สถานที่ท่องเที่ยว
ปลายทาง
เกี่ยวกับ มหาสารคาม

พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

ในด้านประวัติศาสตร์นั้น มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

จึงนับได้ว่าจังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยว (Maha Sarakham Attractions) ที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

การเดินทาง

มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-มหาสารคาม ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 www.transport.co.th

ปัจจุบัน บริษัทขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว โดยไปที่ www.busticket.in.th หรือ www.thaiticketmajor.com  นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่  www.thairoute.com

-
-
insight ข้อมูลเจาะลึก
general ข้อมูลทั่วไป

พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

ในด้านประวัติศาสตร์นั้น มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

จึงนับได้ว่าจังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยว (Maha Sarakham Attractions) ที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีบรรยากาศของเมืองที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

มหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเนื่องจากยังมีความเจริญไม่มากนัก ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนเมืองนี้จึงได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามมีเนื้อที่ประมาณ 5,291 ตารางกิโลเมตร หรือ 3.31 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 42 ของประเทศ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบสูงโคราช พื้นที่มีรูปร่างคล้ายนกอินทรีกลับหัว ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 130–230 เมตร โดยทางด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นที่สูง และค่อยๆ ลาดเทมาทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำชี

มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง มีความเจริญรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมหมุนเวียนไปในแต่ละยุคสมัย ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

เดิมเมืองมหาสารคามมีชื่อว่า "บ้านลาดกุดยางใหญ่" ต่อมาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านลาดกุดยางใหญ่ขึ้นเป็น “เมืองมหาสารคาม” โดยแบ่งพื้นที่และย้ายพลเมืองมาจากเมืองร้อยเอ็ดที่อยู่ติดกันมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ และโปรดเกล้าฯ ให้เมืองมหาสารคามขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2412 จนถึงปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

จังหวัดมหาสารคามมีโรงแรมหลายแห่ง และในอำเภอโกสุมพิสัยมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว

นอกจากนี้ ที่วนอุทยานชีหลงมีจุดกางเต็นท์ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานชีหลง

พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือ พระพุทธรูปสุวรรณมาลี ทำจากหินทรายแดงในสมัยทวาราวดี และประชาชนชาวมหาสารคามเชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล

พระพุทธรูปยืนมงคล เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของจังหวัดมหาสารคาม องค์พระพุทธรูปสร้างในสมัยทวารวดีทำจากหินทรายแดงเช่นเดียวกับพระพุทธรูปมิ่งเมือง

กู่มหาธาตุ หรือ ปรางค์กู่บ้านเขวา เป็นโบราณสถานอายุกว่า 700 ปี ทำด้วยศิลาแลงรูปทรงกระโจมสี่เหลี่ยม ในวิหารมีเทวรูปปั้นด้วยดินเผา 2 รูป

พระธาตุนาดูน เป็นสถูปที่บรรจุพระสารีริกธาตุ มีการค้นพบเจดีย์ขนาดเล็กที่สร้างครอบพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 2 กิโลเมตร พระธาตุตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมซ้อนกัน 3 ชั้น

กู่สันตรัตน์ โบราณสถานที่สร้างขึ้นด้วยหินทรายในแบบศิลปขอมบายน ในบริเวณนี้พบวัตถุโบราณหลายชิ้น

อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย เป็นเเหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จัดแสดงพันธุ์ปลาต่างๆ และสัตว์แปลกๆ อีกหลายชนิด

ดูนลำพัน เป็นป่าธรรมชาติที่มีการค้นพบปูน้ำจืด หรือปูป่า ซี่งมีสันสันสวยงาม และเป็นปูชนิดใหม่ของโลก ภายหลังได้ขอพระราชทานชื่อว่า "ปูทูลกระหม่อม"

แก่งเลิงจาน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีวิวสวยงาม เและมีสถานีประมงทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดของหลายจังหวัดทางภาคอีสาน

บึงบอน เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวางอำเภอโกสุมพิสัย ใกล้กับวนอุทยานโกสุมพิสัย เป็นจุดแห่งการพักผ่อนอีกแห่งของจังหวัดมหาสารคาม

บ้านหนองเขื่อนช้าง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย และการทำผลิตภัณฑ์ผ้าไหม

พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย เป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัตถุโบราณ วรรณกรรมทางภาคอีสาน และพระไตรปิฎกบันทึกไว้ในใบลาน

ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม จัดแสดงความเป็นมาของศิลปะวัฒนธรรมของภาคอีสานตลอดจนศิลปหัตถกรรม

วนอุทยานโกสัมพี มีอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่มีวิวสวยงาม ภายในสวนเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลากหลายชนิด และลิงหลายร้อยตัว โดยลิงในสวนเป็นลิงเเสมขนสีทองซึ่งเป็นพันธุ์หายาก

บ้านแพง เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพการทอเสื่อกกเป็นอาชีพเสริม

หมู่บ้านปั้นหม้อ ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านประกอบอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผา โดยใช้กรรมวิธีการผลิตในรูปแบบโบราณดั้งเดิม

จังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เยี่ยมชมและสักการะพระธาตุนาดูน กู่ นมัสการพระพุทธรูปต่างๆ และเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เยี่ยมชมและเลือกซื้อหาเครื่องใช้ในราคาถูกที่หมู่บ้านหัตถกรรม พักโฮมสเตย์ เรียนรู้การทำเสื่อกก ฯลฯ

อาหารการกินในจังหวัดมหาสารคามมีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองมหาสารคามมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

transport การเดินทาง

พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

ในด้านประวัติศาสตร์นั้น มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

จึงนับได้ว่าจังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยว (Maha Sarakham Attractions) ที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีบรรยากาศของเมืองที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

มหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเนื่องจากยังมีความเจริญไม่มากนัก ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนเมืองนี้จึงได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามมีเนื้อที่ประมาณ 5,291 ตารางกิโลเมตร หรือ 3.31 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 42 ของประเทศ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบสูงโคราช พื้นที่มีรูปร่างคล้ายนกอินทรีกลับหัว ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 130–230 เมตร โดยทางด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นที่สูง และค่อยๆ ลาดเทมาทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำชี

มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง มีความเจริญรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมหมุนเวียนไปในแต่ละยุคสมัย ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

เดิมเมืองมหาสารคามมีชื่อว่า "บ้านลาดกุดยางใหญ่" ต่อมาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านลาดกุดยางใหญ่ขึ้นเป็น “เมืองมหาสารคาม” โดยแบ่งพื้นที่และย้ายพลเมืองมาจากเมืองร้อยเอ็ดที่อยู่ติดกันมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ และโปรดเกล้าฯ ให้เมืองมหาสารคามขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2412 จนถึงปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

จังหวัดมหาสารคามมีโรงแรมหลายแห่ง และในอำเภอโกสุมพิสัยมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว

นอกจากนี้ ที่วนอุทยานชีหลงมีจุดกางเต็นท์ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานชีหลง

พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือ พระพุทธรูปสุวรรณมาลี ทำจากหินทรายแดงในสมัยทวาราวดี และประชาชนชาวมหาสารคามเชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล

พระพุทธรูปยืนมงคล เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของจังหวัดมหาสารคาม องค์พระพุทธรูปสร้างในสมัยทวารวดีทำจากหินทรายแดงเช่นเดียวกับพระพุทธรูปมิ่งเมือง

กู่มหาธาตุ หรือ ปรางค์กู่บ้านเขวา เป็นโบราณสถานอายุกว่า 700 ปี ทำด้วยศิลาแลงรูปทรงกระโจมสี่เหลี่ยม ในวิหารมีเทวรูปปั้นด้วยดินเผา 2 รูป

พระธาตุนาดูน เป็นสถูปที่บรรจุพระสารีริกธาตุ มีการค้นพบเจดีย์ขนาดเล็กที่สร้างครอบพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 2 กิโลเมตร พระธาตุตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมซ้อนกัน 3 ชั้น

กู่สันตรัตน์ โบราณสถานที่สร้างขึ้นด้วยหินทรายในแบบศิลปขอมบายน ในบริเวณนี้พบวัตถุโบราณหลายชิ้น

อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย เป็นเเหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จัดแสดงพันธุ์ปลาต่างๆ และสัตว์แปลกๆ อีกหลายชนิด

ดูนลำพัน เป็นป่าธรรมชาติที่มีการค้นพบปูน้ำจืด หรือปูป่า ซี่งมีสันสันสวยงาม และเป็นปูชนิดใหม่ของโลก ภายหลังได้ขอพระราชทานชื่อว่า "ปูทูลกระหม่อม"

แก่งเลิงจาน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีวิวสวยงาม เและมีสถานีประมงทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดของหลายจังหวัดทางภาคอีสาน

บึงบอน เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวางอำเภอโกสุมพิสัย ใกล้กับวนอุทยานโกสุมพิสัย เป็นจุดแห่งการพักผ่อนอีกแห่งของจังหวัดมหาสารคาม

บ้านหนองเขื่อนช้าง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย และการทำผลิตภัณฑ์ผ้าไหม

พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย เป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัตถุโบราณ วรรณกรรมทางภาคอีสาน และพระไตรปิฎกบันทึกไว้ในใบลาน

ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม จัดแสดงความเป็นมาของศิลปะวัฒนธรรมของภาคอีสานตลอดจนศิลปหัตถกรรม

วนอุทยานโกสัมพี มีอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่มีวิวสวยงาม ภายในสวนเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลากหลายชนิด และลิงหลายร้อยตัว โดยลิงในสวนเป็นลิงเเสมขนสีทองซึ่งเป็นพันธุ์หายาก

บ้านแพง เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพการทอเสื่อกกเป็นอาชีพเสริม

หมู่บ้านปั้นหม้อ ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านประกอบอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผา โดยใช้กรรมวิธีการผลิตในรูปแบบโบราณดั้งเดิม

จังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เยี่ยมชมและสักการะพระธาตุนาดูน กู่ นมัสการพระพุทธรูปต่างๆ และเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เยี่ยมชมและเลือกซื้อหาเครื่องใช้ในราคาถูกที่หมู่บ้านหัตถกรรม พักโฮมสเตย์ เรียนรู้การทำเสื่อกก ฯลฯ

อาหารการกินในจังหวัดมหาสารคามมีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองมหาสารคามมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

accommodation ที่พัก

พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

ในด้านประวัติศาสตร์นั้น มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

จึงนับได้ว่าจังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยว (Maha Sarakham Attractions) ที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีบรรยากาศของเมืองที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

มหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเนื่องจากยังมีความเจริญไม่มากนัก ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนเมืองนี้จึงได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามมีเนื้อที่ประมาณ 5,291 ตารางกิโลเมตร หรือ 3.31 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 42 ของประเทศ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบสูงโคราช พื้นที่มีรูปร่างคล้ายนกอินทรีกลับหัว ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 130–230 เมตร โดยทางด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นที่สูง และค่อยๆ ลาดเทมาทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำชี

มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง มีความเจริญรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมหมุนเวียนไปในแต่ละยุคสมัย ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

เดิมเมืองมหาสารคามมีชื่อว่า "บ้านลาดกุดยางใหญ่" ต่อมาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านลาดกุดยางใหญ่ขึ้นเป็น “เมืองมหาสารคาม” โดยแบ่งพื้นที่และย้ายพลเมืองมาจากเมืองร้อยเอ็ดที่อยู่ติดกันมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ และโปรดเกล้าฯ ให้เมืองมหาสารคามขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2412 จนถึงปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

จังหวัดมหาสารคามมีโรงแรมหลายแห่ง และในอำเภอโกสุมพิสัยมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว

นอกจากนี้ ที่วนอุทยานชีหลงมีจุดกางเต็นท์ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานชีหลง

พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือ พระพุทธรูปสุวรรณมาลี ทำจากหินทรายแดงในสมัยทวาราวดี และประชาชนชาวมหาสารคามเชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล

พระพุทธรูปยืนมงคล เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของจังหวัดมหาสารคาม องค์พระพุทธรูปสร้างในสมัยทวารวดีทำจากหินทรายแดงเช่นเดียวกับพระพุทธรูปมิ่งเมือง

กู่มหาธาตุ หรือ ปรางค์กู่บ้านเขวา เป็นโบราณสถานอายุกว่า 700 ปี ทำด้วยศิลาแลงรูปทรงกระโจมสี่เหลี่ยม ในวิหารมีเทวรูปปั้นด้วยดินเผา 2 รูป

พระธาตุนาดูน เป็นสถูปที่บรรจุพระสารีริกธาตุ มีการค้นพบเจดีย์ขนาดเล็กที่สร้างครอบพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 2 กิโลเมตร พระธาตุตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมซ้อนกัน 3 ชั้น

กู่สันตรัตน์ โบราณสถานที่สร้างขึ้นด้วยหินทรายในแบบศิลปขอมบายน ในบริเวณนี้พบวัตถุโบราณหลายชิ้น

อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย เป็นเเหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จัดแสดงพันธุ์ปลาต่างๆ และสัตว์แปลกๆ อีกหลายชนิด

ดูนลำพัน เป็นป่าธรรมชาติที่มีการค้นพบปูน้ำจืด หรือปูป่า ซี่งมีสันสันสวยงาม และเป็นปูชนิดใหม่ของโลก ภายหลังได้ขอพระราชทานชื่อว่า "ปูทูลกระหม่อม"

แก่งเลิงจาน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีวิวสวยงาม เและมีสถานีประมงทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดของหลายจังหวัดทางภาคอีสาน

บึงบอน เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวางอำเภอโกสุมพิสัย ใกล้กับวนอุทยานโกสุมพิสัย เป็นจุดแห่งการพักผ่อนอีกแห่งของจังหวัดมหาสารคาม

บ้านหนองเขื่อนช้าง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย และการทำผลิตภัณฑ์ผ้าไหม

พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย เป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัตถุโบราณ วรรณกรรมทางภาคอีสาน และพระไตรปิฎกบันทึกไว้ในใบลาน

ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม จัดแสดงความเป็นมาของศิลปะวัฒนธรรมของภาคอีสานตลอดจนศิลปหัตถกรรม

วนอุทยานโกสัมพี มีอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่มีวิวสวยงาม ภายในสวนเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลากหลายชนิด และลิงหลายร้อยตัว โดยลิงในสวนเป็นลิงเเสมขนสีทองซึ่งเป็นพันธุ์หายาก

บ้านแพง เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพการทอเสื่อกกเป็นอาชีพเสริม

หมู่บ้านปั้นหม้อ ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านประกอบอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผา โดยใช้กรรมวิธีการผลิตในรูปแบบโบราณดั้งเดิม

จังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เยี่ยมชมและสักการะพระธาตุนาดูน กู่ นมัสการพระพุทธรูปต่างๆ และเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เยี่ยมชมและเลือกซื้อหาเครื่องใช้ในราคาถูกที่หมู่บ้านหัตถกรรม พักโฮมสเตย์ เรียนรู้การทำเสื่อกก ฯลฯ

อาหารการกินในจังหวัดมหาสารคามมีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองมหาสารคามมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

ในด้านประวัติศาสตร์นั้น มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

จึงนับได้ว่าจังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยว (Maha Sarakham Attractions) ที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีบรรยากาศของเมืองที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

มหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเนื่องจากยังมีความเจริญไม่มากนัก ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนเมืองนี้จึงได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามมีเนื้อที่ประมาณ 5,291 ตารางกิโลเมตร หรือ 3.31 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 42 ของประเทศ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบสูงโคราช พื้นที่มีรูปร่างคล้ายนกอินทรีกลับหัว ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 130–230 เมตร โดยทางด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นที่สูง และค่อยๆ ลาดเทมาทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำชี

มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง มีความเจริญรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมหมุนเวียนไปในแต่ละยุคสมัย ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

เดิมเมืองมหาสารคามมีชื่อว่า "บ้านลาดกุดยางใหญ่" ต่อมาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านลาดกุดยางใหญ่ขึ้นเป็น “เมืองมหาสารคาม” โดยแบ่งพื้นที่และย้ายพลเมืองมาจากเมืองร้อยเอ็ดที่อยู่ติดกันมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ และโปรดเกล้าฯ ให้เมืองมหาสารคามขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2412 จนถึงปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

จังหวัดมหาสารคามมีโรงแรมหลายแห่ง และในอำเภอโกสุมพิสัยมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว

นอกจากนี้ ที่วนอุทยานชีหลงมีจุดกางเต็นท์ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานชีหลง

พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือ พระพุทธรูปสุวรรณมาลี ทำจากหินทรายแดงในสมัยทวาราวดี และประชาชนชาวมหาสารคามเชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล

พระพุทธรูปยืนมงคล เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของจังหวัดมหาสารคาม องค์พระพุทธรูปสร้างในสมัยทวารวดีทำจากหินทรายแดงเช่นเดียวกับพระพุทธรูปมิ่งเมือง

กู่มหาธาตุ หรือ ปรางค์กู่บ้านเขวา เป็นโบราณสถานอายุกว่า 700 ปี ทำด้วยศิลาแลงรูปทรงกระโจมสี่เหลี่ยม ในวิหารมีเทวรูปปั้นด้วยดินเผา 2 รูป

พระธาตุนาดูน เป็นสถูปที่บรรจุพระสารีริกธาตุ มีการค้นพบเจดีย์ขนาดเล็กที่สร้างครอบพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 2 กิโลเมตร พระธาตุตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมซ้อนกัน 3 ชั้น

กู่สันตรัตน์ โบราณสถานที่สร้างขึ้นด้วยหินทรายในแบบศิลปขอมบายน ในบริเวณนี้พบวัตถุโบราณหลายชิ้น

อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย เป็นเเหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จัดแสดงพันธุ์ปลาต่างๆ และสัตว์แปลกๆ อีกหลายชนิด

ดูนลำพัน เป็นป่าธรรมชาติที่มีการค้นพบปูน้ำจืด หรือปูป่า ซี่งมีสันสันสวยงาม และเป็นปูชนิดใหม่ของโลก ภายหลังได้ขอพระราชทานชื่อว่า "ปูทูลกระหม่อม"

แก่งเลิงจาน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีวิวสวยงาม เและมีสถานีประมงทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดของหลายจังหวัดทางภาคอีสาน

บึงบอน เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวางอำเภอโกสุมพิสัย ใกล้กับวนอุทยานโกสุมพิสัย เป็นจุดแห่งการพักผ่อนอีกแห่งของจังหวัดมหาสารคาม

บ้านหนองเขื่อนช้าง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย และการทำผลิตภัณฑ์ผ้าไหม

พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย เป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัตถุโบราณ วรรณกรรมทางภาคอีสาน และพระไตรปิฎกบันทึกไว้ในใบลาน

ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม จัดแสดงความเป็นมาของศิลปะวัฒนธรรมของภาคอีสานตลอดจนศิลปหัตถกรรม

วนอุทยานโกสัมพี มีอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่มีวิวสวยงาม ภายในสวนเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลากหลายชนิด และลิงหลายร้อยตัว โดยลิงในสวนเป็นลิงเเสมขนสีทองซึ่งเป็นพันธุ์หายาก

บ้านแพง เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพการทอเสื่อกกเป็นอาชีพเสริม

หมู่บ้านปั้นหม้อ ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านประกอบอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผา โดยใช้กรรมวิธีการผลิตในรูปแบบโบราณดั้งเดิม

จังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เยี่ยมชมและสักการะพระธาตุนาดูน กู่ นมัสการพระพุทธรูปต่างๆ และเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เยี่ยมชมและเลือกซื้อหาเครื่องใช้ในราคาถูกที่หมู่บ้านหัตถกรรม พักโฮมสเตย์ เรียนรู้การทำเสื่อกก ฯลฯ

อาหารการกินในจังหวัดมหาสารคามมีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองมหาสารคามมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

wheretogo สถานที่ท่องเที่ยว

พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

ในด้านประวัติศาสตร์นั้น มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

จึงนับได้ว่าจังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยว (Maha Sarakham Attractions) ที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีบรรยากาศของเมืองที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

มหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเนื่องจากยังมีความเจริญไม่มากนัก ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนเมืองนี้จึงได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามมีเนื้อที่ประมาณ 5,291 ตารางกิโลเมตร หรือ 3.31 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 42 ของประเทศ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบสูงโคราช พื้นที่มีรูปร่างคล้ายนกอินทรีกลับหัว ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 130–230 เมตร โดยทางด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นที่สูง และค่อยๆ ลาดเทมาทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำชี

มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง มีความเจริญรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมหมุนเวียนไปในแต่ละยุคสมัย ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

เดิมเมืองมหาสารคามมีชื่อว่า "บ้านลาดกุดยางใหญ่" ต่อมาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านลาดกุดยางใหญ่ขึ้นเป็น “เมืองมหาสารคาม” โดยแบ่งพื้นที่และย้ายพลเมืองมาจากเมืองร้อยเอ็ดที่อยู่ติดกันมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ และโปรดเกล้าฯ ให้เมืองมหาสารคามขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2412 จนถึงปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

จังหวัดมหาสารคามมีโรงแรมหลายแห่ง และในอำเภอโกสุมพิสัยมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว

นอกจากนี้ ที่วนอุทยานชีหลงมีจุดกางเต็นท์ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานชีหลง

พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือ พระพุทธรูปสุวรรณมาลี ทำจากหินทรายแดงในสมัยทวาราวดี และประชาชนชาวมหาสารคามเชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล

พระพุทธรูปยืนมงคล เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของจังหวัดมหาสารคาม องค์พระพุทธรูปสร้างในสมัยทวารวดีทำจากหินทรายแดงเช่นเดียวกับพระพุทธรูปมิ่งเมือง

กู่มหาธาตุ หรือ ปรางค์กู่บ้านเขวา เป็นโบราณสถานอายุกว่า 700 ปี ทำด้วยศิลาแลงรูปทรงกระโจมสี่เหลี่ยม ในวิหารมีเทวรูปปั้นด้วยดินเผา 2 รูป

พระธาตุนาดูน เป็นสถูปที่บรรจุพระสารีริกธาตุ มีการค้นพบเจดีย์ขนาดเล็กที่สร้างครอบพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 2 กิโลเมตร พระธาตุตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมซ้อนกัน 3 ชั้น

กู่สันตรัตน์ โบราณสถานที่สร้างขึ้นด้วยหินทรายในแบบศิลปขอมบายน ในบริเวณนี้พบวัตถุโบราณหลายชิ้น

อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย เป็นเเหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จัดแสดงพันธุ์ปลาต่างๆ และสัตว์แปลกๆ อีกหลายชนิด

ดูนลำพัน เป็นป่าธรรมชาติที่มีการค้นพบปูน้ำจืด หรือปูป่า ซี่งมีสันสันสวยงาม และเป็นปูชนิดใหม่ของโลก ภายหลังได้ขอพระราชทานชื่อว่า "ปูทูลกระหม่อม"

แก่งเลิงจาน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีวิวสวยงาม เและมีสถานีประมงทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดของหลายจังหวัดทางภาคอีสาน

บึงบอน เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวางอำเภอโกสุมพิสัย ใกล้กับวนอุทยานโกสุมพิสัย เป็นจุดแห่งการพักผ่อนอีกแห่งของจังหวัดมหาสารคาม

บ้านหนองเขื่อนช้าง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย และการทำผลิตภัณฑ์ผ้าไหม

พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย เป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัตถุโบราณ วรรณกรรมทางภาคอีสาน และพระไตรปิฎกบันทึกไว้ในใบลาน

ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม จัดแสดงความเป็นมาของศิลปะวัฒนธรรมของภาคอีสานตลอดจนศิลปหัตถกรรม

วนอุทยานโกสัมพี มีอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่มีวิวสวยงาม ภายในสวนเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลากหลายชนิด และลิงหลายร้อยตัว โดยลิงในสวนเป็นลิงเเสมขนสีทองซึ่งเป็นพันธุ์หายาก

บ้านแพง เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพการทอเสื่อกกเป็นอาชีพเสริม

หมู่บ้านปั้นหม้อ ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านประกอบอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผา โดยใช้กรรมวิธีการผลิตในรูปแบบโบราณดั้งเดิม

จังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เยี่ยมชมและสักการะพระธาตุนาดูน กู่ นมัสการพระพุทธรูปต่างๆ และเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เยี่ยมชมและเลือกซื้อหาเครื่องใช้ในราคาถูกที่หมู่บ้านหัตถกรรม พักโฮมสเตย์ เรียนรู้การทำเสื่อกก ฯลฯ

อาหารการกินในจังหวัดมหาสารคามมีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองมหาสารคามมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

thingstodo กิจกรรมท่องเที่ยว

พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

ในด้านประวัติศาสตร์นั้น มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

จึงนับได้ว่าจังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยว (Maha Sarakham Attractions) ที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีบรรยากาศของเมืองที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

มหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเนื่องจากยังมีความเจริญไม่มากนัก ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนเมืองนี้จึงได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามมีเนื้อที่ประมาณ 5,291 ตารางกิโลเมตร หรือ 3.31 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 42 ของประเทศ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบสูงโคราช พื้นที่มีรูปร่างคล้ายนกอินทรีกลับหัว ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 130–230 เมตร โดยทางด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นที่สูง และค่อยๆ ลาดเทมาทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำชี

มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง มีความเจริญรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมหมุนเวียนไปในแต่ละยุคสมัย ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

เดิมเมืองมหาสารคามมีชื่อว่า "บ้านลาดกุดยางใหญ่" ต่อมาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านลาดกุดยางใหญ่ขึ้นเป็น “เมืองมหาสารคาม” โดยแบ่งพื้นที่และย้ายพลเมืองมาจากเมืองร้อยเอ็ดที่อยู่ติดกันมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ และโปรดเกล้าฯ ให้เมืองมหาสารคามขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2412 จนถึงปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

จังหวัดมหาสารคามมีโรงแรมหลายแห่ง และในอำเภอโกสุมพิสัยมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว

นอกจากนี้ ที่วนอุทยานชีหลงมีจุดกางเต็นท์ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานชีหลง

พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือ พระพุทธรูปสุวรรณมาลี ทำจากหินทรายแดงในสมัยทวาราวดี และประชาชนชาวมหาสารคามเชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล

พระพุทธรูปยืนมงคล เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของจังหวัดมหาสารคาม องค์พระพุทธรูปสร้างในสมัยทวารวดีทำจากหินทรายแดงเช่นเดียวกับพระพุทธรูปมิ่งเมือง

กู่มหาธาตุ หรือ ปรางค์กู่บ้านเขวา เป็นโบราณสถานอายุกว่า 700 ปี ทำด้วยศิลาแลงรูปทรงกระโจมสี่เหลี่ยม ในวิหารมีเทวรูปปั้นด้วยดินเผา 2 รูป

พระธาตุนาดูน เป็นสถูปที่บรรจุพระสารีริกธาตุ มีการค้นพบเจดีย์ขนาดเล็กที่สร้างครอบพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 2 กิโลเมตร พระธาตุตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมซ้อนกัน 3 ชั้น

กู่สันตรัตน์ โบราณสถานที่สร้างขึ้นด้วยหินทรายในแบบศิลปขอมบายน ในบริเวณนี้พบวัตถุโบราณหลายชิ้น

อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย เป็นเเหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จัดแสดงพันธุ์ปลาต่างๆ และสัตว์แปลกๆ อีกหลายชนิด

ดูนลำพัน เป็นป่าธรรมชาติที่มีการค้นพบปูน้ำจืด หรือปูป่า ซี่งมีสันสันสวยงาม และเป็นปูชนิดใหม่ของโลก ภายหลังได้ขอพระราชทานชื่อว่า "ปูทูลกระหม่อม"

แก่งเลิงจาน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีวิวสวยงาม เและมีสถานีประมงทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดของหลายจังหวัดทางภาคอีสาน

บึงบอน เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวางอำเภอโกสุมพิสัย ใกล้กับวนอุทยานโกสุมพิสัย เป็นจุดแห่งการพักผ่อนอีกแห่งของจังหวัดมหาสารคาม

บ้านหนองเขื่อนช้าง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย และการทำผลิตภัณฑ์ผ้าไหม

พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย เป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัตถุโบราณ วรรณกรรมทางภาคอีสาน และพระไตรปิฎกบันทึกไว้ในใบลาน

ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม จัดแสดงความเป็นมาของศิลปะวัฒนธรรมของภาคอีสานตลอดจนศิลปหัตถกรรม

วนอุทยานโกสัมพี มีอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่มีวิวสวยงาม ภายในสวนเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลากหลายชนิด และลิงหลายร้อยตัว โดยลิงในสวนเป็นลิงเเสมขนสีทองซึ่งเป็นพันธุ์หายาก

บ้านแพง เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพการทอเสื่อกกเป็นอาชีพเสริม

หมู่บ้านปั้นหม้อ ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านประกอบอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผา โดยใช้กรรมวิธีการผลิตในรูปแบบโบราณดั้งเดิม

จังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เยี่ยมชมและสักการะพระธาตุนาดูน กู่ นมัสการพระพุทธรูปต่างๆ และเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เยี่ยมชมและเลือกซื้อหาเครื่องใช้ในราคาถูกที่หมู่บ้านหัตถกรรม พักโฮมสเตย์ เรียนรู้การทำเสื่อกก ฯลฯ

อาหารการกินในจังหวัดมหาสารคามมีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองมหาสารคามมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

foodanddrink ร้านอาหาร

พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

ในด้านประวัติศาสตร์นั้น มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

จึงนับได้ว่าจังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยว (Maha Sarakham Attractions) ที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีบรรยากาศของเมืองที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

มหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเนื่องจากยังมีความเจริญไม่มากนัก ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนเมืองนี้จึงได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามมีเนื้อที่ประมาณ 5,291 ตารางกิโลเมตร หรือ 3.31 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 42 ของประเทศ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบสูงโคราช พื้นที่มีรูปร่างคล้ายนกอินทรีกลับหัว ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 130–230 เมตร โดยทางด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นที่สูง และค่อยๆ ลาดเทมาทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำชี

มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง มีความเจริญรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมหมุนเวียนไปในแต่ละยุคสมัย ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

เดิมเมืองมหาสารคามมีชื่อว่า "บ้านลาดกุดยางใหญ่" ต่อมาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านลาดกุดยางใหญ่ขึ้นเป็น “เมืองมหาสารคาม” โดยแบ่งพื้นที่และย้ายพลเมืองมาจากเมืองร้อยเอ็ดที่อยู่ติดกันมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ และโปรดเกล้าฯ ให้เมืองมหาสารคามขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2412 จนถึงปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

จังหวัดมหาสารคามมีโรงแรมหลายแห่ง และในอำเภอโกสุมพิสัยมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว

นอกจากนี้ ที่วนอุทยานชีหลงมีจุดกางเต็นท์ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานชีหลง

พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือ พระพุทธรูปสุวรรณมาลี ทำจากหินทรายแดงในสมัยทวาราวดี และประชาชนชาวมหาสารคามเชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล

พระพุทธรูปยืนมงคล เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของจังหวัดมหาสารคาม องค์พระพุทธรูปสร้างในสมัยทวารวดีทำจากหินทรายแดงเช่นเดียวกับพระพุทธรูปมิ่งเมือง

กู่มหาธาตุ หรือ ปรางค์กู่บ้านเขวา เป็นโบราณสถานอายุกว่า 700 ปี ทำด้วยศิลาแลงรูปทรงกระโจมสี่เหลี่ยม ในวิหารมีเทวรูปปั้นด้วยดินเผา 2 รูป

พระธาตุนาดูน เป็นสถูปที่บรรจุพระสารีริกธาตุ มีการค้นพบเจดีย์ขนาดเล็กที่สร้างครอบพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 2 กิโลเมตร พระธาตุตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมซ้อนกัน 3 ชั้น

กู่สันตรัตน์ โบราณสถานที่สร้างขึ้นด้วยหินทรายในแบบศิลปขอมบายน ในบริเวณนี้พบวัตถุโบราณหลายชิ้น

อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย เป็นเเหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จัดแสดงพันธุ์ปลาต่างๆ และสัตว์แปลกๆ อีกหลายชนิด

ดูนลำพัน เป็นป่าธรรมชาติที่มีการค้นพบปูน้ำจืด หรือปูป่า ซี่งมีสันสันสวยงาม และเป็นปูชนิดใหม่ของโลก ภายหลังได้ขอพระราชทานชื่อว่า "ปูทูลกระหม่อม"

แก่งเลิงจาน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีวิวสวยงาม เและมีสถานีประมงทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดของหลายจังหวัดทางภาคอีสาน

บึงบอน เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวางอำเภอโกสุมพิสัย ใกล้กับวนอุทยานโกสุมพิสัย เป็นจุดแห่งการพักผ่อนอีกแห่งของจังหวัดมหาสารคาม

บ้านหนองเขื่อนช้าง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย และการทำผลิตภัณฑ์ผ้าไหม

พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย เป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัตถุโบราณ วรรณกรรมทางภาคอีสาน และพระไตรปิฎกบันทึกไว้ในใบลาน

ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม จัดแสดงความเป็นมาของศิลปะวัฒนธรรมของภาคอีสานตลอดจนศิลปหัตถกรรม

วนอุทยานโกสัมพี มีอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่มีวิวสวยงาม ภายในสวนเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลากหลายชนิด และลิงหลายร้อยตัว โดยลิงในสวนเป็นลิงเเสมขนสีทองซึ่งเป็นพันธุ์หายาก

บ้านแพง เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพการทอเสื่อกกเป็นอาชีพเสริม

หมู่บ้านปั้นหม้อ ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านประกอบอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผา โดยใช้กรรมวิธีการผลิตในรูปแบบโบราณดั้งเดิม

จังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เยี่ยมชมและสักการะพระธาตุนาดูน กู่ นมัสการพระพุทธรูปต่างๆ และเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เยี่ยมชมและเลือกซื้อหาเครื่องใช้ในราคาถูกที่หมู่บ้านหัตถกรรม พักโฮมสเตย์ เรียนรู้การทำเสื่อกก ฯลฯ

อาหารการกินในจังหวัดมหาสารคามมีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองมหาสารคามมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

shopping ช้อปปิ้ง

พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

ในด้านประวัติศาสตร์นั้น มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

จึงนับได้ว่าจังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยว (Maha Sarakham Attractions) ที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีบรรยากาศของเมืองที่สงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของภูมิภาค เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน”

มหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี และเนื่องจากยังมีความเจริญไม่มากนัก ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนเมืองนี้จึงได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอีสานอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ที่นับวันจะหาได้ยากในสังคมเมืองปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามมีเนื้อที่ประมาณ 5,291 ตารางกิโลเมตร หรือ 3.31 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 42 ของประเทศ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบสูงโคราช พื้นที่มีรูปร่างคล้ายนกอินทรีกลับหัว ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 130–230 เมตร โดยทางด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นที่สูง และค่อยๆ ลาดเทมาทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำชี

มหาสารคามเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมืองหนึ่ง มีความเจริญรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมหมุนเวียนไปในแต่ละยุคสมัย ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน เนื่องจากชาวเมืองมีที่มาจากหลายชนเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองที่พูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อ และชาวผู้ไทย ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

มหาสารคามนับเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากพบชุมชนโบราณหลายแห่ง ทั้งชุมชนบ้านเชียงเหียนและหมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองฯ รวมทั้งพบศิลปะสมัยทวารวดีและอิทธิพลของวัฒนธรรมขอม เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ของจังหวัด

เดิมเมืองมหาสารคามมีชื่อว่า "บ้านลาดกุดยางใหญ่" ต่อมาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านลาดกุดยางใหญ่ขึ้นเป็น “เมืองมหาสารคาม” โดยแบ่งพื้นที่และย้ายพลเมืองมาจากเมืองร้อยเอ็ดที่อยู่ติดกันมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ และโปรดเกล้าฯ ให้เมืองมหาสารคามขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2412 จนถึงปัจจุบัน

จังหวัดมหาสารคามแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเชียงยืน อำเภอนาดูน อำเภอแกดำ อำเภอยางสีสุราช กิ่งอำเภอกุดรัง และกิ่งอำเภอชื่นชม

จังหวัดมหาสารคามมีโรงแรมหลายแห่ง และในอำเภอโกสุมพิสัยมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว

นอกจากนี้ ที่วนอุทยานชีหลงมีจุดกางเต็นท์ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานชีหลง

พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือ พระพุทธรูปสุวรรณมาลี ทำจากหินทรายแดงในสมัยทวาราวดี และประชาชนชาวมหาสารคามเชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล

พระพุทธรูปยืนมงคล เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของจังหวัดมหาสารคาม องค์พระพุทธรูปสร้างในสมัยทวารวดีทำจากหินทรายแดงเช่นเดียวกับพระพุทธรูปมิ่งเมือง

กู่มหาธาตุ หรือ ปรางค์กู่บ้านเขวา เป็นโบราณสถานอายุกว่า 700 ปี ทำด้วยศิลาแลงรูปทรงกระโจมสี่เหลี่ยม ในวิหารมีเทวรูปปั้นด้วยดินเผา 2 รูป

พระธาตุนาดูน เป็นสถูปที่บรรจุพระสารีริกธาตุ มีการค้นพบเจดีย์ขนาดเล็กที่สร้างครอบพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 2 กิโลเมตร พระธาตุตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมซ้อนกัน 3 ชั้น

กู่สันตรัตน์ โบราณสถานที่สร้างขึ้นด้วยหินทรายในแบบศิลปขอมบายน ในบริเวณนี้พบวัตถุโบราณหลายชิ้น

อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย เป็นเเหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จัดแสดงพันธุ์ปลาต่างๆ และสัตว์แปลกๆ อีกหลายชนิด

ดูนลำพัน เป็นป่าธรรมชาติที่มีการค้นพบปูน้ำจืด หรือปูป่า ซี่งมีสันสันสวยงาม และเป็นปูชนิดใหม่ของโลก ภายหลังได้ขอพระราชทานชื่อว่า "ปูทูลกระหม่อม"

แก่งเลิงจาน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีวิวสวยงาม เและมีสถานีประมงทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดของหลายจังหวัดทางภาคอีสาน

บึงบอน เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวางอำเภอโกสุมพิสัย ใกล้กับวนอุทยานโกสุมพิสัย เป็นจุดแห่งการพักผ่อนอีกแห่งของจังหวัดมหาสารคาม

บ้านหนองเขื่อนช้าง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย และการทำผลิตภัณฑ์ผ้าไหม

พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย เป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัตถุโบราณ วรรณกรรมทางภาคอีสาน และพระไตรปิฎกบันทึกไว้ในใบลาน

ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม จัดแสดงความเป็นมาของศิลปะวัฒนธรรมของภาคอีสานตลอดจนศิลปหัตถกรรม

วนอุทยานโกสัมพี มีอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่มีวิวสวยงาม ภายในสวนเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลากหลายชนิด และลิงหลายร้อยตัว โดยลิงในสวนเป็นลิงเเสมขนสีทองซึ่งเป็นพันธุ์หายาก

บ้านแพง เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพการทอเสื่อกกเป็นอาชีพเสริม

หมู่บ้านปั้นหม้อ ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านประกอบอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผา โดยใช้กรรมวิธีการผลิตในรูปแบบโบราณดั้งเดิม

จังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เยี่ยมชมและสักการะพระธาตุนาดูน กู่ นมัสการพระพุทธรูปต่างๆ และเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เยี่ยมชมและเลือกซื้อหาเครื่องใช้ในราคาถูกที่หมู่บ้านหัตถกรรม พักโฮมสเตย์ เรียนรู้การทำเสื่อกก ฯลฯ

อาหารการกินในจังหวัดมหาสารคามมีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองมหาสารคามมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ