10 เท่...น่าเที่ยว จ.จันทบุรี

10 เท่...น่าเที่ยว จ.จันทบุรี

รายละเอียด

1. อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล
        ตั้งอยู่ที่ 111 หมู่ 5 ถนนสันติสุข ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี มีแม่น้ำจันทบุรีไหลผ่านบริเวณด้านหน้า อยู่ตรงข้ามชุมชนริมน้ำจันทบูร โบสถ์คริสต์แห่งนี้มีประวัติการก่อสร้างที่ยาวนานถึง 300 ปี ครั้งแรกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2254 บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี โดยคุณพ่อเฮิ้ต โตแลนติโน และบรรดาคาทอลิกชาวญวน จนถึงปี พ.ศ. 2377 ได้มีการย้ายมาสร้างบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจันทบุรีอันเป็นสถานที่ตั้งในปัจจุบัน และในพ.ศ. 2446 ได้ก่อสร้างโบสถ์หลังปัจจุบันขึ้นให้มีขนาดใหญ่กว่าหลังเก่าเพื่อรองรับกับจำนวนคริสตศาสนิกชนที่เพิ่มมากขึ้น  
         โบสถ์แห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบ “โกธิค” ตัวอาคารยาว 60 เมตร กว้าง 20 เมตร มีหอแหลมสูงเด่น หอสูงด้านขวามีนาฬิกาเรือนใหญ่ติดตั้งอยู่ เส้นรอบหน้าปัดวัดได้ 4.70 เมตร จากหอสูงนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพเมืองจันทบุรีได้ไกลประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในมีการตกแต่งด้วยศิลปะเก่าแก่ มีความสวยงามมาก โดยมีการประดับตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส เป็นภาพนักบุญต่าง ๆ กระจกเหล่านี้มีอายุกว่า ๑๐๐ ปี ภายในโบสถ์มีองค์แม่พระประดับตกแต่งด้วยพลอยกว่า 2,000,000 เม็ด หรือกว่า 2 หมื่นกะรัต บรรดาคริสต์ศาสนิกชนและชาวจันทบุรีได้จัดสร้างองค์แม่พระประดับพลอยนี้ขึ้น นับได้ว่าโบสถ์คาทอลิกแห่งนี้เป็นโบสถ์ขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่และกล่าวกันว่ามีความงดงามมากที่สุดในภาคตะวันออก

10 เท่...น่าเที่ยว จ.จันทบุรี

2. ชุมชนริมน้ำจันทบูร
         เป็นชุมชนเก่าแก่อายุประมาณ 300 ปี ตั้งแต่สมัยพระนารายณ์มหาราช ปัจจุบันได้มีการส่งเสริมและพัฒนาริมน้ำจันทบูร ให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ถนนริมน้ำในอดีตเคยเป็นย่านการค้าดั้งเดิม มีร้านค้าเก่าแก่ บ้านเรือนเก่าที่ยังมีความงดงาม น่าชม ปัจจุบันมีที่พักและร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว

10 เท่...น่าเที่ยว จ.จันทบุรี

3. น้ำตกพลิ้ว
         น้ำตกพลิ้ว เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีต้นกำเนิดมาจากลำธารน้ำใต้ดินที่ผุดขึ้นตรงซอกหินบนหน้าผาแล้วไหลลงสู่แอ่งน้ำด้านล่าง น้ำใสเหมาะกับการลงเล่นน้ำ ก่อนถึงตัวน้ำตกจะมีแอ่งน้ำธรรมชาติซึ่งเป็นที่อาศัยของปลาพลวง ซึ่งจะพบเฉพาะตามลำธารน้ำตกบางภาคเท่านั้น ในบริเวณน้ำตกพลิ้วยังมีโบราณสถานที่สำคัญ 2 แห่ง คือ  
         พีระมิดพระนางเรือล่ม เป็นสถูปทรงพีระมิดสร้างด้วยหินแกรนิต เมื่อ พ.ศ. 2424 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความรักที่พระพุทธเจ้าหลวงทรงมีต่อพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ หลังจากที่พระองค์เสด็จทิวงคตเนื่องจากเรือพระประเทียบล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในพีระมิดบรรจุพระอังคารส่วนหนึ่งของพระองค์ไว้ด้วย 
         อลงกรณ์เจดีย์ สร้างด้วยศิลาแลง เมื่อ พ.ศ. 2419 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เสด็จประพาสน้ำตกพลิ้ว เมื่อ พ.ศ. 2417 ทั้งสองพระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยในน้ำตกพลิ้วมาก จึงโปรดฯ ให้สร้างเจดีย์ไว้เพื่อเป็นที่ระลึกและพระราชทานนามเจดีย์นี้ว่า “อลงกรณ์เจดีย์”

4. ชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว
         ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี หนึ่งในชุมชนชวนเที่ยวโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขนมแปลกท้องถิ่นจันทบุรีถูกรวบรวมไว้ที่นี่ เกือบทุกบ้านของชุมชนต่างทำขนมแปลกให้นักท่องเที่ยวได้มาลิ้มลองความแปลกและอร่อย เช่น ขนมควยลิง ขนมอี๋น้ำเยี่ยววัว ขนมพระพาย ขนมลูกระเบิด ตังเมโบราณ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อยอย่างอื่น เช่น ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง หอยพอกย่าง ข้าวเกรียบยาน้ำจิ้ม รอคอยนักท่องเที่ยวมาลิ้มลองรสชาติเช่นกัน โดยตลาดชุมชนขนมแปลกหนองบัวเปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดทั้งวัน

5. โอเอซีส ซี เวิลด์
        ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นสถานที่เพาะพันธุ์โลมา และการแสดงโลมา 2 สายพันธุ์ไทย นั่นก็คือ โลมาปากขวด หรือโลมาสีชมพู และโลมาหัวบาตร หรือโลมาอิระวดี และนอกจากการแสดงโลมาแล้ว โอเอซีส ซี เวิลด์ ยังเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำกับโลมาด้วย จับได้ สัมผัสได้ ชนิดที่เรียกว่า “เนื้อแนบเนื้อ” กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความประทับใจเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่เป็นครั้งหนึ่งในชีวิต

10 เท่...น่าเที่ยว จ.จันทบุรี

6. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
         มีหน้าที่ศึกษาค้นคว้าและวิจัย เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี เป็นโครงการหนึ่งที่ศูนย์ทำขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาสภาพธรรมชาติ ก่อให้เกิดความเข้าใจระบบนิเวศในป่าชายเลน และรู้จักใช้ทรัพยากรเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือ สะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ตั้งอยู่ตรงข้ามศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ใช้เวลาเพียง 30-45 นาที บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 1,600 เมตร มีป้ายสื่อความหมายธรรมชาติอยู่ตามบริเวณจุดต่าง ๆ เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติ ตลอดจนแหล่งสมุนไพรสำหรับชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำเค็มที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน เช่น ปลาเก๋า ปลากะพง ปลาผีเสื้อ ปลาสินสมุทร 
         เปิดให้เข้าชมทุกวัน อังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 08.30-16.30 น.  
         สอบถามข้อมูล โทรศัพท์ 0 3938 8117 ต่อ 130(มีบริการทางลาดชันสำหรับผู้พิการ)

7. จุดชมวิวเนินนางพญา
         เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในการชมวิวของถนนเฉลิมบูรพาชลทิต มีลักษณะเป็นถนนสองเลนคดโค้งขึ้นเขาเตี้ย ๆ เลียบชายหาด เคียงคู่กับน้ำทะเลสีครามเวลามองออกไปรอบๆ จะเห็นประกายแดดที่ส่องสัมผัสกับละอองของน้ำทะเลเป็นระยิบระยับ ให้มุมมองสวยงามแปลกตาจนเป็นที่เลื่องลือในความงาม เหมาะสำหรับการขับรถชมวิว มีจุดชมวิวสามารถจอดรถลงถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้

8. หาดเจ้าหลาว
         หาดทรายสะอาดยาวเหยียดสุดสายตา บรรยากาศสงบเงียบ ชายหาดมีต้นมะพร้าวเป็นระยะ ๆ เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เมื่อน้ำลดจะเห็นผืนทรายกว้างใหญ่สวยงาม มีรีสอร์ตและร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยวเรียงรายตลอดเส้นทาง มีทางสำหรับจักรยาน สามารถปั่นท่องเที่ยวต่อยาวไปได้ถึงอำเภอแหลมสิงห์ นอกจากนี้ยังมีเรือท้องกระจกและเรือเร็วบริการนำนักท่องเที่ยวไปชมแนวปะการังน้ำตื้นที่อยู่ห่างจากฝั่งไปเพียง 2 กิโลเมตร เรือนั่งได้ 5-20 คน การเดินทาง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ช่วงเวลาที่เหมาะท่องเที่ยวคือเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม

9. วัดเขาสุกิม 
         ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2507 ด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญภาวนาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ภายในวัดมีองค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ติดผนัง สูง 110 นิ้ว หน้าตักกว้าง 99 นิ้ว มีซุ้มรอบองค์พระเป็นลวดลายพญานาค 9 เศียร และที่ฐานชุกชีมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. โดยมีคริสตัลของสวารอฟสกี้ประดับที่ฐานชุกชีและซุ้มรอบองค์พระ นอกจากนี้ยังจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่แหวน หลวงปู่วัน พระอาจารย์มั่น ฯลฯ และภายในวัดยังเป็นศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนา เปิดทุกวัน เวลา 06.30-17.00 น

10. น้ำตกเขาสอยดาว
         อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อำเภอสอยดาว ห่างจากที่ทำการ 4 กิโลเมตร มีทั้งหมด 16 ชั้น บริเวณธารน้ำตกมีผีเสื้อจำนวนมาก เหมาะสำหรับการดูผีเสื้อ ศึกษาพรรณไม้ และสมุนไพร พื้นที่แห่งนี้มีสภาพป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง มีต้นไม้ยักษ์ หรือต้นพระเจ้าห้าพระองค์ อยู่ทางขวามือห่างจากน้ำตกชั้นแรกไปราว 200 เมตร เป็นไม้ยืนต้นในป่าดิบชื้น ลำต้นใหญ่ขนาด 20 คนโอบ รากขนาดใหญ่ของไม้ต้นนี้จะโผล่พ้นผิวดินขึ้นมาถึง 5 เมตร ทั้งแตกแขนงเป็นซอกหลืบดูคล้ายโพรงถ้ำ 
         สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มียอดเขาสูง 2 ยอด คือ ยอดสอยดาวเหนือและสอยดาวใต้ ความสูงของยอดสอยดาวใต้สูงสุดคือ 1,675 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง สภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์เป็นต้นกำเนิดของธารน้ำหลายสาย ไหลตกลงมาเป็นน้ำตกเขาสอยดาวขนาดใหญ่ ท่ามกลางป่าลึกที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าเข้าไปชม ตลอดเส้นทางเดินชมน้ำตกมีทั้งความงามและความตื่นเต้นท้าทาย เช่น ชั้นน้ำตกที่ต้องปีนผาไปตามรากไทรสูงราว 20 เมตร กระทั่งถึงน้ำตกชั้นบนสุดซึ่งมีขนาดสูงใหญ่ งดงาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นน้ำตกได้ถึงชั้นที่ 9 ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินขึ้นเกือบ 2 ชั่วโมง ส่วนชั้นที่ 10-16 ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง ใช้เวลาเดิน 1 ชั่วโมง  บริเวณน้ำตกมีบ้านพักรับรองบริการนักท่องเที่ยว