ททท. เคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของ ททท. โดยกำหนดให้มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการ ที่ ททท. เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัวของ ททท.
ภายหลังจากวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป หรือที่เรียกว่า General Data Protection Regulation(GDPR) มีผลบังคับใช้ การดำเนินกิจกรรมของ ททท. ที่เกี่ยวเนื่องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในสหภาพยุโรปจึงอยู่ภายใต้บังคับของ GDPR ส่งผลให้ ททท. มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ GDPR กำหนดไว้
1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เป็นวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ซึ่งถูกยกร่างโดยใช้ GDPR เป็นแม่แบบ จึงมีหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คล้ายกับที่กำหนดไว้โดย GDPR) มีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ จึงส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของ ททท. ที่มีความเกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติดังกล่าว
เมื่อพิจารณาถึงการดำเนินกิจกรรมของ ททท. ซึ่งมีความหลากหลายและเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งที่เป็นบุคลากรภายในและบุคคลภายนอกมากมาย ททท. มีความตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่งคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้กำหนดวิธีการในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยและของสหภาพยุโรป ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ “นโยบายความเป็นส่วนตัว” (insert link)
นอกจากนั้น ททท. มีการจัดทำนโยบายและคู่มือในการปฏิบัติตามหลักกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละฝ่ายงานให้กับพนักงานและลูกจ้างของ ททท. เพื่อเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับหลักกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งกำหนดแนวปฏิบัติในแต่ละกิจกรรม ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน รวมทั้งลดความเสี่ยงที่จะมีความรับผิดและต้องรับโทษ (ทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง) อันจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงขององค์กรและประเทศชาติต่อไป

