ข่าวอัพเดท
โครงการหลวง 49 น้ำพระทัย จากฟ้าสู่ดิน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
Published date : 7 สิงหาคม 2561

มูลนิธิโครงการหลวง ประกาศจัดงาน “โครงการหลวง 49”–น้ำพระทัย จากฟ้าสู่ดิน
ระหว่างวันที่ 3-13 สิงหาคม 61 ภายใต้แนวคิด “สืบสาน รักษา ต่อยอด อย่างยั่งยืน”
ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

มูลนิธิโครงการหลวง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวการจัดงาน “โครงการหลวง 49” ซึ่งในปีนี้ได้เอาใจคนรักสุขภาพด้วยการคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพดี และมีคุณประโยชน์สูง “ความสดอร่อย และส่งเสริมสุขภาพ” พร้อมรวมผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิโครงการหลวง วัตถุดิบ ผัก ผลไม้ เครื่องดื่ม และสินค้าแปรรูปกว่า 3,000 รายการ โดยสินค้าเหล่านี้มีสุดยอดสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุยอดเยี่ยมทรงคุณค่าทางโภชนาการจึงขอเชิญเลือกสรร ช้อป สินค้าคุณภาพดี สะอาด สดใหม่และผ่านกรรมวิธีการพัฒนาค้นคว้าและวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงอย่างดีที่สุด ระหว่างวันที่ 3 – 13 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า งานโครงการหลวง 49- น้ำพระทัย จากฟ้าสู่ดิน ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวความคิด “สืบสาน รักษา ต่อยอด อย่างยั่งยืน” เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงตามพระราชปณิธานแน่วแน่ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร โดย “สืบสาน” หมายถึง สืบสานพระราชปณิธาน สืบสานเล่าขานถึงโครงการตามพระราชดำรัสเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงานของมูลนิธิโครงการหลวง โดยถ่ายทอดผ่านนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติอันทรงคุณค่า บอกเล่าถึงปณิธานอันแน่วแน่ที่จะสืบสาน รักษา และ ต่อยอดสืบต่อไป “รักษา” หมายถึง คงไว้ซึ่งคุณค่าของผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิโครงการหลวง มุ่งมั่น คัดสรร ผลักดัน ให้เกิดผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่า เพื่อช่วยให้เกษตรกรได้มีรายได้อย่างยั่งยืนและสามารถดำรงชีวิตอย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสสืบไป “ต่อยอด” หมายถึง พัฒนาต่อให้ก้าวไกล ร่วมใจพัฒนาผลผลิตจากมูลนิธิโครงการหลวงเพื่อให้สินค้าไทยประจักษ์แจ้งสู่สากลโลก มุ่งนำเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ได้จากการค้นคว้าวิจัย และ แนวความคิดองค์ความรู้ใหม่ๆ มาปรับใช้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อต่อยอดผลการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง อันทรงคุณค่าสืบไป

ทางด้าน ดร. จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานการจัดงานฯ กล่าวว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์จะถูกเนรมิตให้เต็มไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นิทรรศการ “49 ปี โครงการหลวง สืบสาน รักษา ต่อยอด อย่างยั่งยืน”, การสาธิตการประกอบอาหารจากเชฟชื่อดัง เพื่อเป็นไอเดียในการรังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบของโครงการหลวง, การแสดงจากชมรมนิสิตจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, การจำหน่ายสินค้าแนะนำและผลิตผลโครงการหลวง รวมกว่า 3,000 รายการ นอกจากนี้ ยังมีอาหารคาวหวานหลากเมนูที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาใหม่เป็นพิเศษ และจะจำหน่ายเฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น อาทิ ลาบเห็ดพ็อตโตเบลโล่ควินัว, ข้าวบือบอผัดชาเขียว, ไอศกรีมอาโวคาโด,ไอศกรีมผลไม้ 5 สี เพื่อสุขภาพและถั่วแดงหลวงควินัวน้ำขิง เป็นต้น

การออกร้านโครงการส่วนพระองค์ 13 โครงการ 1) มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาไทย 2) มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ 3) ร้านจิตรลดาในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ 4) มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพบางไทร ในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 5) ร้านภูฟ้า 6) มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 7) ร้านโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา 8) สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์  9) โครงการ "ถักร้อย-สร้อยรัก" ของมูลนิธิจุฬาภรณ์ 10) ร้าน ดร.น้ำจิต - ดร.น้ำใจ 11) มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า 12) โครงการทูบีนัมเบอร์วัน13) กรมปศุสัตว์

การจัดงานโครงการหลวง 49-น้ำพระทัย จากฟ้าสู่ดินในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน คือ มาสเตอร์การ์ด, บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัทอ้วยอันโอสถ จำกัด, บริษัทเจริญกิจจงเสถียร จำกัด ,บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน),บริษัท ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด,บริษัท บิลดิ้งส์ พอช จำกัด และ บริษัท เอลเม็ค วิศวกรรม จำกัด
      
ดร. ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายตลาด มูลนิธิโครงการหลวง กล่าวเสริมว่าปีนี้ได้บรรจงคัดสรรสินค้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพื่อมาจำหน่ายภายในงานโครงการหลวง 49 ในครั้งนี้ ได้แก่
- ควินัว (Quinoa) ซูเปอร์ฟู้ดที่มีกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ถึง 9 ชนิด มีเส้นใยสูง, โปรตีนสูง, ปราศจากกลูเตน อุดมไปด้วยสารอาหารทั้ง แมกนีเซียม, วิตามินบี, วิตามินอี, ธาตุเหล็ก, โพแทสเซียม, แคลเซียม, ฟอสฟอรัส และสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2560 มูลนิธิโครงการหลวงได้วิจัยและส่งเสริมการเพาะปลูกควินัวในประเทศไทยเพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น
- ชาเขียวอัสสัม (Assam green tea) ผลิตจากชาป่า หรือชาพื้นเมืองที่มีอายุ 500 ปี ได้รับรางวัลเหรียญเงิน World Tea Union (WTU) จากประเทศญี่ปุ่น กลิ่นหอมธรรมชาติ สีของน้ำชาเป็นสีเขียวอมเหลือง รสนุ่ม ดื่มแล้วลื่นคอ อุดมด้วยกรดอะมิโน "ธีอะนีน" (Theanine) ที่มีมากถึง 60% มีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลายความเครียดทำให้สมาธิดีขึ้น คิดอ่านได้ดีขึ้น ลดความเครียดต่อแรงกดดันเพิ่มคุณภาพการหลับ และช่วยให้นอนหลับสนิทขึ้น
- ข้าวบือบอ หรือ ข้าวเหลือง (Highland Yellow Wild Rice) พันธุ์ข้าวเจ้าของชนเผ่าปกาเกอะญอ และ ละว้า มีลักษณะเมล็ดเรียวสั้นเปลือกข้าวมีสีฟางเข้ม ข้าวมีกลิ่นหอม นิ่มหุงขึ้นหม้อ ในข้าวมีสารแกมม่าโอไรซานอล ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL-C) ลดน้ำตาลในเลือด อุดมด้วยธาตุโพแทสเซียมช่วยควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย ลดความดันโลหิต และมีธาตุเหล็กช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง อีกทั้งมีธาตุสังกะสีสูงเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็ก
- ดอกไม้กินได้ (Edible Flower) ดอกไม้กินได้ของมูลนิธิโครงการหลวง มี 4 กลุ่มใหญ่ กลุ่มไม้ดอก กลุ่มดอกของผัก กลุ่มดอกของสมุนไพร และกลุ่มดอกของไม้ผล สายพันธุ์ของดอกไม้กินได้มีทั้งซื้อสายพันธุ์มาจากต่างประเทศและเป็นดอกไม้ที่มีอยู่ในพื้นที่เดิมอยู่แล้ว ได้แก่ 1.ดอกเนสเตอร์เตียม (Nasturtium) 2. ดอกบีโกเนีย (Begonia) 3 ดอกดิล (Dill) 4.ดอกกุหลาบ (Rose) 5.ดอกผีเสื้อ (Dianthus) 6.ดอกแตงกวา (Cucumber flower) ขั้นตอนการผลิตดอกไม้กินได้มีความละเอียดอ่อนไม่แพ้พืชผักอื่นๆ ที่ต้องผลิตในระบบปลอดภัย ไม่ใช้สารเคมี และใช้วิธีการปลูกแบบ Chef’s garden ซึ่งหมายถึงสวนดอกไม้หรือแปลงปลูกที่ละลานตาด้วยดอกไม้นานาชนิด และเก็บไปประกอบอาหารรับประทานได้ด้วย ไม่ใช่การผลิตเพื่อนำดอกไปประดับตกแต่งเพียงอย่างเดียว ดอกไม้กินได้มีสรรพคุณด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระพร้อมกับช่วยชะลอความชรา ป้องกันโรคอัลไซเมอร์และต่อต้านมะเร็ง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสารเคมีที่ตกค้าง อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าดอกไม้ใดๆ ในโลกจะเข้าข่ายดอกไม้กินได้ทั้งหมด ดอกไม้ที่จะได้รับเลือกเข้าชมรม Edible Flowers จะต้องได้รับการทดสอบจากเชฟผู้เชี่ยวชาญผู้ให้คำแนะนำกับทีมงานโครงการหลวงได้ว่าดอกไม้ชนิดใดบ้างที่รับประทานได้ นั่นเพราะดอกไม้บางชนิดอาจมีพิษ
- ไก่กระดูกดำ (Black Bone Chicken) เป็นไก่พันธุ์ที่หาทานได้ยาก ซึ่งเป็นไก่พื้นเมือง มีต้นกำเนิดมาจากมองโกเลีย เนื้อรสชาติหวานอร่อยโปรตีนสูง แต่มีไขมัน คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และกรดไขมันชนิดอิ่มตัวต่ำสีดำที่ปรากฏในเนื้อและกระดูกเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายโดยชาวจีนเชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงเลือด เป็นอาหารบำรุงสำหรับผู้สูงอายุ
- เฟต้าชีส (FETA) เฟต้าชีสของโครงการแปรรูผลิตภัณฑ์จากนมผลิตจากนมควายสายพันธุ์เมซาน่า ที่สภานมอินเดียได้น้อมเกล้าถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ในปี พ.ศ.2539 และเลี้ยงบนพื้นที่สูงซึ่งกระบวนการทำชีสและการบ่มทำให้ชีสมีรสชาติเข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่ม และมีความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย มีโปรตีน แคลเซียม เหล็ก วิตามินเอ และฟอสฟอรัสสูงกว่านมโค มีแคลลอรีและไขมันต่ำ ไม่ทำให้อ้วนเมื่อเทียบกับชีสชนิดอื่นๆ ทานคู่กับผลไม้ ขนมปัง แครกเกอร์ หรือขูดโรยใส่พิซซ่า พาสต้า สลัด หรือนำไปประกอบอาหารอื่นๆ อีกหลากหลายชนิด เช่น พายผักโขม, พายชีส และนำมาย่างใส่ในแซนวิช เป็นต้น
- ชาสมุนไพรสด (Fresh Herbal Tea) เป็นชาจากสมุนไพรต่างประเทศในรูปแบบผลผลิตสดที่มีคุณสมบัติทางยา 7 ชนิด อาทิ เช่น เจเปนนิส มิ้นต์, เลมอนบาล์ม, เลมอนทาร์ม, ชาหอม, ดอกคาร์โมมายด์ และหญ้าหวานที่ทำให้รสชาติกลมกล่อมละเมียดละไมด้วยส่วนประกอบที่มีสัดส่วนลงตัวโดยที่ยังคงคุณสมบัติที่ดีของสมุนไพรแต่ละชนิดไว้อย่างสมดุล มีสรรพคุณช่วยลดความเครียด กลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากมิ้นต์ช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ดีต่อระบบย่อยอาหาร

สำหรับนิทรรศการ “49 ปี โครงการหลวง สืบสาน รักษา ต่อยอดอย่างยั่งยืน” จัดขึ้น ณ บริเวณ เซ็นทรัล คอร์ท โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ อีกทั้งร่วมน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาชมได้ยาก พระราชดำรัสและราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับงานโครงการหลวง นิทรรศการผลความก้าวหน้า 3 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านเศรษฐกิจ แสดงความก้าวหน้าเกี่ยวกับพันธุ์พืชใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ควินัว ส้มคัมควัท ฝรั่งเนื้อแดง เป็นต้น 2.ด้านสังคม จำลองวิถีชนเผ่า งานหัตถกรรม ผ้าทอ งานฝีมือชนเผ่าซึ่งเป็นการส่งเสริมอาชีพนอกภาคการเกษตร 3. ด้านสิ่งแวดล้อม แสดงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นที่สูง เช่น งานป่าชาวบ้าน ป่าสามอย่าง ประโยชน์สี่อย่าง สมุนไพรพื้นถิ่นบนพื้นที่ อาทิ เจียวกู่หลาน ปู่เฒ่าทิ้งไม้เท้าและชีวภัณฑ์สบู่อ่อนกำจัดแมลงเพื่อลดการใช้สารเคมี

นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่าดอยคำเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากผลผลิตของเกษตรกรไทยเพื่อให้เกษตรกรไทยได้อยู่ดีกินดี พึ่งพาตนเองได้ อีกทั้งผู้บริโภคได้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่เป็นธรรม นำรายได้กลับไปพัฒนาและต่อยอดการเป็นธุรกิจเพื่อสังคมต่อไป ในงานโครงการหลวง 49 นี้ ดอยคำได้นำผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงและจำหน่าย 5 รายการ ได้แก่ น้ำนมถั่วเหลืองผสมวุ้นมะพร้าว ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นำมาจำหน่ายที่งานโครงการหลวงครั้งนี้เป็นแห่งแรกผลิตจากถั่วเหลืองเต็มเมล็ด คงคุณค่าไว้ซึ่งจมูกถั่วเหลือง และมีแคลเซียมสูงพร้อมผสมวุ้นมะพร้าวเพื่อเพิ่มมิติในการดื่มให้สนุกยิ่งขึ้น ซอสมะเขือเทศ เพิ่มอรรถรสให้ทุกมื้ออาหาร ด้วยความสดฉ่ำจากเนื้อมะเขือเทศแท้มากถึง 77% ไม่เจือสี และไม่ใช้วัตถุกันเสีย ผลิตผลจากการส่งเสริมและสร้างรายได้ให้เกษตรกรภาคอีสาน สู่การต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสินค้ามะเขือเทศ กลุ่มน้ำสมุนไพร พลังงานต่ำ น้ำตาล 0% ได้แก่ น้ำเจียวกู้หลานและดอกคำฝอยสูตรไม่เติมน้ำตาล จากคุณค่าสมุนไพรช่วยลดระดับไขมันและน้ำตาลในเลือด ช่วยควบคุมความดัน ให้ความหวานด้วย สตีวิออล ไกลโคไซด์ สารสกัดบริสุทธิ์ที่ได้จากใบหญ้าหวาน น้ำใบแปะก๊วยและหล่อฮั่งก้วยสูตรไม่เติมน้ำตาล แก้ร้อนในกระหายน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองใช้ความหวานธรรมชาติจากหล่อฮั่งก้วย น้ำเก๊กฮวยและคาโมไมล์สูตรไม่เติมน้ำตาล ดื่มเย็นดับกระหาย ดื่มอุ่นสบายก่อนนอน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกมากมายที่ดอยคำนำมาจำหน่ายในราคาพิเศษ

คุณหญิงสุจิตรา จิราธิวัฒน์ มงคลกิติ รองประธานกรรมการ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่าทางศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ได้ตกแต่งสถานที่งาน “โครงการหลวง 49” ด้วยการประดับประดา “ดอกรวงผึ้ง” พร้อมด้วยหมู่มวลดอกไม้นานาชนิดสีเหลืองอร่ามและสดใสของดอกรวงผึ้ง เปรียบดั่งผืนแผ่นดินทองของไทย ให้ความรู้สึกร่มเย็น สบายตา นอกจากนี้ยังเป็นไม้มงคลที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคล โดยการนำภาพวาดดอกรวงผึ้งมาตกแต่งด้วยเทคนิค Random Bars และ Hanging ให้เป็นภาพศิลปะที่มองได้จากหลายมุมมองผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวโดยศิลปินชื่อดัง ครูปาน สมคิด คลังนอก ที่ออกแบบวาดภาพดอกรวงผึ้งที่นำมาประดับตกแต่งในโซนกิจกรรมทั้งหมดภายในงานโครงการหลวง 49

ในโอกาสนี้จึงขอเชิญประชาชนเที่ยวชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวงกว่า 3,000 รายการ ในงาน “โครงการหลวง 49” ระหว่างวันที่ 3-13 สิงหาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์