำ เพราะสวยติดอันดับโลกเลยทีเดียว ไปถึงพังงาแล้วไม่ควรพลาด
  • พายคายัคเที่ยวอ่าวพังงา ชมผืนป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ และพายลอดถ้ำลอด ชมความงามของภูมิประเทศแบบป่าเกาะ อย่าลืมเตรียมกระเป๋ากันน้ำหรือถุงกันน้ำไปด้วย
  • จังหวัดพังงามีโรงแรมหลายระดับ รวมทั้งยังมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์มากมาย ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากนี้พังงายังมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่าในราคาย่อมเยา สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ฯลฯ

    จังหวัดพังงามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการผจญภัย เช่น วัดราษฎร์อุปถัมภ์ วัดนารายณิการาม เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ อ่าวพังงา เกาะปันหยี เขาหลัก น้ำตกโตนช่องฟ้า ฯลฯ

    กิจกรรมที่โด่งดังที่สุดในพังงาคือการดำน้ำ พังงามีทั้งแหล่งดำน้ำตื้นและแหล่งดำน้ำลึกให้เลือก นอกจากนี้ยังมีการพายเรือคายัคลัดเลาะไปตามอ่าว เลียบป่าชายเลน หรือพายออกสู่ผืนทะเล เป็นต้น

    พังงามีอาหารอร่อยหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารปักษ์ใต้ อาหารจีน และอาหารทะเล สำหรับเมนูอาหารพิเศษที่ขึ้นชื่อของพังงา คือ ใบเหมียงต้มกะทิ ใบเหมียงผัดไข่ ใบเหมียงผัดน้ำมันหอย ส่วนน้ำพริกกุ้งเสียบ ก็ถือว่าเป็นอาหารที่ไม่ควรพลาด
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองพังงาและบริเวณเขาหลักมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    สินค้าและของที่ระลึกจากจังหวัดพังงามีทั้งอาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากอาหาร ผ้าบาติก เครื่องจักสานจากใบเตยทะเล สินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือแบบซาโอริ ฯลฯ

    shopping ช้อปปิ้ง

    จ.พังงา เป็นจังหวัดทางภาคใต้ของไทย สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจในตัวเมือง คือ เขาช้าง เป็นภูเขาขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายช้างหมอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด หรือถ้านักท่องเที่ยวคนใดชอบท่องเที่ยวแบบเข้าถ้ำ มาพังงาไม่ผิดหวังแน่นอน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำฤาษีสวรรค์และถ้ำลูกเสือ อยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ถนนเขาช้าง ภายในถ้ำเย็นสบาย มีธารน้ำใส หินงอกหินย้อย เหมาะมากสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ หรือจะเป็นถ้ำพุงช้าง อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแล้ว ยังมีธารน้ำไหลตลอดปีอีกด้วย

                และหากพูดถึงจังหวัดทางภาคใต้ของไทย พังงาเป็นอีกจังหวัดที่เรียกว่ามีหมู่เกาะสวยงามมากมาย แต่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรู้จักกันดี คือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน คำว่าสิมิลัน มาจากภาษามลายู แปลว่า เก้า หรือหมู่เกาะเก้า ทั้งนี้สิมิลันจึงมีทั้งหมด 9 เกาะตามความหมาย โดยทั้ง 9 เกาะนั้น มีความสวยงามตามธรรมชาติที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส หรืออีกเกาะที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี คือ เกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้ ในเกาะนี้มีอ่าว 10 กว่าแห่ง อ่าวที่มีชื่อเสียง คือ อ่าวแม่ยาย ซึ่งเป็นอ่าวที่คลื่นลมสงบและมีขนาดใหญ่ที่สุด

                ส่วนถ้าใครเดินทางไปถึงพังงาแล้ว พลาดไม่ได้เลยกับงานประเพณีปล่อยเต่า แต่จะไม่ได้จัดทั้งปี เพราะจะมีกำหนดจัดงานตรงกับเดือนมีนาคมของทุกปี  มีการเฉลิมฉลองเป็นเวลา 7 วัน กิจกรรมที่สำคัญของงาน คือการปล่อยลูกเต่าลงสู่ทะเลนั่นเอง

                สำหรับของที่ระลึกที่พลาดไม่ได้เช่นกัน คือดอกไม้ประดิษฐ์จากยางพารา ที่มีทั้งความประณีตสวยงามผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของแม่บ้านเกษตรกร หรือจะเป็นผลิตผลทางการเกษตรและอาหารทะเล ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือกะปิ แถมยังเป็นแหล่งผลิตกุ้งเสียบออกสู่ตลาดในจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย 

    พังงา คือ จังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบนบกและใต้น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มเกาะสวยงามที่วางตัวเรียงรายอยู่ในทะเลอันดามัน จนพังงาได้รับสมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งป่าเกาะ รวมทั้งยังมีผืนป่าชายเลนหนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

    พังงาเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน มุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่น่าสนใจ เช่น เกาะปันหยี เกาะยาว หมู่บ้านชาวมอแกนในบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ ชุมชนชาวเหมืองแร่ที่ตะกั่วป่า ฯลฯ

    นอกจากนั้น พังงายังเต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น โลกใต้น้ำของหมู่เกาะสิมิลัน ดงปะการังหลากหลายและฝูงปลาน้อยใหญ่ใต้ทะเลหมู่เกาะสุรินทร์ เขาตาปู เขาพิงกัน เกาะพระทอง ฯลฯ

    ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ทำให้พังงาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเสมอมา

    จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4,171 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศ คือ ฝั่งตะวันตกติดทะเลอันดามัน ส่วนบนบกนั้นส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา พื้นที่ป่าเป็นป่าดงดิบ สภาพภูมิประเทศที่หลากหลายและสวยงามนี้เองที่ก่อให้เกิดมูลค่าทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเกาะ เช่น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทอื่น คือ หาดทรายชายทะเล ป่าดิบ ป่าชายเลน น้ำตก และโถงถ้ำ

    พังงาเริ่มต้นความเป็นมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานที่ขุดค้นพบมีทั้งเครื่องมือหิน ภาพเขียนสีในถ้ำ อาวุธที่ทำจากกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา ฯลฯ หลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่สนับสนุนว่าพังงาเป็นเมืองเก่าแก่ คือเครื่องปั้นดินเผาและกำไลหิน อายุ 3,000-4,000 ปี ที่พบในถ้ำสุวรรณคูหา

    ในสมัยประวัติศาสตร์ พบหลักฐานว่า ชาวกลิงคราฐหลบหนีการโจมตีของพระเจ้าอโศกมหาราชอยู่ในบริเวณริมทะเลแถวเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง ครั้นถึง พ.ศ. 300 ชาวอินเดียที่หนีมาได้นำศิลปวัฒนธรรมมาด้วย โดยมีการพบรูปสลักหินพระลักษมณ์ พระราม และนางสีดา ในบริเวณเมืองเก่าของตะกั่วป่า และในหนังสือมิลินทปัญหา ชาวอินเดียเรียกตะกั่วป่าว่าตะโกลา หรือตกโกล ซึ่งแปลว่าลูกกระวาน ปัจจุบันนี้คนเฒ่าคนแก่ก็ยังเรียกบริเวณนี้ว่าเมืองตะโกลา

    ล่วงมาจนถึงสมัยอยุธยา พังงามีฐานะเป็นเมืองแขวง ขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับการยกฐานะให้เป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 2 พม่ามาตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และถลาง จึงมีการย้ายผู้คนมาอยู่ที่ตำบลกราภูงา ซึ่งอยู่ตรงปากน้ำพังงา และตั้งชื่อเมืองว่าภูงา ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาคำว่าภูงาเพี้ยนเป็นพังงา

    จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 เมืองพังงา ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ กระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีการยุบเมืองตะกั่วป่าขึ้นกับเมืองพังงา หลังจากนั้น พังงาก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดในสมัยรัชกาลที่ 6 ทว่าช่วงที่เมืองรุ่งเรืองอย่างที่สุดนั้นอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะกิจการเหมืองแร่ดีบุกในพังงาเจริญก้าวหน้ามาก

    หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ พังงาก็กลับสู่ความเงียบสงบ กระทั่งกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์เลือกอ่าวพังงาเป็นฉากถ่ายทำเมื่อปี พ.ศ. 2517 ความงดงามของภูมิประเทศจึงถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก จากวันนั้นเอง พังงาก็เติบโตขึ้นในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่งดงาม

    จังหวัดพังงาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพังงา อำเภอกะปง อำเภอเกาะยาว อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า อำเภอทับปุด และอำเภอท้ายเหมือง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • สำหรับคนที่ชอบเดินชมเมืองเก่า ต้องไม่พลาดการเดินเที่ยวชมเมืองตะกั่วป่าในย่านตลาดใหญ่ เที่ยวที่นี่เหมือนได้ย้อนยุคไปสู่ช่วงเหมืองแร่เฟื่องฟูเลยทีเดียว
  • อย่าลืมไปจับจ่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือแบบซาโอริ สีสันสดใส รูปแบบน่ารัก ที่บ้านบางม่วง นอกจากได้ของน่าใช้ ยังได้บุญ เพราะรายได้จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยสึนามิ
  • หลากหลายจุดดำน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์คือสวรรค์ของนักดำน้ำ เพราะสวยติดอันดับโลกเลยทีเดียว ไปถึงพังงาแล้วไม่ควรพลาด
  • พายคายัคเที่ยวอ่าวพังงา ชมผืนป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ และพายลอดถ้ำลอด ชมความงามของภูมิประเทศแบบป่าเกาะ อย่าลืมเตรียมกระเป๋ากันน้ำหรือถุงกันน้ำไปด้วย
  • จังหวัดพังงามีโรงแรมหลายระดับ รวมทั้งยังมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์มากมาย ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากนี้พังงายังมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่าในราคาย่อมเยา สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ฯลฯ

    จังหวัดพังงามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการผจญภัย เช่น วัดราษฎร์อุปถัมภ์ วัดนารายณิการาม เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ อ่าวพังงา เกาะปันหยี เขาหลัก น้ำตกโตนช่องฟ้า ฯลฯ

    กิจกรรมที่โด่งดังที่สุดในพังงาคือการดำน้ำ พังงามีทั้งแหล่งดำน้ำตื้นและแหล่งดำน้ำลึกให้เลือก นอกจากนี้ยังมีการพายเรือคายัคลัดเลาะไปตามอ่าว เลียบป่าชายเลน หรือพายออกสู่ผืนทะเล เป็นต้น

    พังงามีอาหารอร่อยหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารปักษ์ใต้ อาหารจีน และอาหารทะเล สำหรับเมนูอาหารพิเศษที่ขึ้นชื่อของพังงา คือ ใบเหมียงต้มกะทิ ใบเหมียงผัดไข่ ใบเหมียงผัดน้ำมันหอย ส่วนน้ำพริกกุ้งเสียบ ก็ถือว่าเป็นอาหารที่ไม่ควรพลาด
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองพังงาและบริเวณเขาหลักมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    สินค้าและของที่ระลึกจากจังหวัดพังงามีทั้งอาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากอาหาร ผ้าบาติก เครื่องจักสานจากใบเตยทะเล สินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือแบบซาโอริ ฯลฯ