ประเทศไทย : เดือนเมษายน

ประเทศไทย : เดือนเมษายน

TourismThailand, 08 Nov 2019
ถูกใจ

 เดือนเมษายนเป็นเดือนที่ก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัวแล้ว โดยในเดือนนี้อุณหภูมิจะสูงที่สุด กับมีลมกระโชกแรงในบางแห่ง ภาคเหนือและภาคอีสาน อาจมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 42 องศาเซลเซียส ผู้คนส่วนใหญ่จะเน้นไปท่องเทียวทางทะเล และเที่ยวตามจังหวัดใหญ่ เนื่องจากในเดือนเมษายน มีประเพณีสงกรานต์ที่เป็นวันหยุดยาว


เมื่อประเทศไทยเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายน อุณหภูมิก็ค่อย ๆ สูงขึ้น ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่สามารถหนีความร้อนของอุณหภูมิได้ แต่จะดีกว่าไหม ถ้าอากาศร้อนแล้ว เจอธรรมชาติสวยๆ พักกายพักใจไปกับสายลมเย็นๆที่มาพร้อมกลิ่นทะเล ส่วนทะเลที่ห้ามพลาดจะมีที่ไหนกันบ้างมาดูกันเลย…


เกาะตาชัย จังหวัดพังงา จะสวยงามที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน หลังจากนั้นเกาะตาชัยจะปิด 6 เดือน เพราะเป็นช่วงมรสุม จุดเด่นของที่นี่คือการเดินเล่นบนหากทรายสีขาวเป็นเม็ดละเอียดแล้ว การเดินเข้าป่าไปดูปูไก่ และกาะดำน้ำดูปะการัง ก็เป็นกิจกรรมที่ห้ามพลาดเช่นกัน


อีกหนึ่งเกาะที่ห้ามพลาด เพราะสวยงามจนติดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโลกเลยทีเดียว คือ หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ สวยจนได้รับฉายาว่า “มรกตแห่งอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี” มีที่มาจาก เวิ้งอ่าวคู่ของอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ บวกกับท้องทะเลในสีเขียวมรกตสวยใส โอบล้อมหาดทรายขาวนวลละเอียดราวแป้งของ อ่าวมาหยา พร้อมแนวปะการังและสรรพชีวิตหลากสีสันนานาพันธุ์ในโลกใต้ทะเล ที่รอให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสความสวยงาม ช่วงเวลาที่เหมาะสมจะไปเที่ยวคือ เดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน เพราะเป็นช่วงที่ฝนตกน้อยที่สุด ส่วนที่ต่อไปที่เราจะแนะนำกัน ต้องเหมาะกับสายดำน้พดูปะการังแน่นอน เพราะที่นี่ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปะการังน้ำตื้นที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย นั่นก็คือหมู่เกาะสุรินทร์ เป็นแหล่งดำน้ำชมปลาการ์ตูน และเต่าทะเลที่หาดูได้ยาก เพราะฉะนั้น หน้าร้อนที่ไม่ควรพลาดไปสัมผัสกับความงดงาม ณ หมู่เกาะสุรินทร์ ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะจะเดินทางท่องเที่ยวคือ เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน


หลบลมทะเลมาเที่ยวที่อื่นๆกันบ้าง ด้วยเดือนเมษายนนี้มีประเพณีเก่าแก่ของไทยก็คือ ประเพณีสงกรานต์ ที่จะมีผู้คนมากมายออกมาเล่นน้ำคลายร้อนกัน ส่วนสถานที่ยอดนิยม จะมีที่ไหนบ้าง ทางเราก็รวบรวมมาให้แล้ว เริ่มจากกรุงเทพมหานคร จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากย่านสยามสแควร์ ถนนข้าวสารและถนนสีลม ที่แหน่งวัยรุ่นจะมาเล่นน้ำกันที่นี่ อีกทั้งยังมีกิจกรรมจากหน่วยงานต่างๆด้วย ภาคเหนือ สถานที่ขึ้นชื่อเลยคือจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีจุดเล่นน้ำที่อยู่ในคูเมือง หนาแน่นไปด้วยชาวไทยและชาวต่างชาติ มาถึงสงกรานต์บางแสน ก็ต้องนึกถึงวันไหลกันแน่นอน เพราะที่นี่สามารถเล่นน้ำทะเล และยังเล่นน้ำสงกรานต์ควบคู่ไปด้วย ส่วนจุดรวมตัวของคนภาคอีสาน ก็ต้องเป็นถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่นเลย ทีนี่มีขบวนแห่สงกรานต์ ขบวนแห่พระพุทธพระลับ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวขอนแก่น ตักบาตร สรงน้ำพระ ไปที่นี่ที่เดียวครบสูตรแน่นอน ส่วนภาคใต้แค่พูดชื่อก็ร้องอ๋อแน่นอน นั่นคือ หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ที่นี่จะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก มีการแห่ขบวนพุทธสิหิงค์รอบหาด ให้ประชาชนได้สักการะ มีรำวงย้อนยุค และลิ้มรสอาหารของภูเก็ต ที่นี่จึงเป็นสภานที่ยอดนิยมของคนใต้


นอกจากทะเล และการเล่นน้ำในประเพณีสงกรานต์แล้ว ยังมีสถานที่สวยๆ ที่เปิดให้ชมเพียงแค่ช่วงเดือนนี้ด้วย วัดใต้น้ำ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อุโบสถหลังเก่า ของวัดวังก์วิเวการามที่จมอยู่ใต้น้ำ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เมื่อน้ำได้ลดระดับลง เมืองบาดาลทั้งเมืองก็จะเผยความงดงามของโบราณสถาน ให้ปรากฏแก่สายตาของผู้มาเยือนเสมอๆ หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ยังไม่มีโอกาสมาเยือนเมืองบาดาล แนะนำว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน น้ำในเขื่อนจะลดลงต่ำที่สุด เหมาะสมกับการเปิดประสบการณ์ที่หาชมได้ยาก ส่วนอีกที่ ที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือ ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ เป็นโบราณสถานศิลปะแบบเขมร ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว หลังจากการบูรณะ นำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบขึ้นใหม่ และ วางศูนย์กลางประตูให้อยู่ในแนวเดียวกับพระอาทิตย์ขึ้นตรงกันตลอด โดยทุกปีเราจะได้ชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตก ส่องแสงลอดช่องประตู ทั้ง 15 บาน ของปราสาทพนมรุ้ง เพียง 4 ครั้งเท่านั้น คือ เดือนมีนาคม ตุลาคม เมษายน และกันยายน ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ที่หาชมได้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น

separate line