วางแผนเที่ยว
วางแผนเที่ยว

3วัน2คืน ชวนเธอมาหลงรัก“น่าน”

ตารางท่องเที่ยว :
น่าน 3 วัน
ช่วงเวลา :
3 วัน 2 คืน
หมวดหมู่ :
ประสบการณ์ท่องเที่ยวท้องถิ่น, ศิลปะและวัฒนธรรม,
  • วันที่ 1
    ก.ย. 25
  • วันที่ 2
    ก.ย. 26
  • วันที่ 3
    ก.ย. 27
วันที่ 1 : น่าน

หอศิลป์ริมน่าน

วันนี้ไม่มีใครไม่รู้จักหอศิลป์ริมน่าน หอศิลป์บนพื้นที่กว่า 13 ไร่อันเกิดจากความมุ่งมั่นของคุณวินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่าน ที่ต้องการสร้างสรรค์บ้านเกิดของตัวเองให้เป็นเมืองแห่งศิลปะอย่างแท้จริง หอศิลป์แห่งนี้ประกอบด้วย อาคารหอศิลป์ สตูดิโอ และบ้านพักรับรอง โดยเก็บรวบรวมงานศิลปะจากมันสมองของศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีผลงานการสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป อีกทั้งยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวินัยเกือบ 200 ชิ้น ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้คุณได้ชมเกือบตลอดปี เปิดให้เข้าชมเวลา 10.00-17.30 น. ทุกวันพุธ-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์      

อ่านต่อ

รายละเอียด

29 นาที ( ระยะทางประมาณ 22.45 กิโลเมตร)
Wat Nong Bua.jpg

วัดหนองบัว

วัดไทลื้อเก่าแก่ของหมู่บ้านหนองบัวแห่งนี้ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวๆ ปีพ.ศ. 2405 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย  สถานที่ท่องเที่ยว ได้แก่ · ภาพจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ที่เล่าเรื่องปัญญาชาดก ซึ่งเป็นพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า สันนิษฐานว่า เขียนโดย “หนานบัวผัน” ช่างเขียนลาวพวนที่บิดาของครูบาหลวงสุ ชื่อนายเทพ ซึ่งเป็นทหารของเจ้าอนันตยศ (เจ้าเมืองน่านระหว่าง พ.ศ. 2395-2434) ได้นำมาจากเมืองพวน ในแคว้นหลวงพระบาง และยังมีนายเทพและพระแสนพิจิตรเป็นผู้ช่วยเขียนภาพจนสำเร็จ ภาพจิตรกรรมที่วัดหนองบัวแห่งนี้ได้สะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการแต่งกายของผู้หญิงที่นุ่งผ้าซิ่นลายน้ำไหลและผ้าซิ่นตีนจกที่สวยงาม · บุษบกสมัยล้านนา ที่เก็บรักษาภายในพระอุโบสถ · บ้านจำลองไทลื้อ (เฮือนไทลื้อมะเก่า) ซึ่งมีอุปกรณ์การประกอบอาชีพของชาวไทลื้อจัดแสดงไว้ · การสาธิตการทอผ้าด้วยกี่กระตุก ที่คนในหมู่บ้านร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิต และเลือกซื้อผ้าทอสีสันสวยงามจากฝีมือชาวบ้าน โดยตั้งอยู่บริเวณด้านนอกของพระอุโบสถ  

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 2 : น่าน
_DSF0949บ่อเกลือ.JPG

บ่อเกลือสินเธาว์

เรียนรู้เรื่องราวของบ่อเกลือโบราณที่เคยใช้เป็นทรัพยากรสำคัญหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของเมืองน่านในอดีต ซึ่งเกลือคือสิ่งที่มีค่ายิ่งและเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อไม่น้อยที่อำเภอเล็ก ๆ อย่างบ่อเกลือที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลาง ทิวเขาสูงเทียมเมฆแห่งนี้ คือ แหล่งเกลือสินเธาว์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่าน เกลือ...ความเค็มที่มีคุณค่า ในอดีตเมืองน่านใช้ทรัพยากรใต้ผิวดินนี้เป็นสินค้าส่งออกและแลกเปลี่ยนกับกลุ่มชนต่างๆ มากมาย อาทิเช่น กองคาราวานจีนฮ่อจากยูนนาน กวางสี และมณฑลอื่น ๆ ในจีน กลุ่มคนเหล่านี้ได้เดินทางผ่านสิบสองปันนา รัฐฉานสู่เชียงราย เชียงใหม่ น่าน เมืองสา (อำเภอเวียงสาในปัจจุบัน) แพร่ รวมทั้งพ่อค้าไทเขินจากเชียงตุง พ่อค้าวัวชาวไทยลื้อ นอกจากนี้ความสำคัญของเกลือยังมีอิทธิพลในยุคนั้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ เพราะแม้แต่พระเจ้าติโลกราชก็ยังเคยคิดครอบครองบ่อเกลือของเมืองน่านอันเป็นปัจจัยสำคัญในสมัยนั้นเอาไว้ด้วย เที่ยวชมบ่อเกลือ บ่อเกลือที่มีความสำคัญของที่นี่มี 2 แห่งด้วยกันคือ บริเวณต้นน้ำว้า ซึ่งมีบ่อเกลือใหญ่ 2 บ่อ อีกแห่งคือบริเวณต้นน้ำน่าน มีบ่อใหญ่ 5 บ่อ และมีบ่อเล็กบ่อน้อยอีกจำนวนมาก ในโลกปัจจุบันแม้เกลือไม่ใช่บรรณาการสำคัญเช่นในอดีตอีกต่อไปแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังคงรักษาขนบของการต้มเกลือด้วยวิธีดั้งเดิม โดยตักน้ำเกลือจากบ่อส่งผ่านมาตามลำไม้ไผ่สู่บ่อพักก่อนนำน้ำเกลือมาต้มในกระทะใบบัวขนาดใหญ่เคี่ยวจนน้ำแห้งขอดก่อนนำไปใช้บริโภคเองหรือไม่ก็บรรจุใส่ถุงวางขายกันหน้าบ้าน ซึ่งเกลือจากบ่อเกลือแห่งนี้กลายเป็นสินค้าที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวไปโดยปริยาย  

อ่านต่อ

รายละเอียด

1 ชั่วโมง 30 นาที ( ระยะทางประมาณ 25.83 กิโลเมตร)

บ้านสะปัน

หมู่บ้านเล็กๆที่โดนโอบกอดด้วยหุบเขา สายหมอก แม่น้ำ ทุ่งนา และ ชาวบ้านที่น่ารัก ที่นี่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ เรียบง่าย มีเพียงขุนเขา ความสงบ และความสวยงามเคียงคู่ ลำน้ำว้าที่ไหลผ่าน แต่เรารับประกันว่าได้เจอแค่นี้ก็เพียงพอต่อใจมากช่วงที่แนะนำให้เดินทางมามากที่สุด คือ ช่วงปลายฝนต้นหนาว เพราะเราจะเจอทั้งบรรยากาศดีๆและอากาศเย็นๆ

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 3 : น่าน
Wat Phu Min.jpg

วัดภูมินทร์

วัดหลวงเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปีที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองน่าน ด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งนี้ประวัติการสร้างวัดภูมินทร์ตามพงศาวดารเมืองน่าน ได้กล่าวไว้ว่า พระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์เจ้าผู้ครองนครน่านได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นมา หลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2139 อีกทั้งยังมีปรากฏในคัมภีร์เมืองเหนือว่า วัดแห่งนี้เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” และต่อมาในภายหลัง ชื่อวัดได้เพี้ยนไปกลายเป็นวัดภูมินทร์   สถานที่ท่องเที่ยว ได้แก่ อาคารทรงจตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาค 2 ตัว อาคารนี้เป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร และพระเจดีย์ประธาน โดยใช้อาคารในแนวตะวันออก-ตะวันตกเป็นพระวิหาร และอาคารแนวเหนือ-ใต้เป็นพระอุโบสถ                                      ธนบัตรใบละ 1 บาท ที่รัฐบาลไทยเคยพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารที่เรียกกันว่า “ฮูปแต้ม” ซึ่งได้เขียนขึ้นในช่วงที่วัดภูมินทร์ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ.2410 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 4) และใช้เวลาซ่อมนานถึง 7 ปี โดยมีภาพ “ปู่ม่านย่าม่าน” อันลือเลื่อง ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นภาพงามเยี่ยมของวัดภูมินทร์ ทั้งยังได้รับฉายาว่า “ภาพกระซิบรักบรรลือโลก”    นอกจากนี้ยังมีภาพน่าสนใจอยู่หลายภาพ เช่น ภาพธรรมเนียมการอยู่ข่วงของชาวไทลื้อ ภาพชาวพื้นเมือง ซึ่งอาจเป็นชาวเขา “เป๊อะ” ของป่าบนศีรษะ เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกับคนเมือง ภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองน่าน ที่แสดงให้เห็นอิทธิพลตะวันตกที่เข้ามาผสมผสานในวิถีพื้นเมือง ภาพชาวต่างประเทศที่เข้ามาเมืองน่านช่วงรัชกาลที่ 5 โดยทรงผมและเครื่องแต่งกายของผู้หญิง เป็นรูปแบบเดียวกับที่กำลังเป็นที่นิยมในยุโรปขณะนั้น  

อ่านต่อ

รายละเอียด

1 นาที ( ระยะทางประมาณ 0.24 กิโลเมตร)

นั่งสามล้อ รถรางชมเมืองน่าน

นั่งสามล้อ รถรางชมเมืองน่าน - นั่งสามล้อ ผ่อเมืองน่าน สัมผัสกับวิถีชีวิตและชุมชนชาวน่านอย่างใกล้ชิด ซึมซับวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของเมืองน่านที่ใช้รถสามล้อ ซึ่งเป็นรถโดยสารสาธารณะท้องถิ่นที่คงอยู่คู่เมืองน่านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นพาหนะที่จะพานักท่องเที่ยวไปสัมผัสกับความงดงามของศิลปวัฒนธรรม กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตเมื่อไปเยือนเมืองน่าน พร้อมกับได้ซึมซับบรรยากาศของเวียงเก่าที่คงมนต์เสน่ห์แห่งวิถีชุมชนที่แฝงไว้ด้วยความสงบเรียบง่ายแต่มากมายด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรของชาวเมืองน่าน ค่าบริการ ชั่วโมงละ 120 บาท ต่อรถสามล้อ 1 คัน ต่อนักท่องเที่ยว 1 คน กรณีนักท่องเที่ยว 2 คน คิดค่าบริการเพียง 200 บาทต่อรถสามล้อ 1 คัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณพายัพ สัตยวงศ์ โทร. 08 1024 8804 คุณกฤษดา นาต้น โทร. 08 6921 1246 คุณอรัญ ไชยเจริญ โทร. 08 4614 5859 คุณผดุง สรจักร โทร. 08 9251 3786 คุณทวน แสงแก้ว โทร. 08 5032 3874 - นั่งรถราง ชมเมืองเก่าน่าน เทศบาลเมืองน่าน มีบริการรถรางขนาด 24 ที่นั่ง พร้อมวิทยากรบรรยายและนำชมสถานที่ท่องเที่ยวรอบเมืองน่าน โดยเฉพาะโบราณสถานที่สำคัญ ๆ บ้านเรือน วิถีชีวิตชุมชนโบราณและภูมิทัศน์ที่สวยงาม โดยบริการรถรางรอบปกติ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.30 น. วันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 10.30 น. และ 16.30 น. รอบละ 1.30 ชั่วโมง ค่าบริการ คนละ 30 บาท นอกเหนือรอบปกติแล้วนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถรางเหมาพิเศษ รอบละ 500 บาท ติดต่อสอบถามและจองล่วงหน้าที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองน่าน ถนนผากอง (ข้างวัดภูมินทร์) โทร. 0 5457 1169,0 5475 0247 หรือ www.nanvisit.com  

อ่านต่อ

รายละเอียด

4 นาที ( ระยะทางประมาณ 2.50 กิโลเมตร)

โฮงเจ้าฟองคำ

โฮงเจ้าฟองคำ เดิมเป็นบ้านพักของเจ้าศรีตุมมา หลานของเจ้ามหาวงศ์ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 11 สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2384-2400 และตกทอดมาถึงเจ้าฟองคำ แต่เดิมตัวโฮงเป็นไม้สักประกอบด้วยวิธีใส่สลักไม้หลังคามุงแป้นเกล็ด ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินขอ บนประตูซึ่งเชื่อมต่อระหว่างหน้าโฮง ใต้ถุนเรือน เป็นที่ทอผ้าและทกิจกรรมต่างๆ เป็นที่สาธิตการทอผ้าและย้อมผ้า นอกจากนี้ยังเป็นที่จำหน่ายผ้าทอและของที่ระลึก ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้สนใจเข้าศึกษาภายใต้การดูแลของ อ.ภัทราภรณ์ ปราบริปู ทายาทของเจ้าฟองคำเป็นผู้ดูแล ค่าเข้าชมฟรีเปิดวันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 09.00 –17.00 น

อ่านต่อ

รายละเอียด

3 นาที ( ระยะทางประมาณ 2.35 กิโลเมตร)
Phra That Chae Haeng.jpg

วัดพระธาตุแช่แห้ง

ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองน่าน ศูนย์รวมศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของผู้คน โดยตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกอันเป็นศูนย์กลางของเมืองน่านเดิม หลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว และความสำคัญของพระธาตุแห่งนี้ ยังเป็นพระธาตุประจำคนเกิดปีเถาะอีกด้วย เชื่อกันว่าหากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือนมัสการสักครั้ง จะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่งใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยว ได้แก่ พระบรมธาตุแช่แห้ง สร้างในสมัยเจ้าพระยาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่านระหว่าง พ.ศ.1869-1902) สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งที่เจ้าพระยาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน) ในปี พ.ศ.1897 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆังรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) และมีทางขึ้นสู่องค์พระธาตุนั้นปั้นขึ้นเป็นตัวพญานาค                                                                                                                                                                                ปูนปั้นลายนาคเกี้ยว อยู่ตรงหน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหาร อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน                                                   วิหารพุทธไสยาสน์ อยู่ทางด้านหน้านอกกำแพงแก้วขององค์พระธาตุแช่แห้ง ภายในประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่มีพุทธลักษณะงดงาม                

อ่านต่อ

รายละเอียด