สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคน วันนี้บัดดี้จะมานำเสนอเส้นทางท่องเที่ยว จ.กาญจนบุรี ที่บัดดี้มีโอกาสไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา โดยจะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีกลิ่นอายความขลังของประวัติศาสตร์ที่ผ่านกาลเวลามาเป็นร้อยปีเลยล่ะ ลองตามมาอ่านกันว่าบัดดี้จะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง ![]()


วันที่ 1
เริ่มต้นสถานที่แรกที่ “พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า” อาคารที่จัดแสดงเรื่องราวของการสร้างทางรถไฟสายไทย-พม่า หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “ทางรถไฟสายมรณะ”
ภายในอาคารจัดแสดงเรื่องราวตั้งแต่การเข้ามาของกองทัพญี่ปุ่น กระบวนการและขั้นตอนการสร้างทางรถไฟ สภาพชีวิตของเชลยศึกในค่าย เหตุการณ์หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ในอดีตของผู้มีส่วนร่วมในการสร้างเส้นทางรถไฟเส้นนี้
73 ถนนเจ้าขุนเณร ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
เปิดทุกวันเวลา 09.00-16.30 น.
0 3451 2721
https://maps.app.goo.gl/QPwrgdmbUxmbStrW9


ใกล้ ๆ พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า เป็นที่ตั้งของ “สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก” หรือ "สุสานทหารสหประชาชาติ" หรือที่ชาวจังหวัดกาญจนบุรีทั่วไปเรียกว่า "ป่าช้าอังกฤษ" สถานที่พักผ่อนสุดท้ายของผู้วายชนม์ที่เสียชีวิตระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลฝ่ายสัมพันธมิตร โดยสุสานแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2497
สุสานแห่งนี้ มีรูปแบบงานภูมิสถาปัตยกรรมแบบสุสานสนามหญ้า (lawn cemetery) หลุมฝังศพเป็นแบบหมอนอิง (pillow marker) ทำให้บรรยากาศของสุสานแห่งนี้มีความเรียบง่าย สวยงาม จนกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของ จ.กาญจนบุรี ในทุกปีจะมีวันที่รำลึกถึงผู้เสียชีวิตเฉพาะของคนชาติต่าง ๆ ได้แก่
Anzac Day 25 เมษายน ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
Armistice Day 5 พฤษภาคม ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
Remembrance Day 11 พฤศจิกายน สหราชอาณาจักร
ถนนแสงชูโต ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
เปิดทุกวันเวลา 08.30-16.00 น.
0 3451 1500
https://maps.app.goo.gl/ozg4dPjDHk4YDDYM8

อีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาดที่บัดดี้อยากแนะนำก็คือ “หอพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” ตั้งอยู่ในบริเวณวัดเทวสังฆารามพระอารามหลวง (วัดเหนือ) สร้างขึ้นโดยจังหวัดกาญจนบุรี คณะสงฆ์ และอีกหลายภาคส่วนร่วมกัน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่มีชาติภูมิเป็นชาวกาญจนบุรี


ตัวอาคารจะมีทั้งหมด 4 ชั้น ยอดด้านบนสุดมีลักษณะเป็นรูปฉัตรประจำพระองค์ ภายในอาคารจะมีเจ้าหน้าที่ข้าราชการบำนาญและมีการจัดนิทรรศการดังนี้
ชั้นที่ 1 ประกอบไปด้วยหลายส่วนจัดแสดงที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการเรียนรู้พระธรรมได้ เช่นการหมุนธรรมจักรที่ต้องหมุนไม่เร็วเกิน การสุ่มเซียมซีอัตโนมัติที่ชี้ให้ทุกคนใช้ชีวิตจากการกระทำ ไม่ใข่การเสี่ยงดวง ไปจนถึงเรื่องราวของพระสงฆ์ สีจีวร ส่วนต่าง ๆ ของวัด พระวินัยไปจนถึงเกมตอบคำถาม โดยแต่ละจุดจะมีการบรรยาย 2 ภาษา

ชั้นที่ 2 มีนิทรรศการพระศาสนกิจ พระกรณียกิจทางศาสนาและสมณศักดิ์แห่งอัครสงฆ์ และ ชั้นที่ 3 มีนิทรรศการธรรมปฏิปทา วิปัสสนากรรมฐาน พระรูปหล่อพระอุปัชฌาย์ ขั้นที่ 4 เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นแม่น้ำแคว
วัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวง(วัดเหนือ) 1/19 ถ.เจ้าขุนเณร ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์เวลา 09.30-16.30 น.
06 2165 9424
https://maps.app.goo.gl/qishuwaxybNU8KCQ8

ปิดท้ายวันแรกด้วยร้านอร่อย “เตี๊ยมไอ้โก๊ โก๊นพ เจี๊ยะนม” ร้านของหวานที่ขายขนมปังและไอศกรีมรสอร่อยราคาน่ารัก เป็นอีกหนึ่งร้านที่ให้บรรยากาศสบาย ๆ เพราะทั้งเจ้าของร้านและพนักงานมีความน่ารักและเป็นกันเอง แถมเมนูก็มีให้เลือกกินเลือกสั่งมากมาย มาที่นี่การันตีความถูกใจได้เลย
วงเวียนวัดเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
เปิดทุกวันเวลา 16.00-22.00 น.
08 6798 9680
https://maps.app.goo.gl/asmZgEeWyyBTrDcc6


วันที่ 2
สำหรับวันที่ 2 บัดดี้ขอพาทุก ๆ คนมุ่งหน้าไปที่ “อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์” หรือที่หลายคนเรียกกันสั้น ๆ ว่า “ปราสาทเมืองสิงห์” ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยที่รอบข้างถูกโอบล้อมด้วยทิวเขาเป็นแนวยาวอยู่โดยรอบ
เดิมปราสาทแห่งนี้ มีชื่อปรากฏในจารึกปราสาทพระขรรค์ว่า “ศรีชัยสิงห์ปุระ” ที่มีลักษณะผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูเข้าออก 4 ด้าน มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ภายในเมืองมีสระน้ำ 6 สระ
ปราสาทเมืองสิงห์ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถาน มีสถาปัตยกรรมและปฏิมากรรมคล้ายกับปราสาทแบบขอมในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ภายในมีโบราณสถานหลายแห่ง เช่น
โบราณสถานหมายเลข 1 ตั้งอยู่ใจกลางกลุ่มโบราณสถาน ประกอบไปด้วย ปรางค์ประธาน ระเบียงคด โคปุระ บรรณศาลาและกำแพงแก้ว
โบราณสถานหมายเลข 2 ลักษณะคล้ายคลึงกันกับโบราณสถานหมายเลข 1 ปรางค์ประธาน โคปุระ 4 ด้าน แต่พังลงมามากบูรณะได้น้อย และเป็นสถานที่ขุดพบเทวรูป


โบราณสถานหมายเลข 3 ตั้งอยู่นอกกำแพงแก้ว มีลักษณะเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กสร้างด้วยอิฐและศิลาแลง
โบราณสถานหมายเลข 4 ตั้งอยู่ใกล้หมายเลข 3 เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า การก่อสร้างอาคารใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักในการสร้างเช่นกัน
ริมแม่น้ำ เป็นที่ตั้งของหลุมขุดค้นทางโบราณคดี ซึ่มีการขุดค้นพบทั้งโครงกระดูกอายุกว่า 2000 ปี เครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะดินเผา เครื่องมือเหล็ก สำริด สร้อยคอลูกปัดหินและลูกปัดแก้ว


อาคารจัดแสดงวัตถุ จัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ขุดค้นพบในบริเวณปราสาทเมืองสิงห์ ทั้งศีรษะพระศิวะ แม่พิมพ์พระพุทธรูป ภาชนะดินเผา ฯลฯ โดยมีหลายชิ้นที่ทางกรมศิลปากรได้นำไปเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
บริเวณปราสาทเมืองสิงห์จะมีป้าย QR Code หลายภาษาทั้ง ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่นและจีน เพื่ออำนวยความสะดวกเกี่ยวกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์และสถานที่สำคัญต่าง ๆ ของปราสาทเมืองสิงห์ให้กับนักท่องเที่ยว
ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
เปิดทุกวันเวลา 08.00-16.30 น.
0 3467 0264
https://maps.app.goo.gl/jRpnNstnVpwDYrNg6


หลังจากเที่ยวปราสาทเมืองสิงห์แล้ว บัดดี้ขอนำเสนอ “ศรีชัยยะปุระ” Wellness Center ที่ได้รับรองมาตราฐานนวดไทยพรีเมียม จากกรมสนับสนุนสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แนวคิดโอเอซิสแสนเงียบสงบในตัวเมืองกาญที่สามารถคลายเมื่อยผู้มาเยือนด้วยของในท้องถิ่น
ภายในศรีชัยยะปุระ มีการตกแต่งให้คล้ายกับยุคโบราณ เมื่อมาถึงพนักงานจะนำ Welcome Drink ที่ทำจากน้ำพญารากหอมและฝาง ที่มีฤทธิ์บำรุงกำลังและโลหิต มาเสิร์ฟ


ศรีชัยยะปุระ มีโปรแกรมให้เลือกในการฟื้นฟูและรักษาร่างกายอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งการใช้สมุนไพรสด กัวซา การคล้องคอด้วยหมอนนิลละเอียดอบร้อน ประคบนักรบและการนวด

อีกจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือบริเวณลานปรับสมดุล ที่ทุกคนจะต้องเดินบนทราย เดินบนหิน เดินบนบ่อนิลดิบ สปามือจุ่มนิลและการสุมควันสมุนไพร
168/3 หมู่ที่ 4 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์เวลา 09.00-17.00 น.
08 1425 5285
https://maps.app.goo.gl/yZ3owtAW9ntFDRvJ9

บัดดี้มาปิดวันที่ Davenport Cafe ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลับริมน้ำกลางเมืองแสนเงียบสงบ ด้านหน้าของคาเฟเป็นโซนที่พัก ด้านข้างมีโซนเลี้ยงแมวจรที่แบ่งเป็นสัดส่วนและสะอาดมาก ๆ บริเวณริมน้ำคือร้านอาหารกึ่งคาเฟ บัดดี้สั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ รสชาติสดชื่นมาจิบพร้อมกับมองวิวแม่น้ำไปด้วย อิ่มเอมสุด ๆ
โรงแรม The Zeit River Kwai ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
เปิดทุกวันเวลา 08.00-23.00 น.
06 3241 4558
https://maps.app.goo.gl/d9BPKB5Zp2DYyvep8


วันที่ 3
บัดดี้ใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมงจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปที่สังขละบุรี เมื่อมาถึงและหาอาหารกินจนอิ่มแล้ว บัดดี้ก็ข้ามไปที่ฝั่งมอญเพื่อไปเจอกับพี่อรัญญา ผู้ที่จะพาบัดดี้ไปดูหนึ่งในสิ่งที่เป็นไฮไลต์ของสังขละบุรี แป้นแม่พิมพ์แต้ม “ทานาคา” นั่นเอง
ตัวแป้นแม่พิมพ์ทำจากหวาย พี่อรัญญาบอกบัดดี้ว่า ปัจจุบันมี 3 เจ้า ที่ทำแม่พิมพ์ มีการวางขายทั่วตัว อ.สังขละบุรีและส่งออกไปหลายจังหวัด หลายโรงเรียนสั่งซื้อเพื่อให้เด็ก ๆ ไปประยุกต์เพื่อทำงานศิลปะ เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ ได้
อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
08 9514 2398 (พี่อรัญญา)
https://maps.app.goo.gl/QDvfM7mDBHdEdTr66


จากนั้น บัดดี้เดินทางไปล่องเรือเพื่อชม 3 วัดโบราณในตัว อ.สังขละบุรี ในอดีตที่นี่คือหมู่บ้านของชาวสังขละบุรี ก่อนจะมีการสร้าง เขื่อนเขาแหลม (เขื่อนวชิราลงกรณ์) ในปี พ.ศ. 2527 ซึ่งหมู่บ้านเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่กักเก็บน้ำ จึงได้อพยพชาวบ้านออก เหลือเพียงอาคารและวัดที่จมอยู่ใต้น้ำเป็นเมืองบาดาลในปัจจุบัน
จุดล่องเรือ สามารถติดต่อได้ที่สะพานมอญหรือสอบถามจากที่พักที่เพื่อน ๆ พักก็ได้ ราคาลำละ 500 บาทนั่งได้ 6 คน

วัดแรกคือ วัดวังก์วิเวการาม (เก่า) ที่ปกติจะสามารถชมได้โดยการล่องเรือไปใกล้ ๆ เท่านั้น แต่ถ้าใครไปช่วงน้ำลงในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม จะสามารถเดินเข้าไปในโบสถ์ได้เลย ปัจจุบันได้มีการย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขาแทนเป็น วัดวังก์วิเวการาม (ใหม่)


วัดสมเด็จเก่า เป็นวัดที่ไม่ได้จมอยู่ในน้ำ แต่ต้องเดินขึ้นเขาเล็ก ๆ ไปอีกหน่อยหลังจากล่องเรือมาถึงแล้ว วัดนี้เป็นวัดที่ถูกทิ้งร้างตอนสร้างเขื่อนเขาแหลม (เขื่อนวชิราลงกรณ) ภายในโบสถ์จะมีพระพุทธชินราชองค์ที่ 17 ที่สวยงามมาก ๆ

วัดศรีสุวรรณ (เก่า) วัดที่ปกติจะจมอยู่ใต้น้ำ ในช่วงน้ำลงจะสามารถมองเห็นได้และล่องเรือชมได้รอบ ๆ เท่านั้น


ช่วงที่บัดดี้ไป เป็นช่วงที่มีงานสรงน้ำต้นโพธิ์ที่จะตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี งานจะจัดที่บริเวณวัดวังก์วิเวการาม หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ ในช่วงเย็นชาวมอญในพื้นที่จะแต่งกายด้วยชุดมอญสวย ๆ มาร่วมงานกันอย่างครึกครื้นเลยล่ะ
นอกจากการสรงน้ำต้นโพธิ์แล้ว ชาวบ้านจะนำอาหารและผลไม้มาแบ่งให้ผู้ที่ร่วมงานกิน ราคาสินค้าจ่ายด้วยใจ ด้วยบุญ ไม่จ่ายด้วยเงิน ก่อนที่จะไปเวียนเทียนกันต่อที่เจดีย์พุทธคยา



วันที่ 4
ไฮไลต์สุดท้ายก่อนกลับคือการตักบาตรที่สะพานมอญในเช้าวันใหม่ บัดดี้เดินทางมาถึงที่เชิงสะพานมอญประมาณ 06.00 น. ก่อนที่จะเดินไปถ่ายรูปเก็บภาพสวย ๆ ยามเช้าของสะพานมอญ ใครอยากเป็นหนุ่มมอญสาวมอญก็เช่าชุดมอญใส่ได้เลย มีบริการให้เช่าชุดหลายร้านที่เชิงสะพานมอญ แถมยังมีบริการแต้มทานาคาที่แก้มจากแม่พิมพ์สวย ๆ ที่พี่อรัญญาพาบัดดี้ไปดูมาด้วย
พระจะเดินมาบิณฑบาตรประมาณ 06.30 น. บริเวณเชิงสะพาน ทั้งชาวมอญและนักท่องเที่ยวมากมายจะยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบเพื่อใส่บาตร ถือเป็นการเริ่มวันและปิดทริปที่ดีก่อนเดินทางกลับมาทำงานเลยล่ะ

