เที่ยวภาคกลางแบบดื่มด่ำธรรมชาติ พร้อมทำกิจกรรมสุดชิลล์ที่จะลดจังหวะชีวิตให้ช้าลง ใน 2 จังหวัด กาญจนบุรี – สุพรรณบุรี สองเมืองในหนึ่งทริปที่จะพาทุกคนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ กลับไป
หนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ไปกอดธรรมชาติรอบกายในจังหวัดที่มีแม่น้ำไหลเอื่อยอย่าง ‘กาญจนบุรี’ เมืองที่มีเสน่ห์ทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม


เริ่มต้นที่กิจกรรมยอดนิยม ล่องแพเปียก ถ้าใครยังไม่เคยลองให้จินตนาการภาพแพไม้ไผ่ค่อยๆ เคลื่อนที่ไปบนแม่น้ำตามจังหวะของเรือลากจูงที่แล่นด้วยความเร็วอันเนิบช้า ผู้โดยสารนั่งห้อยขาแช่น้ำ เหม่อมองวิวธรรมชาติริมสองฟากฝั่ง บนแพมีน้ำเย็นๆ ลอดขึ้นมาตามช่องว่างของไม้ไผ่ สร้างความชุ่มฉ่ำทั้งกายและใจให้ผู้โดยสารทุกคน เป็นกิจกรรมที่ตามที่พักริมน้ำมักมีให้บริการ หรือหากใครชอบแอดเวนเจอร์กว่านี้ ที่พักบางแห่งอาจมีเรือคายัคให้พายฟรี ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมรักษ์โลกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


พูดถึงที่พักริมแม่น้ำแควแล้ว ถ้าให้ใกล้ชิดธรรมชาติที่สุดต้องลอง นอนแพ โดยก่อนตัดสินใจเลือกที่พัก ต้องดูว่าที่นั่นมีนโยบายรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีหรือไม่ เพื่อให้การพักผ่อนของเราส่งผลกระทบต่อธรรมชาติให้น้อยที่สุด จากนั้นก็ดื่มด่ำกับสายน้ำอย่างเต็มที่ ทั้งนอนเปลญวนตากอากาศบริสุทธิ์ อ่านหนังสือโดยมี Soundtrack เป็นเสียงธรรมชาติ หรือปล่อยจอยไปกับแรงกระเพื่อมของสายน้ำ พูดได้ว่า ‘แค่อยู่เฉยๆ ก็มีความสุขแล้ว’


นอกจากความสุขบนผืนน้ำ กาญจนบุรียังมีธรรมชาติในมุมอื่นๆ ให้ค้นพบ ทั้งน้ำตกเอราวัณ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำตกไทรโยคใหญ่ ต้นจามจุรียักษ์ เขาช้างเผือก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อย่าง สะพานข้ามแม่น้ำแคว เส้นทางรถไฟสายมรณะ ช่องเขาขาด และที่ขาดไม่ได้คือ ที่เที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น วัดถ้ำเสือ ชุมชนมอญสังขละบุรี และบ้านอีต่อง ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่ว่าที่ไหนจะมีสายน้ำ ไม่ก็ธรรมชาติสวยๆ เป็นองค์ประกอบสำคัญอยู่เสมอ


แต่หากยังไม่เต็มอิ่ม (เชื่อเลยว่าความสุขเติมยังไงก็ไม่เคยพอ) ลองข้ามจังหวัดไปเก็บความฟินเพิ่มเติมที่ ‘สุพรรณบุรี’ เมืองรองที่ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะคนชอบการพักผ่อนแบบแคมป์ปิ้งต้องยิ่งโฟกัสให้ดี เพราะที่นี่มีจุดกางเต็นท์วิวหลักล้านอยู่ที่ อ่างเก็บน้ำลำตะเพิน ตั้งอยู่กลางหุบเขารอยต่อระหว่าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี และ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี มีลานกางเต็นท์ให้บริการหลายจุดรอบอ่างเก็บน้ำ สามารถตื่นเช้ามาดูสายหมอกโดยมีฉากหลังเป็นภูเขาสวยๆ จิบกาแฟอุ่นๆ ดื่มด่ำบรรยากาศอันเงียบสงบจนเสมือนกับว่า คุณได้เป็นเจ้าของวิวทั้งหมดนี้แต่เพียงผู้เดียว


อีกพิกัดที่อยากแนะนำ จะพลาดไม่ได้กับ อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง ที่นี่มีจุดแคมป์ปิ้งตัดขาดจากโลกภายนอกเพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ มีแต่เพียงธรรมชาติที่พร้อมส่งพลังดีๆ มาเยียวยาทั้งกายและใจ มีลานกางเต็นท์ริมน้ำชมวิวภูเขาพาโนรามาสะท้อนน้ำ และมีกิจกรรมที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างพายเรือ คายัค ปั่นเรือเป็ด ที่สำคัญรายได้ส่วนหนึ่งจากการท่องเที่ยวจะนำไปพัฒนาชุมชนบ้านพุน้ำร้อน หากใครสนใจอ่างเก็บน้ำหุบเขาวงจะเปิดให้ท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เท่านั้น เพื่อให้ธรรมชาติได้พักในช่วงที่ไม่มีการท่องเที่ยว


เส้นทาง Eco & Slow กาญจนบุรี – สุพรรณบุรี อัดแน่นไปด้วยความสุข เต็มไปด้วยความชิลล์ อุดมไปด้วยธรรมชาติ ทำให้คุณเพลิดเพลินจนลืมดูเวลา และไม่ได้สังเกตว่าเวลาของทริปนี้กำลังเดินช้าลง ออกไปดื่มด่ำกับจังหวะช้าๆ เหล่านี้กัน!

