ชวนไป 'อาบป่า' ฮีลใจ ให้ความสดชื่นของเส้นทางเดินป่าเมืองไทยโอบกอดคุณ

ชวนไป 'อาบป่า' ฮีลใจ ให้ความสดชื่นของเส้นทางเดินป่าเมืองไทยโอบกอดคุณ

TourismThailand, 13 ก.พ. 2026
ถูกใจ

เหนื่อยไหม... ถ้าเหนื่อยนัก ลองพักร้อนแล้วออกไปอาบป่าฮีลใจกัน


กระแสท่องเที่ยวธรรมชาติด้วยการออกไปเทรคกิ้งเดินป่า ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2025 ที่ผ่านมา อาจด้วยความวุ่นวายของสถานการณ์รอบโลก หรือความเหนื่อยล้าจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบขึ้นทุกวัน นั่นทำให้หลายคนเลือกก้าวออกจากเมืองเพื่อพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของผืนป่า ปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านหน้า ฟังเสียงนกและแมลงตัวเล็ก ๆ ให้หัวใจได้รับการเยียวยาจากธรรมาชาติ และสำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะออกไปท่องเที่ยวป่าเมืองไทยที่ไหนดี เรามีเส้นทางแนะนำตั้งแต่ระดับปฐมบทนักเดินป่า ป่าโบราณ ป่าหลังบ้าน ไปจนถึงป่าสุดโรแมนติกที่ต้องไปสักครั้ง

Aw 01

“อ่างกา” ป่าโบราณที่ซ่อนอยู่ในม่านเมฆ

หากอยากได้ประสบการณ์เหมือนหลุดไปอยู่ในป่าโบราณยุคจูราสสิก ต้องไม่พลาดเช็คอินที่ 'เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา' อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่คือป่าพรุภูเขาที่สูงที่สุดในไทย อากาศชื้นเย็นตลอดปีจนต้นไม้และทางเดินห่มคลุมด้วยมอสและเฟิร์นสีเขียวสดครึ้ม บนดินมี 'ข้าวตอกฤๅษี' พืชไร้ดอกที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้ดูราวกับป่าในเทพนิยาย ในฤดูฝนที่นี่จะกลายเป็นสีเขียวขจี ส่วนฤดูหนาวจะมีเมฆหมอกไหลมาปกคลุม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ป่าเมฆ” ที่หาชมได้ยากยิ่งในประเทศไทย

Aw 02

“ภูกระดึง” ปฐมบทของนักเดินป่า

“ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” ประโยคนี้ไม่ใช่เพียงคำเชิญชวน แต่ภูกระดึงเปรียบเสมือน 'โรงเรียนนักเดินป่า' ที่มือใหม่ควรไปเยือนสักครั้ง ความสวยงามของที่นี่มีหลากหลายมิติ ตั้งแต่แสงสุดท้ายที่ผาหล่มสัก พรมใบเมเปิลสีแดงสด ไปจนถึงทะเลหมอกที่ผานกแอ่น เส้นทางขึ้นภูกระดึงมีการสลับสับเปลี่ยนระหว่างทางเดินง่ายและทางที่ท้าทาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ใครที่อยากรู้ว่าหัวใจของตัวเองหลงรักการเดินป่าแค่ไหน ต้องลองมาทดสอบที่นี่เป็นที่แรก

 

Aw 03

“ภูสอยดาว” นับดาวกลางทุ่งดอกไม้สุดโรแมนติก

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ คือเส้นทางเดินป่าสุดโรแมนติกอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย แม้จะต้องแลกมาด้วยการเดินเท้าฝ่าความชันระยะทาง 6.5 กิโลเมตร ท่ามกลางสายฝนที่มักจะโปรยปราย แต่รางวัลที่รออยู่บนลานสนนั้นคุ้มค่าเสมอ เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า คุณจะพบกับทะเลดาวระยิบระยับสมชื่อภูสอยดาว และเมื่อรุ่งสางมาถึง 'ทุ่งดอกหงอนนาค' สีม่วงละมุนจะพากันผลิบานอวดโฉมเคียงคู่กับดอกลิลลี่ป่าและเอื้องหมายนา เป็นภาพความทรงจำที่มีให้เห็นเพียงปีละครั้งเท่านั้น

Aw 04

“ดอยปุย” ป่าหลังบ้านเมืองเชียงใหม่

เลยจากความพลุกพล่านของดอยสุเทพขึ้นไปไม่ไกล คือที่ตั้งของ 'เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย' ที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ในปี 2025 ให้เป็นป่าหลังบ้านที่โอบรับทุกคน ตั้งแต่นักเดินป่ามือใหม่ไปจนถึงนักพฤกษศาสตร์ ดอยปุยโดดเด่นด้วยพันธุ์ไม้และผีเสื้อเฉพาะถิ่น ทั้งยังมีเส้นทางเฉพาะสำหรับนักดูนก หากเดินเท้าไปถึงหมู่บ้านขุนช่างเคี่ยนในช่วงเวลาที่เหมาะสม คุณจะได้พบกับซากุระเมืองไทยที่เบ่งบานต้อนรับ และยังสามารถนอนกางเต็นท์ชม 'ดาวบนดิน' หรือแสงไฟจากเมืองเชียงใหม่ในมุมมองที่เงียบสงบที่สุด

 

Aw 05

“ผาหัวนาค” จุดเช็คอินใหม่แห่งชัยภูมิ

อีกหนึ่งจุดหมายที่ห้ามพลาดคือ 'เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาหัวนาค' ในอุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ ที่นี่ได้เปลี่ยนแนวเส้นทางกันไฟเดิมให้เป็นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 2.66 กิโลเมตร เดินง่ายและมีป้ายสื่อความหมายชัดเจน ตลอดเส้นทางคุณจะได้พบกับหินรูปร่างแปลกตาที่บอกเล่าเรื่องราวทางธรณีวิทยาย้อนไปไกลกว่า 125 ล้านปี โดยมีปลายทางเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน

สุดท้ายแล้ว การออกไป 'อาบป่า' อาจไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนที่นอนหรือการเดินทางไปเก็บแต้มสถานที่ใหม่ ๆ แต่มันคือการอนุญาตให้ตัวเองได้กลับไปเชื่อมต่อกับจังหวะที่เชื่องช้าและซื่อตรงของธรรมชาติ ในวันที่โลกภายนอกหมุนเร็วเกินไปจนเราหายใจไม่ทัน ผืนป่าเหล่านี้ยังคงทำหน้าที่อย่างเงียบเชียบในการรอคอยโอบกอดและกระซิบเตือนเราว่า... ชีวิตไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้

ลองให้ความเขียวขจีและเสียงกระซิบของใบไม้เป็นยารักษาใจดูสักครั้ง แล้วคุณจะพบว่า 'บ้าน' ที่แท้จริงของความสงบ อาจซ่อนอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่นี่เอง

 

0.00

  • 5
    0%
  • 4
    0%
  • 3
    0%
  • 2
    0%
  • 1
    0%

คุณอาจจะสนใจสิ่งนี้