สถานที่ท่องเที่ยว
ปลายทาง
เกี่ยวกับ สงขลา

จังหวัดสงขลา เป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมานาน มีโบราณสถาน โบราณวัตถุเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ดี อีกทั้งวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษก็น่าสนใจ เช่นเดียวกับเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวซึ่ง

ในจังหวัดสงขลานั้นมีอยู่หลากแนวหลายสไตล์ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก ฯลฯ

ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ

อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

การเดินทาง

มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-สงขลา และกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทาง

ประมาณ 12 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 www.transport.co.th

ปัจจุบัน บริษัทขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว โดยไปที่ www.busticket.in.th หรือ www.thaiticketmajor.com  นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ www.thairoute.com

การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังอำเภอหาดใหญ่ทุกวัน ทั้งรถธรรมดา รถเร็ว รถด่วน และรถด่วนพิเศษ สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 สถานีรถไฟหาดใหญ่ โทร. 0 7424 3705 หรือ www.railway.co.th

ปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดให้จองตั๋วผ่านระบบออนไลน์ e-TSRT แล้ว โดยไปที่ https://www.thairailwayticket.com/eTSRT/

จังหวัดสงขลามีสนามบินอยู่ที่หาดใหญ่ มีสายการบินหลายสายบินตรง กรุงเทพฯ - หาดใหญ่ วันละหลายเที่ยวบิน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที

insight ข้อมูลเจาะลึก
general ข้อมูลทั่วไป

จังหวัดสงขลา เป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมานาน มีโบราณสถาน โบราณวัตถุเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ดี อีกทั้งวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษก็น่าสนใจ เช่นเดียวกับเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวซึ่ง

ในจังหวัดสงขลานั้นมีอยู่หลากแนวหลายสไตล์ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก ฯลฯ

ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ

อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเมืองท่าและเมืองชายทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ จึงมีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย อีกทั้งยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษดั้งเดิม ทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆ ที่น่าสนใจและน่าศึกษามากมาย

นอกจากนี้สงขลายังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก และมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งบนบกและในน้ำ มีอำเภอหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคม เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติแห่งสำคัญของภูมิภาคและของประเทศ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย มาเยี่ยมเยือนและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

จังหวัดสงขลามีเนื้อที่ประมาณ 7,393 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,620,625 ไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 26 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางทิศเหนือของจังหวัดส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ทางทิศตะวันออกเป็นที่ราบริมทะเล ส่วนทางทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นเขตภูเขาและที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างสงขลาและรัฐเคดาห์ สหพันธรัฐมาเลเซีย

เมืองสงขลานี้เดิมมีชื่อที่คนไทยใช้เรียกกันว่า "เมืองสทิง” สันนิษฐานว่าชื่อเมือง “สงขลา” น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “สิงหลา” ที่แปลว่าเมืองสิงห์ อันเป็นชื่อที่พ่อค้าชาวเปอร์เซียอินเดียใช้เรียกกันในอดีต เนื่องจากได้แล่นเรือผ่านเข้ามาในทะเลสาบสงขลา เห็นเกาะหนู-เกาะแมวจากระยะไกลๆ มีลักษณะคล้ายสิงห์ 2 ตัวหมอบเฝ้าปากทางเข้าเมือง จึงตั้งชื่อเมืองตามนั้น หรืออีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่า คำว่า “สงขลา” นั้นมาจากคำว่า “สิงขร” ที่แปลว่า “ภูเขา” เนื่องจากเมืองสงขลาในยุคดั้งเดิมตั้งอยู่เชิงเขา เมื่อพ่อค้าชาวมลายูเดินทางเข้ามาค้าขาย ได้ออกเสียงเพี้ยนเป็น “เซ็งคอรา” และต่อมาเมื่อชาวตะวันตกเข้ามา ก็ออกเสียงชื่อเมืองเพี้ยนเป็น “ซิงกอรา” (Singora) จากนั้นจึงค่อยๆ เพี้ยนเป็นคำว่า “สงขลา” ดังปัจจุบัน

เมืองสงขลาเป็นชุมชนขนาดใหญ่มาตั้งแต่ในอดีต ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ในบริเวณที่เป็นอำเภอสทิงพระในปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการปกครองของดินแดนรอบๆ ทะเลสาบสงขลาในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12–19 มีรูปแบบวัฒนธรรมแบบศรีวิชัย มีการขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองกับทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย และทำการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนในสมัยราชวงศ์ถัง (ประมาณ พ.ศ. 1201–1450)

ต่อมาอาณาจักรศรีวิชัยได้เริ่มเสื่อมอำนาจลงเพราะการรุกรานจากชนชาติต่างๆ ทั้งพวกโจฬะ จากอาณาจักรตันเชอร์ทางภาคใต้ของอินเดีย พวกโจรสลัดมาเลย์ และชาวมุสลิมมลายู ที่อพยพมาจากหมู่เกาะต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีประเทศอังกฤษสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ชุมชนเมืองสทิงพระเก่าก็ได้อพยพโยกย้ายไปตั้งรกรากอยู่ในหลายพื้นที่ของดินแดนแถบนี้ เกิดเป็นเมืองต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี

ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา เมืองสงขลาเป็นหนึ่งในเมืองประเทศราชจำนวน 16 หัวเมือง และในสมัยกรุงธนบุรี เมืองสงขลาเริ่มมีบทบาทสำคัญขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากการค้ากับประเทศจีนเจริญขึ้น มีคนจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองสงขลาเป็นจำนวนมาก ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแต่งตั้งหัวหน้าคนจีนขึ้นเป็นเจ้าเมือง เมืองสงขลาจึงถูกปกครองโดยเจ้าเมืองในตระกูล ณ สงขลา ติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึง 126 ปี เจ้าเมืองชาวจีนเหล่านี้ได้วางพื้นฐานความเจริญด้านต่างๆ และพัฒนาเมืองสงขลาจากที่เป็นเมืองบริวารเล็กๆ ของนครศรีธรรมราช เจริญเติบโตจนกระทั่งกลายเป็นเมืองศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และเป็นที่ตั้งที่ว่าการมณฑลนครศรีธรรมราชระหว่างปี พ.ศ. 2439–2476 ทำการค้าขายกับกรุงเทพมหานคร สิงคโปร์ และเมืองอื่นๆ อย่างเจริญรุ่งเรือง และมีการก่อสร้างศิลปวัตถุและศาสนสถานไว้มากมายบริเวณสองฝั่งปากทะเลสาบสงขลา

ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
  • จังหวัดสงขลามีโรงแรมขนาดต่างๆ รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมาก บนเกาะยอ อำเภอเมืองฯ มีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว และที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา มีห้องพักบริการให้นักท่องเที่ยวด้วย

    นอกจากนี้สงขลายังมีอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างและอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย

    สถานที่ท่องเที่ยว (Songkla Attractions)

    ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบน้ำจืดแห่งเดียวของประเทศไทย
    เกาะยอ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา
    สถาบันทักษิณคดีศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ฯลฯ
    สะพานติณสูลานนท์ เป็นสะพานคอนกรีตข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดของไทย
    แหลมสมิหลา หรือหาดสมิหลา (Songkhla Beach) นอกจากจะมีทรายขาวละเอียด และน้ำใสๆ ให้เล่นน้ำกันแล้ว ก็ยังมีรูปปั้นนางเงือก มีโขดหินยื่นลงไปในทะเล และกิจกรรมทางน้ำอีกหลายอย่าง
    เขาตังกวน มีจุดชมวิวซึ่งมองเห็นเมืองสงขลาและทะเลสาบสงขลาได้ ส่วนบนยอดเขาตังกวนก็มีเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา
    สวนสัตว์สงขลา เป็นสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์หลากหลายชนิด
    ย่านเมืองเก่า ชมเมืองเก่า ศิลปะภาพวาดแนวสตรีทอาร์ต และอิ่มอร่อยกับอาหาร ขนม ซึ่งบางอย่างก็หากินได้ยากแล้ว
    น้ำตกโตนงาช้าง ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของภาคใต้
    อุทยานนกน้ำคูขุด (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา)
    ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
    สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ นอกจากสวนสาธารณะแล้วยังมีกิจกรรมอย่างอื่นอีกด้วย

    จังหวัดสงขลามีกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด เช่น นมัสการเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลาบนยอดเขาตังกวน ท่องเที่ยวเกาะยอ เล่นน้ำทะเล พักผ่อนชายหาด เที่ยวอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง เดินเที่ยวชม สถาปัตยกรรมต่างๆ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสงขลามีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตร ที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ แหล่งของฝากยอดนิยมขนาดใหญ่จะเป็นตลาดที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง

    transport การเดินทาง

    จังหวัดสงขลา เป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมานาน มีโบราณสถาน โบราณวัตถุเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ดี อีกทั้งวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษก็น่าสนใจ เช่นเดียวกับเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวซึ่ง

    ในจังหวัดสงขลานั้นมีอยู่หลากแนวหลายสไตล์ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก ฯลฯ

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ

    อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเมืองท่าและเมืองชายทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ จึงมีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย อีกทั้งยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษดั้งเดิม ทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆ ที่น่าสนใจและน่าศึกษามากมาย

    นอกจากนี้สงขลายังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก และมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งบนบกและในน้ำ มีอำเภอหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคม เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติแห่งสำคัญของภูมิภาคและของประเทศ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย มาเยี่ยมเยือนและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

    จังหวัดสงขลามีเนื้อที่ประมาณ 7,393 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,620,625 ไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 26 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางทิศเหนือของจังหวัดส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ทางทิศตะวันออกเป็นที่ราบริมทะเล ส่วนทางทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นเขตภูเขาและที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างสงขลาและรัฐเคดาห์ สหพันธรัฐมาเลเซีย

    เมืองสงขลานี้เดิมมีชื่อที่คนไทยใช้เรียกกันว่า "เมืองสทิง” สันนิษฐานว่าชื่อเมือง “สงขลา” น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “สิงหลา” ที่แปลว่าเมืองสิงห์ อันเป็นชื่อที่พ่อค้าชาวเปอร์เซียอินเดียใช้เรียกกันในอดีต เนื่องจากได้แล่นเรือผ่านเข้ามาในทะเลสาบสงขลา เห็นเกาะหนู-เกาะแมวจากระยะไกลๆ มีลักษณะคล้ายสิงห์ 2 ตัวหมอบเฝ้าปากทางเข้าเมือง จึงตั้งชื่อเมืองตามนั้น หรืออีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่า คำว่า “สงขลา” นั้นมาจากคำว่า “สิงขร” ที่แปลว่า “ภูเขา” เนื่องจากเมืองสงขลาในยุคดั้งเดิมตั้งอยู่เชิงเขา เมื่อพ่อค้าชาวมลายูเดินทางเข้ามาค้าขาย ได้ออกเสียงเพี้ยนเป็น “เซ็งคอรา” และต่อมาเมื่อชาวตะวันตกเข้ามา ก็ออกเสียงชื่อเมืองเพี้ยนเป็น “ซิงกอรา” (Singora) จากนั้นจึงค่อยๆ เพี้ยนเป็นคำว่า “สงขลา” ดังปัจจุบัน

    เมืองสงขลาเป็นชุมชนขนาดใหญ่มาตั้งแต่ในอดีต ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ในบริเวณที่เป็นอำเภอสทิงพระในปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการปกครองของดินแดนรอบๆ ทะเลสาบสงขลาในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12–19 มีรูปแบบวัฒนธรรมแบบศรีวิชัย มีการขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองกับทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย และทำการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนในสมัยราชวงศ์ถัง (ประมาณ พ.ศ. 1201–1450)

    ต่อมาอาณาจักรศรีวิชัยได้เริ่มเสื่อมอำนาจลงเพราะการรุกรานจากชนชาติต่างๆ ทั้งพวกโจฬะ จากอาณาจักรตันเชอร์ทางภาคใต้ของอินเดีย พวกโจรสลัดมาเลย์ และชาวมุสลิมมลายู ที่อพยพมาจากหมู่เกาะต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีประเทศอังกฤษสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ชุมชนเมืองสทิงพระเก่าก็ได้อพยพโยกย้ายไปตั้งรกรากอยู่ในหลายพื้นที่ของดินแดนแถบนี้ เกิดเป็นเมืองต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี

    ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา เมืองสงขลาเป็นหนึ่งในเมืองประเทศราชจำนวน 16 หัวเมือง และในสมัยกรุงธนบุรี เมืองสงขลาเริ่มมีบทบาทสำคัญขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากการค้ากับประเทศจีนเจริญขึ้น มีคนจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองสงขลาเป็นจำนวนมาก ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแต่งตั้งหัวหน้าคนจีนขึ้นเป็นเจ้าเมือง เมืองสงขลาจึงถูกปกครองโดยเจ้าเมืองในตระกูล ณ สงขลา ติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึง 126 ปี เจ้าเมืองชาวจีนเหล่านี้ได้วางพื้นฐานความเจริญด้านต่างๆ และพัฒนาเมืองสงขลาจากที่เป็นเมืองบริวารเล็กๆ ของนครศรีธรรมราช เจริญเติบโตจนกระทั่งกลายเป็นเมืองศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และเป็นที่ตั้งที่ว่าการมณฑลนครศรีธรรมราชระหว่างปี พ.ศ. 2439–2476 ทำการค้าขายกับกรุงเทพมหานคร สิงคโปร์ และเมืองอื่นๆ อย่างเจริญรุ่งเรือง และมีการก่อสร้างศิลปวัตถุและศาสนสถานไว้มากมายบริเวณสองฝั่งปากทะเลสาบสงขลา

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
  • จังหวัดสงขลามีโรงแรมขนาดต่างๆ รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมาก บนเกาะยอ อำเภอเมืองฯ มีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว และที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา มีห้องพักบริการให้นักท่องเที่ยวด้วย

    นอกจากนี้สงขลายังมีอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างและอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย

    สถานที่ท่องเที่ยว (Songkla Attractions)

    ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบน้ำจืดแห่งเดียวของประเทศไทย
    เกาะยอ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา
    สถาบันทักษิณคดีศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ฯลฯ
    สะพานติณสูลานนท์ เป็นสะพานคอนกรีตข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดของไทย
    แหลมสมิหลา หรือหาดสมิหลา (Songkhla Beach) นอกจากจะมีทรายขาวละเอียด และน้ำใสๆ ให้เล่นน้ำกันแล้ว ก็ยังมีรูปปั้นนางเงือก มีโขดหินยื่นลงไปในทะเล และกิจกรรมทางน้ำอีกหลายอย่าง
    เขาตังกวน มีจุดชมวิวซึ่งมองเห็นเมืองสงขลาและทะเลสาบสงขลาได้ ส่วนบนยอดเขาตังกวนก็มีเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา
    สวนสัตว์สงขลา เป็นสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์หลากหลายชนิด
    ย่านเมืองเก่า ชมเมืองเก่า ศิลปะภาพวาดแนวสตรีทอาร์ต และอิ่มอร่อยกับอาหาร ขนม ซึ่งบางอย่างก็หากินได้ยากแล้ว
    น้ำตกโตนงาช้าง ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของภาคใต้
    อุทยานนกน้ำคูขุด (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา)
    ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
    สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ นอกจากสวนสาธารณะแล้วยังมีกิจกรรมอย่างอื่นอีกด้วย

    จังหวัดสงขลามีกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด เช่น นมัสการเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลาบนยอดเขาตังกวน ท่องเที่ยวเกาะยอ เล่นน้ำทะเล พักผ่อนชายหาด เที่ยวอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง เดินเที่ยวชม สถาปัตยกรรมต่างๆ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสงขลามีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตร ที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ แหล่งของฝากยอดนิยมขนาดใหญ่จะเป็นตลาดที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง

    accommodation ที่พัก

    จังหวัดสงขลา เป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมานาน มีโบราณสถาน โบราณวัตถุเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ดี อีกทั้งวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษก็น่าสนใจ เช่นเดียวกับเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวซึ่ง

    ในจังหวัดสงขลานั้นมีอยู่หลากแนวหลายสไตล์ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก ฯลฯ

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ

    อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเมืองท่าและเมืองชายทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ จึงมีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย อีกทั้งยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษดั้งเดิม ทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆ ที่น่าสนใจและน่าศึกษามากมาย

    นอกจากนี้สงขลายังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก และมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งบนบกและในน้ำ มีอำเภอหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคม เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติแห่งสำคัญของภูมิภาคและของประเทศ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย มาเยี่ยมเยือนและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

    จังหวัดสงขลามีเนื้อที่ประมาณ 7,393 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,620,625 ไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 26 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางทิศเหนือของจังหวัดส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ทางทิศตะวันออกเป็นที่ราบริมทะเล ส่วนทางทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นเขตภูเขาและที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างสงขลาและรัฐเคดาห์ สหพันธรัฐมาเลเซีย

    เมืองสงขลานี้เดิมมีชื่อที่คนไทยใช้เรียกกันว่า "เมืองสทิง” สันนิษฐานว่าชื่อเมือง “สงขลา” น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “สิงหลา” ที่แปลว่าเมืองสิงห์ อันเป็นชื่อที่พ่อค้าชาวเปอร์เซียอินเดียใช้เรียกกันในอดีต เนื่องจากได้แล่นเรือผ่านเข้ามาในทะเลสาบสงขลา เห็นเกาะหนู-เกาะแมวจากระยะไกลๆ มีลักษณะคล้ายสิงห์ 2 ตัวหมอบเฝ้าปากทางเข้าเมือง จึงตั้งชื่อเมืองตามนั้น หรืออีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่า คำว่า “สงขลา” นั้นมาจากคำว่า “สิงขร” ที่แปลว่า “ภูเขา” เนื่องจากเมืองสงขลาในยุคดั้งเดิมตั้งอยู่เชิงเขา เมื่อพ่อค้าชาวมลายูเดินทางเข้ามาค้าขาย ได้ออกเสียงเพี้ยนเป็น “เซ็งคอรา” และต่อมาเมื่อชาวตะวันตกเข้ามา ก็ออกเสียงชื่อเมืองเพี้ยนเป็น “ซิงกอรา” (Singora) จากนั้นจึงค่อยๆ เพี้ยนเป็นคำว่า “สงขลา” ดังปัจจุบัน

    เมืองสงขลาเป็นชุมชนขนาดใหญ่มาตั้งแต่ในอดีต ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ในบริเวณที่เป็นอำเภอสทิงพระในปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการปกครองของดินแดนรอบๆ ทะเลสาบสงขลาในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12–19 มีรูปแบบวัฒนธรรมแบบศรีวิชัย มีการขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองกับทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย และทำการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนในสมัยราชวงศ์ถัง (ประมาณ พ.ศ. 1201–1450)

    ต่อมาอาณาจักรศรีวิชัยได้เริ่มเสื่อมอำนาจลงเพราะการรุกรานจากชนชาติต่างๆ ทั้งพวกโจฬะ จากอาณาจักรตันเชอร์ทางภาคใต้ของอินเดีย พวกโจรสลัดมาเลย์ และชาวมุสลิมมลายู ที่อพยพมาจากหมู่เกาะต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีประเทศอังกฤษสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ชุมชนเมืองสทิงพระเก่าก็ได้อพยพโยกย้ายไปตั้งรกรากอยู่ในหลายพื้นที่ของดินแดนแถบนี้ เกิดเป็นเมืองต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี

    ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา เมืองสงขลาเป็นหนึ่งในเมืองประเทศราชจำนวน 16 หัวเมือง และในสมัยกรุงธนบุรี เมืองสงขลาเริ่มมีบทบาทสำคัญขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากการค้ากับประเทศจีนเจริญขึ้น มีคนจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองสงขลาเป็นจำนวนมาก ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแต่งตั้งหัวหน้าคนจีนขึ้นเป็นเจ้าเมือง เมืองสงขลาจึงถูกปกครองโดยเจ้าเมืองในตระกูล ณ สงขลา ติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึง 126 ปี เจ้าเมืองชาวจีนเหล่านี้ได้วางพื้นฐานความเจริญด้านต่างๆ และพัฒนาเมืองสงขลาจากที่เป็นเมืองบริวารเล็กๆ ของนครศรีธรรมราช เจริญเติบโตจนกระทั่งกลายเป็นเมืองศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และเป็นที่ตั้งที่ว่าการมณฑลนครศรีธรรมราชระหว่างปี พ.ศ. 2439–2476 ทำการค้าขายกับกรุงเทพมหานคร สิงคโปร์ และเมืองอื่นๆ อย่างเจริญรุ่งเรือง และมีการก่อสร้างศิลปวัตถุและศาสนสถานไว้มากมายบริเวณสองฝั่งปากทะเลสาบสงขลา

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
  • จังหวัดสงขลามีโรงแรมขนาดต่างๆ รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมาก บนเกาะยอ อำเภอเมืองฯ มีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว และที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา มีห้องพักบริการให้นักท่องเที่ยวด้วย

    นอกจากนี้สงขลายังมีอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างและอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย

    สถานที่ท่องเที่ยว (Songkla Attractions)

    ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบน้ำจืดแห่งเดียวของประเทศไทย
    เกาะยอ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา
    สถาบันทักษิณคดีศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ฯลฯ
    สะพานติณสูลานนท์ เป็นสะพานคอนกรีตข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดของไทย
    แหลมสมิหลา หรือหาดสมิหลา (Songkhla Beach) นอกจากจะมีทรายขาวละเอียด และน้ำใสๆ ให้เล่นน้ำกันแล้ว ก็ยังมีรูปปั้นนางเงือก มีโขดหินยื่นลงไปในทะเล และกิจกรรมทางน้ำอีกหลายอย่าง
    เขาตังกวน มีจุดชมวิวซึ่งมองเห็นเมืองสงขลาและทะเลสาบสงขลาได้ ส่วนบนยอดเขาตังกวนก็มีเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา
    สวนสัตว์สงขลา เป็นสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์หลากหลายชนิด
    ย่านเมืองเก่า ชมเมืองเก่า ศิลปะภาพวาดแนวสตรีทอาร์ต และอิ่มอร่อยกับอาหาร ขนม ซึ่งบางอย่างก็หากินได้ยากแล้ว
    น้ำตกโตนงาช้าง ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของภาคใต้
    อุทยานนกน้ำคูขุด (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา)
    ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
    สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ นอกจากสวนสาธารณะแล้วยังมีกิจกรรมอย่างอื่นอีกด้วย

    จังหวัดสงขลามีกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด เช่น นมัสการเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลาบนยอดเขาตังกวน ท่องเที่ยวเกาะยอ เล่นน้ำทะเล พักผ่อนชายหาด เที่ยวอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง เดินเที่ยวชม สถาปัตยกรรมต่างๆ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสงขลามีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตร ที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ แหล่งของฝากยอดนิยมขนาดใหญ่จะเป็นตลาดที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง

    จังหวัดสงขลา เป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมานาน มีโบราณสถาน โบราณวัตถุเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ดี อีกทั้งวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษก็น่าสนใจ เช่นเดียวกับเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวซึ่ง

    ในจังหวัดสงขลานั้นมีอยู่หลากแนวหลายสไตล์ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก ฯลฯ

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ

    อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเมืองท่าและเมืองชายทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ จึงมีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย อีกทั้งยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษดั้งเดิม ทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆ ที่น่าสนใจและน่าศึกษามากมาย

    นอกจากนี้สงขลายังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก และมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งบนบกและในน้ำ มีอำเภอหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคม เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติแห่งสำคัญของภูมิภาคและของประเทศ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย มาเยี่ยมเยือนและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

    จังหวัดสงขลามีเนื้อที่ประมาณ 7,393 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,620,625 ไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 26 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางทิศเหนือของจังหวัดส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ทางทิศตะวันออกเป็นที่ราบริมทะเล ส่วนทางทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นเขตภูเขาและที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างสงขลาและรัฐเคดาห์ สหพันธรัฐมาเลเซีย

    เมืองสงขลานี้เดิมมีชื่อที่คนไทยใช้เรียกกันว่า "เมืองสทิง” สันนิษฐานว่าชื่อเมือง “สงขลา” น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “สิงหลา” ที่แปลว่าเมืองสิงห์ อันเป็นชื่อที่พ่อค้าชาวเปอร์เซียอินเดียใช้เรียกกันในอดีต เนื่องจากได้แล่นเรือผ่านเข้ามาในทะเลสาบสงขลา เห็นเกาะหนู-เกาะแมวจากระยะไกลๆ มีลักษณะคล้ายสิงห์ 2 ตัวหมอบเฝ้าปากทางเข้าเมือง จึงตั้งชื่อเมืองตามนั้น หรืออีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่า คำว่า “สงขลา” นั้นมาจากคำว่า “สิงขร” ที่แปลว่า “ภูเขา” เนื่องจากเมืองสงขลาในยุคดั้งเดิมตั้งอยู่เชิงเขา เมื่อพ่อค้าชาวมลายูเดินทางเข้ามาค้าขาย ได้ออกเสียงเพี้ยนเป็น “เซ็งคอรา” และต่อมาเมื่อชาวตะวันตกเข้ามา ก็ออกเสียงชื่อเมืองเพี้ยนเป็น “ซิงกอรา” (Singora) จากนั้นจึงค่อยๆ เพี้ยนเป็นคำว่า “สงขลา” ดังปัจจุบัน

    เมืองสงขลาเป็นชุมชนขนาดใหญ่มาตั้งแต่ในอดีต ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ในบริเวณที่เป็นอำเภอสทิงพระในปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการปกครองของดินแดนรอบๆ ทะเลสาบสงขลาในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12–19 มีรูปแบบวัฒนธรรมแบบศรีวิชัย มีการขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองกับทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย และทำการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนในสมัยราชวงศ์ถัง (ประมาณ พ.ศ. 1201–1450)

    ต่อมาอาณาจักรศรีวิชัยได้เริ่มเสื่อมอำนาจลงเพราะการรุกรานจากชนชาติต่างๆ ทั้งพวกโจฬะ จากอาณาจักรตันเชอร์ทางภาคใต้ของอินเดีย พวกโจรสลัดมาเลย์ และชาวมุสลิมมลายู ที่อพยพมาจากหมู่เกาะต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีประเทศอังกฤษสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ชุมชนเมืองสทิงพระเก่าก็ได้อพยพโยกย้ายไปตั้งรกรากอยู่ในหลายพื้นที่ของดินแดนแถบนี้ เกิดเป็นเมืองต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี

    ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา เมืองสงขลาเป็นหนึ่งในเมืองประเทศราชจำนวน 16 หัวเมือง และในสมัยกรุงธนบุรี เมืองสงขลาเริ่มมีบทบาทสำคัญขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากการค้ากับประเทศจีนเจริญขึ้น มีคนจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองสงขลาเป็นจำนวนมาก ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแต่งตั้งหัวหน้าคนจีนขึ้นเป็นเจ้าเมือง เมืองสงขลาจึงถูกปกครองโดยเจ้าเมืองในตระกูล ณ สงขลา ติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึง 126 ปี เจ้าเมืองชาวจีนเหล่านี้ได้วางพื้นฐานความเจริญด้านต่างๆ และพัฒนาเมืองสงขลาจากที่เป็นเมืองบริวารเล็กๆ ของนครศรีธรรมราช เจริญเติบโตจนกระทั่งกลายเป็นเมืองศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และเป็นที่ตั้งที่ว่าการมณฑลนครศรีธรรมราชระหว่างปี พ.ศ. 2439–2476 ทำการค้าขายกับกรุงเทพมหานคร สิงคโปร์ และเมืองอื่นๆ อย่างเจริญรุ่งเรือง และมีการก่อสร้างศิลปวัตถุและศาสนสถานไว้มากมายบริเวณสองฝั่งปากทะเลสาบสงขลา

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
  • จังหวัดสงขลามีโรงแรมขนาดต่างๆ รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมาก บนเกาะยอ อำเภอเมืองฯ มีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว และที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา มีห้องพักบริการให้นักท่องเที่ยวด้วย

    นอกจากนี้สงขลายังมีอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างและอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย

    สถานที่ท่องเที่ยว (Songkla Attractions)

    ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบน้ำจืดแห่งเดียวของประเทศไทย
    เกาะยอ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา
    สถาบันทักษิณคดีศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ฯลฯ
    สะพานติณสูลานนท์ เป็นสะพานคอนกรีตข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดของไทย
    แหลมสมิหลา หรือหาดสมิหลา (Songkhla Beach) นอกจากจะมีทรายขาวละเอียด และน้ำใสๆ ให้เล่นน้ำกันแล้ว ก็ยังมีรูปปั้นนางเงือก มีโขดหินยื่นลงไปในทะเล และกิจกรรมทางน้ำอีกหลายอย่าง
    เขาตังกวน มีจุดชมวิวซึ่งมองเห็นเมืองสงขลาและทะเลสาบสงขลาได้ ส่วนบนยอดเขาตังกวนก็มีเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา
    สวนสัตว์สงขลา เป็นสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์หลากหลายชนิด
    ย่านเมืองเก่า ชมเมืองเก่า ศิลปะภาพวาดแนวสตรีทอาร์ต และอิ่มอร่อยกับอาหาร ขนม ซึ่งบางอย่างก็หากินได้ยากแล้ว
    น้ำตกโตนงาช้าง ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของภาคใต้
    อุทยานนกน้ำคูขุด (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา)
    ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
    สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ นอกจากสวนสาธารณะแล้วยังมีกิจกรรมอย่างอื่นอีกด้วย

    จังหวัดสงขลามีกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด เช่น นมัสการเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลาบนยอดเขาตังกวน ท่องเที่ยวเกาะยอ เล่นน้ำทะเล พักผ่อนชายหาด เที่ยวอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง เดินเที่ยวชม สถาปัตยกรรมต่างๆ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสงขลามีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตร ที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ แหล่งของฝากยอดนิยมขนาดใหญ่จะเป็นตลาดที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง

    wheretogo สถานที่ท่องเที่ยว

    จังหวัดสงขลา เป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมานาน มีโบราณสถาน โบราณวัตถุเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ดี อีกทั้งวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษก็น่าสนใจ เช่นเดียวกับเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวซึ่ง

    ในจังหวัดสงขลานั้นมีอยู่หลากแนวหลายสไตล์ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก ฯลฯ

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ

    อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเมืองท่าและเมืองชายทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ จึงมีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย อีกทั้งยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษดั้งเดิม ทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆ ที่น่าสนใจและน่าศึกษามากมาย

    นอกจากนี้สงขลายังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก และมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งบนบกและในน้ำ มีอำเภอหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคม เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติแห่งสำคัญของภูมิภาคและของประเทศ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย มาเยี่ยมเยือนและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

    จังหวัดสงขลามีเนื้อที่ประมาณ 7,393 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,620,625 ไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 26 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางทิศเหนือของจังหวัดส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ทางทิศตะวันออกเป็นที่ราบริมทะเล ส่วนทางทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นเขตภูเขาและที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างสงขลาและรัฐเคดาห์ สหพันธรัฐมาเลเซีย

    เมืองสงขลานี้เดิมมีชื่อที่คนไทยใช้เรียกกันว่า "เมืองสทิง” สันนิษฐานว่าชื่อเมือง “สงขลา” น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “สิงหลา” ที่แปลว่าเมืองสิงห์ อันเป็นชื่อที่พ่อค้าชาวเปอร์เซียอินเดียใช้เรียกกันในอดีต เนื่องจากได้แล่นเรือผ่านเข้ามาในทะเลสาบสงขลา เห็นเกาะหนู-เกาะแมวจากระยะไกลๆ มีลักษณะคล้ายสิงห์ 2 ตัวหมอบเฝ้าปากทางเข้าเมือง จึงตั้งชื่อเมืองตามนั้น หรืออีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่า คำว่า “สงขลา” นั้นมาจากคำว่า “สิงขร” ที่แปลว่า “ภูเขา” เนื่องจากเมืองสงขลาในยุคดั้งเดิมตั้งอยู่เชิงเขา เมื่อพ่อค้าชาวมลายูเดินทางเข้ามาค้าขาย ได้ออกเสียงเพี้ยนเป็น “เซ็งคอรา” และต่อมาเมื่อชาวตะวันตกเข้ามา ก็ออกเสียงชื่อเมืองเพี้ยนเป็น “ซิงกอรา” (Singora) จากนั้นจึงค่อยๆ เพี้ยนเป็นคำว่า “สงขลา” ดังปัจจุบัน

    เมืองสงขลาเป็นชุมชนขนาดใหญ่มาตั้งแต่ในอดีต ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ในบริเวณที่เป็นอำเภอสทิงพระในปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการปกครองของดินแดนรอบๆ ทะเลสาบสงขลาในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12–19 มีรูปแบบวัฒนธรรมแบบศรีวิชัย มีการขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองกับทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย และทำการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนในสมัยราชวงศ์ถัง (ประมาณ พ.ศ. 1201–1450)

    ต่อมาอาณาจักรศรีวิชัยได้เริ่มเสื่อมอำนาจลงเพราะการรุกรานจากชนชาติต่างๆ ทั้งพวกโจฬะ จากอาณาจักรตันเชอร์ทางภาคใต้ของอินเดีย พวกโจรสลัดมาเลย์ และชาวมุสลิมมลายู ที่อพยพมาจากหมู่เกาะต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีประเทศอังกฤษสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ชุมชนเมืองสทิงพระเก่าก็ได้อพยพโยกย้ายไปตั้งรกรากอยู่ในหลายพื้นที่ของดินแดนแถบนี้ เกิดเป็นเมืองต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี

    ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา เมืองสงขลาเป็นหนึ่งในเมืองประเทศราชจำนวน 16 หัวเมือง และในสมัยกรุงธนบุรี เมืองสงขลาเริ่มมีบทบาทสำคัญขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากการค้ากับประเทศจีนเจริญขึ้น มีคนจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองสงขลาเป็นจำนวนมาก ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแต่งตั้งหัวหน้าคนจีนขึ้นเป็นเจ้าเมือง เมืองสงขลาจึงถูกปกครองโดยเจ้าเมืองในตระกูล ณ สงขลา ติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึง 126 ปี เจ้าเมืองชาวจีนเหล่านี้ได้วางพื้นฐานความเจริญด้านต่างๆ และพัฒนาเมืองสงขลาจากที่เป็นเมืองบริวารเล็กๆ ของนครศรีธรรมราช เจริญเติบโตจนกระทั่งกลายเป็นเมืองศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และเป็นที่ตั้งที่ว่าการมณฑลนครศรีธรรมราชระหว่างปี พ.ศ. 2439–2476 ทำการค้าขายกับกรุงเทพมหานคร สิงคโปร์ และเมืองอื่นๆ อย่างเจริญรุ่งเรือง และมีการก่อสร้างศิลปวัตถุและศาสนสถานไว้มากมายบริเวณสองฝั่งปากทะเลสาบสงขลา

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
  • จังหวัดสงขลามีโรงแรมขนาดต่างๆ รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมาก บนเกาะยอ อำเภอเมืองฯ มีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว และที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา มีห้องพักบริการให้นักท่องเที่ยวด้วย

    นอกจากนี้สงขลายังมีอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างและอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย

    สถานที่ท่องเที่ยว (Songkla Attractions)

    ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบน้ำจืดแห่งเดียวของประเทศไทย
    เกาะยอ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา
    สถาบันทักษิณคดีศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ฯลฯ
    สะพานติณสูลานนท์ เป็นสะพานคอนกรีตข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดของไทย
    แหลมสมิหลา หรือหาดสมิหลา (Songkhla Beach) นอกจากจะมีทรายขาวละเอียด และน้ำใสๆ ให้เล่นน้ำกันแล้ว ก็ยังมีรูปปั้นนางเงือก มีโขดหินยื่นลงไปในทะเล และกิจกรรมทางน้ำอีกหลายอย่าง
    เขาตังกวน มีจุดชมวิวซึ่งมองเห็นเมืองสงขลาและทะเลสาบสงขลาได้ ส่วนบนยอดเขาตังกวนก็มีเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา
    สวนสัตว์สงขลา เป็นสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์หลากหลายชนิด
    ย่านเมืองเก่า ชมเมืองเก่า ศิลปะภาพวาดแนวสตรีทอาร์ต และอิ่มอร่อยกับอาหาร ขนม ซึ่งบางอย่างก็หากินได้ยากแล้ว
    น้ำตกโตนงาช้าง ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของภาคใต้
    อุทยานนกน้ำคูขุด (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา)
    ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
    สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ นอกจากสวนสาธารณะแล้วยังมีกิจกรรมอย่างอื่นอีกด้วย

    จังหวัดสงขลามีกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด เช่น นมัสการเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลาบนยอดเขาตังกวน ท่องเที่ยวเกาะยอ เล่นน้ำทะเล พักผ่อนชายหาด เที่ยวอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง เดินเที่ยวชม สถาปัตยกรรมต่างๆ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสงขลามีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตร ที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ แหล่งของฝากยอดนิยมขนาดใหญ่จะเป็นตลาดที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง

    thingstodo กิจกรรมท่องเที่ยว

    จังหวัดสงขลา เป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมานาน มีโบราณสถาน โบราณวัตถุเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ดี อีกทั้งวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษก็น่าสนใจ เช่นเดียวกับเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวซึ่ง

    ในจังหวัดสงขลานั้นมีอยู่หลากแนวหลายสไตล์ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก ฯลฯ

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ

    อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเมืองท่าและเมืองชายทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ จึงมีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย อีกทั้งยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษดั้งเดิม ทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆ ที่น่าสนใจและน่าศึกษามากมาย

    นอกจากนี้สงขลายังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก และมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งบนบกและในน้ำ มีอำเภอหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคม เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติแห่งสำคัญของภูมิภาคและของประเทศ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย มาเยี่ยมเยือนและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

    จังหวัดสงขลามีเนื้อที่ประมาณ 7,393 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,620,625 ไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 26 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางทิศเหนือของจังหวัดส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ทางทิศตะวันออกเป็นที่ราบริมทะเล ส่วนทางทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นเขตภูเขาและที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างสงขลาและรัฐเคดาห์ สหพันธรัฐมาเลเซีย

    เมืองสงขลานี้เดิมมีชื่อที่คนไทยใช้เรียกกันว่า "เมืองสทิง” สันนิษฐานว่าชื่อเมือง “สงขลา” น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “สิงหลา” ที่แปลว่าเมืองสิงห์ อันเป็นชื่อที่พ่อค้าชาวเปอร์เซียอินเดียใช้เรียกกันในอดีต เนื่องจากได้แล่นเรือผ่านเข้ามาในทะเลสาบสงขลา เห็นเกาะหนู-เกาะแมวจากระยะไกลๆ มีลักษณะคล้ายสิงห์ 2 ตัวหมอบเฝ้าปากทางเข้าเมือง จึงตั้งชื่อเมืองตามนั้น หรืออีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่า คำว่า “สงขลา” นั้นมาจากคำว่า “สิงขร” ที่แปลว่า “ภูเขา” เนื่องจากเมืองสงขลาในยุคดั้งเดิมตั้งอยู่เชิงเขา เมื่อพ่อค้าชาวมลายูเดินทางเข้ามาค้าขาย ได้ออกเสียงเพี้ยนเป็น “เซ็งคอรา” และต่อมาเมื่อชาวตะวันตกเข้ามา ก็ออกเสียงชื่อเมืองเพี้ยนเป็น “ซิงกอรา” (Singora) จากนั้นจึงค่อยๆ เพี้ยนเป็นคำว่า “สงขลา” ดังปัจจุบัน

    เมืองสงขลาเป็นชุมชนขนาดใหญ่มาตั้งแต่ในอดีต ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ในบริเวณที่เป็นอำเภอสทิงพระในปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการปกครองของดินแดนรอบๆ ทะเลสาบสงขลาในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12–19 มีรูปแบบวัฒนธรรมแบบศรีวิชัย มีการขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองกับทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย และทำการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนในสมัยราชวงศ์ถัง (ประมาณ พ.ศ. 1201–1450)

    ต่อมาอาณาจักรศรีวิชัยได้เริ่มเสื่อมอำนาจลงเพราะการรุกรานจากชนชาติต่างๆ ทั้งพวกโจฬะ จากอาณาจักรตันเชอร์ทางภาคใต้ของอินเดีย พวกโจรสลัดมาเลย์ และชาวมุสลิมมลายู ที่อพยพมาจากหมู่เกาะต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีประเทศอังกฤษสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ชุมชนเมืองสทิงพระเก่าก็ได้อพยพโยกย้ายไปตั้งรกรากอยู่ในหลายพื้นที่ของดินแดนแถบนี้ เกิดเป็นเมืองต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี

    ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา เมืองสงขลาเป็นหนึ่งในเมืองประเทศราชจำนวน 16 หัวเมือง และในสมัยกรุงธนบุรี เมืองสงขลาเริ่มมีบทบาทสำคัญขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากการค้ากับประเทศจีนเจริญขึ้น มีคนจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองสงขลาเป็นจำนวนมาก ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแต่งตั้งหัวหน้าคนจีนขึ้นเป็นเจ้าเมือง เมืองสงขลาจึงถูกปกครองโดยเจ้าเมืองในตระกูล ณ สงขลา ติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึง 126 ปี เจ้าเมืองชาวจีนเหล่านี้ได้วางพื้นฐานความเจริญด้านต่างๆ และพัฒนาเมืองสงขลาจากที่เป็นเมืองบริวารเล็กๆ ของนครศรีธรรมราช เจริญเติบโตจนกระทั่งกลายเป็นเมืองศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และเป็นที่ตั้งที่ว่าการมณฑลนครศรีธรรมราชระหว่างปี พ.ศ. 2439–2476 ทำการค้าขายกับกรุงเทพมหานคร สิงคโปร์ และเมืองอื่นๆ อย่างเจริญรุ่งเรือง และมีการก่อสร้างศิลปวัตถุและศาสนสถานไว้มากมายบริเวณสองฝั่งปากทะเลสาบสงขลา

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
  • จังหวัดสงขลามีโรงแรมขนาดต่างๆ รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมาก บนเกาะยอ อำเภอเมืองฯ มีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว และที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา มีห้องพักบริการให้นักท่องเที่ยวด้วย

    นอกจากนี้สงขลายังมีอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างและอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย

    สถานที่ท่องเที่ยว (Songkla Attractions)

    ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบน้ำจืดแห่งเดียวของประเทศไทย
    เกาะยอ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา
    สถาบันทักษิณคดีศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ฯลฯ
    สะพานติณสูลานนท์ เป็นสะพานคอนกรีตข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดของไทย
    แหลมสมิหลา หรือหาดสมิหลา (Songkhla Beach) นอกจากจะมีทรายขาวละเอียด และน้ำใสๆ ให้เล่นน้ำกันแล้ว ก็ยังมีรูปปั้นนางเงือก มีโขดหินยื่นลงไปในทะเล และกิจกรรมทางน้ำอีกหลายอย่าง
    เขาตังกวน มีจุดชมวิวซึ่งมองเห็นเมืองสงขลาและทะเลสาบสงขลาได้ ส่วนบนยอดเขาตังกวนก็มีเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา
    สวนสัตว์สงขลา เป็นสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์หลากหลายชนิด
    ย่านเมืองเก่า ชมเมืองเก่า ศิลปะภาพวาดแนวสตรีทอาร์ต และอิ่มอร่อยกับอาหาร ขนม ซึ่งบางอย่างก็หากินได้ยากแล้ว
    น้ำตกโตนงาช้าง ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของภาคใต้
    อุทยานนกน้ำคูขุด (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา)
    ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
    สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ นอกจากสวนสาธารณะแล้วยังมีกิจกรรมอย่างอื่นอีกด้วย

    จังหวัดสงขลามีกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด เช่น นมัสการเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลาบนยอดเขาตังกวน ท่องเที่ยวเกาะยอ เล่นน้ำทะเล พักผ่อนชายหาด เที่ยวอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง เดินเที่ยวชม สถาปัตยกรรมต่างๆ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสงขลามีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตร ที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ แหล่งของฝากยอดนิยมขนาดใหญ่จะเป็นตลาดที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง

    foodanddrink ร้านอาหาร

    จังหวัดสงขลา เป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมานาน มีโบราณสถาน โบราณวัตถุเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ดี อีกทั้งวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษก็น่าสนใจ เช่นเดียวกับเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวซึ่ง

    ในจังหวัดสงขลานั้นมีอยู่หลากแนวหลายสไตล์ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก ฯลฯ

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ

    อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเมืองท่าและเมืองชายทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ จึงมีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย อีกทั้งยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษดั้งเดิม ทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆ ที่น่าสนใจและน่าศึกษามากมาย

    นอกจากนี้สงขลายังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก และมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งบนบกและในน้ำ มีอำเภอหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคม เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติแห่งสำคัญของภูมิภาคและของประเทศ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย มาเยี่ยมเยือนและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

    จังหวัดสงขลามีเนื้อที่ประมาณ 7,393 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,620,625 ไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 26 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางทิศเหนือของจังหวัดส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ทางทิศตะวันออกเป็นที่ราบริมทะเล ส่วนทางทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นเขตภูเขาและที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างสงขลาและรัฐเคดาห์ สหพันธรัฐมาเลเซีย

    เมืองสงขลานี้เดิมมีชื่อที่คนไทยใช้เรียกกันว่า "เมืองสทิง” สันนิษฐานว่าชื่อเมือง “สงขลา” น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “สิงหลา” ที่แปลว่าเมืองสิงห์ อันเป็นชื่อที่พ่อค้าชาวเปอร์เซียอินเดียใช้เรียกกันในอดีต เนื่องจากได้แล่นเรือผ่านเข้ามาในทะเลสาบสงขลา เห็นเกาะหนู-เกาะแมวจากระยะไกลๆ มีลักษณะคล้ายสิงห์ 2 ตัวหมอบเฝ้าปากทางเข้าเมือง จึงตั้งชื่อเมืองตามนั้น หรืออีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่า คำว่า “สงขลา” นั้นมาจากคำว่า “สิงขร” ที่แปลว่า “ภูเขา” เนื่องจากเมืองสงขลาในยุคดั้งเดิมตั้งอยู่เชิงเขา เมื่อพ่อค้าชาวมลายูเดินทางเข้ามาค้าขาย ได้ออกเสียงเพี้ยนเป็น “เซ็งคอรา” และต่อมาเมื่อชาวตะวันตกเข้ามา ก็ออกเสียงชื่อเมืองเพี้ยนเป็น “ซิงกอรา” (Singora) จากนั้นจึงค่อยๆ เพี้ยนเป็นคำว่า “สงขลา” ดังปัจจุบัน

    เมืองสงขลาเป็นชุมชนขนาดใหญ่มาตั้งแต่ในอดีต ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ในบริเวณที่เป็นอำเภอสทิงพระในปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการปกครองของดินแดนรอบๆ ทะเลสาบสงขลาในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12–19 มีรูปแบบวัฒนธรรมแบบศรีวิชัย มีการขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองกับทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย และทำการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนในสมัยราชวงศ์ถัง (ประมาณ พ.ศ. 1201–1450)

    ต่อมาอาณาจักรศรีวิชัยได้เริ่มเสื่อมอำนาจลงเพราะการรุกรานจากชนชาติต่างๆ ทั้งพวกโจฬะ จากอาณาจักรตันเชอร์ทางภาคใต้ของอินเดีย พวกโจรสลัดมาเลย์ และชาวมุสลิมมลายู ที่อพยพมาจากหมู่เกาะต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีประเทศอังกฤษสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ชุมชนเมืองสทิงพระเก่าก็ได้อพยพโยกย้ายไปตั้งรกรากอยู่ในหลายพื้นที่ของดินแดนแถบนี้ เกิดเป็นเมืองต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี

    ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา เมืองสงขลาเป็นหนึ่งในเมืองประเทศราชจำนวน 16 หัวเมือง และในสมัยกรุงธนบุรี เมืองสงขลาเริ่มมีบทบาทสำคัญขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากการค้ากับประเทศจีนเจริญขึ้น มีคนจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองสงขลาเป็นจำนวนมาก ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแต่งตั้งหัวหน้าคนจีนขึ้นเป็นเจ้าเมือง เมืองสงขลาจึงถูกปกครองโดยเจ้าเมืองในตระกูล ณ สงขลา ติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึง 126 ปี เจ้าเมืองชาวจีนเหล่านี้ได้วางพื้นฐานความเจริญด้านต่างๆ และพัฒนาเมืองสงขลาจากที่เป็นเมืองบริวารเล็กๆ ของนครศรีธรรมราช เจริญเติบโตจนกระทั่งกลายเป็นเมืองศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และเป็นที่ตั้งที่ว่าการมณฑลนครศรีธรรมราชระหว่างปี พ.ศ. 2439–2476 ทำการค้าขายกับกรุงเทพมหานคร สิงคโปร์ และเมืองอื่นๆ อย่างเจริญรุ่งเรือง และมีการก่อสร้างศิลปวัตถุและศาสนสถานไว้มากมายบริเวณสองฝั่งปากทะเลสาบสงขลา

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
  • จังหวัดสงขลามีโรงแรมขนาดต่างๆ รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมาก บนเกาะยอ อำเภอเมืองฯ มีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว และที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา มีห้องพักบริการให้นักท่องเที่ยวด้วย

    นอกจากนี้สงขลายังมีอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างและอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย

    สถานที่ท่องเที่ยว (Songkla Attractions)

    ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบน้ำจืดแห่งเดียวของประเทศไทย
    เกาะยอ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา
    สถาบันทักษิณคดีศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ฯลฯ
    สะพานติณสูลานนท์ เป็นสะพานคอนกรีตข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดของไทย
    แหลมสมิหลา หรือหาดสมิหลา (Songkhla Beach) นอกจากจะมีทรายขาวละเอียด และน้ำใสๆ ให้เล่นน้ำกันแล้ว ก็ยังมีรูปปั้นนางเงือก มีโขดหินยื่นลงไปในทะเล และกิจกรรมทางน้ำอีกหลายอย่าง
    เขาตังกวน มีจุดชมวิวซึ่งมองเห็นเมืองสงขลาและทะเลสาบสงขลาได้ ส่วนบนยอดเขาตังกวนก็มีเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา
    สวนสัตว์สงขลา เป็นสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์หลากหลายชนิด
    ย่านเมืองเก่า ชมเมืองเก่า ศิลปะภาพวาดแนวสตรีทอาร์ต และอิ่มอร่อยกับอาหาร ขนม ซึ่งบางอย่างก็หากินได้ยากแล้ว
    น้ำตกโตนงาช้าง ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของภาคใต้
    อุทยานนกน้ำคูขุด (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา)
    ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
    สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ นอกจากสวนสาธารณะแล้วยังมีกิจกรรมอย่างอื่นอีกด้วย

    จังหวัดสงขลามีกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด เช่น นมัสการเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลาบนยอดเขาตังกวน ท่องเที่ยวเกาะยอ เล่นน้ำทะเล พักผ่อนชายหาด เที่ยวอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง เดินเที่ยวชม สถาปัตยกรรมต่างๆ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสงขลามีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตร ที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ แหล่งของฝากยอดนิยมขนาดใหญ่จะเป็นตลาดที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง

    shopping ช้อปปิ้ง

    จังหวัดสงขลา เป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมานาน มีโบราณสถาน โบราณวัตถุเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ดี อีกทั้งวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษก็น่าสนใจ เช่นเดียวกับเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวซึ่ง

    ในจังหวัดสงขลานั้นมีอยู่หลากแนวหลายสไตล์ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก ฯลฯ

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ

    อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเมืองท่าและเมืองชายทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นเมืองที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ จึงมีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย อีกทั้งยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษดั้งเดิม ทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆ ที่น่าสนใจและน่าศึกษามากมาย

    นอกจากนี้สงขลายังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งชายทะเล ทะเลสาบ ป่าไม้ น้ำตก และมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งบนบกและในน้ำ มีอำเภอหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคม เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติแห่งสำคัญของภูมิภาคและของประเทศ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย มาเยี่ยมเยือนและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

    จังหวัดสงขลามีเนื้อที่ประมาณ 7,393 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,620,625 ไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 26 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางทิศเหนือของจังหวัดส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ทางทิศตะวันออกเป็นที่ราบริมทะเล ส่วนทางทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นเขตภูเขาและที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างสงขลาและรัฐเคดาห์ สหพันธรัฐมาเลเซีย

    เมืองสงขลานี้เดิมมีชื่อที่คนไทยใช้เรียกกันว่า "เมืองสทิง” สันนิษฐานว่าชื่อเมือง “สงขลา” น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “สิงหลา” ที่แปลว่าเมืองสิงห์ อันเป็นชื่อที่พ่อค้าชาวเปอร์เซียอินเดียใช้เรียกกันในอดีต เนื่องจากได้แล่นเรือผ่านเข้ามาในทะเลสาบสงขลา เห็นเกาะหนู-เกาะแมวจากระยะไกลๆ มีลักษณะคล้ายสิงห์ 2 ตัวหมอบเฝ้าปากทางเข้าเมือง จึงตั้งชื่อเมืองตามนั้น หรืออีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่า คำว่า “สงขลา” นั้นมาจากคำว่า “สิงขร” ที่แปลว่า “ภูเขา” เนื่องจากเมืองสงขลาในยุคดั้งเดิมตั้งอยู่เชิงเขา เมื่อพ่อค้าชาวมลายูเดินทางเข้ามาค้าขาย ได้ออกเสียงเพี้ยนเป็น “เซ็งคอรา” และต่อมาเมื่อชาวตะวันตกเข้ามา ก็ออกเสียงชื่อเมืองเพี้ยนเป็น “ซิงกอรา” (Singora) จากนั้นจึงค่อยๆ เพี้ยนเป็นคำว่า “สงขลา” ดังปัจจุบัน

    เมืองสงขลาเป็นชุมชนขนาดใหญ่มาตั้งแต่ในอดีต ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ในบริเวณที่เป็นอำเภอสทิงพระในปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการปกครองของดินแดนรอบๆ ทะเลสาบสงขลาในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12–19 มีรูปแบบวัฒนธรรมแบบศรีวิชัย มีการขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองกับทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย และทำการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนในสมัยราชวงศ์ถัง (ประมาณ พ.ศ. 1201–1450)

    ต่อมาอาณาจักรศรีวิชัยได้เริ่มเสื่อมอำนาจลงเพราะการรุกรานจากชนชาติต่างๆ ทั้งพวกโจฬะ จากอาณาจักรตันเชอร์ทางภาคใต้ของอินเดีย พวกโจรสลัดมาเลย์ และชาวมุสลิมมลายู ที่อพยพมาจากหมู่เกาะต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีประเทศอังกฤษสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ชุมชนเมืองสทิงพระเก่าก็ได้อพยพโยกย้ายไปตั้งรกรากอยู่ในหลายพื้นที่ของดินแดนแถบนี้ เกิดเป็นเมืองต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี

    ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา เมืองสงขลาเป็นหนึ่งในเมืองประเทศราชจำนวน 16 หัวเมือง และในสมัยกรุงธนบุรี เมืองสงขลาเริ่มมีบทบาทสำคัญขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากการค้ากับประเทศจีนเจริญขึ้น มีคนจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองสงขลาเป็นจำนวนมาก ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแต่งตั้งหัวหน้าคนจีนขึ้นเป็นเจ้าเมือง เมืองสงขลาจึงถูกปกครองโดยเจ้าเมืองในตระกูล ณ สงขลา ติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึง 126 ปี เจ้าเมืองชาวจีนเหล่านี้ได้วางพื้นฐานความเจริญด้านต่างๆ และพัฒนาเมืองสงขลาจากที่เป็นเมืองบริวารเล็กๆ ของนครศรีธรรมราช เจริญเติบโตจนกระทั่งกลายเป็นเมืองศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และเป็นที่ตั้งที่ว่าการมณฑลนครศรีธรรมราชระหว่างปี พ.ศ. 2439–2476 ทำการค้าขายกับกรุงเทพมหานคร สิงคโปร์ และเมืองอื่นๆ อย่างเจริญรุ่งเรือง และมีการก่อสร้างศิลปวัตถุและศาสนสถานไว้มากมายบริเวณสองฝั่งปากทะเลสาบสงขลา

    ปัจจุบันจังหวัดสงขลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ อำเภอบางกล่ำ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
  • จังหวัดสงขลามีโรงแรมขนาดต่างๆ รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมาก บนเกาะยอ อำเภอเมืองฯ มีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว และที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา มีห้องพักบริการให้นักท่องเที่ยวด้วย

    นอกจากนี้สงขลายังมีอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างและอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ที่มีบริการบ้านพัก จุดกางเต็นท์ และเต็นท์ให้เช่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้งด้วย

    สถานที่ท่องเที่ยว (Songkla Attractions)

    ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบน้ำจืดแห่งเดียวของประเทศไทย
    เกาะยอ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา
    สถาบันทักษิณคดีศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ฯลฯ
    สะพานติณสูลานนท์ เป็นสะพานคอนกรีตข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดของไทย
    แหลมสมิหลา หรือหาดสมิหลา (Songkhla Beach) นอกจากจะมีทรายขาวละเอียด และน้ำใสๆ ให้เล่นน้ำกันแล้ว ก็ยังมีรูปปั้นนางเงือก มีโขดหินยื่นลงไปในทะเล และกิจกรรมทางน้ำอีกหลายอย่าง
    เขาตังกวน มีจุดชมวิวซึ่งมองเห็นเมืองสงขลาและทะเลสาบสงขลาได้ ส่วนบนยอดเขาตังกวนก็มีเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา
    สวนสัตว์สงขลา เป็นสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์หลากหลายชนิด
    ย่านเมืองเก่า ชมเมืองเก่า ศิลปะภาพวาดแนวสตรีทอาร์ต และอิ่มอร่อยกับอาหาร ขนม ซึ่งบางอย่างก็หากินได้ยากแล้ว
    น้ำตกโตนงาช้าง ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของภาคใต้
    อุทยานนกน้ำคูขุด (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา)
    ตลาดน้ำคลองแห มีทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
    สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ นอกจากสวนสาธารณะแล้วยังมีกิจกรรมอย่างอื่นอีกด้วย

    จังหวัดสงขลามีกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด เช่น นมัสการเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลาบนยอดเขาตังกวน ท่องเที่ยวเกาะยอ เล่นน้ำทะเล พักผ่อนชายหาด เที่ยวอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง เดินเที่ยวชม สถาปัตยกรรมต่างๆ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสงขลามีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตร ที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ แหล่งของฝากยอดนิยมขนาดใหญ่จะเป็นตลาดที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง