วางแผนเที่ยว
วางแผนเที่ยว

นครศรีธรรมราช - พัทลุง

ตารางท่องเที่ยว :
นครศรีธรรมราช 2 วัน , พัทลุง 1 วัน
ช่วงเวลา :
3 วัน 2 คืน
หมวดหมู่ :
ธรรมชาติ, ชายหาดและเกาะต่างๆ, กิจกรรมผจญภัย,
  • วันที่ 1
    ก.ย. 25
  • วันที่ 2
    ก.ย. 26
  • วันที่ 3
    ก.ย. 27
วันที่ 1 : นครศรีธรรมราช

อุทยานแห่งชาติเขาหลวง

อุทยานแห่งชาติที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทยที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญมากแห่งหนึ่ง ของโลก และได้รับรางวัลท่องเที่ยวยอดเยี่ยม ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ในปี พ.ศ.2541 โดยครอบคลุมพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราชเลยทีเดียว   สุดยอดแห่งเขาหลวง - มีการสำรวจพบเฟิร์นบนเขาหลวงมากกว่า 200 ชนิด  เช่น เฟิร์นบัวแฉก(พันธุ์ไม้โบราณ) เฟิร์นมหาสดำ (เฟิร์นต้นขนาดใหญ่ที่พัฒนามาก่อนยุคไดโนเสาร์)  - ที่นี่เป็น “สุดยอดแหล่งรวมกล้วยไม้เมืองใต้” เช่น กล้วยไม้สิงโตอาจารย์เต็มสิงโตใบพัดเหลืองขนตาสิงโตเอื้องสายเสริตเอื้องคีรีวง เป็นต้น - ผืนป่าแห่งนี้ยังเป็นอาณาจักรของพืชสัตว์เฉพาะถิ่น เช่นกุหลาบพันปีเขาหลวง นกกินปลีหางยาวเขียว ฯลฯ และมียอดเขาหลวงสูงที่สุดในภาคใต้ โดยมีความสูง 1,835 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง - ในเขตอุทยานฯ มีน้ำตกที่น่าสนใจมากมายอาทิเช่น น้ำตกพรหมโลก น้ำตกอ้ายเขียว น้ำตกกะโรม น้ำตกกรุงชิง ฯลฯ    ช่วงเวลาเหมาะสม สำหรับการเดินป่าศึกษาธรรมชาติทั้งระยะสั้นและระยะไกลที่มีอยู่หลายเส้นทาง นักท่องไพรไม่ควรพลาด การพิชิตยอดเขาหลวง โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายนนั้นเหมาะสมที่สุด โดยใช้เวลา 3 วัน 2 คืน     อุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ ราคา 600 - 2,000 บาท สนใจเดินป่าพิชิตเขาหลวง ติดต่อบ้านคีรีวง โทร.0-7553-3113, 0-7553-3370 ทาร์ซาน แอดเวนเจอร์ ทัวร์ (รางวัลดีเด่นประเภทรายการนำเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2551) โทร.08-9909-8533, 08-1824-8880 ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านวังลุง โทร. 08-7885-9167 ***ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม

อ่านต่อ

รายละเอียด

58 นาที ( ระยะทางประมาณ 34.97 กิโลเมตร)

น้ำตกพรหมโลก

น้ำตกพรหมโลกจัดเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีลานหินกว้างและแอ่งน้ำคล้ายสระน้ำธรรมชาติ แม้น้ำตกสายนี้มีทั้งหมด 50 ชั้นก็จริง ทว่าได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียง 4 ชั้นเท่านั้น ได้แก่หนานวังน้ำวน หนานวังไม้ปัก หนานวังหัวบัว และหนานวังอ้ายแล นอกจากนี้ในอดีตที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้เสด็จประพาสชมความงดงามของน้ำตกพรหมโลกในปี พ.ศ. 2502 และได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “ภ.ป.ร” และ “ส.ก.” ไว้ที่หน้าผาน้ำตกชั้นที่ 1 หรือ “หนานวังน้ำวน” ไว้อีกด้วย  

อ่านต่อ

รายละเอียด

1 ชั่วโมง 8 นาที ( ระยะทางประมาณ 16.35 กิโลเมตร)

น้ำตกอ้ายเขียว หรือในเขียว

ไม่เพียงเป็นจุดชมทิวทัศน์ยอดเขาหลวงที่สูงที่สุดในภาคใต้เท่านั้น หากน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาหลวงแห่งนี้ อลังการด้วยชั้นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงมาถึง 100 ชั้น จากหน้าผาสูงลดระดับตามความลาดเอียงของภูเขา แต่เปิดให้ท่องเที่ยวเข้าชมเพียง 9 ชั้นเท่านั้น เนื่องจากเป็นช่วงชั้นน้ำตกที่มีความปลอดภัย และมีแอ่งน้ำน้อยใหญ่มากมายที่เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่นี่จะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ   

อ่านต่อ

รายละเอียด

1 ชั่วโมง 50 นาที ( ระยะทางประมาณ 47.74 กิโลเมตร)

น้ำตกกรุงชิง

น้ำตกกรุงชิงจัดเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของนครศรีธรรมราช ที่นี่คุณจะได้เริ่มต้นบทบาทของนักผจญภัย ไปบนเส้นทางเดินป่าชมธรรมชาติสู่น้ำตกกรุงชิงในระยะทาง 3.7 กิโลเมตร ผ่านป่าดิบชื้นที่แน่นครึ้มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดและมีความแปลกตาน่าสนใจมากมาย โดยระหว่างทางจะพบกับศาลาพัก มีป้ายสื่อความหมายธรรมชาติ คอยให้ความรู้ โดยเฉพาะพันธุ์ไม้เด่นที่พบในบริเวณนี้ ได้แก่ มหาสดำ ดงชก หลุมขวาก บันไดสามขั้น ศาลาประตูชัย หลุมพอยักษ์ ถ้ำประตูชัย สนามบาส ป่าชิง ฯลฯ รวมทั้งร่องรอยประวัติศาสตร์เกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ ทั้งนี้ น้ำตกกรุงชิงมีทั้งหมด 7 ชั้น โดยชั้นที่สวยงามที่สุดคือชั้นที่สอง ชื่อว่า “หนานฝนแสนห่า” และในอดีตภาพน้ำตกกรุงชิงเคยถูกตีพิมพ์ลงในธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท เมื่อปี พ.ศ.2535 อีกทั้งเส้นทางเดินชมน้ำตกนั้น ชื่อว่านักดูนกต้องโปรดปราน เพราะคุณจะได้พบกับนกหลากชนิด เช่น นกคอสามสี (หาดูได้ยากมากชนิดหนึ่ง) นกเงือกหัวหงอก นกเขียวปากงุ้ม นกกางเขนน้ำหลังแดง เป็นต้น  

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 2 : นครศรีธรรมราช

บ้านคีรีวง (ข้อมูลและวีดีโอท่องเท่ียว)

บ้านคีรีวง (Baan Kiriwong) ได้รับการจัดให้เป็นแหล่งอากาศดีที่สุดในประเทศไทย หลังจากมีการตรวจวัดค่ามาตรฐานอากาศแล้วพบว่า อากาศที่คีรีวงมีสิ่งแปลกปลอมเพียง 9 ไมครอนต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งต่ำกว่ากว่าเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 300 ไมครอนต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร หมู่บ้านคีรีวงจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด เหตุที่ทำให้อากาศในหมู่บ้านแห่งนี้สูงกว่ามาตรฐานมากก็คือธรรมชาติที่สรรค์สร้าง โดยรอบของหมู่บ้านคีรีวงนั้นรายล้อมไปด้วยภูเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหลวง ซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าเฟิร์นโบราณและกล้วยไม้หายาก และพืชนานาชนิด จุดสูงสุดของเทือกเขามีความสูงประมาณ 1,835 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งนับเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภาคใต้ เปรียบเสมือนเป็นหลังคาของภาคใต้ และยังเป็นป่าต้นน้ำของลำธารอีกหลายสาย ซึ่งหนึ่งในนั้นได้ไหลผ่านหมู่บ้านคีรีวง และเส้นทางผ่านหมู่บ้านคีรีวงแห่งนี้ยังเป็นอีกเส้นทางที่ใช้ขึ้นไปสู่เทือกเขาหลวง รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว เรียนรู้และรื่นรมย์ไปกับชุมชนเข้มแข็งที่เป็นต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขาและสายน้ำ การันตีคุณภาพจากรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประจำปี พ.ศ. 2541 นอกจากนี้ยังได้รับยกย่องว่าเป็นแหล่งอากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยอีกด้วย ภายในหมู่บ้านคีรีวง (Kiriwong village) เต็มไปด้วยกิจกรรมน่าสนใจที่เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้คุณได้มากมาย และยังมีน้ำตกอยู่ใกล้ๆ อีกหลายแห่ง กิจกรรมน่าสนุก - ชมสวนสมรม อันเป็นการทำสวนแบบผสมผสานที่ปลูกพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดคละกันอยู่ภายในสวนเดียวกัน อาทิเช่น สะตอ มังคุด ทุเรียน หมาก พลู ฯลฯ - เรียนรู้กลุ่มผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของชาวบ้าน ที่แบ่งกลุมกันตามความสนใจในการผลิตสินค้าเพื่อการท่องเที่ยว อาทิเช่น กลุ่มทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มทำสบู่สมุนไพรเปลือกมังคุด - พักโฮมสเตย์ (kiriwong village homestay) ที่มีบรรยากาศติดธารน้ำตก โดยเฉพาะในฤดูผลไม้ระหว่างเดือนกรกฎาคม – กันยายน จะได้ลิ้มรสผลไม้สดๆ กันอีกด้วย - เดินป่าศึกษาธรรมชาติสู่ยอดเขาหลวงสำหรับนักนิยมไพร - เล่นน้ำในลำธารที่ไหลผ่านหมู่บ้าน ซึ่งมีจุดเหมาะสำหรับเล่นน้ำอยู่หลายจุด ช้อปปิ้ง ที่หมู่บ้านคีรีวงมีร้านขายของฝาก ของที่ระลึก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ชาวบ้านผลิตกันเอง และยังมีตลาดที่ขายผลไม้ซึ่งชาวบ้านเก็บจากในสวนมาขาย บางอย่างก็อาจไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างผลส้มแขก ลูกชกลอยแก้ว ลูกเนียง ในช่วงฤดูผลไม้ ที่ตลาดจะมีทั้งผลไม้สดและแปรรูป อย่างเช่น มังคุด มังคุดกวน ทุเรียน ทุเรียนกวน ทุเรียนทอด และยังมีทุเรียนกวนย่างขายเป็นของฝากอีกด้วย  

อ่านต่อ

รายละเอียด

49 นาที ( ระยะทางประมาณ 28.63 กิโลเมตร)

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (ข้อมูลและวีดีโอท่องเที่ยว)

สัมผัสความล้ำค่าแห่งเมืองนครศรีธรรมราชผ่านปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้และของประเทศไทย ที่เปรียบดังศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวใต้ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนั้น เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชั้นวรมหาวิหาร ที่มีหัวใจสำคัญคือองค์พระบรมธาตุเจดีย์ที่มีส่วนยอดเจดีย์เป็นทองคำซึ่งพระบรมธาตุองค์นี้ สร้างขึ้นมาเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (พระทันตธาตุหรือพระเขี้ยวแก้วเบื้องซ้าย) อันเป็นที่สักการะบูชาของชาวเมืองนครฯ   ย้อนรอยพระบรมธาตุฯ ตามตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลา เป็นผู้นำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐาน ณ หาดทรายแก้ว และสร้างเจดีย์องค์เล็กๆ เป็นที่หมายไว้ ต่อมาในปีมหาศักราช 1098 (พ.ศ.1719) พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ทรงสร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น พร้อมการก่อสร้างเจดีย์ขึ้นใหม่อีกครั้ง   สิ่งที่น่าสนใจ - พระบรมธาตุเจดีย์ หัวใจสำคัญของวัดแห่งนี้ที่มีลักษณะรูปแบบศิลปกรรมเป็นเจดีย์ทรงลังกาสูง 55.78 เมตร จากฐานบัวคว่ำบัวหงายถึงปลียอด 6.80 เมตร ใช้ทองคำเนื้อสิบหุ้มโดยรอบส่วนฐานขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ (วิหารทับเกษตร) มีซุ้มถึง 22 ซุ้ม แต่ละซุ้มมีหัวช้างยื่นออกมารองรับพระบรมธาตุเจดีย์ ประหนึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการค้ำจุนพระพุทธศาสนาให้มั่นคง   - พระวิหารหลวง เป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาที่มีความงดงาม - วิหารสามจอม อันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ชื่อว่า “พระศรีธรรมาโศกราช” - วิหารพระมหาภิเนษกรมน์ (วิหารพระทรงม้า) - วิหารเขียนและวิหารโพธิ์ลังกา อันเป็นสถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุที่พุทธศาสนิกชนถวายเป็นพุทธบูชา   นอกจากนี้ยังมีปริศนาธรรมให้ค้นหา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย และภายในวัดมีแหล่งจำหน่ายสินค้าที่ระลึกขึ้นชื่อของเมืองนคร อาทิเช่น เครื่องเงิน เครื่องถม ตัวหนังตะลุง เป็นต้น ที่สำคัญผู้มาเยือนที่นี่นิยมนำผ้าขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยทุกปีจะมีการจัดงานแห่ผ้าขึ้นธาตุ อันเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนครศรีธรรมราช   หากต้องการวิทยากรพานำชมสถานที่ ติดต่อ โทร. 08 8768 8537    

อ่านต่อ

รายละเอียด

1 นาที ( ระยะทางประมาณ 0.34 กิโลเมตร)

บ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ (ข้อมูลและวีดีโอท่องเที่ยว)

เรือนปั้นหยาอายุกว่า 108 ปีหลังนี้ สร้างขึ้นโดยนายเขียน มาลยานนท์ ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น "ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์" นายอำเภอเมืองกลาย  ซึ่งต่อมาได้ใช้บ้านและที่ดินเปิดเป็นโรงเรียนรัฐวุฒิวิทยาและเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนนครวิทยาในที่สุด เมื่อปีพ.ศ. 2482 ทว่าหลังจากนั้นได้ปิดตัวลงเมื่อปี พ.ศ. 2529  และต่อมาในภายหลังนายสำราญ ตรีสัตยพันธุ์ ทายาทของขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ได้ดำเนินการบูรณะปรับปรุงบ้านหลังนี้อีกครั้งฟื้นฟูสู่สภาพที่สวยงามพร้อมกับเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เยี่ยมชมและศึกษาสำหรับผู้ที่มีความสนใจอย่างแท้จริง    

อ่านต่อ

รายละเอียด

วันที่ 3 : พัทลุง

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังมากที่สุดและเป็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของจังหวัดพัทลุงก็คือที่นี่ ซึ่งหลายคนนิยมเรียกกันว่า “อุทยานนกน้ำทะเลน้อย” โดยได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2518 ถือเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทยที่มีเนื้อที่ประมาณ 285,625 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบริมทะเลสาบ ประกอบด้วยนาข้าว ป่าพรุ และทุ่งหญ้า รวมกันประมาณ 94% ส่วนที่เหลืออีก 6% เป็นแอ่งน้ำ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสถึงความงาม ของหลากพันธุ์ไม้น่าสนใจ รวมทั้งความน่ารักของสัตว์โลกนานาชนิดภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯ แห่งนี้   กิจกรรมน่าทำ ·      ชม ฝูงนกนางนวล ที่พากันอพยพมาอยู่ที่นี่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายนของทุกปี รวมทั้ง ฝูงนกเป็ดน้ำ ซึ่งพบได้ตามดงบัวสายหรือบัวหลวงและดงกระจูดหนูที่ไม่หนาแน่นนัก คุณจะได้ตื่นตากับภาพนกเป็ดน้ำที่บินขึ้นพร้อมกันนับพันตัว พลางแว่วยินเสียง กระพือปีกดังพั่บๆ อันเป็นภาพที่หาชมได้ไม่ง่ายนัก ·      ดื่มด่ำความสดใสของ ดงบัวสาย ดงบัวสีชมพูซึ่งจะบานสะพรั่งพร้อมกันในช่วงเช้าตรู่ ของทุกวัน สามารถเช่าเรือเพื่อล่องชมดอกบัวได้ในราคาลำละ 450 บาท นั่งได้ 10 คน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ·      ลัดเลาะไปตาม ดงกระจูดหนู อันเป็นที่หลบภัยของนกและสัตว์น้ำ ทั้งนี้ การจับต้องกระจูดหนูควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะต้นเปราะและคม อาจบาดมือได้ ·      พักผ่อนหย่อนใจใน ศาลานางเรียม ที่มีบรรยากาศร่มรื่น ตั้งอยู่บริเวณปากคลองนางเรียม มีลักษณะเป็นศาลากลางน้ำ จุคนได้ประมาณ 30 คน และเป็นจุดที่นิยมแวะพัก รับประทานอาหารกลางวันท่ามกลางความเป็นกันเองของธรรมชาติ ·      ล่อง คลองนางเรียม อันเป็นคลองที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลา ซึ่งตลอดสองฝั่งคลองมีพันธุ์ไม้หลายชนิดให้ได้ชมเช่น ลำพู กุ่มน้ำ จิกพรุ เสม็ดขาว บัวสาย บัวลินจง ฯลฯ ·      แวะชมวิถีชาวบ้านที่ หมู่บ้านทะเลน้อย รวมทั้งเลือกซื้อของฝากจากทะเลน้อยที่ขึ้นชื่อ รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากต้นกระจูด ไม่ว่าจะเป็นหมวก กระเป๋า เสื่อ หรือแผ่นรองแก้ว และ ปลาดุกร้า สูตรต้นตำรับที่อร่อยล้ำเลิศ รับรองว่าจะติดใจจนต้องหวนกลับมาซื้ออีกครั้ง ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ที่ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

อ่านต่อ

รายละเอียด

45 นาที ( ระยะทางประมาณ 22.32 กิโลเมตร)

วังเจ้าเมืองพัทลุง (วังเก่า-วังใหม่)

วังเจ้าเมืองพัทลุง ตั้งอยู่ที่ถนนอภัยอภิรักษ์ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร ในอดีตวังแห่งนี้เคยใช้เป็นสถานที่ว่าราชการและเป็นที่พักอาศัยของเจ้าเมืองพัทลุง มีความสวยงามโดดเด่น ปัจจุบันถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด วังเจ้าเมืองพัทลุง เป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า “วังเก่า – วังใหม่” เนื่องจากประกอบด้วย “วังเก่า” และ “วังใหม่” ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน สำหรับ “วังเก่า” นั้นสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในสมัยที่พระยาพัทลุง (น้อย จันทโรจวงศ์) เป็นเจ้าเมือง ส่วน “วังใหม่” ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ ติดชายคลองลำปำ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2432 โดยพระยาอภัยบริรักษ์จักราวิชิตพิพิธภักดี (เนตร จันทโรจวงศ์) บุตรชายของพระยาพัทลุง ผู้เป็นเจ้าเมืองในขณะนั้น ปัจจุบันทายาทตระกูล “จันทโรจวงศ์” ได้มอบวังนี้ให้เป็นสมบัติของชาติ และกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานวังเก่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 ในขณะที่วังใหม่ ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ไปแล้วก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2526  จากอดีตที่เคยเป็นสถานที่ว่าราชการและเป็นที่พักอาศัยของเจ้าเมืองพัทลุงที่มีความสวยงามโดดเด่นยิ่งนัก ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด ซึ่งวังเจ้าเมืองพัทลุงแห่งนี้ เป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า “วังเก่า – วังใหม่” โดยประกอบด้วยโบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวญเดียวกัน ดังนี้ ·      วังเก่า สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในสมัยที่พระยาพัทลุง (น้อย จันทโรจวงศ์) เป็นเจ้าเมือง ซึ่งทายาทตระกูล “จันทโรจวงศ์” ได้มอบวังนี้ให้เป็นสมบัติของชาติ และกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานวังเก่า เมื่อวันที่  16 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 ·      วังใหม่ เป็นวังที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ ติดกับชายคลองลำปำ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2432 โดยพระยาอภัยบริรักษ์จักราวิชิตพิพิธภักดี (เนตร จันทโรจวงศ์) บุตรชายของพระยาพัทลุง ผู้เป็นเจ้าเมืองในขณะนั้น โดยได้รับการขึ้นทะเบียนฯ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 น่าชม ชมสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่มีความสวยงามอลังการสมฐานะผู้พักอาศัย โดย วังเก่า เป็นเรือนไทยที่มีรูปแบบผสมผสานระหว่างภาคกลางกับภาคใต้ มีเรือนใหญ่ทรงไทยแฝดอยู่ตรงกลาง ส่วน วังใหม่ ที่สร้างขึ้นในภายหลังนั้น เป็นกลุ่มเรือนไทย 5 หลัง แบ่งเป็นเรือนนอนและเรือนครัว สามารถเดินชมด้านในได้ นอกจากนี้ บริเวณวังเจ้าเมืองฯ ยังมีศาลาไทยริมน้ำและเรือพัทลุงซึ่งเป็นเรือเก่าแก่สมัยรัชกาลที่ 5 ให้ได้ชมกันด้วย ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ที่ถนนอภัยอภิรักษ์ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร

อ่านต่อ

รายละเอียด

11 นาที ( ระยะทางประมาณ 7.29 กิโลเมตร)

วัดคูหาสวรรค์

ศาสนสถานที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของพัทลุง ในฐานะที่เป็นพระอารามหลวงแห่งแรกของจังหวัด และยังเป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ไทยและเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์โปรดในการเสด็จมาเยือนอีกด้วย และเมื่อเป็นวัดที่มีทำเลอยู่บริเวณเชิงเขาคูหาสวรรค์ (เขาหัวแตก) ซึ่งเป็นที่ราบสูง และมีภูเขาล้อมรอบเกือบทุกด้าน ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า “วัดคูหาสูง” หรือ “วัดสูง” โดยสันนิษฐานว่า มีการสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นประมาณ พ.ศ. 2112 – 2133 ในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้าง น่าชม นอกจากบรรยากาศที่ร่มรื่นและเงียบสงบภายในบริเวณวัดแล้ว ไฮไลท์ที่น่าชมของวัดนี้คือ “ถ้ำคูหาสวรรค์” หรือ “ถ้ำน้ำเงิน” หรือ “ถ้ำพระ” โดยความโดดเด่นของถ้ำแห่งนี้ อยู่ที่บริเวณปากถ้ำมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อของพระมหากษัตริย์ไทยถึง 3 พระองค์ด้วยกัน คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ นับเป็นความปลื้มปีติของชาวพัทลุงเลยทีเดียว ส่วนภายในถ้ำนั้นประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ 1 องค์ และพระพุทธรูปปูนปั้นองค์เล็กทำจากดินเหนียว วางเรียงแถวเป็นระเบียบทางด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก รวมทั้งหมด 37 องค์ ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะ ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ที่ถนนคูหาสวรรค์ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

อ่านต่อ

รายละเอียด

21 นาที ( ระยะทางประมาณ 10.00 กิโลเมตร)

ศูนย์รวมหัตถกรรมกะลามะพร้าวเมืองพัทลุง

แม้ “กะลามะพร้าว” เป็นเพียงเศษวัสดุที่ไม่มีราคาค่างวดสักเท่าไหร่นัก แต่ทว่า นายปลื้ม ชูคง หรือที่รู้จักกันดีว่า “ลุงปลื้ม” กลับมองเห็นแง่งามอันเลอค่าของกะลา และสร้างสรรค์ให้วัสดุที่ไร้ราคาชิ้นนี้กลายเป็น “กะลาเงินล้าน” ที่สร้างชื่อเสียงให้กับพัทลุง รวมทั้งสืบสานงานหัตถกรรมกะลามะพร้าวแห่งแดนใต้ให้เป็นที่ประจักษ์ น่าทึ่งกว่านั้น จากกะลามะพร้าวธรรมดากลับสามารถสร้างอาชีพและเม็ดเงินให้กับชุมชนได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยในปี พ.ศ. 2536 กลุ่มหัตถกรรมกะลามะพร้าวมีรายได้จากการจำหน่ายผลงานมากถึง 3.4 ล้านบาทเลยทีเดียว และด้วยรายได้ที่มากมายเช่นนี้เอง จึงเป็นที่มาของฉายา “หมู่บ้านกะลาเงินล้าน” ที่ใครๆ พากันยกย่องศูนย์รวมหัตถกรรมกะลามะพร้าวเมืองพัทลุงด้วยความภาคภูมิใจ ภายในศูนย์ฯ  นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ขั้นตอนการผลิต พร้อมกับชื่นชมงานหัตถกรรมกะลามะพร้าวหลากหลายรูปแบบตั้งแต่พวงกุญแจรูป เครื่องประดับ เครื่องแต่งกายสุภาพสตรี เครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน ไปจนถึงของประดับตกแต่งบ้าน อย่างโคมไฟและตะเกียงเจ้าพายุ ที่ออกแบบได้อย่างประณีตสวยงาม มีสไตล์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร

อ่านต่อ

รายละเอียด