สถานที่ท่องเที่ยว
ปลายทาง
เกี่ยวกับ พัทลุง

พัทลุง เมืองเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองขุนเขาอกทะลุ เพราะเมื่อขับรถเข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้เห็นขุนเขาอกทะลุอยู่บริเวณกลางเมือง ซึ่งเป็นจุดเด่นประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้ อีกทั้งจังหวัดพัทลุง ยังถือเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงของไทยที่ขึ้นชื่อ อย่างมโนห์ราและหนังตะลุงซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาอย่างเนิ่นนาน นอกจากนี้แล้วพัทลุงยังมีแหล่งธรรมชาติที่สำคัญระดับประเทศอย่างทะเลน้อย ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด ที่เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนมาเที่ยวชมอีกด้วย

การเดินทาง

มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ไปพัทลุงทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง

สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 www.transport.co.th ทรัพย์ไพศาล โทร. 0 2884 9584

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com

มีรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงไปถึงสถานีพัทลุงทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 www.railway.co.th

ไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ต้องนั่งเครื่องบินไปลงที่หาดใหญ่หรือตรัง แล้วต่อรถตู้สายหาดใหญ่-พัทลุง หรือตรัง-พัทลุง เข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง

สายการบินที่ให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ คือ การบินไทย โทร. 0 2356 1111 www.thaiairways.com ไทยแอร์เอเชีย โทร. 0 2515 9999 www.airasia.com นกแอร์ โทร. 1318, 0 2900 9955 www.nokair.com วันทูโก โทร. 1126, 0 2229 4100-1 www.fly12go.com

สายการบินที่ให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ-ตรัง คือ การบินไทย โทร. 0 2356 1111 www.thaiairways.com นกแอร์ โทร. 1318, 0 2900 9955 www.nokair.com วันทูโก โทร. 1126, 0 2229 4100-1 www.fly12go.com

insight ข้อมูลเจาะลึก
general ข้อมูลทั่วไป

พัทลุง เมืองเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองขุนเขาอกทะลุ เพราะเมื่อขับรถเข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้เห็นขุนเขาอกทะลุอยู่บริเวณกลางเมือง ซึ่งเป็นจุดเด่นประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้ อีกทั้งจังหวัดพัทลุง ยังถือเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงของไทยที่ขึ้นชื่อ อย่างมโนห์ราและหนังตะลุงซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาอย่างเนิ่นนาน นอกจากนี้แล้วพัทลุงยังมีแหล่งธรรมชาติที่สำคัญระดับประเทศอย่างทะเลน้อย ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด ที่เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนมาเที่ยวชมอีกด้วย

พัทลุง เมืองลุง หรือเมืองอกทะลุ คืออีกหนึ่งจังหวัดของภาคใต้ มีฐานะเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงที่ขึ้นชื่อ คือ มโนห์ราและหนังตะลุง ซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาเนิ่นนาน

นอกจากศิลปวัฒนธรรมชัดเจนของชาวใต้ที่ปรากฏในพัทลุงแล้ว แหล่งธรรมชาติสำคัญระดับประเทศ คือทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด อันเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ก็ตั้งอยู่ในจังหวัดนี้ ความสำคัญของทะเลน้อยคือส่วนหนึ่งของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ คือพรุควนขี้เสียน ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลกแห่งแรกของไทย

ไม่เพียงเท่านั้น พัทลุงยังมีสายธารน้ำตกอีกมากมายเรียงรายอยู่บนเส้นทางพัทลุง-ตรัง ซึ่งบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าต้นน้ำลำธารในจังหวัดนี้ได้อย่างชัดเจน

จังหวัดพัทลุงมีเนื้อที่ประมาณ 3,425 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูงทางด้านตะวันตก ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบไปจนถึงทะเลสาบสงขลา เหมาะต่อการทำนาและทำการประมง

พัทลุงมีความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยพบหลักฐานคือขวานหินขัดในหลายพื้นที่ จนกระทั่งถึงสมัยศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13-14) พัทลุงได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากอินเดีย มีการค้นพบหลักฐานเก่าแก่ เช่น พระพิมพ์ดินดิบเป็นรูปพระโพธิสัตว์รูปเทวดา

ล่วงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 19 พัทลุงอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา โดยมีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี และเป็นหัวเมืองหนึ่งของอาณาจักรทางใต้ สมัยนั้นพัทลุงถูกโจมตีโดยกลุ่มโจรสลัดมาเลย์อยู่เสมอ จึงทำให้ต้องย้ายที่ตั้งเมืองบ่อยๆ

กระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พัทลุงก็ยังต้องย้ายที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้ง ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พัทลุงได้รับการยกฐานะเป็นเมืองชั้นโท และช่วงนี้เองที่ชาวเมืองพัทลุงเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น สงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328-2329) การช่วยปราบกบฏไทรบุรี (พ.ศ. 2373 และ พ.ศ. 2381) ฯลฯ

ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2439 พัทลุงเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วยนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้งเจ็ด ซึ่งเป็นเมืองปัตตานีเดิม

กระทั่งถึง พ.ศ. 2467 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ย้ายเมืองพัทลุงไปอยู่ที่บ้านวังเนียง ตำบลคูหาสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองในปัจจุบัน และเมื่อมีการยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ใน พ.ศ. 2476 พัทลุงก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดตั้งแต่นั้นมา

จังหวัดพัทลุงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ กับ 1 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าพะยอม และกิ่งอำเภอศรีนครินทร์

ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการล่องเรือในทะเลน้อยคือเดือนตุลาคม-มีนาคม เพราะมีนกอพยพหลายชนิดมาอาศัยอยู่ ช่วงนี้จึงได้เห็นทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ ควรจะล่องเรือในช่วงเช้า เวลา 06.00-08.00 นาฬิกา เพราะถ้าไปหลังจากนี้ ดอกบัวจะหุบหมด
  • จังหวัดพัทลุงมีโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กในอำเภอเมืองฯ ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากในตัวเมือง ยังมีรีสอร์ตและที่พักในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น ทะเลน้อย ซึ่งมีทั้งที่พักเอกชน และที่พักของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

    นอกจากนี้แล้วยังมีน้ำตกไพรวัลย์น้ำตกขนาดใหญ่ที่อยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของภาคใต้ มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เย็นชื่นใจด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำ และมีอาหารและเครื่องดื่มคอยบริการ ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมากหรือนักท่องเที่ยวคนไหนอยากแวะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ก็แนะนำที่วัดวัง อ.เมือง ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองพัทลุง เดินเป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งมีพระอุโบสถที่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี

    ทั้งนี้ ที่ยังมีดีเทียบเท่าสถาปัตยกรรมที่งดงามของวัดวังแล้ว จังหวัดพัทลุงยังมีเทศกาลและงานประเพณีที่น่าสนใจและสืบทอดกันมาอย่างงานประเพรณีแข่งโพนลากพระ หรือประเพณีชักพระ ที่นิยมทำกันในช่วงเดือน 11 (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) โดยระหว่างการลาดพระนั้นจะต้องมีการตีโพนเพื่อควบคุมจังหวัด เมื่อลากพระผ่านวัดต่างๆ แล้วก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ถือเป็นประเพณีที่สนุกสนานและสร้างความสามัคคีให้กับคนในจังหวัดพัทลุงได้เป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้อีกหนึ่งงานเทศกาลที่พลาดไม่ได้คืองานวันอนุรักษ์มรดกไทยและงานมหกรรมชิงแชมป์หนังตะลุง ซึ่งเป็นมรดกตกทอดประจำจังหวัด โดยในงานจะมีการแสดงหนังตะลุงให้นักท่องเที่ยวได้รับชมอย่างสนุกสนาน และมีการประกวดหนังตะลุงอีกด้วย ซึ่งจะได้รับความสนใจจากศิลปินพื้นบ้าน เข้าร่วมการประกวดมากมาย โดยปกติแล้วงานจะจัดขึ้นช่วงเดือนเมษายนของทุกปี

    และนอกจากประเพณีอันและสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามแล้ว พัทลุงยังขึ้นชื่อเรื่องสินค้าพื้นเมืองอีกด้วย โดยในแต่ละตำบลจะมีขนมของฝากที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

    ตำบลนางลาด ดังเรื่อง กาละแม

    อำเภอเมือง ขึ้นชื่อเรื่อง กล้วยฉาบ และลูกหนีกวน

    อำเภอปากพะยูน ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งแล้ว

    ใครได้ไปเที่ยวที่จังหวัดพัทลุง พลาดไม่ได้เด็ดขาดที่จะลองชิมหรือซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

    สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของพัทลุงคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งกาละแม กล้วยฉาบ ลูกหยีกวน กุ้งแก้ว เป็นต้น
    ส่วนงานหัตถกรรมที่น่าสนใจ คือ ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูด ตัวหนังตะลุง ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นสินค้าโอทอป

    transport การเดินทาง

    พัทลุง เมืองเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองขุนเขาอกทะลุ เพราะเมื่อขับรถเข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้เห็นขุนเขาอกทะลุอยู่บริเวณกลางเมือง ซึ่งเป็นจุดเด่นประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้ อีกทั้งจังหวัดพัทลุง ยังถือเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงของไทยที่ขึ้นชื่อ อย่างมโนห์ราและหนังตะลุงซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาอย่างเนิ่นนาน นอกจากนี้แล้วพัทลุงยังมีแหล่งธรรมชาติที่สำคัญระดับประเทศอย่างทะเลน้อย ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด ที่เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนมาเที่ยวชมอีกด้วย

    พัทลุง เมืองลุง หรือเมืองอกทะลุ คืออีกหนึ่งจังหวัดของภาคใต้ มีฐานะเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงที่ขึ้นชื่อ คือ มโนห์ราและหนังตะลุง ซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาเนิ่นนาน

    นอกจากศิลปวัฒนธรรมชัดเจนของชาวใต้ที่ปรากฏในพัทลุงแล้ว แหล่งธรรมชาติสำคัญระดับประเทศ คือทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด อันเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ก็ตั้งอยู่ในจังหวัดนี้ ความสำคัญของทะเลน้อยคือส่วนหนึ่งของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ คือพรุควนขี้เสียน ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลกแห่งแรกของไทย

    ไม่เพียงเท่านั้น พัทลุงยังมีสายธารน้ำตกอีกมากมายเรียงรายอยู่บนเส้นทางพัทลุง-ตรัง ซึ่งบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าต้นน้ำลำธารในจังหวัดนี้ได้อย่างชัดเจน

    จังหวัดพัทลุงมีเนื้อที่ประมาณ 3,425 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูงทางด้านตะวันตก ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบไปจนถึงทะเลสาบสงขลา เหมาะต่อการทำนาและทำการประมง

    พัทลุงมีความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยพบหลักฐานคือขวานหินขัดในหลายพื้นที่ จนกระทั่งถึงสมัยศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13-14) พัทลุงได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากอินเดีย มีการค้นพบหลักฐานเก่าแก่ เช่น พระพิมพ์ดินดิบเป็นรูปพระโพธิสัตว์รูปเทวดา

    ล่วงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 19 พัทลุงอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา โดยมีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี และเป็นหัวเมืองหนึ่งของอาณาจักรทางใต้ สมัยนั้นพัทลุงถูกโจมตีโดยกลุ่มโจรสลัดมาเลย์อยู่เสมอ จึงทำให้ต้องย้ายที่ตั้งเมืองบ่อยๆ

    กระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พัทลุงก็ยังต้องย้ายที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้ง ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พัทลุงได้รับการยกฐานะเป็นเมืองชั้นโท และช่วงนี้เองที่ชาวเมืองพัทลุงเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น สงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328-2329) การช่วยปราบกบฏไทรบุรี (พ.ศ. 2373 และ พ.ศ. 2381) ฯลฯ

    ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2439 พัทลุงเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วยนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้งเจ็ด ซึ่งเป็นเมืองปัตตานีเดิม

    กระทั่งถึง พ.ศ. 2467 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ย้ายเมืองพัทลุงไปอยู่ที่บ้านวังเนียง ตำบลคูหาสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองในปัจจุบัน และเมื่อมีการยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ใน พ.ศ. 2476 พัทลุงก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดตั้งแต่นั้นมา

    จังหวัดพัทลุงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ กับ 1 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าพะยอม และกิ่งอำเภอศรีนครินทร์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการล่องเรือในทะเลน้อยคือเดือนตุลาคม-มีนาคม เพราะมีนกอพยพหลายชนิดมาอาศัยอยู่ ช่วงนี้จึงได้เห็นทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ ควรจะล่องเรือในช่วงเช้า เวลา 06.00-08.00 นาฬิกา เพราะถ้าไปหลังจากนี้ ดอกบัวจะหุบหมด
  • จังหวัดพัทลุงมีโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กในอำเภอเมืองฯ ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากในตัวเมือง ยังมีรีสอร์ตและที่พักในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น ทะเลน้อย ซึ่งมีทั้งที่พักเอกชน และที่พักของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

    นอกจากนี้แล้วยังมีน้ำตกไพรวัลย์น้ำตกขนาดใหญ่ที่อยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของภาคใต้ มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เย็นชื่นใจด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำ และมีอาหารและเครื่องดื่มคอยบริการ ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมากหรือนักท่องเที่ยวคนไหนอยากแวะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ก็แนะนำที่วัดวัง อ.เมือง ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองพัทลุง เดินเป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งมีพระอุโบสถที่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี

    ทั้งนี้ ที่ยังมีดีเทียบเท่าสถาปัตยกรรมที่งดงามของวัดวังแล้ว จังหวัดพัทลุงยังมีเทศกาลและงานประเพณีที่น่าสนใจและสืบทอดกันมาอย่างงานประเพรณีแข่งโพนลากพระ หรือประเพณีชักพระ ที่นิยมทำกันในช่วงเดือน 11 (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) โดยระหว่างการลาดพระนั้นจะต้องมีการตีโพนเพื่อควบคุมจังหวัด เมื่อลากพระผ่านวัดต่างๆ แล้วก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ถือเป็นประเพณีที่สนุกสนานและสร้างความสามัคคีให้กับคนในจังหวัดพัทลุงได้เป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้อีกหนึ่งงานเทศกาลที่พลาดไม่ได้คืองานวันอนุรักษ์มรดกไทยและงานมหกรรมชิงแชมป์หนังตะลุง ซึ่งเป็นมรดกตกทอดประจำจังหวัด โดยในงานจะมีการแสดงหนังตะลุงให้นักท่องเที่ยวได้รับชมอย่างสนุกสนาน และมีการประกวดหนังตะลุงอีกด้วย ซึ่งจะได้รับความสนใจจากศิลปินพื้นบ้าน เข้าร่วมการประกวดมากมาย โดยปกติแล้วงานจะจัดขึ้นช่วงเดือนเมษายนของทุกปี

    และนอกจากประเพณีอันและสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามแล้ว พัทลุงยังขึ้นชื่อเรื่องสินค้าพื้นเมืองอีกด้วย โดยในแต่ละตำบลจะมีขนมของฝากที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

    ตำบลนางลาด ดังเรื่อง กาละแม

    อำเภอเมือง ขึ้นชื่อเรื่อง กล้วยฉาบ และลูกหนีกวน

    อำเภอปากพะยูน ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งแล้ว

    ใครได้ไปเที่ยวที่จังหวัดพัทลุง พลาดไม่ได้เด็ดขาดที่จะลองชิมหรือซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

    สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของพัทลุงคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งกาละแม กล้วยฉาบ ลูกหยีกวน กุ้งแก้ว เป็นต้น
    ส่วนงานหัตถกรรมที่น่าสนใจ คือ ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูด ตัวหนังตะลุง ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นสินค้าโอทอป

    accommodation ที่พัก

    พัทลุง เมืองเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองขุนเขาอกทะลุ เพราะเมื่อขับรถเข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้เห็นขุนเขาอกทะลุอยู่บริเวณกลางเมือง ซึ่งเป็นจุดเด่นประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้ อีกทั้งจังหวัดพัทลุง ยังถือเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงของไทยที่ขึ้นชื่อ อย่างมโนห์ราและหนังตะลุงซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาอย่างเนิ่นนาน นอกจากนี้แล้วพัทลุงยังมีแหล่งธรรมชาติที่สำคัญระดับประเทศอย่างทะเลน้อย ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด ที่เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนมาเที่ยวชมอีกด้วย

    พัทลุง เมืองลุง หรือเมืองอกทะลุ คืออีกหนึ่งจังหวัดของภาคใต้ มีฐานะเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงที่ขึ้นชื่อ คือ มโนห์ราและหนังตะลุง ซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาเนิ่นนาน

    นอกจากศิลปวัฒนธรรมชัดเจนของชาวใต้ที่ปรากฏในพัทลุงแล้ว แหล่งธรรมชาติสำคัญระดับประเทศ คือทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด อันเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ก็ตั้งอยู่ในจังหวัดนี้ ความสำคัญของทะเลน้อยคือส่วนหนึ่งของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ คือพรุควนขี้เสียน ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลกแห่งแรกของไทย

    ไม่เพียงเท่านั้น พัทลุงยังมีสายธารน้ำตกอีกมากมายเรียงรายอยู่บนเส้นทางพัทลุง-ตรัง ซึ่งบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าต้นน้ำลำธารในจังหวัดนี้ได้อย่างชัดเจน

    จังหวัดพัทลุงมีเนื้อที่ประมาณ 3,425 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูงทางด้านตะวันตก ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบไปจนถึงทะเลสาบสงขลา เหมาะต่อการทำนาและทำการประมง

    พัทลุงมีความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยพบหลักฐานคือขวานหินขัดในหลายพื้นที่ จนกระทั่งถึงสมัยศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13-14) พัทลุงได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากอินเดีย มีการค้นพบหลักฐานเก่าแก่ เช่น พระพิมพ์ดินดิบเป็นรูปพระโพธิสัตว์รูปเทวดา

    ล่วงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 19 พัทลุงอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา โดยมีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี และเป็นหัวเมืองหนึ่งของอาณาจักรทางใต้ สมัยนั้นพัทลุงถูกโจมตีโดยกลุ่มโจรสลัดมาเลย์อยู่เสมอ จึงทำให้ต้องย้ายที่ตั้งเมืองบ่อยๆ

    กระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พัทลุงก็ยังต้องย้ายที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้ง ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พัทลุงได้รับการยกฐานะเป็นเมืองชั้นโท และช่วงนี้เองที่ชาวเมืองพัทลุงเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น สงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328-2329) การช่วยปราบกบฏไทรบุรี (พ.ศ. 2373 และ พ.ศ. 2381) ฯลฯ

    ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2439 พัทลุงเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วยนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้งเจ็ด ซึ่งเป็นเมืองปัตตานีเดิม

    กระทั่งถึง พ.ศ. 2467 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ย้ายเมืองพัทลุงไปอยู่ที่บ้านวังเนียง ตำบลคูหาสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองในปัจจุบัน และเมื่อมีการยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ใน พ.ศ. 2476 พัทลุงก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดตั้งแต่นั้นมา

    จังหวัดพัทลุงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ กับ 1 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าพะยอม และกิ่งอำเภอศรีนครินทร์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการล่องเรือในทะเลน้อยคือเดือนตุลาคม-มีนาคม เพราะมีนกอพยพหลายชนิดมาอาศัยอยู่ ช่วงนี้จึงได้เห็นทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ ควรจะล่องเรือในช่วงเช้า เวลา 06.00-08.00 นาฬิกา เพราะถ้าไปหลังจากนี้ ดอกบัวจะหุบหมด
  • จังหวัดพัทลุงมีโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กในอำเภอเมืองฯ ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากในตัวเมือง ยังมีรีสอร์ตและที่พักในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น ทะเลน้อย ซึ่งมีทั้งที่พักเอกชน และที่พักของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

    นอกจากนี้แล้วยังมีน้ำตกไพรวัลย์น้ำตกขนาดใหญ่ที่อยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของภาคใต้ มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เย็นชื่นใจด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำ และมีอาหารและเครื่องดื่มคอยบริการ ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมากหรือนักท่องเที่ยวคนไหนอยากแวะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ก็แนะนำที่วัดวัง อ.เมือง ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองพัทลุง เดินเป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งมีพระอุโบสถที่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี

    ทั้งนี้ ที่ยังมีดีเทียบเท่าสถาปัตยกรรมที่งดงามของวัดวังแล้ว จังหวัดพัทลุงยังมีเทศกาลและงานประเพณีที่น่าสนใจและสืบทอดกันมาอย่างงานประเพรณีแข่งโพนลากพระ หรือประเพณีชักพระ ที่นิยมทำกันในช่วงเดือน 11 (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) โดยระหว่างการลาดพระนั้นจะต้องมีการตีโพนเพื่อควบคุมจังหวัด เมื่อลากพระผ่านวัดต่างๆ แล้วก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ถือเป็นประเพณีที่สนุกสนานและสร้างความสามัคคีให้กับคนในจังหวัดพัทลุงได้เป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้อีกหนึ่งงานเทศกาลที่พลาดไม่ได้คืองานวันอนุรักษ์มรดกไทยและงานมหกรรมชิงแชมป์หนังตะลุง ซึ่งเป็นมรดกตกทอดประจำจังหวัด โดยในงานจะมีการแสดงหนังตะลุงให้นักท่องเที่ยวได้รับชมอย่างสนุกสนาน และมีการประกวดหนังตะลุงอีกด้วย ซึ่งจะได้รับความสนใจจากศิลปินพื้นบ้าน เข้าร่วมการประกวดมากมาย โดยปกติแล้วงานจะจัดขึ้นช่วงเดือนเมษายนของทุกปี

    และนอกจากประเพณีอันและสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามแล้ว พัทลุงยังขึ้นชื่อเรื่องสินค้าพื้นเมืองอีกด้วย โดยในแต่ละตำบลจะมีขนมของฝากที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

    ตำบลนางลาด ดังเรื่อง กาละแม

    อำเภอเมือง ขึ้นชื่อเรื่อง กล้วยฉาบ และลูกหนีกวน

    อำเภอปากพะยูน ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งแล้ว

    ใครได้ไปเที่ยวที่จังหวัดพัทลุง พลาดไม่ได้เด็ดขาดที่จะลองชิมหรือซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

    สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของพัทลุงคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งกาละแม กล้วยฉาบ ลูกหยีกวน กุ้งแก้ว เป็นต้น
    ส่วนงานหัตถกรรมที่น่าสนใจ คือ ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูด ตัวหนังตะลุง ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นสินค้าโอทอป

    พัทลุง เมืองเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองขุนเขาอกทะลุ เพราะเมื่อขับรถเข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้เห็นขุนเขาอกทะลุอยู่บริเวณกลางเมือง ซึ่งเป็นจุดเด่นประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้ อีกทั้งจังหวัดพัทลุง ยังถือเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงของไทยที่ขึ้นชื่อ อย่างมโนห์ราและหนังตะลุงซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาอย่างเนิ่นนาน นอกจากนี้แล้วพัทลุงยังมีแหล่งธรรมชาติที่สำคัญระดับประเทศอย่างทะเลน้อย ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด ที่เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนมาเที่ยวชมอีกด้วย

    พัทลุง เมืองลุง หรือเมืองอกทะลุ คืออีกหนึ่งจังหวัดของภาคใต้ มีฐานะเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงที่ขึ้นชื่อ คือ มโนห์ราและหนังตะลุง ซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาเนิ่นนาน

    นอกจากศิลปวัฒนธรรมชัดเจนของชาวใต้ที่ปรากฏในพัทลุงแล้ว แหล่งธรรมชาติสำคัญระดับประเทศ คือทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด อันเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ก็ตั้งอยู่ในจังหวัดนี้ ความสำคัญของทะเลน้อยคือส่วนหนึ่งของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ คือพรุควนขี้เสียน ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลกแห่งแรกของไทย

    ไม่เพียงเท่านั้น พัทลุงยังมีสายธารน้ำตกอีกมากมายเรียงรายอยู่บนเส้นทางพัทลุง-ตรัง ซึ่งบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าต้นน้ำลำธารในจังหวัดนี้ได้อย่างชัดเจน

    จังหวัดพัทลุงมีเนื้อที่ประมาณ 3,425 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูงทางด้านตะวันตก ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบไปจนถึงทะเลสาบสงขลา เหมาะต่อการทำนาและทำการประมง

    พัทลุงมีความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยพบหลักฐานคือขวานหินขัดในหลายพื้นที่ จนกระทั่งถึงสมัยศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13-14) พัทลุงได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากอินเดีย มีการค้นพบหลักฐานเก่าแก่ เช่น พระพิมพ์ดินดิบเป็นรูปพระโพธิสัตว์รูปเทวดา

    ล่วงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 19 พัทลุงอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา โดยมีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี และเป็นหัวเมืองหนึ่งของอาณาจักรทางใต้ สมัยนั้นพัทลุงถูกโจมตีโดยกลุ่มโจรสลัดมาเลย์อยู่เสมอ จึงทำให้ต้องย้ายที่ตั้งเมืองบ่อยๆ

    กระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พัทลุงก็ยังต้องย้ายที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้ง ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พัทลุงได้รับการยกฐานะเป็นเมืองชั้นโท และช่วงนี้เองที่ชาวเมืองพัทลุงเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น สงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328-2329) การช่วยปราบกบฏไทรบุรี (พ.ศ. 2373 และ พ.ศ. 2381) ฯลฯ

    ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2439 พัทลุงเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วยนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้งเจ็ด ซึ่งเป็นเมืองปัตตานีเดิม

    กระทั่งถึง พ.ศ. 2467 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ย้ายเมืองพัทลุงไปอยู่ที่บ้านวังเนียง ตำบลคูหาสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองในปัจจุบัน และเมื่อมีการยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ใน พ.ศ. 2476 พัทลุงก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดตั้งแต่นั้นมา

    จังหวัดพัทลุงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ กับ 1 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าพะยอม และกิ่งอำเภอศรีนครินทร์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการล่องเรือในทะเลน้อยคือเดือนตุลาคม-มีนาคม เพราะมีนกอพยพหลายชนิดมาอาศัยอยู่ ช่วงนี้จึงได้เห็นทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ ควรจะล่องเรือในช่วงเช้า เวลา 06.00-08.00 นาฬิกา เพราะถ้าไปหลังจากนี้ ดอกบัวจะหุบหมด
  • จังหวัดพัทลุงมีโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กในอำเภอเมืองฯ ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากในตัวเมือง ยังมีรีสอร์ตและที่พักในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น ทะเลน้อย ซึ่งมีทั้งที่พักเอกชน และที่พักของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

    นอกจากนี้แล้วยังมีน้ำตกไพรวัลย์น้ำตกขนาดใหญ่ที่อยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของภาคใต้ มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เย็นชื่นใจด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำ และมีอาหารและเครื่องดื่มคอยบริการ ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมากหรือนักท่องเที่ยวคนไหนอยากแวะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ก็แนะนำที่วัดวัง อ.เมือง ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองพัทลุง เดินเป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งมีพระอุโบสถที่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี

    ทั้งนี้ ที่ยังมีดีเทียบเท่าสถาปัตยกรรมที่งดงามของวัดวังแล้ว จังหวัดพัทลุงยังมีเทศกาลและงานประเพณีที่น่าสนใจและสืบทอดกันมาอย่างงานประเพรณีแข่งโพนลากพระ หรือประเพณีชักพระ ที่นิยมทำกันในช่วงเดือน 11 (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) โดยระหว่างการลาดพระนั้นจะต้องมีการตีโพนเพื่อควบคุมจังหวัด เมื่อลากพระผ่านวัดต่างๆ แล้วก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ถือเป็นประเพณีที่สนุกสนานและสร้างความสามัคคีให้กับคนในจังหวัดพัทลุงได้เป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้อีกหนึ่งงานเทศกาลที่พลาดไม่ได้คืองานวันอนุรักษ์มรดกไทยและงานมหกรรมชิงแชมป์หนังตะลุง ซึ่งเป็นมรดกตกทอดประจำจังหวัด โดยในงานจะมีการแสดงหนังตะลุงให้นักท่องเที่ยวได้รับชมอย่างสนุกสนาน และมีการประกวดหนังตะลุงอีกด้วย ซึ่งจะได้รับความสนใจจากศิลปินพื้นบ้าน เข้าร่วมการประกวดมากมาย โดยปกติแล้วงานจะจัดขึ้นช่วงเดือนเมษายนของทุกปี

    และนอกจากประเพณีอันและสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามแล้ว พัทลุงยังขึ้นชื่อเรื่องสินค้าพื้นเมืองอีกด้วย โดยในแต่ละตำบลจะมีขนมของฝากที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

    ตำบลนางลาด ดังเรื่อง กาละแม

    อำเภอเมือง ขึ้นชื่อเรื่อง กล้วยฉาบ และลูกหนีกวน

    อำเภอปากพะยูน ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งแล้ว

    ใครได้ไปเที่ยวที่จังหวัดพัทลุง พลาดไม่ได้เด็ดขาดที่จะลองชิมหรือซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

    สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของพัทลุงคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งกาละแม กล้วยฉาบ ลูกหยีกวน กุ้งแก้ว เป็นต้น
    ส่วนงานหัตถกรรมที่น่าสนใจ คือ ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูด ตัวหนังตะลุง ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นสินค้าโอทอป

    wheretogo สถานที่ท่องเที่ยว

    พัทลุง เมืองเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองขุนเขาอกทะลุ เพราะเมื่อขับรถเข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้เห็นขุนเขาอกทะลุอยู่บริเวณกลางเมือง ซึ่งเป็นจุดเด่นประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้ อีกทั้งจังหวัดพัทลุง ยังถือเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงของไทยที่ขึ้นชื่อ อย่างมโนห์ราและหนังตะลุงซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาอย่างเนิ่นนาน นอกจากนี้แล้วพัทลุงยังมีแหล่งธรรมชาติที่สำคัญระดับประเทศอย่างทะเลน้อย ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด ที่เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนมาเที่ยวชมอีกด้วย

    พัทลุง เมืองลุง หรือเมืองอกทะลุ คืออีกหนึ่งจังหวัดของภาคใต้ มีฐานะเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงที่ขึ้นชื่อ คือ มโนห์ราและหนังตะลุง ซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาเนิ่นนาน

    นอกจากศิลปวัฒนธรรมชัดเจนของชาวใต้ที่ปรากฏในพัทลุงแล้ว แหล่งธรรมชาติสำคัญระดับประเทศ คือทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด อันเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ก็ตั้งอยู่ในจังหวัดนี้ ความสำคัญของทะเลน้อยคือส่วนหนึ่งของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ คือพรุควนขี้เสียน ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลกแห่งแรกของไทย

    ไม่เพียงเท่านั้น พัทลุงยังมีสายธารน้ำตกอีกมากมายเรียงรายอยู่บนเส้นทางพัทลุง-ตรัง ซึ่งบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าต้นน้ำลำธารในจังหวัดนี้ได้อย่างชัดเจน

    จังหวัดพัทลุงมีเนื้อที่ประมาณ 3,425 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูงทางด้านตะวันตก ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบไปจนถึงทะเลสาบสงขลา เหมาะต่อการทำนาและทำการประมง

    พัทลุงมีความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยพบหลักฐานคือขวานหินขัดในหลายพื้นที่ จนกระทั่งถึงสมัยศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13-14) พัทลุงได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากอินเดีย มีการค้นพบหลักฐานเก่าแก่ เช่น พระพิมพ์ดินดิบเป็นรูปพระโพธิสัตว์รูปเทวดา

    ล่วงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 19 พัทลุงอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา โดยมีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี และเป็นหัวเมืองหนึ่งของอาณาจักรทางใต้ สมัยนั้นพัทลุงถูกโจมตีโดยกลุ่มโจรสลัดมาเลย์อยู่เสมอ จึงทำให้ต้องย้ายที่ตั้งเมืองบ่อยๆ

    กระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พัทลุงก็ยังต้องย้ายที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้ง ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พัทลุงได้รับการยกฐานะเป็นเมืองชั้นโท และช่วงนี้เองที่ชาวเมืองพัทลุงเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น สงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328-2329) การช่วยปราบกบฏไทรบุรี (พ.ศ. 2373 และ พ.ศ. 2381) ฯลฯ

    ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2439 พัทลุงเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วยนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้งเจ็ด ซึ่งเป็นเมืองปัตตานีเดิม

    กระทั่งถึง พ.ศ. 2467 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ย้ายเมืองพัทลุงไปอยู่ที่บ้านวังเนียง ตำบลคูหาสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองในปัจจุบัน และเมื่อมีการยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ใน พ.ศ. 2476 พัทลุงก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดตั้งแต่นั้นมา

    จังหวัดพัทลุงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ กับ 1 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าพะยอม และกิ่งอำเภอศรีนครินทร์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการล่องเรือในทะเลน้อยคือเดือนตุลาคม-มีนาคม เพราะมีนกอพยพหลายชนิดมาอาศัยอยู่ ช่วงนี้จึงได้เห็นทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ ควรจะล่องเรือในช่วงเช้า เวลา 06.00-08.00 นาฬิกา เพราะถ้าไปหลังจากนี้ ดอกบัวจะหุบหมด
  • จังหวัดพัทลุงมีโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กในอำเภอเมืองฯ ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากในตัวเมือง ยังมีรีสอร์ตและที่พักในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น ทะเลน้อย ซึ่งมีทั้งที่พักเอกชน และที่พักของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

    นอกจากนี้แล้วยังมีน้ำตกไพรวัลย์น้ำตกขนาดใหญ่ที่อยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของภาคใต้ มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เย็นชื่นใจด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำ และมีอาหารและเครื่องดื่มคอยบริการ ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมากหรือนักท่องเที่ยวคนไหนอยากแวะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ก็แนะนำที่วัดวัง อ.เมือง ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองพัทลุง เดินเป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งมีพระอุโบสถที่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี

    ทั้งนี้ ที่ยังมีดีเทียบเท่าสถาปัตยกรรมที่งดงามของวัดวังแล้ว จังหวัดพัทลุงยังมีเทศกาลและงานประเพณีที่น่าสนใจและสืบทอดกันมาอย่างงานประเพรณีแข่งโพนลากพระ หรือประเพณีชักพระ ที่นิยมทำกันในช่วงเดือน 11 (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) โดยระหว่างการลาดพระนั้นจะต้องมีการตีโพนเพื่อควบคุมจังหวัด เมื่อลากพระผ่านวัดต่างๆ แล้วก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ถือเป็นประเพณีที่สนุกสนานและสร้างความสามัคคีให้กับคนในจังหวัดพัทลุงได้เป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้อีกหนึ่งงานเทศกาลที่พลาดไม่ได้คืองานวันอนุรักษ์มรดกไทยและงานมหกรรมชิงแชมป์หนังตะลุง ซึ่งเป็นมรดกตกทอดประจำจังหวัด โดยในงานจะมีการแสดงหนังตะลุงให้นักท่องเที่ยวได้รับชมอย่างสนุกสนาน และมีการประกวดหนังตะลุงอีกด้วย ซึ่งจะได้รับความสนใจจากศิลปินพื้นบ้าน เข้าร่วมการประกวดมากมาย โดยปกติแล้วงานจะจัดขึ้นช่วงเดือนเมษายนของทุกปี

    และนอกจากประเพณีอันและสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามแล้ว พัทลุงยังขึ้นชื่อเรื่องสินค้าพื้นเมืองอีกด้วย โดยในแต่ละตำบลจะมีขนมของฝากที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

    ตำบลนางลาด ดังเรื่อง กาละแม

    อำเภอเมือง ขึ้นชื่อเรื่อง กล้วยฉาบ และลูกหนีกวน

    อำเภอปากพะยูน ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งแล้ว

    ใครได้ไปเที่ยวที่จังหวัดพัทลุง พลาดไม่ได้เด็ดขาดที่จะลองชิมหรือซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

    สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของพัทลุงคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งกาละแม กล้วยฉาบ ลูกหยีกวน กุ้งแก้ว เป็นต้น
    ส่วนงานหัตถกรรมที่น่าสนใจ คือ ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูด ตัวหนังตะลุง ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นสินค้าโอทอป

    thingstodo กิจกรรมท่องเที่ยว

    พัทลุง เมืองเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองขุนเขาอกทะลุ เพราะเมื่อขับรถเข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้เห็นขุนเขาอกทะลุอยู่บริเวณกลางเมือง ซึ่งเป็นจุดเด่นประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้ อีกทั้งจังหวัดพัทลุง ยังถือเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงของไทยที่ขึ้นชื่อ อย่างมโนห์ราและหนังตะลุงซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาอย่างเนิ่นนาน นอกจากนี้แล้วพัทลุงยังมีแหล่งธรรมชาติที่สำคัญระดับประเทศอย่างทะเลน้อย ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด ที่เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนมาเที่ยวชมอีกด้วย

    พัทลุง เมืองลุง หรือเมืองอกทะลุ คืออีกหนึ่งจังหวัดของภาคใต้ มีฐานะเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงที่ขึ้นชื่อ คือ มโนห์ราและหนังตะลุง ซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาเนิ่นนาน

    นอกจากศิลปวัฒนธรรมชัดเจนของชาวใต้ที่ปรากฏในพัทลุงแล้ว แหล่งธรรมชาติสำคัญระดับประเทศ คือทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด อันเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ก็ตั้งอยู่ในจังหวัดนี้ ความสำคัญของทะเลน้อยคือส่วนหนึ่งของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ คือพรุควนขี้เสียน ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลกแห่งแรกของไทย

    ไม่เพียงเท่านั้น พัทลุงยังมีสายธารน้ำตกอีกมากมายเรียงรายอยู่บนเส้นทางพัทลุง-ตรัง ซึ่งบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าต้นน้ำลำธารในจังหวัดนี้ได้อย่างชัดเจน

    จังหวัดพัทลุงมีเนื้อที่ประมาณ 3,425 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูงทางด้านตะวันตก ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบไปจนถึงทะเลสาบสงขลา เหมาะต่อการทำนาและทำการประมง

    พัทลุงมีความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยพบหลักฐานคือขวานหินขัดในหลายพื้นที่ จนกระทั่งถึงสมัยศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13-14) พัทลุงได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากอินเดีย มีการค้นพบหลักฐานเก่าแก่ เช่น พระพิมพ์ดินดิบเป็นรูปพระโพธิสัตว์รูปเทวดา

    ล่วงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 19 พัทลุงอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา โดยมีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี และเป็นหัวเมืองหนึ่งของอาณาจักรทางใต้ สมัยนั้นพัทลุงถูกโจมตีโดยกลุ่มโจรสลัดมาเลย์อยู่เสมอ จึงทำให้ต้องย้ายที่ตั้งเมืองบ่อยๆ

    กระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พัทลุงก็ยังต้องย้ายที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้ง ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พัทลุงได้รับการยกฐานะเป็นเมืองชั้นโท และช่วงนี้เองที่ชาวเมืองพัทลุงเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น สงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328-2329) การช่วยปราบกบฏไทรบุรี (พ.ศ. 2373 และ พ.ศ. 2381) ฯลฯ

    ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2439 พัทลุงเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วยนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้งเจ็ด ซึ่งเป็นเมืองปัตตานีเดิม

    กระทั่งถึง พ.ศ. 2467 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ย้ายเมืองพัทลุงไปอยู่ที่บ้านวังเนียง ตำบลคูหาสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองในปัจจุบัน และเมื่อมีการยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ใน พ.ศ. 2476 พัทลุงก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดตั้งแต่นั้นมา

    จังหวัดพัทลุงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ กับ 1 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าพะยอม และกิ่งอำเภอศรีนครินทร์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการล่องเรือในทะเลน้อยคือเดือนตุลาคม-มีนาคม เพราะมีนกอพยพหลายชนิดมาอาศัยอยู่ ช่วงนี้จึงได้เห็นทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ ควรจะล่องเรือในช่วงเช้า เวลา 06.00-08.00 นาฬิกา เพราะถ้าไปหลังจากนี้ ดอกบัวจะหุบหมด
  • จังหวัดพัทลุงมีโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กในอำเภอเมืองฯ ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากในตัวเมือง ยังมีรีสอร์ตและที่พักในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น ทะเลน้อย ซึ่งมีทั้งที่พักเอกชน และที่พักของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

    นอกจากนี้แล้วยังมีน้ำตกไพรวัลย์น้ำตกขนาดใหญ่ที่อยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของภาคใต้ มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เย็นชื่นใจด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำ และมีอาหารและเครื่องดื่มคอยบริการ ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมากหรือนักท่องเที่ยวคนไหนอยากแวะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ก็แนะนำที่วัดวัง อ.เมือง ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองพัทลุง เดินเป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งมีพระอุโบสถที่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี

    ทั้งนี้ ที่ยังมีดีเทียบเท่าสถาปัตยกรรมที่งดงามของวัดวังแล้ว จังหวัดพัทลุงยังมีเทศกาลและงานประเพณีที่น่าสนใจและสืบทอดกันมาอย่างงานประเพรณีแข่งโพนลากพระ หรือประเพณีชักพระ ที่นิยมทำกันในช่วงเดือน 11 (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) โดยระหว่างการลาดพระนั้นจะต้องมีการตีโพนเพื่อควบคุมจังหวัด เมื่อลากพระผ่านวัดต่างๆ แล้วก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ถือเป็นประเพณีที่สนุกสนานและสร้างความสามัคคีให้กับคนในจังหวัดพัทลุงได้เป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้อีกหนึ่งงานเทศกาลที่พลาดไม่ได้คืองานวันอนุรักษ์มรดกไทยและงานมหกรรมชิงแชมป์หนังตะลุง ซึ่งเป็นมรดกตกทอดประจำจังหวัด โดยในงานจะมีการแสดงหนังตะลุงให้นักท่องเที่ยวได้รับชมอย่างสนุกสนาน และมีการประกวดหนังตะลุงอีกด้วย ซึ่งจะได้รับความสนใจจากศิลปินพื้นบ้าน เข้าร่วมการประกวดมากมาย โดยปกติแล้วงานจะจัดขึ้นช่วงเดือนเมษายนของทุกปี

    และนอกจากประเพณีอันและสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามแล้ว พัทลุงยังขึ้นชื่อเรื่องสินค้าพื้นเมืองอีกด้วย โดยในแต่ละตำบลจะมีขนมของฝากที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

    ตำบลนางลาด ดังเรื่อง กาละแม

    อำเภอเมือง ขึ้นชื่อเรื่อง กล้วยฉาบ และลูกหนีกวน

    อำเภอปากพะยูน ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งแล้ว

    ใครได้ไปเที่ยวที่จังหวัดพัทลุง พลาดไม่ได้เด็ดขาดที่จะลองชิมหรือซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

    สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของพัทลุงคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งกาละแม กล้วยฉาบ ลูกหยีกวน กุ้งแก้ว เป็นต้น
    ส่วนงานหัตถกรรมที่น่าสนใจ คือ ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูด ตัวหนังตะลุง ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นสินค้าโอทอป

    foodanddrink ร้านอาหาร

    พัทลุง เมืองเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองขุนเขาอกทะลุ เพราะเมื่อขับรถเข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้เห็นขุนเขาอกทะลุอยู่บริเวณกลางเมือง ซึ่งเป็นจุดเด่นประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้ อีกทั้งจังหวัดพัทลุง ยังถือเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงของไทยที่ขึ้นชื่อ อย่างมโนห์ราและหนังตะลุงซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาอย่างเนิ่นนาน นอกจากนี้แล้วพัทลุงยังมีแหล่งธรรมชาติที่สำคัญระดับประเทศอย่างทะเลน้อย ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด ที่เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนมาเที่ยวชมอีกด้วย

    พัทลุง เมืองลุง หรือเมืองอกทะลุ คืออีกหนึ่งจังหวัดของภาคใต้ มีฐานะเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงที่ขึ้นชื่อ คือ มโนห์ราและหนังตะลุง ซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาเนิ่นนาน

    นอกจากศิลปวัฒนธรรมชัดเจนของชาวใต้ที่ปรากฏในพัทลุงแล้ว แหล่งธรรมชาติสำคัญระดับประเทศ คือทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด อันเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ก็ตั้งอยู่ในจังหวัดนี้ ความสำคัญของทะเลน้อยคือส่วนหนึ่งของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ คือพรุควนขี้เสียน ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลกแห่งแรกของไทย

    ไม่เพียงเท่านั้น พัทลุงยังมีสายธารน้ำตกอีกมากมายเรียงรายอยู่บนเส้นทางพัทลุง-ตรัง ซึ่งบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าต้นน้ำลำธารในจังหวัดนี้ได้อย่างชัดเจน

    จังหวัดพัทลุงมีเนื้อที่ประมาณ 3,425 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูงทางด้านตะวันตก ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบไปจนถึงทะเลสาบสงขลา เหมาะต่อการทำนาและทำการประมง

    พัทลุงมีความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยพบหลักฐานคือขวานหินขัดในหลายพื้นที่ จนกระทั่งถึงสมัยศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13-14) พัทลุงได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากอินเดีย มีการค้นพบหลักฐานเก่าแก่ เช่น พระพิมพ์ดินดิบเป็นรูปพระโพธิสัตว์รูปเทวดา

    ล่วงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 19 พัทลุงอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา โดยมีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี และเป็นหัวเมืองหนึ่งของอาณาจักรทางใต้ สมัยนั้นพัทลุงถูกโจมตีโดยกลุ่มโจรสลัดมาเลย์อยู่เสมอ จึงทำให้ต้องย้ายที่ตั้งเมืองบ่อยๆ

    กระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พัทลุงก็ยังต้องย้ายที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้ง ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พัทลุงได้รับการยกฐานะเป็นเมืองชั้นโท และช่วงนี้เองที่ชาวเมืองพัทลุงเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น สงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328-2329) การช่วยปราบกบฏไทรบุรี (พ.ศ. 2373 และ พ.ศ. 2381) ฯลฯ

    ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2439 พัทลุงเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วยนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้งเจ็ด ซึ่งเป็นเมืองปัตตานีเดิม

    กระทั่งถึง พ.ศ. 2467 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ย้ายเมืองพัทลุงไปอยู่ที่บ้านวังเนียง ตำบลคูหาสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองในปัจจุบัน และเมื่อมีการยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ใน พ.ศ. 2476 พัทลุงก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดตั้งแต่นั้นมา

    จังหวัดพัทลุงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ กับ 1 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าพะยอม และกิ่งอำเภอศรีนครินทร์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการล่องเรือในทะเลน้อยคือเดือนตุลาคม-มีนาคม เพราะมีนกอพยพหลายชนิดมาอาศัยอยู่ ช่วงนี้จึงได้เห็นทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ ควรจะล่องเรือในช่วงเช้า เวลา 06.00-08.00 นาฬิกา เพราะถ้าไปหลังจากนี้ ดอกบัวจะหุบหมด
  • จังหวัดพัทลุงมีโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กในอำเภอเมืองฯ ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากในตัวเมือง ยังมีรีสอร์ตและที่พักในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น ทะเลน้อย ซึ่งมีทั้งที่พักเอกชน และที่พักของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

    นอกจากนี้แล้วยังมีน้ำตกไพรวัลย์น้ำตกขนาดใหญ่ที่อยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของภาคใต้ มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เย็นชื่นใจด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำ และมีอาหารและเครื่องดื่มคอยบริการ ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมากหรือนักท่องเที่ยวคนไหนอยากแวะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ก็แนะนำที่วัดวัง อ.เมือง ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองพัทลุง เดินเป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งมีพระอุโบสถที่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี

    ทั้งนี้ ที่ยังมีดีเทียบเท่าสถาปัตยกรรมที่งดงามของวัดวังแล้ว จังหวัดพัทลุงยังมีเทศกาลและงานประเพณีที่น่าสนใจและสืบทอดกันมาอย่างงานประเพรณีแข่งโพนลากพระ หรือประเพณีชักพระ ที่นิยมทำกันในช่วงเดือน 11 (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) โดยระหว่างการลาดพระนั้นจะต้องมีการตีโพนเพื่อควบคุมจังหวัด เมื่อลากพระผ่านวัดต่างๆ แล้วก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ถือเป็นประเพณีที่สนุกสนานและสร้างความสามัคคีให้กับคนในจังหวัดพัทลุงได้เป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้อีกหนึ่งงานเทศกาลที่พลาดไม่ได้คืองานวันอนุรักษ์มรดกไทยและงานมหกรรมชิงแชมป์หนังตะลุง ซึ่งเป็นมรดกตกทอดประจำจังหวัด โดยในงานจะมีการแสดงหนังตะลุงให้นักท่องเที่ยวได้รับชมอย่างสนุกสนาน และมีการประกวดหนังตะลุงอีกด้วย ซึ่งจะได้รับความสนใจจากศิลปินพื้นบ้าน เข้าร่วมการประกวดมากมาย โดยปกติแล้วงานจะจัดขึ้นช่วงเดือนเมษายนของทุกปี

    และนอกจากประเพณีอันและสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามแล้ว พัทลุงยังขึ้นชื่อเรื่องสินค้าพื้นเมืองอีกด้วย โดยในแต่ละตำบลจะมีขนมของฝากที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

    ตำบลนางลาด ดังเรื่อง กาละแม

    อำเภอเมือง ขึ้นชื่อเรื่อง กล้วยฉาบ และลูกหนีกวน

    อำเภอปากพะยูน ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งแล้ว

    ใครได้ไปเที่ยวที่จังหวัดพัทลุง พลาดไม่ได้เด็ดขาดที่จะลองชิมหรือซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

    สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของพัทลุงคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งกาละแม กล้วยฉาบ ลูกหยีกวน กุ้งแก้ว เป็นต้น
    ส่วนงานหัตถกรรมที่น่าสนใจ คือ ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูด ตัวหนังตะลุง ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นสินค้าโอทอป

    shopping ช้อปปิ้ง

    พัทลุง เมืองเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองขุนเขาอกทะลุ เพราะเมื่อขับรถเข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้เห็นขุนเขาอกทะลุอยู่บริเวณกลางเมือง ซึ่งเป็นจุดเด่นประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้ อีกทั้งจังหวัดพัทลุง ยังถือเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงของไทยที่ขึ้นชื่อ อย่างมโนห์ราและหนังตะลุงซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาอย่างเนิ่นนาน นอกจากนี้แล้วพัทลุงยังมีแหล่งธรรมชาติที่สำคัญระดับประเทศอย่างทะเลน้อย ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด ที่เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนมาเที่ยวชมอีกด้วย

    พัทลุง เมืองลุง หรือเมืองอกทะลุ คืออีกหนึ่งจังหวัดของภาคใต้ มีฐานะเป็นเมืองต้นกำเนิดศิลปะการแสดงที่ขึ้นชื่อ คือ มโนห์ราและหนังตะลุง ซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาเนิ่นนาน

    นอกจากศิลปวัฒนธรรมชัดเจนของชาวใต้ที่ปรากฏในพัทลุงแล้ว แหล่งธรรมชาติสำคัญระดับประเทศ คือทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบน้ำจืด อันเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายพันธุ์ ก็ตั้งอยู่ในจังหวัดนี้ ความสำคัญของทะเลน้อยคือส่วนหนึ่งของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ คือพรุควนขี้เสียน ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลกแห่งแรกของไทย

    ไม่เพียงเท่านั้น พัทลุงยังมีสายธารน้ำตกอีกมากมายเรียงรายอยู่บนเส้นทางพัทลุง-ตรัง ซึ่งบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าต้นน้ำลำธารในจังหวัดนี้ได้อย่างชัดเจน

    จังหวัดพัทลุงมีเนื้อที่ประมาณ 3,425 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูงทางด้านตะวันตก ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบไปจนถึงทะเลสาบสงขลา เหมาะต่อการทำนาและทำการประมง

    พัทลุงมีความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยพบหลักฐานคือขวานหินขัดในหลายพื้นที่ จนกระทั่งถึงสมัยศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13-14) พัทลุงได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากอินเดีย มีการค้นพบหลักฐานเก่าแก่ เช่น พระพิมพ์ดินดิบเป็นรูปพระโพธิสัตว์รูปเทวดา

    ล่วงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 19 พัทลุงอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา โดยมีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี และเป็นหัวเมืองหนึ่งของอาณาจักรทางใต้ สมัยนั้นพัทลุงถูกโจมตีโดยกลุ่มโจรสลัดมาเลย์อยู่เสมอ จึงทำให้ต้องย้ายที่ตั้งเมืองบ่อยๆ

    กระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พัทลุงก็ยังต้องย้ายที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้ง ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พัทลุงได้รับการยกฐานะเป็นเมืองชั้นโท และช่วงนี้เองที่ชาวเมืองพัทลุงเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น สงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328-2329) การช่วยปราบกบฏไทรบุรี (พ.ศ. 2373 และ พ.ศ. 2381) ฯลฯ

    ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2439 พัทลุงเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วยนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้งเจ็ด ซึ่งเป็นเมืองปัตตานีเดิม

    กระทั่งถึง พ.ศ. 2467 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ย้ายเมืองพัทลุงไปอยู่ที่บ้านวังเนียง ตำบลคูหาสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองในปัจจุบัน และเมื่อมีการยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ใน พ.ศ. 2476 พัทลุงก็ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดตั้งแต่นั้นมา

    จังหวัดพัทลุงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ กับ 1 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าพะยอม และกิ่งอำเภอศรีนครินทร์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการล่องเรือในทะเลน้อยคือเดือนตุลาคม-มีนาคม เพราะมีนกอพยพหลายชนิดมาอาศัยอยู่ ช่วงนี้จึงได้เห็นทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ ควรจะล่องเรือในช่วงเช้า เวลา 06.00-08.00 นาฬิกา เพราะถ้าไปหลังจากนี้ ดอกบัวจะหุบหมด
  • จังหวัดพัทลุงมีโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กในอำเภอเมืองฯ ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    นอกจากในตัวเมือง ยังมีรีสอร์ตและที่พักในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น ทะเลน้อย ซึ่งมีทั้งที่พักเอกชน และที่พักของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

    นอกจากนี้แล้วยังมีน้ำตกไพรวัลย์น้ำตกขนาดใหญ่ที่อยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของภาคใต้ มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เย็นชื่นใจด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำ และมีอาหารและเครื่องดื่มคอยบริการ ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมากหรือนักท่องเที่ยวคนไหนอยากแวะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ก็แนะนำที่วัดวัง อ.เมือง ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองพัทลุง เดินเป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งมีพระอุโบสถที่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี

    ทั้งนี้ ที่ยังมีดีเทียบเท่าสถาปัตยกรรมที่งดงามของวัดวังแล้ว จังหวัดพัทลุงยังมีเทศกาลและงานประเพณีที่น่าสนใจและสืบทอดกันมาอย่างงานประเพรณีแข่งโพนลากพระ หรือประเพณีชักพระ ที่นิยมทำกันในช่วงเดือน 11 (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) โดยระหว่างการลาดพระนั้นจะต้องมีการตีโพนเพื่อควบคุมจังหวัด เมื่อลากพระผ่านวัดต่างๆ แล้วก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ถือเป็นประเพณีที่สนุกสนานและสร้างความสามัคคีให้กับคนในจังหวัดพัทลุงได้เป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้อีกหนึ่งงานเทศกาลที่พลาดไม่ได้คืองานวันอนุรักษ์มรดกไทยและงานมหกรรมชิงแชมป์หนังตะลุง ซึ่งเป็นมรดกตกทอดประจำจังหวัด โดยในงานจะมีการแสดงหนังตะลุงให้นักท่องเที่ยวได้รับชมอย่างสนุกสนาน และมีการประกวดหนังตะลุงอีกด้วย ซึ่งจะได้รับความสนใจจากศิลปินพื้นบ้าน เข้าร่วมการประกวดมากมาย โดยปกติแล้วงานจะจัดขึ้นช่วงเดือนเมษายนของทุกปี

    และนอกจากประเพณีอันและสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามแล้ว พัทลุงยังขึ้นชื่อเรื่องสินค้าพื้นเมืองอีกด้วย โดยในแต่ละตำบลจะมีขนมของฝากที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

    ตำบลนางลาด ดังเรื่อง กาละแม

    อำเภอเมือง ขึ้นชื่อเรื่อง กล้วยฉาบ และลูกหนีกวน

    อำเภอปากพะยูน ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งแล้ว

    ใครได้ไปเที่ยวที่จังหวัดพัทลุง พลาดไม่ได้เด็ดขาดที่จะลองชิมหรือซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

    สินค้าและของที่ระลึกขึ้นชื่อของพัทลุงคือของกินและงานศิลปหัตถกรรม สำหรับของกินนั้นมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งกาละแม กล้วยฉาบ ลูกหยีกวน กุ้งแก้ว เป็นต้น
    ส่วนงานหัตถกรรมที่น่าสนใจ คือ ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูด ตัวหนังตะลุง ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นสินค้าโอทอป