สถานที่ท่องเที่ยว
ปลายทาง
เกี่ยวกับ สุรินทร์

สุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาช้านาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 457 กิโลเมตร ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์ แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภทจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศรีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอบัวเชด และอำเภอสำโรงทาบ

 

สถานที่ท่องเที่ยว

หลักเมืองสุรินทร์

เป็นสถานที่คู่บ้านคู่เมืองชาวสุรินทร์ เดิมมีเพียงศาลไม่มีเสาหลักเมือง มีมานานกว่าร้อยปี ต่อมาจึงมีการออกแบบสร้างใหม่โดยกรมศิลปากร โดยใช้ไม้ชัยพฤกษ์เป็นเสาไม้สูง 3 เมตร วัดโดยรอบเสาได้ 1 เมตร ออกแบบอย่างสวยงาม

ห้วยเสนง

เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน อยู่ห่างจากเมืองสุรินทร์ประมาณ 5 กิโลเมตรเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง เป็นถนนลาดยางและยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์

หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) วัดบูรพาราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย อยู่ใกล้กับศาลากลางจังหวัด นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของเมืองตัวเอง

 

งานประเพณีประจำปี

สุรินทร์เป็นดินแดงแห่งช้างมากมาย ในอดีตเราเรียกชาวเมืองว่า “ส่วย” ซึ่งจับช้างมาเป็นพาหนะและขนส่ง ต่อมาจึงได้มีการกำหนดให้กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นงานประจำปีระดับชาติ มีการแสดงของช้างมากมาย เช่น แข่งชักคะเย่อ แข่งฟุตบอล เต้นระบำ

 

ช้อปปิ้ง

สินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องหวาย เครื่องเงิน งาช้างแกะสลัก

อาหารก็จะมีหัวผักกาดดอง กุนเชียง หมูยอ หมูแผ่น และหมูหยอง

การเดินทาง

ออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน ติดต่อสอบถามโทร. 02 936-2852-66

เริ่มต้นที่สถานีหัวลำโพง รายละเอียดสอบถามได้ที่หน่วยบริการเดินทางการรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 02 223-7020

-
insight ข้อมูลเจาะลึก
general ข้อมูลทั่วไป

สุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาช้านาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 457 กิโลเมตร ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์ แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภทจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศรีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอบัวเชด และอำเภอสำโรงทาบ

 

สถานที่ท่องเที่ยว

หลักเมืองสุรินทร์

เป็นสถานที่คู่บ้านคู่เมืองชาวสุรินทร์ เดิมมีเพียงศาลไม่มีเสาหลักเมือง มีมานานกว่าร้อยปี ต่อมาจึงมีการออกแบบสร้างใหม่โดยกรมศิลปากร โดยใช้ไม้ชัยพฤกษ์เป็นเสาไม้สูง 3 เมตร วัดโดยรอบเสาได้ 1 เมตร ออกแบบอย่างสวยงาม

ห้วยเสนง

เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน อยู่ห่างจากเมืองสุรินทร์ประมาณ 5 กิโลเมตรเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง เป็นถนนลาดยางและยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์

หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) วัดบูรพาราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย อยู่ใกล้กับศาลากลางจังหวัด นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของเมืองตัวเอง

 

งานประเพณีประจำปี

สุรินทร์เป็นดินแดงแห่งช้างมากมาย ในอดีตเราเรียกชาวเมืองว่า “ส่วย” ซึ่งจับช้างมาเป็นพาหนะและขนส่ง ต่อมาจึงได้มีการกำหนดให้กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นงานประจำปีระดับชาติ มีการแสดงของช้างมากมาย เช่น แข่งชักคะเย่อ แข่งฟุตบอล เต้นระบำ

 

ช้อปปิ้ง

สินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องหวาย เครื่องเงิน งาช้างแกะสลัก

อาหารก็จะมีหัวผักกาดดอง กุนเชียง หมูยอ หมูแผ่น และหมูหยอง

จังหวัดสุรินทร์เป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนของภาคอีสานตอนล่าง หรือ “อีสานใต้” ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อารยธรรม และศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมขอมโบราณ ที่หล่อหลอมและผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยถิ่นอีสานจนมีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นแล้ว ยังมีชื่อเสียงเป็นพิเศษในด้านการเลี้ยงช้าง จนได้ชื่อว่าเมือง “สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่”

นอกจากนี้ สุรินทร์ยังโดดเด่นในด้านการทอผ้าไหม มีทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ แหล่งน้ำ และพืชพรรณอันหลากหลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งเสริมให้จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองที่น่าสนใจและน่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ

จังหวัดสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 8,124 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางตอนใต้บริเวณที่ติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นป่าทึบและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ถัดมาเป็นที่ราบสูงลูกคลื่นลอนลาด ตอนกลางของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ ทางตอนเหนือเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีลำน้ำที่สำคัญ คือ แม่นำมูล ลำน้ำชี ห้วยเสนง

สุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานจังหวัดหนึ่ง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ในยุคขอมเรืองอำนาจในภูมิภาคนี้ ต่อมาเมื่ออาณาจักรขอมเสื่อมอำนาจลง เมืองดังกล่าวก็ถูกทิ้งร้างไปเป็นเวลานาน

จนกระทั่งราวปี พ.ศ. 2260 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ชาวพื้นเมืองของเมืองอัตปือแสนแป แคว้นจำปาศักดิ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นดินแดนของไทย ที่เรียกตัวเองว่า “ส่วย” หรือ “กูย” หรือ “กวย” ได้พากันอพยพข้ามลำน้ำโขงมาตั้งชุมชนที่เมืองต่างๆ ในแถบภูมิภาคนี้ รวมถึงที่บ้านอัจจะปะนึ่งและบ้านกุดปะไท ในเขตอำเภอสังขะและอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ คนเหล่านี้มีความสามารถในการจับช้างป่าและนำมาฝึกฝนไว้ใช้งานเป็นอย่างมาก จึงเป็นต้นกำเนิดของตำนาน “เมืองช้าง” ของจังหวัดสุรินทร์นั่นเอง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2306 หลวงสุรินทรภักดี (เชียงปุม) หัวหน้าหมู่บ้านเมืองที ได้ย้ายหมู่บ้านมาตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านคูประทาย ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองสุรินทร์ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีชัยภูมิเหมาะสม มีกำแพงค่ายคูล้อมรอบ 2 ชั้น และมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การประกอบอาชีพและอยู่อาศัย ต่อมาพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็น “เมืองประทายสมันต์” และหลวงสิรินทรภักดีได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง เป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองประทายสมันต์

ในปี พ.ศ. 2329 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “เมืองประทายสมันต์” เป็น “เมืองสุรินทร์” ตามสร้อยบรรดาศักดิ์ของเจ้าเมืองในขณะนั้น เมืองสุรินทร์มีเจ้าเมืองปกครองสืบเชื้อสายกันมารวม 11 คน จนถึงปี พ.ศ. 2451 มีการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารราชการแผ่นดินเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล “เมืองสุรินทร์” จึงเปลี่ยนเป็น “จังหวัดสุรินทร์” และทางกรุงเทพฯ ได้แต่งตั้งพระกรุงศรีบุรีรักษ์ (สุม สุมานนท์) มาดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนแรก

ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอสำโรงทาบ อำเภอบัวเชด กิ่งอำเภอพนมดงรัก กิ่งอำเภอศรีณรงค์ กิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์ และกิ่งอำเภอโนนนารายณ์

ทิปส์ท่องเที่ยว

  • Hotels are generally full during the elephant round up so book ahead!
  • Visitors can interact with the elephants at the end of the day’s performances.
  • จังหวัดสุรินทร์มีโรงแรมขนาดกลางถึงขนาดเล็ก รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมากในอำเภอเมืองฯ รวมทั้งมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์อีกหลายแห่งในอำเภอสังขะ อำเภอท่าตูม และอำเภอชุมพลบุรี ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    ในอำเภอเมืองฯ และอำเภอท่าตูมมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรมความเป็นอยู่และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด โฮมสเตย์เหล่านี้มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว ในราคาที่ไม่แพง
    นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้ง สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคูและวนอุทยานพนมสวาย โดยนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ไปเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคู
     

    จังหวัดสุรินทร์มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลากหลายรูปแบบ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต เช่น โบราณสถานกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทจอมพระ หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ หมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา ห้วยเสนง ฯลฯ
     

    จังหวัดสุรินทร์มีทรัพยากรในด้านการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ มีกิจกรรมที่โดดเด่น เช่น เที่ยวชมปราสาทขอมโบราณและโบราณสถานต่างๆ เที่ยวหมู่บ้านช้าง เยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรมและเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมเป็นของฝาก พักโฮมสเตย์ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสุรินทร์มีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองสุรินทร์มีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

    transport การเดินทาง

    สุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาช้านาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 457 กิโลเมตร ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์ แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภทจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศรีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอบัวเชด และอำเภอสำโรงทาบ

     

    สถานที่ท่องเที่ยว

    หลักเมืองสุรินทร์

    เป็นสถานที่คู่บ้านคู่เมืองชาวสุรินทร์ เดิมมีเพียงศาลไม่มีเสาหลักเมือง มีมานานกว่าร้อยปี ต่อมาจึงมีการออกแบบสร้างใหม่โดยกรมศิลปากร โดยใช้ไม้ชัยพฤกษ์เป็นเสาไม้สูง 3 เมตร วัดโดยรอบเสาได้ 1 เมตร ออกแบบอย่างสวยงาม

    ห้วยเสนง

    เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน อยู่ห่างจากเมืองสุรินทร์ประมาณ 5 กิโลเมตรเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง เป็นถนนลาดยางและยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์

    หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) วัดบูรพาราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย อยู่ใกล้กับศาลากลางจังหวัด นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของเมืองตัวเอง

     

    งานประเพณีประจำปี

    สุรินทร์เป็นดินแดงแห่งช้างมากมาย ในอดีตเราเรียกชาวเมืองว่า “ส่วย” ซึ่งจับช้างมาเป็นพาหนะและขนส่ง ต่อมาจึงได้มีการกำหนดให้กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นงานประจำปีระดับชาติ มีการแสดงของช้างมากมาย เช่น แข่งชักคะเย่อ แข่งฟุตบอล เต้นระบำ

     

    ช้อปปิ้ง

    สินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องหวาย เครื่องเงิน งาช้างแกะสลัก

    อาหารก็จะมีหัวผักกาดดอง กุนเชียง หมูยอ หมูแผ่น และหมูหยอง

    จังหวัดสุรินทร์เป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนของภาคอีสานตอนล่าง หรือ “อีสานใต้” ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อารยธรรม และศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมขอมโบราณ ที่หล่อหลอมและผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยถิ่นอีสานจนมีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นแล้ว ยังมีชื่อเสียงเป็นพิเศษในด้านการเลี้ยงช้าง จนได้ชื่อว่าเมือง “สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่”

    นอกจากนี้ สุรินทร์ยังโดดเด่นในด้านการทอผ้าไหม มีทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ แหล่งน้ำ และพืชพรรณอันหลากหลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งเสริมให้จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองที่น่าสนใจและน่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ

    จังหวัดสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 8,124 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางตอนใต้บริเวณที่ติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นป่าทึบและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ถัดมาเป็นที่ราบสูงลูกคลื่นลอนลาด ตอนกลางของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ ทางตอนเหนือเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีลำน้ำที่สำคัญ คือ แม่นำมูล ลำน้ำชี ห้วยเสนง

    สุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานจังหวัดหนึ่ง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ในยุคขอมเรืองอำนาจในภูมิภาคนี้ ต่อมาเมื่ออาณาจักรขอมเสื่อมอำนาจลง เมืองดังกล่าวก็ถูกทิ้งร้างไปเป็นเวลานาน

    จนกระทั่งราวปี พ.ศ. 2260 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ชาวพื้นเมืองของเมืองอัตปือแสนแป แคว้นจำปาศักดิ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นดินแดนของไทย ที่เรียกตัวเองว่า “ส่วย” หรือ “กูย” หรือ “กวย” ได้พากันอพยพข้ามลำน้ำโขงมาตั้งชุมชนที่เมืองต่างๆ ในแถบภูมิภาคนี้ รวมถึงที่บ้านอัจจะปะนึ่งและบ้านกุดปะไท ในเขตอำเภอสังขะและอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ คนเหล่านี้มีความสามารถในการจับช้างป่าและนำมาฝึกฝนไว้ใช้งานเป็นอย่างมาก จึงเป็นต้นกำเนิดของตำนาน “เมืองช้าง” ของจังหวัดสุรินทร์นั่นเอง

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2306 หลวงสุรินทรภักดี (เชียงปุม) หัวหน้าหมู่บ้านเมืองที ได้ย้ายหมู่บ้านมาตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านคูประทาย ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองสุรินทร์ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีชัยภูมิเหมาะสม มีกำแพงค่ายคูล้อมรอบ 2 ชั้น และมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การประกอบอาชีพและอยู่อาศัย ต่อมาพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็น “เมืองประทายสมันต์” และหลวงสิรินทรภักดีได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง เป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองประทายสมันต์

    ในปี พ.ศ. 2329 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “เมืองประทายสมันต์” เป็น “เมืองสุรินทร์” ตามสร้อยบรรดาศักดิ์ของเจ้าเมืองในขณะนั้น เมืองสุรินทร์มีเจ้าเมืองปกครองสืบเชื้อสายกันมารวม 11 คน จนถึงปี พ.ศ. 2451 มีการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารราชการแผ่นดินเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล “เมืองสุรินทร์” จึงเปลี่ยนเป็น “จังหวัดสุรินทร์” และทางกรุงเทพฯ ได้แต่งตั้งพระกรุงศรีบุรีรักษ์ (สุม สุมานนท์) มาดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนแรก

    ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอสำโรงทาบ อำเภอบัวเชด กิ่งอำเภอพนมดงรัก กิ่งอำเภอศรีณรงค์ กิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์ และกิ่งอำเภอโนนนารายณ์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • Hotels are generally full during the elephant round up so book ahead!
  • Visitors can interact with the elephants at the end of the day’s performances.
  • จังหวัดสุรินทร์มีโรงแรมขนาดกลางถึงขนาดเล็ก รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมากในอำเภอเมืองฯ รวมทั้งมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์อีกหลายแห่งในอำเภอสังขะ อำเภอท่าตูม และอำเภอชุมพลบุรี ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    ในอำเภอเมืองฯ และอำเภอท่าตูมมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรมความเป็นอยู่และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด โฮมสเตย์เหล่านี้มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว ในราคาที่ไม่แพง
    นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้ง สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคูและวนอุทยานพนมสวาย โดยนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ไปเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคู
     

    จังหวัดสุรินทร์มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลากหลายรูปแบบ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต เช่น โบราณสถานกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทจอมพระ หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ หมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา ห้วยเสนง ฯลฯ
     

    จังหวัดสุรินทร์มีทรัพยากรในด้านการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ มีกิจกรรมที่โดดเด่น เช่น เที่ยวชมปราสาทขอมโบราณและโบราณสถานต่างๆ เที่ยวหมู่บ้านช้าง เยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรมและเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมเป็นของฝาก พักโฮมสเตย์ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสุรินทร์มีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองสุรินทร์มีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

    accommodation ที่พัก

    สุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาช้านาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 457 กิโลเมตร ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์ แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภทจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศรีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอบัวเชด และอำเภอสำโรงทาบ

     

    สถานที่ท่องเที่ยว

    หลักเมืองสุรินทร์

    เป็นสถานที่คู่บ้านคู่เมืองชาวสุรินทร์ เดิมมีเพียงศาลไม่มีเสาหลักเมือง มีมานานกว่าร้อยปี ต่อมาจึงมีการออกแบบสร้างใหม่โดยกรมศิลปากร โดยใช้ไม้ชัยพฤกษ์เป็นเสาไม้สูง 3 เมตร วัดโดยรอบเสาได้ 1 เมตร ออกแบบอย่างสวยงาม

    ห้วยเสนง

    เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน อยู่ห่างจากเมืองสุรินทร์ประมาณ 5 กิโลเมตรเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง เป็นถนนลาดยางและยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์

    หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) วัดบูรพาราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย อยู่ใกล้กับศาลากลางจังหวัด นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของเมืองตัวเอง

     

    งานประเพณีประจำปี

    สุรินทร์เป็นดินแดงแห่งช้างมากมาย ในอดีตเราเรียกชาวเมืองว่า “ส่วย” ซึ่งจับช้างมาเป็นพาหนะและขนส่ง ต่อมาจึงได้มีการกำหนดให้กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นงานประจำปีระดับชาติ มีการแสดงของช้างมากมาย เช่น แข่งชักคะเย่อ แข่งฟุตบอล เต้นระบำ

     

    ช้อปปิ้ง

    สินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องหวาย เครื่องเงิน งาช้างแกะสลัก

    อาหารก็จะมีหัวผักกาดดอง กุนเชียง หมูยอ หมูแผ่น และหมูหยอง

    จังหวัดสุรินทร์เป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนของภาคอีสานตอนล่าง หรือ “อีสานใต้” ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อารยธรรม และศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมขอมโบราณ ที่หล่อหลอมและผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยถิ่นอีสานจนมีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นแล้ว ยังมีชื่อเสียงเป็นพิเศษในด้านการเลี้ยงช้าง จนได้ชื่อว่าเมือง “สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่”

    นอกจากนี้ สุรินทร์ยังโดดเด่นในด้านการทอผ้าไหม มีทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ แหล่งน้ำ และพืชพรรณอันหลากหลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งเสริมให้จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองที่น่าสนใจและน่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ

    จังหวัดสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 8,124 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางตอนใต้บริเวณที่ติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นป่าทึบและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ถัดมาเป็นที่ราบสูงลูกคลื่นลอนลาด ตอนกลางของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ ทางตอนเหนือเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีลำน้ำที่สำคัญ คือ แม่นำมูล ลำน้ำชี ห้วยเสนง

    สุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานจังหวัดหนึ่ง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ในยุคขอมเรืองอำนาจในภูมิภาคนี้ ต่อมาเมื่ออาณาจักรขอมเสื่อมอำนาจลง เมืองดังกล่าวก็ถูกทิ้งร้างไปเป็นเวลานาน

    จนกระทั่งราวปี พ.ศ. 2260 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ชาวพื้นเมืองของเมืองอัตปือแสนแป แคว้นจำปาศักดิ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นดินแดนของไทย ที่เรียกตัวเองว่า “ส่วย” หรือ “กูย” หรือ “กวย” ได้พากันอพยพข้ามลำน้ำโขงมาตั้งชุมชนที่เมืองต่างๆ ในแถบภูมิภาคนี้ รวมถึงที่บ้านอัจจะปะนึ่งและบ้านกุดปะไท ในเขตอำเภอสังขะและอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ คนเหล่านี้มีความสามารถในการจับช้างป่าและนำมาฝึกฝนไว้ใช้งานเป็นอย่างมาก จึงเป็นต้นกำเนิดของตำนาน “เมืองช้าง” ของจังหวัดสุรินทร์นั่นเอง

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2306 หลวงสุรินทรภักดี (เชียงปุม) หัวหน้าหมู่บ้านเมืองที ได้ย้ายหมู่บ้านมาตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านคูประทาย ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองสุรินทร์ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีชัยภูมิเหมาะสม มีกำแพงค่ายคูล้อมรอบ 2 ชั้น และมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การประกอบอาชีพและอยู่อาศัย ต่อมาพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็น “เมืองประทายสมันต์” และหลวงสิรินทรภักดีได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง เป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองประทายสมันต์

    ในปี พ.ศ. 2329 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “เมืองประทายสมันต์” เป็น “เมืองสุรินทร์” ตามสร้อยบรรดาศักดิ์ของเจ้าเมืองในขณะนั้น เมืองสุรินทร์มีเจ้าเมืองปกครองสืบเชื้อสายกันมารวม 11 คน จนถึงปี พ.ศ. 2451 มีการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารราชการแผ่นดินเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล “เมืองสุรินทร์” จึงเปลี่ยนเป็น “จังหวัดสุรินทร์” และทางกรุงเทพฯ ได้แต่งตั้งพระกรุงศรีบุรีรักษ์ (สุม สุมานนท์) มาดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนแรก

    ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอสำโรงทาบ อำเภอบัวเชด กิ่งอำเภอพนมดงรัก กิ่งอำเภอศรีณรงค์ กิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์ และกิ่งอำเภอโนนนารายณ์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • Hotels are generally full during the elephant round up so book ahead!
  • Visitors can interact with the elephants at the end of the day’s performances.
  • จังหวัดสุรินทร์มีโรงแรมขนาดกลางถึงขนาดเล็ก รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมากในอำเภอเมืองฯ รวมทั้งมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์อีกหลายแห่งในอำเภอสังขะ อำเภอท่าตูม และอำเภอชุมพลบุรี ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    ในอำเภอเมืองฯ และอำเภอท่าตูมมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรมความเป็นอยู่และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด โฮมสเตย์เหล่านี้มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว ในราคาที่ไม่แพง
    นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้ง สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคูและวนอุทยานพนมสวาย โดยนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ไปเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคู
     

    จังหวัดสุรินทร์มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลากหลายรูปแบบ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต เช่น โบราณสถานกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทจอมพระ หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ หมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา ห้วยเสนง ฯลฯ
     

    จังหวัดสุรินทร์มีทรัพยากรในด้านการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ มีกิจกรรมที่โดดเด่น เช่น เที่ยวชมปราสาทขอมโบราณและโบราณสถานต่างๆ เที่ยวหมู่บ้านช้าง เยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรมและเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมเป็นของฝาก พักโฮมสเตย์ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสุรินทร์มีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองสุรินทร์มีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

    สุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาช้านาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 457 กิโลเมตร ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์ แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภทจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศรีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอบัวเชด และอำเภอสำโรงทาบ

     

    สถานที่ท่องเที่ยว

    หลักเมืองสุรินทร์

    เป็นสถานที่คู่บ้านคู่เมืองชาวสุรินทร์ เดิมมีเพียงศาลไม่มีเสาหลักเมือง มีมานานกว่าร้อยปี ต่อมาจึงมีการออกแบบสร้างใหม่โดยกรมศิลปากร โดยใช้ไม้ชัยพฤกษ์เป็นเสาไม้สูง 3 เมตร วัดโดยรอบเสาได้ 1 เมตร ออกแบบอย่างสวยงาม

    ห้วยเสนง

    เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน อยู่ห่างจากเมืองสุรินทร์ประมาณ 5 กิโลเมตรเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง เป็นถนนลาดยางและยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์

    หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) วัดบูรพาราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย อยู่ใกล้กับศาลากลางจังหวัด นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของเมืองตัวเอง

     

    งานประเพณีประจำปี

    สุรินทร์เป็นดินแดงแห่งช้างมากมาย ในอดีตเราเรียกชาวเมืองว่า “ส่วย” ซึ่งจับช้างมาเป็นพาหนะและขนส่ง ต่อมาจึงได้มีการกำหนดให้กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นงานประจำปีระดับชาติ มีการแสดงของช้างมากมาย เช่น แข่งชักคะเย่อ แข่งฟุตบอล เต้นระบำ

     

    ช้อปปิ้ง

    สินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องหวาย เครื่องเงิน งาช้างแกะสลัก

    อาหารก็จะมีหัวผักกาดดอง กุนเชียง หมูยอ หมูแผ่น และหมูหยอง

    จังหวัดสุรินทร์เป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนของภาคอีสานตอนล่าง หรือ “อีสานใต้” ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อารยธรรม และศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมขอมโบราณ ที่หล่อหลอมและผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยถิ่นอีสานจนมีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นแล้ว ยังมีชื่อเสียงเป็นพิเศษในด้านการเลี้ยงช้าง จนได้ชื่อว่าเมือง “สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่”

    นอกจากนี้ สุรินทร์ยังโดดเด่นในด้านการทอผ้าไหม มีทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ แหล่งน้ำ และพืชพรรณอันหลากหลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งเสริมให้จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองที่น่าสนใจและน่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ

    จังหวัดสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 8,124 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางตอนใต้บริเวณที่ติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นป่าทึบและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ถัดมาเป็นที่ราบสูงลูกคลื่นลอนลาด ตอนกลางของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ ทางตอนเหนือเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีลำน้ำที่สำคัญ คือ แม่นำมูล ลำน้ำชี ห้วยเสนง

    สุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานจังหวัดหนึ่ง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ในยุคขอมเรืองอำนาจในภูมิภาคนี้ ต่อมาเมื่ออาณาจักรขอมเสื่อมอำนาจลง เมืองดังกล่าวก็ถูกทิ้งร้างไปเป็นเวลานาน

    จนกระทั่งราวปี พ.ศ. 2260 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ชาวพื้นเมืองของเมืองอัตปือแสนแป แคว้นจำปาศักดิ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นดินแดนของไทย ที่เรียกตัวเองว่า “ส่วย” หรือ “กูย” หรือ “กวย” ได้พากันอพยพข้ามลำน้ำโขงมาตั้งชุมชนที่เมืองต่างๆ ในแถบภูมิภาคนี้ รวมถึงที่บ้านอัจจะปะนึ่งและบ้านกุดปะไท ในเขตอำเภอสังขะและอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ คนเหล่านี้มีความสามารถในการจับช้างป่าและนำมาฝึกฝนไว้ใช้งานเป็นอย่างมาก จึงเป็นต้นกำเนิดของตำนาน “เมืองช้าง” ของจังหวัดสุรินทร์นั่นเอง

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2306 หลวงสุรินทรภักดี (เชียงปุม) หัวหน้าหมู่บ้านเมืองที ได้ย้ายหมู่บ้านมาตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านคูประทาย ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองสุรินทร์ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีชัยภูมิเหมาะสม มีกำแพงค่ายคูล้อมรอบ 2 ชั้น และมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การประกอบอาชีพและอยู่อาศัย ต่อมาพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็น “เมืองประทายสมันต์” และหลวงสิรินทรภักดีได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง เป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองประทายสมันต์

    ในปี พ.ศ. 2329 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “เมืองประทายสมันต์” เป็น “เมืองสุรินทร์” ตามสร้อยบรรดาศักดิ์ของเจ้าเมืองในขณะนั้น เมืองสุรินทร์มีเจ้าเมืองปกครองสืบเชื้อสายกันมารวม 11 คน จนถึงปี พ.ศ. 2451 มีการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารราชการแผ่นดินเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล “เมืองสุรินทร์” จึงเปลี่ยนเป็น “จังหวัดสุรินทร์” และทางกรุงเทพฯ ได้แต่งตั้งพระกรุงศรีบุรีรักษ์ (สุม สุมานนท์) มาดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนแรก

    ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอสำโรงทาบ อำเภอบัวเชด กิ่งอำเภอพนมดงรัก กิ่งอำเภอศรีณรงค์ กิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์ และกิ่งอำเภอโนนนารายณ์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • Hotels are generally full during the elephant round up so book ahead!
  • Visitors can interact with the elephants at the end of the day’s performances.
  • จังหวัดสุรินทร์มีโรงแรมขนาดกลางถึงขนาดเล็ก รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมากในอำเภอเมืองฯ รวมทั้งมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์อีกหลายแห่งในอำเภอสังขะ อำเภอท่าตูม และอำเภอชุมพลบุรี ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    ในอำเภอเมืองฯ และอำเภอท่าตูมมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรมความเป็นอยู่และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด โฮมสเตย์เหล่านี้มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว ในราคาที่ไม่แพง
    นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้ง สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคูและวนอุทยานพนมสวาย โดยนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ไปเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคู
     

    จังหวัดสุรินทร์มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลากหลายรูปแบบ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต เช่น โบราณสถานกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทจอมพระ หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ หมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา ห้วยเสนง ฯลฯ
     

    จังหวัดสุรินทร์มีทรัพยากรในด้านการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ มีกิจกรรมที่โดดเด่น เช่น เที่ยวชมปราสาทขอมโบราณและโบราณสถานต่างๆ เที่ยวหมู่บ้านช้าง เยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรมและเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมเป็นของฝาก พักโฮมสเตย์ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสุรินทร์มีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองสุรินทร์มีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

    wheretogo สถานที่ท่องเที่ยว

    สุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาช้านาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 457 กิโลเมตร ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์ แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภทจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศรีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอบัวเชด และอำเภอสำโรงทาบ

     

    สถานที่ท่องเที่ยว

    หลักเมืองสุรินทร์

    เป็นสถานที่คู่บ้านคู่เมืองชาวสุรินทร์ เดิมมีเพียงศาลไม่มีเสาหลักเมือง มีมานานกว่าร้อยปี ต่อมาจึงมีการออกแบบสร้างใหม่โดยกรมศิลปากร โดยใช้ไม้ชัยพฤกษ์เป็นเสาไม้สูง 3 เมตร วัดโดยรอบเสาได้ 1 เมตร ออกแบบอย่างสวยงาม

    ห้วยเสนง

    เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน อยู่ห่างจากเมืองสุรินทร์ประมาณ 5 กิโลเมตรเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง เป็นถนนลาดยางและยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์

    หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) วัดบูรพาราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย อยู่ใกล้กับศาลากลางจังหวัด นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของเมืองตัวเอง

     

    งานประเพณีประจำปี

    สุรินทร์เป็นดินแดงแห่งช้างมากมาย ในอดีตเราเรียกชาวเมืองว่า “ส่วย” ซึ่งจับช้างมาเป็นพาหนะและขนส่ง ต่อมาจึงได้มีการกำหนดให้กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นงานประจำปีระดับชาติ มีการแสดงของช้างมากมาย เช่น แข่งชักคะเย่อ แข่งฟุตบอล เต้นระบำ

     

    ช้อปปิ้ง

    สินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องหวาย เครื่องเงิน งาช้างแกะสลัก

    อาหารก็จะมีหัวผักกาดดอง กุนเชียง หมูยอ หมูแผ่น และหมูหยอง

    จังหวัดสุรินทร์เป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนของภาคอีสานตอนล่าง หรือ “อีสานใต้” ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อารยธรรม และศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมขอมโบราณ ที่หล่อหลอมและผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยถิ่นอีสานจนมีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นแล้ว ยังมีชื่อเสียงเป็นพิเศษในด้านการเลี้ยงช้าง จนได้ชื่อว่าเมือง “สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่”

    นอกจากนี้ สุรินทร์ยังโดดเด่นในด้านการทอผ้าไหม มีทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ แหล่งน้ำ และพืชพรรณอันหลากหลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งเสริมให้จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองที่น่าสนใจและน่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ

    จังหวัดสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 8,124 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางตอนใต้บริเวณที่ติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นป่าทึบและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ถัดมาเป็นที่ราบสูงลูกคลื่นลอนลาด ตอนกลางของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ ทางตอนเหนือเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีลำน้ำที่สำคัญ คือ แม่นำมูล ลำน้ำชี ห้วยเสนง

    สุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานจังหวัดหนึ่ง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ในยุคขอมเรืองอำนาจในภูมิภาคนี้ ต่อมาเมื่ออาณาจักรขอมเสื่อมอำนาจลง เมืองดังกล่าวก็ถูกทิ้งร้างไปเป็นเวลานาน

    จนกระทั่งราวปี พ.ศ. 2260 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ชาวพื้นเมืองของเมืองอัตปือแสนแป แคว้นจำปาศักดิ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นดินแดนของไทย ที่เรียกตัวเองว่า “ส่วย” หรือ “กูย” หรือ “กวย” ได้พากันอพยพข้ามลำน้ำโขงมาตั้งชุมชนที่เมืองต่างๆ ในแถบภูมิภาคนี้ รวมถึงที่บ้านอัจจะปะนึ่งและบ้านกุดปะไท ในเขตอำเภอสังขะและอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ คนเหล่านี้มีความสามารถในการจับช้างป่าและนำมาฝึกฝนไว้ใช้งานเป็นอย่างมาก จึงเป็นต้นกำเนิดของตำนาน “เมืองช้าง” ของจังหวัดสุรินทร์นั่นเอง

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2306 หลวงสุรินทรภักดี (เชียงปุม) หัวหน้าหมู่บ้านเมืองที ได้ย้ายหมู่บ้านมาตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านคูประทาย ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองสุรินทร์ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีชัยภูมิเหมาะสม มีกำแพงค่ายคูล้อมรอบ 2 ชั้น และมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การประกอบอาชีพและอยู่อาศัย ต่อมาพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็น “เมืองประทายสมันต์” และหลวงสิรินทรภักดีได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง เป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองประทายสมันต์

    ในปี พ.ศ. 2329 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “เมืองประทายสมันต์” เป็น “เมืองสุรินทร์” ตามสร้อยบรรดาศักดิ์ของเจ้าเมืองในขณะนั้น เมืองสุรินทร์มีเจ้าเมืองปกครองสืบเชื้อสายกันมารวม 11 คน จนถึงปี พ.ศ. 2451 มีการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารราชการแผ่นดินเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล “เมืองสุรินทร์” จึงเปลี่ยนเป็น “จังหวัดสุรินทร์” และทางกรุงเทพฯ ได้แต่งตั้งพระกรุงศรีบุรีรักษ์ (สุม สุมานนท์) มาดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนแรก

    ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอสำโรงทาบ อำเภอบัวเชด กิ่งอำเภอพนมดงรัก กิ่งอำเภอศรีณรงค์ กิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์ และกิ่งอำเภอโนนนารายณ์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • Hotels are generally full during the elephant round up so book ahead!
  • Visitors can interact with the elephants at the end of the day’s performances.
  • จังหวัดสุรินทร์มีโรงแรมขนาดกลางถึงขนาดเล็ก รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมากในอำเภอเมืองฯ รวมทั้งมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์อีกหลายแห่งในอำเภอสังขะ อำเภอท่าตูม และอำเภอชุมพลบุรี ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    ในอำเภอเมืองฯ และอำเภอท่าตูมมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรมความเป็นอยู่และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด โฮมสเตย์เหล่านี้มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว ในราคาที่ไม่แพง
    นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้ง สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคูและวนอุทยานพนมสวาย โดยนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ไปเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคู
     

    จังหวัดสุรินทร์มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลากหลายรูปแบบ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต เช่น โบราณสถานกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทจอมพระ หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ หมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา ห้วยเสนง ฯลฯ
     

    จังหวัดสุรินทร์มีทรัพยากรในด้านการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ มีกิจกรรมที่โดดเด่น เช่น เที่ยวชมปราสาทขอมโบราณและโบราณสถานต่างๆ เที่ยวหมู่บ้านช้าง เยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรมและเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมเป็นของฝาก พักโฮมสเตย์ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสุรินทร์มีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองสุรินทร์มีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

    thingstodo กิจกรรมท่องเที่ยว

    สุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาช้านาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 457 กิโลเมตร ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์ แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภทจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศรีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอบัวเชด และอำเภอสำโรงทาบ

     

    สถานที่ท่องเที่ยว

    หลักเมืองสุรินทร์

    เป็นสถานที่คู่บ้านคู่เมืองชาวสุรินทร์ เดิมมีเพียงศาลไม่มีเสาหลักเมือง มีมานานกว่าร้อยปี ต่อมาจึงมีการออกแบบสร้างใหม่โดยกรมศิลปากร โดยใช้ไม้ชัยพฤกษ์เป็นเสาไม้สูง 3 เมตร วัดโดยรอบเสาได้ 1 เมตร ออกแบบอย่างสวยงาม

    ห้วยเสนง

    เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน อยู่ห่างจากเมืองสุรินทร์ประมาณ 5 กิโลเมตรเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง เป็นถนนลาดยางและยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์

    หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) วัดบูรพาราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย อยู่ใกล้กับศาลากลางจังหวัด นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของเมืองตัวเอง

     

    งานประเพณีประจำปี

    สุรินทร์เป็นดินแดงแห่งช้างมากมาย ในอดีตเราเรียกชาวเมืองว่า “ส่วย” ซึ่งจับช้างมาเป็นพาหนะและขนส่ง ต่อมาจึงได้มีการกำหนดให้กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นงานประจำปีระดับชาติ มีการแสดงของช้างมากมาย เช่น แข่งชักคะเย่อ แข่งฟุตบอล เต้นระบำ

     

    ช้อปปิ้ง

    สินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องหวาย เครื่องเงิน งาช้างแกะสลัก

    อาหารก็จะมีหัวผักกาดดอง กุนเชียง หมูยอ หมูแผ่น และหมูหยอง

    จังหวัดสุรินทร์เป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนของภาคอีสานตอนล่าง หรือ “อีสานใต้” ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อารยธรรม และศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมขอมโบราณ ที่หล่อหลอมและผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยถิ่นอีสานจนมีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นแล้ว ยังมีชื่อเสียงเป็นพิเศษในด้านการเลี้ยงช้าง จนได้ชื่อว่าเมือง “สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่”

    นอกจากนี้ สุรินทร์ยังโดดเด่นในด้านการทอผ้าไหม มีทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ แหล่งน้ำ และพืชพรรณอันหลากหลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งเสริมให้จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองที่น่าสนใจและน่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ

    จังหวัดสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 8,124 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางตอนใต้บริเวณที่ติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นป่าทึบและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ถัดมาเป็นที่ราบสูงลูกคลื่นลอนลาด ตอนกลางของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ ทางตอนเหนือเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีลำน้ำที่สำคัญ คือ แม่นำมูล ลำน้ำชี ห้วยเสนง

    สุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานจังหวัดหนึ่ง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ในยุคขอมเรืองอำนาจในภูมิภาคนี้ ต่อมาเมื่ออาณาจักรขอมเสื่อมอำนาจลง เมืองดังกล่าวก็ถูกทิ้งร้างไปเป็นเวลานาน

    จนกระทั่งราวปี พ.ศ. 2260 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ชาวพื้นเมืองของเมืองอัตปือแสนแป แคว้นจำปาศักดิ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นดินแดนของไทย ที่เรียกตัวเองว่า “ส่วย” หรือ “กูย” หรือ “กวย” ได้พากันอพยพข้ามลำน้ำโขงมาตั้งชุมชนที่เมืองต่างๆ ในแถบภูมิภาคนี้ รวมถึงที่บ้านอัจจะปะนึ่งและบ้านกุดปะไท ในเขตอำเภอสังขะและอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ คนเหล่านี้มีความสามารถในการจับช้างป่าและนำมาฝึกฝนไว้ใช้งานเป็นอย่างมาก จึงเป็นต้นกำเนิดของตำนาน “เมืองช้าง” ของจังหวัดสุรินทร์นั่นเอง

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2306 หลวงสุรินทรภักดี (เชียงปุม) หัวหน้าหมู่บ้านเมืองที ได้ย้ายหมู่บ้านมาตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านคูประทาย ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองสุรินทร์ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีชัยภูมิเหมาะสม มีกำแพงค่ายคูล้อมรอบ 2 ชั้น และมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การประกอบอาชีพและอยู่อาศัย ต่อมาพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็น “เมืองประทายสมันต์” และหลวงสิรินทรภักดีได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง เป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองประทายสมันต์

    ในปี พ.ศ. 2329 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “เมืองประทายสมันต์” เป็น “เมืองสุรินทร์” ตามสร้อยบรรดาศักดิ์ของเจ้าเมืองในขณะนั้น เมืองสุรินทร์มีเจ้าเมืองปกครองสืบเชื้อสายกันมารวม 11 คน จนถึงปี พ.ศ. 2451 มีการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารราชการแผ่นดินเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล “เมืองสุรินทร์” จึงเปลี่ยนเป็น “จังหวัดสุรินทร์” และทางกรุงเทพฯ ได้แต่งตั้งพระกรุงศรีบุรีรักษ์ (สุม สุมานนท์) มาดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนแรก

    ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอสำโรงทาบ อำเภอบัวเชด กิ่งอำเภอพนมดงรัก กิ่งอำเภอศรีณรงค์ กิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์ และกิ่งอำเภอโนนนารายณ์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • Hotels are generally full during the elephant round up so book ahead!
  • Visitors can interact with the elephants at the end of the day’s performances.
  • จังหวัดสุรินทร์มีโรงแรมขนาดกลางถึงขนาดเล็ก รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมากในอำเภอเมืองฯ รวมทั้งมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์อีกหลายแห่งในอำเภอสังขะ อำเภอท่าตูม และอำเภอชุมพลบุรี ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    ในอำเภอเมืองฯ และอำเภอท่าตูมมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรมความเป็นอยู่และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด โฮมสเตย์เหล่านี้มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว ในราคาที่ไม่แพง
    นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้ง สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคูและวนอุทยานพนมสวาย โดยนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ไปเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคู
     

    จังหวัดสุรินทร์มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลากหลายรูปแบบ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต เช่น โบราณสถานกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทจอมพระ หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ หมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา ห้วยเสนง ฯลฯ
     

    จังหวัดสุรินทร์มีทรัพยากรในด้านการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ มีกิจกรรมที่โดดเด่น เช่น เที่ยวชมปราสาทขอมโบราณและโบราณสถานต่างๆ เที่ยวหมู่บ้านช้าง เยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรมและเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมเป็นของฝาก พักโฮมสเตย์ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสุรินทร์มีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองสุรินทร์มีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

    foodanddrink ร้านอาหาร

    สุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาช้านาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 457 กิโลเมตร ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์ แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภทจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศรีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอบัวเชด และอำเภอสำโรงทาบ

     

    สถานที่ท่องเที่ยว

    หลักเมืองสุรินทร์

    เป็นสถานที่คู่บ้านคู่เมืองชาวสุรินทร์ เดิมมีเพียงศาลไม่มีเสาหลักเมือง มีมานานกว่าร้อยปี ต่อมาจึงมีการออกแบบสร้างใหม่โดยกรมศิลปากร โดยใช้ไม้ชัยพฤกษ์เป็นเสาไม้สูง 3 เมตร วัดโดยรอบเสาได้ 1 เมตร ออกแบบอย่างสวยงาม

    ห้วยเสนง

    เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน อยู่ห่างจากเมืองสุรินทร์ประมาณ 5 กิโลเมตรเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง เป็นถนนลาดยางและยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์

    หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) วัดบูรพาราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย อยู่ใกล้กับศาลากลางจังหวัด นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของเมืองตัวเอง

     

    งานประเพณีประจำปี

    สุรินทร์เป็นดินแดงแห่งช้างมากมาย ในอดีตเราเรียกชาวเมืองว่า “ส่วย” ซึ่งจับช้างมาเป็นพาหนะและขนส่ง ต่อมาจึงได้มีการกำหนดให้กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นงานประจำปีระดับชาติ มีการแสดงของช้างมากมาย เช่น แข่งชักคะเย่อ แข่งฟุตบอล เต้นระบำ

     

    ช้อปปิ้ง

    สินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องหวาย เครื่องเงิน งาช้างแกะสลัก

    อาหารก็จะมีหัวผักกาดดอง กุนเชียง หมูยอ หมูแผ่น และหมูหยอง

    จังหวัดสุรินทร์เป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนของภาคอีสานตอนล่าง หรือ “อีสานใต้” ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อารยธรรม และศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมขอมโบราณ ที่หล่อหลอมและผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยถิ่นอีสานจนมีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นแล้ว ยังมีชื่อเสียงเป็นพิเศษในด้านการเลี้ยงช้าง จนได้ชื่อว่าเมือง “สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่”

    นอกจากนี้ สุรินทร์ยังโดดเด่นในด้านการทอผ้าไหม มีทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ แหล่งน้ำ และพืชพรรณอันหลากหลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งเสริมให้จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองที่น่าสนใจและน่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ

    จังหวัดสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 8,124 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางตอนใต้บริเวณที่ติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นป่าทึบและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ถัดมาเป็นที่ราบสูงลูกคลื่นลอนลาด ตอนกลางของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ ทางตอนเหนือเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีลำน้ำที่สำคัญ คือ แม่นำมูล ลำน้ำชี ห้วยเสนง

    สุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานจังหวัดหนึ่ง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ในยุคขอมเรืองอำนาจในภูมิภาคนี้ ต่อมาเมื่ออาณาจักรขอมเสื่อมอำนาจลง เมืองดังกล่าวก็ถูกทิ้งร้างไปเป็นเวลานาน

    จนกระทั่งราวปี พ.ศ. 2260 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ชาวพื้นเมืองของเมืองอัตปือแสนแป แคว้นจำปาศักดิ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นดินแดนของไทย ที่เรียกตัวเองว่า “ส่วย” หรือ “กูย” หรือ “กวย” ได้พากันอพยพข้ามลำน้ำโขงมาตั้งชุมชนที่เมืองต่างๆ ในแถบภูมิภาคนี้ รวมถึงที่บ้านอัจจะปะนึ่งและบ้านกุดปะไท ในเขตอำเภอสังขะและอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ คนเหล่านี้มีความสามารถในการจับช้างป่าและนำมาฝึกฝนไว้ใช้งานเป็นอย่างมาก จึงเป็นต้นกำเนิดของตำนาน “เมืองช้าง” ของจังหวัดสุรินทร์นั่นเอง

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2306 หลวงสุรินทรภักดี (เชียงปุม) หัวหน้าหมู่บ้านเมืองที ได้ย้ายหมู่บ้านมาตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านคูประทาย ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองสุรินทร์ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีชัยภูมิเหมาะสม มีกำแพงค่ายคูล้อมรอบ 2 ชั้น และมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การประกอบอาชีพและอยู่อาศัย ต่อมาพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็น “เมืองประทายสมันต์” และหลวงสิรินทรภักดีได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง เป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองประทายสมันต์

    ในปี พ.ศ. 2329 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “เมืองประทายสมันต์” เป็น “เมืองสุรินทร์” ตามสร้อยบรรดาศักดิ์ของเจ้าเมืองในขณะนั้น เมืองสุรินทร์มีเจ้าเมืองปกครองสืบเชื้อสายกันมารวม 11 คน จนถึงปี พ.ศ. 2451 มีการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารราชการแผ่นดินเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล “เมืองสุรินทร์” จึงเปลี่ยนเป็น “จังหวัดสุรินทร์” และทางกรุงเทพฯ ได้แต่งตั้งพระกรุงศรีบุรีรักษ์ (สุม สุมานนท์) มาดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนแรก

    ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอสำโรงทาบ อำเภอบัวเชด กิ่งอำเภอพนมดงรัก กิ่งอำเภอศรีณรงค์ กิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์ และกิ่งอำเภอโนนนารายณ์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • Hotels are generally full during the elephant round up so book ahead!
  • Visitors can interact with the elephants at the end of the day’s performances.
  • จังหวัดสุรินทร์มีโรงแรมขนาดกลางถึงขนาดเล็ก รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมากในอำเภอเมืองฯ รวมทั้งมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์อีกหลายแห่งในอำเภอสังขะ อำเภอท่าตูม และอำเภอชุมพลบุรี ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    ในอำเภอเมืองฯ และอำเภอท่าตูมมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรมความเป็นอยู่และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด โฮมสเตย์เหล่านี้มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว ในราคาที่ไม่แพง
    นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้ง สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคูและวนอุทยานพนมสวาย โดยนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ไปเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคู
     

    จังหวัดสุรินทร์มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลากหลายรูปแบบ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต เช่น โบราณสถานกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทจอมพระ หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ หมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา ห้วยเสนง ฯลฯ
     

    จังหวัดสุรินทร์มีทรัพยากรในด้านการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ มีกิจกรรมที่โดดเด่น เช่น เที่ยวชมปราสาทขอมโบราณและโบราณสถานต่างๆ เที่ยวหมู่บ้านช้าง เยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรมและเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมเป็นของฝาก พักโฮมสเตย์ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสุรินทร์มีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองสุรินทร์มีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ

    shopping ช้อปปิ้ง

    สุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาช้านาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 457 กิโลเมตร ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์ แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภทจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศรีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอบัวเชด และอำเภอสำโรงทาบ

     

    สถานที่ท่องเที่ยว

    หลักเมืองสุรินทร์

    เป็นสถานที่คู่บ้านคู่เมืองชาวสุรินทร์ เดิมมีเพียงศาลไม่มีเสาหลักเมือง มีมานานกว่าร้อยปี ต่อมาจึงมีการออกแบบสร้างใหม่โดยกรมศิลปากร โดยใช้ไม้ชัยพฤกษ์เป็นเสาไม้สูง 3 เมตร วัดโดยรอบเสาได้ 1 เมตร ออกแบบอย่างสวยงาม

    ห้วยเสนง

    เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน อยู่ห่างจากเมืองสุรินทร์ประมาณ 5 กิโลเมตรเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง เป็นถนนลาดยางและยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์

    หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) วัดบูรพาราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย อยู่ใกล้กับศาลากลางจังหวัด นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของเมืองตัวเอง

     

    งานประเพณีประจำปี

    สุรินทร์เป็นดินแดงแห่งช้างมากมาย ในอดีตเราเรียกชาวเมืองว่า “ส่วย” ซึ่งจับช้างมาเป็นพาหนะและขนส่ง ต่อมาจึงได้มีการกำหนดให้กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นงานประจำปีระดับชาติ มีการแสดงของช้างมากมาย เช่น แข่งชักคะเย่อ แข่งฟุตบอล เต้นระบำ

     

    ช้อปปิ้ง

    สินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องหวาย เครื่องเงิน งาช้างแกะสลัก

    อาหารก็จะมีหัวผักกาดดอง กุนเชียง หมูยอ หมูแผ่น และหมูหยอง

    จังหวัดสุรินทร์เป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนของภาคอีสานตอนล่าง หรือ “อีสานใต้” ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อารยธรรม และศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมขอมโบราณ ที่หล่อหลอมและผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยถิ่นอีสานจนมีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นแล้ว ยังมีชื่อเสียงเป็นพิเศษในด้านการเลี้ยงช้าง จนได้ชื่อว่าเมือง “สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่”

    นอกจากนี้ สุรินทร์ยังโดดเด่นในด้านการทอผ้าไหม มีทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ แหล่งน้ำ และพืชพรรณอันหลากหลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งเสริมให้จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองที่น่าสนใจและน่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ

    จังหวัดสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 8,124 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของประเทศ ลักษณะพื้นที่ทางตอนใต้บริเวณที่ติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นป่าทึบและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ถัดมาเป็นที่ราบสูงลูกคลื่นลอนลาด ตอนกลางของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ ทางตอนเหนือเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีลำน้ำที่สำคัญ คือ แม่นำมูล ลำน้ำชี ห้วยเสนง

    สุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานจังหวัดหนึ่ง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ในยุคขอมเรืองอำนาจในภูมิภาคนี้ ต่อมาเมื่ออาณาจักรขอมเสื่อมอำนาจลง เมืองดังกล่าวก็ถูกทิ้งร้างไปเป็นเวลานาน

    จนกระทั่งราวปี พ.ศ. 2260 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ชาวพื้นเมืองของเมืองอัตปือแสนแป แคว้นจำปาศักดิ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นดินแดนของไทย ที่เรียกตัวเองว่า “ส่วย” หรือ “กูย” หรือ “กวย” ได้พากันอพยพข้ามลำน้ำโขงมาตั้งชุมชนที่เมืองต่างๆ ในแถบภูมิภาคนี้ รวมถึงที่บ้านอัจจะปะนึ่งและบ้านกุดปะไท ในเขตอำเภอสังขะและอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ คนเหล่านี้มีความสามารถในการจับช้างป่าและนำมาฝึกฝนไว้ใช้งานเป็นอย่างมาก จึงเป็นต้นกำเนิดของตำนาน “เมืองช้าง” ของจังหวัดสุรินทร์นั่นเอง

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2306 หลวงสุรินทรภักดี (เชียงปุม) หัวหน้าหมู่บ้านเมืองที ได้ย้ายหมู่บ้านมาตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านคูประทาย ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองสุรินทร์ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีชัยภูมิเหมาะสม มีกำแพงค่ายคูล้อมรอบ 2 ชั้น และมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การประกอบอาชีพและอยู่อาศัย ต่อมาพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็น “เมืองประทายสมันต์” และหลวงสิรินทรภักดีได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง เป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองประทายสมันต์

    ในปี พ.ศ. 2329 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “เมืองประทายสมันต์” เป็น “เมืองสุรินทร์” ตามสร้อยบรรดาศักดิ์ของเจ้าเมืองในขณะนั้น เมืองสุรินทร์มีเจ้าเมืองปกครองสืบเชื้อสายกันมารวม 11 คน จนถึงปี พ.ศ. 2451 มีการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารราชการแผ่นดินเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล “เมืองสุรินทร์” จึงเปลี่ยนเป็น “จังหวัดสุรินทร์” และทางกรุงเทพฯ ได้แต่งตั้งพระกรุงศรีบุรีรักษ์ (สุม สุมานนท์) มาดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนแรก

    ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอจอมพระ อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอรัตนบุรี อำเภอสนม อำเภอศีขรภูมิ อำเภอสังขะ อำเภอลำดวน อำเภอสำโรงทาบ อำเภอบัวเชด กิ่งอำเภอพนมดงรัก กิ่งอำเภอศรีณรงค์ กิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์ และกิ่งอำเภอโนนนารายณ์

    ทิปส์ท่องเที่ยว

  • Hotels are generally full during the elephant round up so book ahead!
  • Visitors can interact with the elephants at the end of the day’s performances.
  • จังหวัดสุรินทร์มีโรงแรมขนาดกลางถึงขนาดเล็ก รีสอร์ต และเกสต์เฮาส์ จำนวนมากในอำเภอเมืองฯ รวมทั้งมีรีสอร์ตและเกสต์เฮาส์อีกหลายแห่งในอำเภอสังขะ อำเภอท่าตูม และอำเภอชุมพลบุรี ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง
    ในอำเภอเมืองฯ และอำเภอท่าตูมมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยยังคงรูปแบบวัฒนธรรมความเป็นอยู่และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด โฮมสเตย์เหล่านี้มีบริการที่พัก อาหาร และนำเที่ยว ในราคาที่ไม่แพง
    นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ รวมทั้งผู้ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศแบบแค้มปิ้ง สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคูและวนอุทยานพนมสวาย โดยนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ไปเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่วนอุทยานป่าสนหนองคู
     

    จังหวัดสุรินทร์มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลากหลายรูปแบบ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต เช่น โบราณสถานกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทจอมพระ หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ หมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา ห้วยเสนง ฯลฯ
     

    จังหวัดสุรินทร์มีทรัพยากรในด้านการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ มีกิจกรรมที่โดดเด่น เช่น เที่ยวชมปราสาทขอมโบราณและโบราณสถานต่างๆ เที่ยวหมู่บ้านช้าง เยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรมและเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมเป็นของฝาก พักโฮมสเตย์ เป็นต้น

    อาหารการกินในจังหวัดสุรินทร์มีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารในตัวเมือง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และในตลาดสด มีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูให้ลองชิม
    สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองสุรินทร์มีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

    ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าของฝากประจำจังหวัดให้เลือกซื้อตามความชอบ ที่ไม่น่าพลาดคือสินค้าโอทอป ซึ่งมีทั้งงานศิลปหัตถกรรมประจำท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปได้อย่างน่าสนใจ